ถ้ำดินเพียง หรือ วัดถ้ำศรีมงคล ตั้งอยู่ในอำเภอสังคม จังหวัดหนองคาย เป็สถานที่ที่มีเื่เล่าและตำนานเกี่ยวกับเื่พญานาคถ้ำแห่งนี้ถูกค้นพบโดยบังเอิญเมื่อปี พ.ศ. 2530 จากชาวบ้านลุงคำสิงห์ เกศศิริ เ้าของพื้นที่ซึ่งต่อมาได้มอบที่ดินสร้างวัดจนกลายเป็วัดถ้ำศรีมงคลและพัฒนาเป็สถานที่ท่องเที่ยวขึ้นชื่อเื่ความน่าอัศจรรย์ของธรรมชาติ
“คุณติดต่อไกด์หรือยังเคน” ชัยยะนาคราชถาม
“เรียบร้อย แต่ตอนนี้เป็่โควิดระบาดเราอาจจะต้องรอกันหน่อยนะ เขาจำกัดรอบเข้า แต่ไม่น่านานเท่าไหร่” เคนตอบ
“คุณไม่คุ้นทางหรอ”ขิมแซวชัยยะนาคราชด้วยสีหน้ากึ่งล้อเลียน
แม่ตัวดี...
“ไม่ใช่ไม่คุ้นแต่ที่นี้มีเ้าหน้าที่ทำหน้าที่เป็ผู้นำทางอยู่แล้ว ผมจึงไม่จำเป็ต้องทำให้เขาลำบากใจ”
และก็ไม่นานนักอย่างที่เคนบอกไว้จริงๆซักพักก็มีไกด์หนุ่มมานำทางพาไปลงถ้ำถ้ำ
ทางเดินเข้าถ้ำจะเป็โพรงเล็กๆทาง่แรกทุกคนต้องย่อตัวหน่อย เพราะเพดานถ้ำค่อนข้างต่ำต้องย่อตัว พอผ่านมาได้ไม่นานก็มาเจอกับโพร่งขนาดเล็กและแคบมากๆเคนและภูมิเห็นช่องแล้วถึงกับกลืนน้ำลายดังเอือก แต่อังเดร์ที่เป็หนุ่มร่างใหญ่ตามประสาลูกครึ่งรายนี้ถึงกับอุทานออกมาด้วยความใ
“พระเ้า”
ชัยยะนาคราชตัวใหญ่ไม่ต่างกับอังเดร์แต่เขามุดเข้าไปได้อย่างคล่องแคล่วขิมกับเอมที่ผอมบางอยู่แล้วก็ไม่ได้เป็อุปสรรค แต่3หนุ่มที่เหลือกลับต้องคลานต่ำผ่านซอกหินกันไปแทน
ตรงนี้คือจุดหายนะสำหรับคนกลัวที่แคบชัดๆ
ดีที่แก๊งนี้ไม่มีใครกลัวความแคบ
อังเดร์ถอนหายใจ
ถึงจะดูแคบแต่ไม่น่ากลัวอย่างที่คิดและมีอากาศถ่ายเทสะดวกส่วนคนที่ดูจะสนุกที่สุดก็คงไม่พ้นขิมเพราะเธอเป็คนที่ชอบน้ำและถ้ำเป็ทุนเดิมอยู่แล้ว ภายในถ้ำมีน้ำชื้นอยู่ตลอดเวลาและมีลักษณะเป็โพรงหลุมคล้ายกับสามพันโบกที่สามารถลอดผ่านเข้าไปได้ มีการติดไฟนีออนสีต่างๆกระทบกับช่องและโพรงทำให้ภายในถ้ำยิ่งทำให้ดูมีความสวยงามและอัศจรรย์ยิ่งขึ้น อีกทั้งไกด์ก็ยังชี้ให้ดูจุดที่เชื่อมต่อกับลำน้ำโขง และทางที่สามารถลอดผ่านใต้น้ำโขงไปยังสปป.ลาวได้
ตลอดระยะทางที่เดินนั้นจะเป็ทางแคบๆสลับกับเพดานที่ต่ำ บาง่ถึงขั้นต้องมุดข้ามไปเลยก็มี บางทีก็มีแอ่งน้ำ นั้นเลยทำให้ขิมจะสะดุดตลอดถ้าไม่ติดว่าได้ชัยยะนาคราชค่อยดูแลเธอคงล้มให้เพื่อนเห็นเป็10ครั้งได้แล้ว
ทางเข้ามาพีคแล้ว ่กลางทางนั้นพีคกว่านั้นก็เพราะว่า ทุกคนต้องมาใต้ท้องช้างสามเศียรเอราวัณซึ่งเป็หินย้อยจนเกือบติดพื้นถ้ำ เหลือเพียงแค่ช่องแคบๆเล็กๆให้ลอดผ่าน
นับว่าเป็จุดบีบหัวใจสำหรับ3หนุ่มเหลือเกิน
“เดี๋ยวผมไปรอคุณอยู่ฝั่งตรงข้ามก่อน คุณค่อยตามมานะขิมแล้วค่อยให้พวกเคนปิดท้าย” ชัยยะนาคราชพูดขึ้น
พูดเหมือนง่าย
แต่ช่องเล็กนิดเดียว!
