ศาลเล็กหน้าตึกอพาร์ตเมนต์ของเวงมีชื่อเสียงมานานในหมู่คนแถวนั้น เพราะว่าผีประจำศาล หรือที่ทุกคนเรียกว่า “ผีปู่” เคยใบ้หวยถูกอยู่หลายงวดติดกัน ด้วยความขลังแบบไม่แน่ใจว่าเพราะบังเอิญหรือจริงจัง เวงจึงทำข้อตกลงกับผีปู่ ให้ปู่ใบ้เลขแลกกับการนำเงินบางส่วนไปทำบุญ และดูแลศาลให้ใหม่เสมอมา กลายเป็ว่าทุกวันก่อนหวยออก ห้องเวงจะครึกครื้นเป็พิเศษ คนแถวมาขอเลขกันอย่างล้นหลาม
เช้าอันแสนจะไม่ธรรมดาเริ่มต้นด้วยกลิ่นธูปที่จุดยังไม่ทันหมดดอก แต่เสียงเรียกหน้าห้องก็ดังปัง ๆ พร้อมกับผู้หญิงวัยกลางคนหลายคน เปิดประตูพรวดเข้ามาในห้องของเวง โดยไม่ทันได้ฟังเสียงขออนุญาต
“หมอเวง! พวกป้ามาขอเลขแล้วลูก งวดนี้ออกอะไรจ๊ะ!”
เวงที่กำลังจิบกาแฟอยู่เกือบสำลัก มองอีกฝ่ายด้วยแววตาไร้ความประหลาดใจใด ๆ ทั้งสิ้น
“เลขอะไรคะ... เลขที่บ้าน เลขทะเบียน เลขวันตาย เลขฝัน หรือเลขใจลอย?” เวงถามกลับอย่างกวนโอ๊ย
เวงเหลือบมองเหนือหัวลูกค้า และแน่นอนว่า ผีปู่ศาลเล็กหน้าตึกอพาร์ตเมนต์มาแล้วจริง ๆ ชายสูงวัยผมหงอกหมดหัวใส่เสื้อกล้าม ขาสั้นลายสก็อต หน้าตาจริงจังแบบคนมีคารม แต่ออร่าหลงยุคชัดเจน
‘บอกเลยนะหนูเวง งวดนั้นน่ะเข้าตรง ๆ! 678 แน่นอน! ปูนั่งทางในดูมา 3 คืนแล้ว ’ ปู่ยืดออกยิ้มด้วยความภูมิใจ
เวงนิ่งไปสามวินาที หยิบไพ่ขึ้นมาเปิดแบบแกน ๆ แต่ก็ทำหน้าเข้มมืออาชีพเต็มขั้น
ก่อนจะหันมายิ้มให้ลูกค้า
“678 ค่ะ จักรวาลดลใจให้เป็เลขนี้” เวงพูดทั้งๆ ที่สายตายังไม่ได้มองไพ่ด้วยซ้ำ เมื่อปู่เห็นว่าหน้าที่ของตัวเองสิ้นสุดลงแล้วก็หายวั๊ปไป สงสัยจะกลับไปหาอะไรทานที่ศาลของแก
ลูกค้าพยักหน้ากันแรง อย่างไม่คิดสงสัยเลยว่าไพ่กับจักรวาลมันเกี่ยวข้องอะไรกัน แต่มีป้าคนหนึ่งพูดขึ้นว่า
“ป้าขอเลขเพิ่มอีกหน่อยได้ไหมลูก เอาแบบเฮง ๆ ไปเลย” เวงทำหน้าหนักใจเล็กน้อยเพราะปู่ก็ไปแล้วแต่ไม่ทันไร ป้านวลก็โผล่จากผนังอีกฝั่ง
‘บอกให้ซื้อเลขฝันเมื่อคืนดีกว่า เขาฝันว่าสามีขี่หมาไล่จับกบบนหลังคา นั่นแหละงวดนี้!’
เวงกลั้นขำ แต่ทำเป็ฟังเสียงจากดวงชะตาอย่างตั้งใจ จริงๆ ป้านวลก็แอบแม่นอยู่นิดนึง บอกเลขถูกปนผิดไปบ้าง ให้พวกป้าๆ แกไปผสมเลขกันเองก็ดี ไม่งั้นเดี๋ยวจะมาหวังพึ่งรวยทางรัดกันหมด ก่อนจะพ่นคำออกมา
“429 และ 031 ค่ะ ลองไปสลับเลขกันเองนะป้า แบ่งชุดไว้เล่นทั้งบนล่างนะคะ ห้ามลืม!”
ลูกค้าทุกคนก้มหน้าจดตัวเลขแบบตั้งใจสุดขีด แล้วโค้งขอบคุณเวง ก่อนจะออกไปกันด้วยสีหน้ามั่นใจแบบสุดชีวิต
นี่ก็เป็งวดที่สิบกว่าแล้วสินะที่เธอทำหน้าที่ใบ้หวยแทนปู่ ถ้าพวกป้าๆ ถูกก็จะแบ่งเงินส่วนหนึ่งมาให้เธอไว้ทำบุญ เธอก็จะแบ่งไปบำรุงศาลปู่ด้วย เวงมองเลขแล้วรู้สึกไม่แน่ใจ พร้อมปอยที่ชะโงกหน้ามาจากไหนก็ไม่รู้แล้วพูดขึ้นว่า
'งวดนี้แปลก ๆ นะเจ้' เด็กปอยพูดพลางย่นคิ้ว
"ที่เป็อยู่ทุกวันนี้มีตรงไหนที่เรียกว่าไม่แปลกบ้างละ" เวงตัดสินใจเลิกคิดและเดินไปห้องครัว ลงมือทำอาหารต่อด้วยความสบายใจ
เย็นวันหวยออก เงียบกริบทั้งซอย ลูกค้าที่เคยยิ้มแย้มกลับเริ่มทยอยมายืนจ้องหน้าห้องเวง พร้อมเสียงบ่นจอแจว่า
“เสียหมดเลยเวง!”
