บนริมเนินเขาสูงที่ตั้งตระหง่านเหนือลานรบอีกด้านของต้าเหลียงเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นเบื้องล่างนั้นอยู่ในสายตาของบุคคลกลุ่มหนึ่งอย่างชัดเจนพวกเขาเฝ้ามองการต่อสู้ที่ดุเดือด การล้มลงของฮวาเสี่ยวซีและเสียงร้องที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดของจิ้นอ๋องและฮวาเจิ้นด้วยความรู้สึกที่หลากหลายทั้งตกตะลึง เสียใจ และกังวล
หยวนอ๋องทรงขมวดพระขนง มองไปยังภาพความโกลาหลในสนามรบด้วยความสงสัยเมื่อทอดพระเนตรเห็นปฏิกิริยาที่แสดงถึงความโกรธเกรี้ยวและเจ็บปวดอย่างรุนแรงของจิ้นอ๋องฮวาเจิ้น และฮวาหยาง ต่อการที่ร่างเล็ก
ตกลงสู่แม่น้ำพระองค์ก็ทรงกระซิบถามองค์รักษ์ลับที่ยืนอยู่เคียงข้างด้วยความใคร่อยากรู้
"นั่น... ผู้ที่ตกลงไปในน้ำเป็นใครกัน? เหตุใดพวกเขาเหล่านั้น...จิ้นอ๋อง แม่ทัพฮวา และคุณชายฮวาหยาง ถึงได้แสดงอาการเป็นเดือดเป็นแค้นเช่นนั้น?"
"ไม่ทราบกระหม่อม..." องค์รักษ์ลับตอบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
หยวนอ๋องทรงหันขวับมาด้วยพระพักตร์ถมึงทึง ตวาดเสียงต่ำอย่างกริ้วโกรธ"ไม่รู้ก็ไปสืบ! จะมายืนบื้ออะไรอยู่ตรงนี้!แผนการณ์ของข้าล้มเหลวก็เพราะเจ้านั้น! รีบไป! เจ้าพวกบัดซบ!" สิ้นพระดำรัส หยวนอ๋องก็ทรงโบกพระหัตถ์ไล่องครักษ์ลับอย่างไม่พอพระทัย
อี้หมิงเจ๋อที่กำลังต่อสู้อย่างดุดันกับทหารเป่ยหม่าน เมื่อได้ยินเสียงร้องเรียกชื่อ"เสี่ยวซีเออร์" ที่ดังสนั่นด้วยความเจ็บปวดของจิ้นอ๋อง ฮวาเจิ้นและฮวาหยางสัญชาตญาณบางอย่างก็บอกเขาว่าต้องมีเรื่องร้ายเกิดขึ้นกับหญิงสาวที่
เขาเพิ่งได้รู้จักความกังวลแล่นปราดเข้ามาในใจ เขาตัดสินใจ จบการต่อสู้ กับศัตรูตรงหน้าอย่างรวดเร็วฟาดดาบสังหารอย่างเฉียบขาด ก่อนจะ วิ่งตรงไปยัง กลุ่มคนที่กำลังยืนอยู่ริมฝั่งแม่น้ำด้วยสีหน้าตื่นตระหนกทันที
อี้หมิงเจ๋อวิ่งมาถึงตัวฮวาหยางด้วยสีหน้าตื่นตระหนกเอ่ยถามด้วยความร้อนรน: "เกิดอะไรขึ้น?ท่านรองแม่ทัพฮวา... แม่นางฮวาเป็นอะไรไป?" สายตาของเขาจับจ้องไปยังผืนน้ำที่ยังคงกระเพื่อมราวกับกำลังมองหาร่องรอยของหญิงสาว
"หานเฉิงซี!!! เจ้าต้องชดใช้!!!"จิ้นอ๋องทรงคำรามก้องด้วยความโกรธแค้นและเจ็บปวด พระสุรเสียงดังกึกก้องไปทั่วลานรบดวงพระเนตรแดงก่ำจ้องมองไปยังทิศทางที่ทัพเป่ยหม่านกำลังล่าถอยราวกับจะเผาผลาญทุกสิ่งทุกอย่างให้เป็นจุณ
ด้วยแรงโทสะและความแค้นที่พลุ่งพล่านในอกของจิ้นอ๋อง ฮวาเจิ้น ฮวาหยางและอี้หมิงเจ๋อ การรบจึงทวีความดุเดือดและรุนแรงขึ้นอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนทหารต้าเหลียงต่างฮึกเหิม โจมตีทัพเป่ยหม่านอย่างไม่ยั้งมือ ราวกับพายุโหมกระหน่ำ
