บทที่ 19
นักพรตในชุดขาว
ชายชราผู้หนึ่งยืนอยู่ข้างกายของชายชราหลังค่อมที่เป็เ้าของกระท่อมเล็กๆที่ตั้งอยู่บริเวณตีนเขากระบี่แห่งนี้
ชายชราผู้นี้สวมใส่ชุดนักพรตสีขาวร่างกายสูงสง่าองอาจใบหน้านั้นดูอ่อนโยนแต่แววตานั้นดูมุ่งมั่นมีรอยเหี่ยวย่นปรากฏอยู่บนใบหน้าแถมยืนด้วยท่าทางที่สุขุมใบหน้าของนักฟุตขาวเกลี้ยงเกลาไม่มีแม้ขนสักเส้น
หลังจากที่เดินเข้ามาภายในสถานที่แห่งนี้จางอี้มองตรงไปพบเห็นว่าร่างของชายชราผู้นี้กับปกคลุมไปด้วยออร่าที่ลึกลับ
จางอี้ไม่สามารถใช้ดวงตาของตนเองแยกแยะพลังของคนพวกนี้ได้ขอบเขตพลังของคนพวกนี้คงจะอยู่ในระดับที่ไม่ธรรมดา
ระดับพลังที่ไม่ธรรมดามันคือขั้นระดับพลังที่แสดงว่าอยู่เหนือกว่าตนเองมากโดยทั่วไปแล้วสำหรับผู้ฝึกฝนบ่มเพาะพวกเขาจะสามารถประเมินคนที่มีความสามารถใกล้เคียงกับตนเองได้หรือต่ำกว่าได้
แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่สามารถประเมินผู้ที่มีระดับห่างกว่าตนเองมากได้อย่างเช่นชายชราหลังค่อมผู้นี้การที่ไม่สามารถประเมินความสามารถของอีกฝ่ายได้ว่าอยู่ในระดับไหน
หลังจากที่เห็นนักพรตชุดขาวผู้นี้ก็ให้ความรู้สึกแบบเดียวกันออร่าที่ปกคลุมอยู่ภายนอกไม่มีความรู้สึกแบบนั้น
ความรู้สึกที่ปกคลุมอยู่ภายนอกมันไม่ได้ดูน่าสะพรึงกลัวแต่มันกลับรู้ลึกลับแล้วก็ไม่สามารถหยั่งถึงบ่งบอกถึงพลังอำนาจของคนผู้นี้ที่ไม่ธรรมดา
ชายชราทั้งสองกำลังยืนสนทนากันอยู่จางอี้กำลังเดินตรงเข้ามาพร้อมกับลากร่างของสัตว์อสูรมาด้วย
“ กลับมาแล้ว ”เกาเทียนฉีเปิดขึ้นมาพร้อมกับมองตรงมายังจางอี้ที่เดินกลับมา
จางอี้ที่เดินกลับมาถึงก้มศีรษะของตนเองลงกล่าวคารวะผู้าุโทั้งสอง“ ข้านำสัตว์อสูรกลับมาไม่ทราบว่าผู้าุโท่านนี้คือ ”
จางอี้แม้ว่าตัวเองนั้นจะไม่ค่อยมีมารยาทกับผู้คนสักเท่าไรแต่สำหรับคนที่มีความลึกลับและก็มีระดับพลังสูงส่งกว่าตนเองเช่นนี้ไม่สามารถดูถูกได้
จึงแสดงท่าทางนอบน้อมออกมาพร้อมไม่สามารถคาดเดาได้ว่าคนผู้นี้มีฐานะเป็อันใดกันแน่
นักพรตชุดขาวผู้นี้ไม่ได้สวมใส่ชุดของสำนักกระบี่์ก็ไม่สามารถคาดเดาฐานะได้ว่าเป็คนของสำนักหรือไม่
นักพรตชุดขาวมองใบหน้าของจางอี้อย่างตาไม่กระพริบดวงตาคู่นั้นกำลังใช้ประเมินจางอี้ั้แ่หัวจรดเท้า