" ทำไมรอบนี้ไม่แม่นเลย"
"เวงรับผิดชอบอะไรหน่อยไหมลูก"
"โอ๊ยไม่น่าหวังรวยทางลัดเลย"
"รู้งี้เก็บเงินไม่เอามาเล่นหวยดีกว่า"
"ไม่น่าโลภเลยเราแทงสะเยอะ"
"ค่าเทอมลูกเทอมนี้จะเอาที่ไหนจ่ายละเนี่ย"
"กลับไปตั้งใจทำงานดีกว่า"
"ไม่เล่นแล้วการพนันเนี่ย" หลายเสียงดังสลับกันไปมาอยู่หน้าห้อง
เวงที่กำลังนั่งจัดของเตรียมไปไหว้ศาลปู่ หันไปมองผีปู่ที่ยืนเกาหัวแกรก ๆ อยู่ริมหน้าต่างที่รอรับของที่เวงจะไหว้
‘เอ่อ... ขอโทษทีนะหลาน สงสัยรอบนี้ปูน่าจะเผลอหลับไประหว่างนั่งทางใน ฮ่า ๆ’
เวงได้แต่ถอนหายใจอย่างปลงๆ พร้อมมองอย่างหนักใจไปที่ประตู
“ไม่เป็ไรปู่ แค่คราวหลังช่วยอย่าหลับด้วย” เกิดแต่กับกูจริงๆ พับผ่าสิ
เวงทำหน้าเซ็งปนขำก่อนตัดสินใจเดินไปเปิดประตู พร้อมยกมือไหว้แล้วพูดดังๆว่า
“ขออภัยนะคะ งวดนี้ผิดหมด แต่เพื่อไถ่บาป วันนี้ดูดวงฟรีหนึ่งคำถามต่อคนค่ะ!”
เสียงฮือฮาดังขึ้นทันที ประหนึ่งงานวัด เพราะหลายคนยังศรัธาในความแม่นของเวงอยู่
"ถ้าเวงดูให้ฟรีแบบนี้ พวกป้ายอมก็ได้จ๊ะ"
"จริงๆ พวกป้าก็ผิดเองแหละที่ไปเล่น"
"ใช่ๆ จริงๆ เวงก็ไม่ผิดหรอก แต่ก็ขอบใจนะที่จะช่วยดูให้ฟรี" ป้าๆ สลับกับพูดพร้อมกับสีหน้าที่เปลี่ยนจากหลังมือเป็หน้ามือกันหมดแล้ว ให้ตายเถอะ จะไม่ทำอะไรเลยก็รู้สึกไม่ดี เพราะเธอเองก็เป็ส่วนผิดที่ทำให้ป้าๆ เหล่านี้มาหลงงมงาย (นิดนึง)
คืนนั้น หลัง 2 ทุ่ม เวงปิดร้านด้วยอาการเหนื่อยระโหย พิงพนักเก้าอี้ก่อนจะหันไปมองผีปู่ที่ยืนหลบหลังพัดลม
“คราวหน้า ถ้าไม่แน่ใจ ก็อย่าบอกเลยนะปู่” เวงพูดอย่างล้าๆ
‘อะแฮ่ม... ได้เลย ๆ เดี๋ยวปู่ไปรีเฟรชสมาธิแป๊บนึงนะ’ เมื่อเห็นเวงไม่ติดใจเอาความ ปู่ก็สบายใจและรีบหายกลับศาลไป ปอยกลั้นขำอยู่มุมห้องก่อนแซว
'เวง โดนผีหลอกแล้ว!' เวงย่นคิ้ว ถอนหายใจอีกครั้ง แล้วพูดลอย ๆ ขึ้นฟ้า
“ไม่เอาแล้วใบ้หวย เข็ดตลอดชีวิต! ถ้าโดนผีหลอกแล้วแม่นจะไม่ว่าเลย!!!”
บางที... สิ่งที่น่ากลัวกว่าการไม่รู้ คือการเชื่อผีที่จำผิดแล้วมั่นใจเกินร้อย!
เวงถอนหายใจยาวๆ แต่ยังไม่ทันพักได้นาน เสียง 'ติ๊ง' ก็ดังขึ้นพร้อมข้อความในมือถือที่วางอยู่ตรงโต๊ะปรากฎขึ้นว่า
“หมอเวงคะ... คือหนูมีเื่ความรักอยากให้ช่วยดูนิดนึงค่ะ มีคิวว่างวันไหนบ้างคะ”
เวงยกมือปิดหน้าแบบอัตโนมัติ ก่อนจะเหลือบตาขึ้นมอง...แล้วเห็น ผู้หญิงผิวซีดในชุดสีแดงเพลิง นั่งไขว่ห้างอยู่บนพนักโซฟา พร้อมจ้องมาที่เธอด้วยสายตาแสบ ๆ คัน ๆ
เอาอีกแล้ว... ความรักกับผีอีกแล้วเหรอ?!