ทัพเป่ยหม่านที่กำลังเสียขวัญจากการถูกซ้อนกลและสูญเสียแม่ทัพรองไปแล้วเมื่อเผชิญกับการโจมตีที่ดุดันและเต็มไปด้วยอารมณ์ของทัพต้าเหลียงก็เริ่มระส่ำระส่าย แนวรบแตกกระจาย ทหารต่างพากันล่าถอยด้วยความหวาดกลัว
จิ้นอ๋องทรงนำทหารองครักษ์ฝ่าวงล้อมของทัพเป่ยหม่าน มุ่งตรงไปยังจุดที่แม่ทัพหานเฉิงซีบัญชาการรบอยู่ด้วยพระพักตร์ที่ถมึงทึงพระองค์ทรงควบม้าด้วยความเร็วสูง ดาบในพระหัตถ์วาววับในแสงแดดพร้อมที่จะปลิดชีพศัตรูตัวฉกาจ
"หานเฉิงซี! เจ้าจะต้องชดใช้!"เสียงคำรามก้องของจิ้นอ๋องดังไปทั่วสนามรบ
หานเฉิงซีที่กำลังพยายามรวบรวมกำลังพลที่เหลืออยู่เมื่อเห็นจิ้นอ๋องบุกเข้ามาถึงตัวด้วยความโกรธเกรี้ยวก็รู้ว่าการ
ต่อสู้ครั้งสุดท้ายได้มาถึงแล้ว เขาชักดาบออกจากฝัก กัดฟันกรอดพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับจิ้นอ๋องอย่างไม่ยอม
จำนน
การปะทะกันระหว่างจิ้นอ๋องและแม่ทัพหานเฉิงซีเป็นการต่อสู้ที่ดุเดือดและรวดเร็วราวกับพายุหมุนทั้งสองต่างก็มีฝีมือดาบที่อยู่ในระดับ ขั้นเทพ ยากจะหาผู้ใดเทียบเคียงได้
ดาบในพระหัตถ์ของจิ้นอ๋องวาดฟาดอย่างรวดเร็วและแม่นยำ ทุกการเคลื่อนไหวเต็มไปด้วยพลังอำนาจและความโกรธแค้นที่อัดแน่นอยู่ในพระทัยเสียงดาบปะทะกันดังสนั่นก้องกังวานไปทั่วบริเวณ แสงดาบวาววับราวกับสายฟ้าฟาด
หานเฉิงซีเองก็มิได้ด้อยกว่าเขารับมือกับดาบของจิ้นอ๋องได้อย่างแข็งแกร่งและชาญฉลาดทุกกระบวนท่าล้วนผ่านการฝึกฝนมาอย่างหนักหน่วงดาบในมือของเขาป้องกันและโต้กลับได้อย่างคล่องแคล่วและเฉียบคมพยายามหาช่องโหว่ในท่าทางของจิ้นอ๋องเพื่อพลิกสถานการณ์
ทั้งสองคนต่างประดาบกันอย่างรวดเร็ว ไม่มีใครยอมใครแต่ละครั้งที่ดาบกระทบกัน สะเก็ดไฟก็กระเด็นออกมา ราวกับเป็นการปะทะกันของสองอสูรสงครามทหารที่อยู่โดยรอบต่างถอยห่างด้วยความหวาดกลัวไม่อาจเข้าใกล้รัศมีการต่อสู้ของคนทั้งสองได้
จิ้นอ๋องทรงโจมตีด้วยความกราดเกรี้ยวหวังจะปลิดชีพศัตรูให้ได้โดยเร็วที่สุดขณะที่หานเฉิงซีเน้นการตั้งรับอย่างเหนียวแน่นรอจังหวะที่จะโต้กลับและพลิกสถานการณ์ให้เป็นประโยชน์
การต่อสู้ของทั้งสองดำเนินไปอย่างสูสี ไม่มีใครเพลี่ยงพล้ำง่ายๆแต่ละกระบวนท่าล้วนอันตรายถึงชีวิตเพียงแค่พลาดพลั้งเพียงเสี้ยววินาทีก็อาจหมายถึงความตายได้
ในขณะที่ดาบในพระหัตถ์ของจิ้นอ๋องกำลังจะฟาดฟันลงบนคอของแม่ทัพหานเฉิงซีอย่างเด็ดขาดร่างสูงใหญ่ของแม่ทัพใหญ่ฮวาก็ วิ่งเข้ามา ขวางหน้าไว้ในเสี้ยววินาทีเขาก้มลงคุกเข่าเบื้องหน้าจิ้นอ๋องด้วยสีหน้าจริงจังและเร่งร้อน
"ท่านอ๋อง! หยุดก่อนเถิดพ่ะย่ะค่ะ!"แม่ทัพใหญ่ฮวากล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น "จับเป็นเขาเถิดพ่ะย่ะค่ะ!"