จางอี้ที่โดนดวงตาคู่นั้นจ้องมองมาตัวของมันรู้สึกแปลกประหลาดอยู่ไม่น้อย มันเหมือนกับว่าดวงตาคู่นั้นสามารถมองทะลุเข้ามาถึงด้านในร่างกายของตนเองได้
หลังจากที่จ้องมองอยู่ประมาณ 3-4ลมหายใจมุมปากของนักพรตชราก็ปรากฏรอยยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยน “เด็กคนนี้มีพร์ยอดเยี่ยมอย่างที่ท่านกล่าวจริงๆด้วย ”
“ ใช่ไหมล่ะเ้าเด็กคนนี้ มันสัตว์ประหลาดจริงๆข้าเองก็อยู่บนโลกนี้มานานแล้วยังไม่เคยเจอคนที่มีความสามารถเช่นนี้เลย ”ชายชราหลังค่อมกล่าวพร้อมกับส่ายหัวยื่นมือไปยังสัตว์อสูรที่ถูกลากมากับพื้น
“ เอาล่ะๆเ้าไปพักผ่อนได้แล้วเดี๋ยววันนี้พวกเราจะมีแขกมากินอาหารเช้าด้วย” ชายชราหลังค่อมกล่าวพร้อมกับสะบัดมือไล่
เมื่อกล่าวถึงแขกที่มากินอาหารเช้าด้วยก็คงจะไม่พ้นนักพรตชุดขาวผู้นี้แต่จางอี้นั้นถือว่านี่เป็โอกาสดีเพราะว่าตนเองนั้นจะได้รู้ว่าคนผู้นี้เป็ผู้ใดกันแน่
หลังจากนั้นมื้ออาหารที่ถูกทำจากเนื้อสัตว์อสูรก็ถูกรังสรรค์ขึ้นมาเนื่องจากมีแขกเฒ่าชราจึงพาเข้ามานั่งกินด้านในกระท่อมหลังเล็กๆนี้
แม้ว่าด้านในจะมีพื้นที่ไม่มากนักแต่ก็พอที่จะรับแขกสักคนนึงเข้ามานั่งทานอาหารด้านในได้
นักพรตชุดขาวหยิบตะเกียบคีบอาหารเข้าปากพร้อมกับพยักหน้า “ไม่ได้กินอาหารเช่นนี้มานานเลย ได้กลับมาลิ้มลองอีกครั้งอร่อยยิ่งนัก ”
“ ทำให้นึกย้อนถึงอดีตจริงๆ ”
เกาเทียนฉีส่ายหน้าไปมาพลางบ่นพึมพำ“อาหารเลิศรสพวกนั้นก็คงจะอร่อยกว่าไม่ใช่หรือเหตุใดจึงแสดงท่าทางแบบนั้นยามที่กินอาหารธรรมดาเช่นนี้ ”
“ ถึงอร่อยกว่าแต่ก็ไม่เหมือนกันอาหารพวกนี้มีความทรงจำอยู่ทำให้นึกย้อนถึงอดีตมากมาย” นักพรตชุดขาวกล่าว
จางอี้ที่นั่งอยู่ท่ามกลางบทสนทนาของทั้งสองจึงรู้ได้ว่าทั้งสองนั้นรู้จักกันมาั้แ่ในอดีตดูเหมือนว่าจะมีเื่เกิดขึ้นไม่น้อย
แต่ในตอนนี้นั่งทานข้าวมาสักพักก็ยังไม่สามารถรวบรวมข้อมูลอันใดจากชายชราผู้นี้ได้เลยไม่รู้ว่านักพรตชุดขาวผู้นี้เป็ผู้ใดกันแน่
ชายชราทั้งสองสนทนาตามสัพเพเหระเื่ต่างๆมากมายจางอี้นั่งอยู่ก็ฟังไม่รู้เื่ดูเหมือนว่าพวกเขานั้นจะพูดคุยเกี่ยวกับเื่ในอดีต เหมือนกับคนแก่ 2 คนที่นั่งสนทนากันทั่วไป
นั่งสนทนากันอยู่สักพักเมื่ออาหารนี้กำลังจะจบลงนักพรตชุดขาวผู้นั้นก็หันมามองจางอี้พร้อมกับวางตะเกียบในมือของตนลง
จางอี้มองกลับไปอย่างฉงนแววตานั้นเต็มไปด้วยความสงสัย “หน้าข้ามีอะไรติดอย่างนั้นหรือขอรับ? ”
