กลิ่นกำยานมงคลและแสงเทียนสีแดงสว่างไสวไปทั่วห้องหออันหรูหราของจวนรุ่ยอ๋อง ทว่าบรรยากาศกลับไม่ได้อบอวลด้วยความหวานชื่นอย่างที่ควรจะเป็ ถังรัวซี ในชุดเ้าสาวสีแดงสดปักลวดลายหงส์ทองนับร้อยตัวนั่งอยู่บนขอบเตียงสี่เสา นางไม่ได้มีท่าทีขัดเขินประหนึ่งดรุณีแรกรุ่นที่กำลังรอสามี แต่ดวงตาคู่สวยกลับวาวโรจน์ด้วยแผนการ
มือเรียวภายใต้แขนเสื้อกว้างลูบคลำวัตถุเย็นเยียบที่ซ่อนอยู่ใต้หมอนปักลายเป็ดเล่นน้ำ...มีดสั้นเล่มงาม ที่ด้ามฝังทับทิม
‘เซี่ยหลานจวิน หากเ้าก้าวเข้าใกล้ข้าเกินสามก้าว ข้าจะจ่อมีดที่คอเ้า บีบให้เ้าเซ็นหนังสือหย่าให้จงได้!’
นางกัดฟันนึกในใจ
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าที่แ่เบาและสม่ำเสมอก็ดังขึ้นที่หน้าประตู รัวซีสูดหายใจเข้าลึก รีบดึงผ้าคลุมหน้าเ้าสาวลงมาปิดบังใบหน้าที่กำลังบึ้งตึง บานประตูเปิดออกเบาๆ พร้อมกับกลิ่นหอมสะอาดของดอกกล้วยไม้ป่าที่โชยเข้ามาล่วงหน้า กลิ่นที่นางเคยปรามาสว่า "หอมเกินชาย"
“รัวซี...เ้าคงรอนานแล้วกระมัง”
น้ำเสียงนุ่มทุ้ม ราวกับเสียงพิณชั้นเลิศดังขึ้นใกล้ๆ เซี่ยหลานจวิน เดินเข้ามาในชุดเ้าบ่าวสีแดงเพลิงที่ขับให้ใบหน้าหยกของเขาดูผุดผ่องจนน่าใจหาย เขาไม่ได้ดูขี้โรคอย่างที่นางเคยคิด แต่กลับดูสง่างามราวกับเทพเซียนที่เดินออกมาจากภาพวาด เขายิ้มละมุนพลางถือไม้คานทองคำค่อยๆ เลิกผ้าคลุมหน้านางขึ้น
ทันทีที่ผ้าคลุมพ้นสายตา รัวซีไม่รอช้า นางสบโอกาสคว้ามีดสั้นใต้หมอน พุ่งเข้าหาลำคอระหงของบุรุษตรงหน้าด้วยความเร็วที่ฝึกฝนมาอย่างดี!
“เขียนใบหย่าให้ข้าเสียดีๆ มิเช่นนั้นอย่าหาว่าข้าใจร้าย!”
นางตวาด เสียงใสทรงพลัง
ทว่า สิ่งที่เกิดขึ้นกลับรวดเร็วจนมองแทบไม่ทัน หลานจวินไม่ได้มีท่าทีตื่นตระหนกแม้แต่น้อย เขาเพียงแค่สะบัดพัดจีบในมือซ้ายออกมาเบาๆ เสียงพัดคลี่ออกดัง ฉับ! ก้านพัดที่ดูเหมือนจะบอบบางกลับแข็งแกร่งปานเหล็กกล้า มันสะกิดเข้าที่จุดชีพจรตรงข้อมือของรัวซีอย่างแม่นยำและนุ่มนวล
“อ๊ะ!”
ข้อมือของนางพลันอ่อนแรง มีดสั้นร่วงหล่นลงบนฟูกหนานุ่มโดยไร้เสียง หลานจวินใช้พัดเล่มเดิมช้อนคางนางขึ้นเบาๆ ดวงตาเรียวยาวพราวระยับด้วยรอยยิ้มขี้เล่น
“คืนเข้าหออันประเสริฐ ไยพระชายาถึงอยากให้มีโลหิตหลั่งชะโลมเล่า? กระบี่ชิงหลวนของเ้ายังอยู่ดีที่วังหลัง เปิ่นหวางไม่อยากให้เ้าต้องเสียใจหากต้องสูญเสียมันไปเพราะความใจร้อนนะ”
รัวซีหน้าแดงก่ำ ทั้งโกรธทั้งอาย นางสะบัดหน้าหนี
“เ้า...เ้าแอบใช้วิชาสายมารอะไร! ปล่อยข้านะ!”