จิ้นอ๋องทรงขบพระทนต์แน่น พระพักตร์ถมึงทึงจ้องมองไปยังแม่ทัพใหญ่ฮวาด้วยความกริ้ว "บัดซบ!"พระองค์ทรงลดดาบลงเล็กน้อย แต่ยังคงจี้อยู่ที่คอของหานเฉิงซีไม่ละความตั้งใจที่จะสังหารศัตรูผู้นี้
ในที่สุด ชัยชนะของต้าเหลียงก็มาถึงทหารเป่ยหม่านที่เหลือต่างพากันยอมจำนน หรือไม่ก็ถูกสังหารในสนามรบ เลือดสีแดงฉานไหลนองพื้นดินเป็นภาพที่น่าสยดสยองแต่ในความสำเร็จนั้นกลับแฝงไว้ด้วยความเศร้าโศก
ท่ามกลางซากศพและอาวุธที่แตกหัก รองแม่ทัพหวังจุนนำตัว อ๋องซู แห่งเป่ยหม่านกลับมายังจิ้นอ๋อง อ๋องซูอยู่ในสภาพที่อิดโรยและหวาดกลัวดวงตาเต็มไปด้วยความสิ้นหวังเมื่อเห็นความพ่ายแพ้ของกองทัพตนเอง
เมื่อชัยชนะมาถึง เสียงโห่ร้อง กึกก้อง ดังก้องกังวานไปทั่วป้อมผาเหล็กทหารต้าเหลียงที่รักษาการณ์อยู่ต่าง กระโดดโลดเต้น ด้วยความยินดี ปลดปล่อยความตึงเครียดและความหวาดกลัวที่สะสมมาตลอดการสู้รบเสียง ไชโย!
ไชโย! ดังก้องสนั่นหวั่นไหว ราวกับจะสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั้งแผ่นดินธงรบของต้าเหลียงโบกสะบัดอย่างสง่างาม
เหนือป้อมปราการเป็นสัญลักษณ์แห่งชัยชนะอันยิ่งใหญ่ที่พวกเขาได้รับมาด้วยเลือดเนื้อและหยาดเหงื่อ
"ท่านอ๋อง..." ฮวาเจิ้นเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบแห้งดวงตาแดงก่ำจ้องมองไปยังผืนน้ำอย่างมีความหวังอันน้อยนิด
"กระหม่อมจะไปตามหาบุตรสาว..."
อี้เฟยหลงที่ยืนอยู่ข้างๆ ดวงตาก็แดงก่ำไม่แพ้กันหันไปกล่าวกับฮวาเจิ้นด้วยน้ำเสียงจริงจังและเป็นห่วงอย่างยิ่ง:
"ท่านแม่ทัพใหญ่ฮวาโปรดปล่อยให้เป็นธุระของข้าเถิด ข้าจะให้องค์รักษ์เว่ยระดมกำลังคนทั้งหมดที่มีค้นหาตัว
เสี่ยวซีอย่างเร่งด่วนที่สุด ท่านแม่ทัพใหญ่โปรดวางใจเถิดข้าจะไม่ยอมให้เกิดเรื่องร้ายกับนางเป็นอันขาด"
"แต่..." ฮวาเจิ้นเอ่ยเสียงแผ่ว ดวงตาเต็มไปด้วยความกังวลและความไม่วางใจเขามองไปยังผืนน้ำที่ไหลเชี่ยว ราวกับกำลังชั่งใจกับข้อเสนอของอี้เฟยหลงความเป็นห่วงบุตรสาวนั้นมีมากจนยากจะปล่อยวางให้ผู้อื่นจัดการ
"ท่านแม่ทัพ ข้าทราบดีว่าท่านรักบุตรสาวของท่านเพียงใด..."อี้เฟยหลงกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนแต่หนักแน่นดวงตาสีอำพันของนางจ้องมองไปยังฮวาเจิ้นอย่างจริงใจ "เสี่ยวซีเออร์...นางสำคัญยิ่งนัก ข้าไม่อาจปล่อยให้นาง
ต้องเป็นอันตรายข้าสัญญาว่าจะทำทุกวิถีทางเพื่อตามหานางให้พบ ท่านโปรดเชื่อใจข้าเถิดข้าจะดูแลเรื่องนี้เอง"
จิ้นอ๋องทรงกำพระหัตถ์แน่นจนเส้นเอ็นปรากฏขึ้นบนหลังพระหัตถ์พระพักตร์คมคายยังคงฉายแววความกังวลและความโกรธเกรี้ยวอย่างชัดเจนพระองค์ทรงทอดพระเนตรไปยังผืนน้ำที่ไหลเชี่ยวด้วยความรู้สึกที่หลากหลายทั้ง
ความห่วงใย ความเจ็บปวด และความเคียดแค้นที่ยังคงคุกรุ่นอยู่ในพระทัย