“ ฮ่าๆๆ ”ชายชราส่งเสียงหัวเราะดังลั่นพร้อมกับส่ายหัวไปมา “ ไม่มีอะไรติด ”
“ แต่ว่าตัวของข้ามีบางอย่างอยากจะให้เ้า ”หลังจากพูดจบนักพรตชุดขาวใช้มือของตนเองล้วงเข้าไปภายในแขนเสื้อก่อนที่จะนำตำราเล่มหนึ่งออกมา
ตำราเล่มนั้นถูกส่งให้กับจางอี้จางอี้รับมันเอาไว้ด้วยท่าทางนอบน้อมหลังจากที่รับมันมามองดูพบเห็นว่าตำราเล่มนี้เป็ตำราเก่าๆเล่มนึงที่มีปกสีเหลือง“ ไม่ทราบว่านี่คือ.. ”
“ ได้ยินว่าเ้ากำลังฝึกขัดเกลาเพื่อสร้างสรรค์ช่วยรายงานการต่อสู้อยู่ตำราเล่มนี้จะช่วยได้”
จางอี้หลังจากที่ได้ยินแบบนั้นก็ลองทำการเปิดทำลายปกเหลืองที่อยู่ภายในมือของตนเองดูเมื่อลองเปิดตำราดูแล้วก็พบเห็นว่าด้านในตำรานั้นมันถูกบันทึกแล้วเขียนเอาไว้
โดยสิ่งที่เขียนออกมาด้านในตำราเพียงแค่เปิดไปหน้าแรกก็รู้ได้ในทันที“ นี่มันเทคนิคสร้างจิตต่อสู้ ”
จางอี้มองอย่างฉงนในตอนนี้ไม่เคยเห็นชื่อเทคนิคนี้มาเทคนิคมันคือสิ่งที่ผู้บ่มเพาะสร้างขึ้นมาด้วยความคิดและการประยุกต์ของตนเอง
ส่วนทักษะมันคือพวกแก่นทักษะที่ได้จากการหลอมรวมเข้าสู่กระดูกมันจะแตกต่างกันออกไป
ในตอนนี้นี่คือเทคนิคสร้างจิตต่อสู้ซึ่งหมายความว่ามันถูกคิดค้นด้วยปัญญาของมนุษย์จางอี้ไม่เคยได้ยินมันมาก่อนแต่มองจากคัมภีร์เล่มนี้ก็เก่าพอสมควรไม่น่าจะใช่วิชาสมัยใหม่
นักพรตชุดขาวยิ้มออก “มันสามารถช่วยให้เ้าขัดเกลาและสร้างสัญชาตญาณการต่อสู้ได้ง่ายดายมากขึ้น ”
ชายชราหลังค่อมยกร่างกายของตนขึ้นเล็กน้อยชะเง้อตามองดูจึงอุทานขึ้น“ ขอทานน้อยเ้าได้ของดีมาแล้ว ”
แม้ว่าาุโทั้งสองจะกล่าวว่าของในมือของจางอี้นั้นเป็ของดีแต่จางอี้กลับแสดงแววตาที่เต็มไปด้วยคำถามมากมายเพราะตนนั้นยังไม่สามารถแตกฉานและสามารถนำเอาของภายในมือไปใช้งานได้จึงไม่รู้ว่าตนเองจะสามารถนำเอามันไปใช้งานได้มากน้อยขนาดใด
ในตอนนี้ในใจก็รู้สึกเกิดความกังวลของเช่นนี้มาอยู่ในมือถ้าเกิดว่าไม่สามารถใช้งานมันได้มันก็ไม่แตกต่างจากคัมภีร์ที่ไร้ค่าแต่กระนั้นก็รับมาแล้วจางอี้ไม่ปฏิเสธของที่อีกฝ่ายยื่นให้ก้มศีรษะและกล่าวขอบคุณ“ ขอบคุณผู้าุโ ”
นักพรตชุดขาวพยักหน้าอย่างอ่อนโยน
และหลังจากที่ได้รับคัมภีร์เล่มนั้นมาตกดึกจางอี้ก็เริ่มทำการทดสอบประสิทธิภาพของคัมภีร์ที่ตนเองได้รับมา
จบบท