ไอ้ขิมกับเอมนะไม่มีปัญหา
แต่ผู้ชายร่างั์แบบพวกเรานี้ละจะผ่านได้ไหม
อังเดร์หันมองซ้ายทีขวาทีอย่างพยามหามุมลอด
อังเดร์มองชัยยะนาคราชอย่างเหลือเชื่อเมื่อเห็นเขาคลานลอดตัวผ่านไปอย่างง่ายดาย
ขิมกับเอมก็แค่นอนหงายและค่อยๆไถ่ตัวเองผ่านช่องนั้นเข้าไป3หนุ่มจึงพากันคลานต่ำอีกครั้งและค่อยๆคลานเข้าไป ซึ่งช่องนี้มาผ่านได้เฉพาะลำตัวต้องเอาหัวเข้าไปก่อนและค่อยๆขยับบิดตัวออกมาทีละนิด
ทุลักทุเลมาก
พามาฆ่าชัดๆ
แต่พอผ่านจุดนี้มาได้ไม่นานนักก็ถึงบันไดทางขึ้นที่ต้องปีนขึ้นไปเพื่อขึ้นไป้าถ้ำ
ชัยยะนาคราชขึ้นไปก่อนและอยู่้าเพื่อค่อยช่วยดึงขิมขึ้นมาขิมซึ่งขิมก็ไม่ได้ขัดขืนอะไรนั้นเล่นเอาทุกสายตาของเพื่อนๆมองคู่นี้อย่างอดชื่นชมไม่ได้
“สมกันดีเน้อะมึงว่าไหม” ภูมิพูดแซว
“เออจริง” อังเดร์ตอบรับ
“สมบ้านพวกแกนะสิ”
ขิมหันไปด่าสวน ด้วยท่าทางที่เขินอายใจจริงเธออยากจะด่าให้มากกว่านี้ด้วยซ้ำถ้าไม่ติดว่าอยู่ในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์พวกมันไม่มีทางรอดแน่นอน
เมื่อกลับมาที่รถทุกคนก็พากันไปหยิบเสื้อผ้าลำลองที่เตรียมไว้แล้วแยกย้ายกันไป
“เอมเราไปเปลี่ยนเสื้อกันเถอะ เปียกหมดแล้ว”ขิมชวนเอมไป
“จ๊ะไปกัน” เอมตอบ
เมื่อจัดการธุรส่วนตัวเสร็จขิมก็แวะซื้อขนมกับน้ำที่ด้านนอกก่อนที่จะตรงมาที่รถขิมเอาขนมมาฝากเพื่อนๆทุกคน และยื่นไปให้ชัยยะนาคราชด้วย
‘ข้าอิ่มทิพย์เ้าลืมหรือไง’
เสียงของชัยยะนาคราชที่ดังแว่วเข้ามาในโสตประสาทของขิมทำเอาขิมพึ่งคิดได้
“เออจริง” ขิมอุทาน
‘หรือจะให้ข้ากลับร่างเดิมเ้าจะได้ไม่ลืมว่าข้าเป็พญานาค’
“จะบ้าหรอ!”