“วิชาสายมารที่ไหนกัน เปิ่นหวางเพียงแค่ไม่อยากให้มือสวยๆ ของเ้าต้องเปื้อนคราบไคลโลหิต”
เขาหุบพัดลงแล้ววางมันไว้ข้างตัว ก่อนจะเดินไปที่โต๊ะไม้แกะสลักที่มีกาเหล้ามงคลตั้งอยู่
“ในเมื่อแต่งเข้าจวนรุ่ยอ๋องแล้ว อย่างไรเสียเราก็ควรดื่มเหล้ามงคลตามประเพณี มิเช่นนั้นไทเฮาคงมิวางพระทัย”
เขารินเหล้าสีใสลงในจอกหยกสองใบ กลิ่นเหล้าหมักจากดอกไม้หอมหวานรัญจวนใจจนรัวซีที่กำลังกระฟัดกระเฟียดถึงกับชะงัก
“ข้าไม่ดื่ม! ข้าจะหย่า!”
“ดื่มจอกนี้ก่อน แล้วเปิ่นหวางจะพิจารณาเื่ที่เ้า้า”
เขาเดินกลับมาหา ยื่นจอกหยกให้นางด้วยท่าทางอ่อนช้อยปานคุณชายเ้าสำราญ สายตาที่เขามองมานั้นดูอ่อนโยนและเว้าวอนจนนางเริ่มสับสน
‘หรือเขาจะเป็เพียงคนขี้ขลาดที่อยากประนีประนอม?’
รัวซีมองจอกเหล้าอย่างชั่งใจ นางมั่นใจในคอเหล้าของตัวเอง เพราะแอบดื่มเหล้าแรงๆ กับบิดาและพวกทหารในค่ายมาั้แ่เด็ก เหล้าดอกไม้หอมหวานของพวก "ท่านอ๋องตัดแขนเสื้อ" เช่นนี้ มีหรือจะทำอะไรนางได้
“ตกลง! ดื่มแล้วเ้าต้องคุยเื่ใบหย่ากับข้า!”
นางกระชากจอกเหล้ามาแล้วกระดกพรวดเดียวจนหมดรวด
หลานจวินยิ้มกว้างขึ้น มุมปากโค้งมนดูเ้าเล่ห์อย่างที่นางไม่ทันสังเกต
“รสชาติเป็อย่างไรบ้าง?”
“ก็งั้นๆ...หวานเหมือนน้ำล้างปาก...”
รัวซีพูดยังไม่ทันจบคำดี ความรู้สึกร้อนซ่านแปลกๆ ก็แล่นพล่านไปทั่วกาย แต่อันที่จริงมันไม่ใช่ความเมาที่ทำให้โลกหมุน ทว่ากลับเป็ความง่วงงุนอย่างมหาศาลที่จู่โจมเข้ามาอย่างรวดเร็ว
“เหล้านี้ชื่อว่า ‘สุบินนารี’...เปิ่นหวางปรุงมันด้วยตัวเอง หวานล้ำ ดื่มง่าย แต่แม้แต่แม่ทัพผู้เกรียงไกรก็ยังต้องสยบให้ภายในห้าลมหายใจ”
เสียงของหลานจวินเริ่มฟังดูห่างไกลออกไป
ร่างของรัวซีโอนเอน หลานจวินขยับกายเข้าไปรับร่างบางไว้ในอ้อมแขนได้อย่างพอดิบพอดี กลิ่นกายของนางที่เป็กลิ่นแป้งและกลิ่นเหล้าจางๆ ช่างดูขัดกับท่าทางดื้อรั้นของนางเมื่อครู่ยิ่งนัก
เขาก้มลงกระซิบข้างหูนางที่กำลังจะหลับลึก
“ฝันดีนะพระชายาของข้า...คืนนี้ข้าจะปล่อยให้เ้าพักผ่อนไปก่อน แต่พรุ่งนี้...เ้าจะรู้ว่าการเป็พระชายาของข้า มันน่าตื่นเต้นกว่าการถือดาบหลายเท่านัก”
หลานจวินช้อนร่างนางขึ้นวางบนเตียงอย่างทะนุถนอม เขาไม่ได้ถอดเสื้อผ้าของนางออก เพียงแค่ถอดรองเท้าปักหงส์ให้ และดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมร่างนางไว้ เขานั่งมองใบหน้ายามหลับใหลที่ไร้พิษสงของรัวซีพลางคลี่พัดออกมาโบกเบาๆ รอยยิ้มละมุนยังคงประดับบนใบหน้าหยก
‘ตัดแขนเสื้ออย่างนั้นหรือ?...หึหึ ข่าวลือพวกนั้นมันช่างมีประโยชน์จริงๆ’