ขิมหันมาโวยวายใส่ชัยยะนาคราช เสียงดังจนเพื่อนๆหันมามองกันว่ามีอะไรก็เห็นว่าชัยยะนาคราชกำลังนั่งขบขันกับท่าทางของขิม
แต่เขาพูดอะไรกับขิม....ไม่มีใครได้ยินเลยซักนิด
“ว่าแต่บ่ายนี้เราจะไปไหนกันต่อ”ขิมหันไปถามชัยยะนาคราชหลังจากที่พึ่งเลิกบ่นเขาไปหมาดๆ
“เดี๋ยวจะพาไปวัดพระธาตุบังพวนแล้วค่อยไปที่วัดไทยก็น่าจะหมดวันแล้วละ เหนื่อยรึไงเรานะ”
“ก็เปล่าซะหน่อย” ขิมปฏิเสธ
“ถ้าเหนื่อยก็บอก อย่าฝืนล่ะ เข้าใจไหม” ชัยยะนาคราชพูดขึ้นพร้อมกับเอามือหนามาจับที่ศรีษะของคนตัวเล็กกว่าของที่จะขยี้เล็กน้อย
“ผมยุ่งหมดแล้ว!”ขิมโวยพร้อมกับปัดมือคนตัวสูงกว่าอย่าลำคาน
เหม็นความรัก!!!
เคนถอนหายใจ แต่เอมที่เห็นอากัปกิริยานั้นก็ทำได้แค่เพียงขำจริงๆเื่ที่ขิมเปิดใจรับให้ใครมาถึงเนื้อถึงตัวขนาดนี้ก็คงมีเพียงแค่ผู้ชายตรงหน้าเท่านั้นเพราะั้แ่เอมรู้จักกับเพื่อนสาวของเธอขิมไม่เคยเปิดใจรับใครเข้ามาใกล้ชิดขนาดนี้เลย และรับน้ำใจจากชายอื่นไม่เคยคุยกับใครในลักษณะแบบนี้ด้วยยกเว้นเพื่อนเท่านั้น
แต่ถ้าจะบอกว่าขิมคิดกับร่างสูงตรงหน้าเธอเป็เพียงแค่เพื่อนกันเอมก็ไม่มีทางเชื่ออยู่ดีเพราะสิ่งที่เอมเห็น...มันทำให้เอมรู้สึกว่าทั้งสองคนนี้...ต้องมีอะไรบางอย่างที่พวกเธอไม่รู้และเอมไม่เชื่อข้ออ้างที่ขิมบอกเลยแม้นแต่น้อยว่าขิมจะมีญาติห่างๆที่ไหน
แถมขิมเองก็ดูจะเชื่อใจและไว้ใจเขามากเลยทีเดียว
หลังจากที่เดินทางมาถึงพระธาตุบังพวนทุกคนก็แวะกันมาไหว้พระธาตุกันก่อน
“เจดีย์ของวัดพระธาตุบังพวนจริงๆแล้วเก่าแก่มากนะด้านในบรรจุพระบรมสารีริธาตุ เป็ที่เคารพสักการะของชาวหนองคายมาช้านานตัวองค์พระธาตุเดิมถูกสร้างด้วยอิฐเผา เป็ลักษณะสถาปัตยกรรมแบบท้องถิ่น ลักษณะสถูปแบบอินเดียรุ่นเดียวกับองค์พระปฐมเจดีย์ที่จังหวัดนครปฐม แต่ต่อมาได้พังทลายลงไปตามกาลเวลาเนื่องจากฐานทรุด ส่วนเจดีย์องค์ปัจจุบันที่เห็นกันเนี้ยได้รับการบูรณะขึ้นใหม่โดยกรมศิลปากรเขายังคงอนุรักษ์โครงสร้างของเสา ผนัง และพระประธาน รวมถึงโบราณวัตถุต่างๆไว้เป็อย่างดี โดยเฉพาะพระประธานที่ปั้นด้วยปูน”
ขิมมองตามที่ชัยยะนาคาพูดอย่างรู้สึกอัศจรรย์และยิ่งเห็นว่ากำลังมีผู้คนเดียวเวียนรอบเจดีย์พร้อมกับมือดอกไม้และสวดมนต์ไปด้วยนั้นก็ทำให้เธอขนลุกไม่น้อย
ความศรัทธาอย่างมากมายมหาศาล
“ถัดไปทางนั้น ที่เรากำลังจะเดินไปนั้นเขาเรียกว่าสระพญามุจลินท์ เป็บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ซึ่งเชื่อว่าเป็ที่สิงสถิตย์ของพญานาคมุจลินท์ ซึ่งมีผู้มากราบไหว้ขอพรเสมอ โดยการตักน้ำมารดศรีษะเพื่อเป็สิริมคล”
ขิมมองไปทางสระทรงสีเหลี่ยมที่มีบันไดไม้นำทางลงไปด้านล่างบ่อเธอเดินมาอยู่ที่ริมสระและมองลงไปด้านลงก็เห็นว่ามีคนลงไปตักน้ำใส่ขวดกันไม่เคยขาดสาย เดี๋ยวคนนี้ลงเดี๋ยวคนนั้นขึ้น
“ไอ้ขิมลงไปกัน” ภูมิชวน
“ลงบ้าไร ลงไม่ได้” ขิมปฏิเสธ
“เอ้าทำไมแกรู้ว่าลงไม่ได้”
“ไม่รู้สิฉันก็แค่รู้สึกว่าลงไม่ได้ พวกแกนะไม่ต้องพูดมากเอาน้ำใส่ขวดกลับมาสักขวดสองขวดก็พอ”
“ถูกแล้ว ขิมลงไม่ได้หรอก เพราะที่นี้ห้ามให้ผู้หญิงลงไปแต่สามารถไหว้ขอพรได้บริเวณหน้าสระเท่านั้น และที่สำคัญน้ำจากสระมุจลินท์แห่งนี้ถือเป็น้ำศักดิ์สิทธิ์ เพราะมักจะถูกนำเข้าพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยา และพิธีสำคัญฯในทุกรัชสมัยเป็ประจำอีกด้วย ถ้าพวกคุณอยากลงก็ลงไปเถอะ แต่ขิมกับเอมลงไม่ได้”
ชัยยะนาคราชอธิบาย ขิมก็ได้แบบปัดมือส่งๆให้เพื่อนหนุ่มทั้งสามพากันลงไปเอาน้ำมนต์เท่านั้นส่วนเอมถึงจะลงได้เธอก็ไม่ลงอยู่แล้ว เพราะเธอกลัวตกน้ำ
มองจาก้าน่าจะสบายใจมากกว่า
“เธอรู้ไหมว่านอกจากองค์พระธาตุกับบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์แล้วที่นี้ยังมีอะไรที่น่าสนใจอีก”ชัยยะนาคราชหันมาถามขิม
“ฉันจะไปรู้ได้ไง”
“นอกจากองค์พระธาตุแล้ว เดินเลยตรงนี้ไปอีกหน่อยก็จะเจอโบราณสถานที่เรียกว่า สัตตมหาสถาน ที่สร้างขึ้นตามคติพุทธศาสนายังไงละ”
“สัตตมหาสถาน คืออะไรค่ะ???”เอมหันมาถามบ้าง
“สัตตมหาสถาน หมายถึงการจำลองสถานที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธองค์หลังจากตรัสรู้แล้ว จำนวน 7 แห่ง คือ โพธิบัลลังก์, อนิมมิสเจดีย์,รัตนจงกรมเจดีย์,รัตนฆรเจดีย์,อชาปาลนิโครธเจดีย์,มุจลินทเจดีย์และาายตนะเจดีย์ ซึ่งในวัดนี้นับเป็ที่เดียวในโลกที่ยังหลงเหลือโบราณสถานอันเป็สัตตมหาสถานจากอดีตครบทั้ง7 สิ่ง ดังนั้นวัดพระธาตุบังพวน ถือเป็ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อและตำนานอุรังคธาตุ เป็พระธาตุคู่บ้านคู่เมืองหนองคาย ที่พุทธศาสนิกชนนักท่องเที่ยว ต่างเดินทางมากราบพระธาตุเพื่อเป็สิริมงคล”
ที่เดียวของโลก ในประเทศไทย
แต่น้อยคนจะรู้
ทั้งน่าสนใจ และน่าเสียดาย