บทที่ 33 ตระกูลหวังมาก่อกวน
จ้าวซิ่วหลานเห็นลูกสาวคนเล็กสามารถจัดการกับจางเฉียวที่กำลังอาละวาดอยู่ได้ด้วยคำพูดเพียงไม่กี่คำความโกรธที่อัดอั้นไว้ก็หายไปทันที
เธอพูดด้วยน้ำเสียงที่ตั้งใจข่มอีกฝ่ายว่า "ฮึ! ถ้าไม่กลัวว่าหวังลี่ ลูกชายของคุณจะติดคุกไปอีกนาน ก็ร้องโวยวายหน้าบ้านฉันต่อไปเถอะ!"
แต่ป้าจางเฉียวจะกล้าได้อย่างไร ลูกสาวคนเล็กของตระกูลสวีคนนี้ร้ายกาจจะตายบอกว่าจะให้คนมาจับลูกชายเธอ ลูกชายเธอก็ถูกจับไปจริง ๆ ตอนนี้เธอไม่กล้าหาเรื่องแล้ว
แต่เมื่อนึกถึงลูกชายคนเล็กที่กำลังรอการประกันตัวที่สถานีตำรวจ ป้าจางเฉียวก็กัดฟันแน่น
เธอทำหน้าตาประจบประแจงพลางพูดว่า "สวีเถาเถาเธอก็ลงโทษลูกชายฉันไปแล้วนี่ ลูกฉันลำบากมาหลายวันแล้วด้วย พี่ชายเขาเพิ่งไปเยี่ยมมา ตอนนี้ผอมจนเหลือแต่กระดูกแล้วแถมยังบาดเจ็บอยู่อีก เธอ… เธอช่วยยกโทษให้ลูกชายฉันเถอะนะ!"
นังเด็กเหลือขอนี่ให้ลูกชายฉันออกมาได้ก่อนเถอะ แล้วมาดูกันว่าฉันจะจัดการแกยังไง!
"ลุกขึ้นมาคุยกันดี ๆ สิ เอาแต่นอนแผ่อยู่บนพื้นแบบนั้นได้ยังไงเดี๋ยวใครผ่านมาเห็นเข้าจะคิดว่าตระกูลสวีรังแกคนอื่นเอาได้"
สวีเถาเถาไม่ยอมหลงกลอุบายแบบนี้หรอก
เพียงแค่เธอเหลือบตามองแวบเดียวก็ทำให้คนในครอบครัวของลุงหวังตกใจจนต้องรีบพยุงป้าจางเฉียวลุกขึ้นมาแล้ว
สวีเถาเถามองไปที่แม่ของเธอ จ้าวซิ่วหลานเข้าใจว่าลูกสาวต้องการอะไรในทันที จึงโบกมือไล่เพื่อนบ้านที่มามุงดูให้กลับไป
"ทุกคนกลับบ้านไปก่อนเถอะนี่มันเรื่องส่วนตัวระหว่างครอบครัวเรากับครอบครัวหวัง อย่ามามุงดูกันเลย ทำกับข้าวเสร็จกันแล้วหรือไงถึงได้มามุงดูคนอื่นอยู่แบบนี้น่ะ!"
คนที่มามุงดูไม่มีใครอยากกลับเลย ถึงแม้จะโดนจ้าวซิ่วหลานไล่แล้วก็ยังไม่ยอมไปไหน
แน่นอนว่าสวีเถาเถาไม่มีทางปล่อยให้คนอื่นมามุงดูพวกเธอแบบนี้ได้ จึงพาครอบครัวหวังเข้าไปในบ้าน
พอประตูบ้านปิดลง ความเงียบก็เข้าครอบงำในทันที
ครอบครัวสวีนั่งกันไปแล้วส่วนครอบครัวหวังมองหน้ากันไปมาครู่หนึ่ง แล้วจึงหาที่นั่งกันเอง
ในฐานะหัวหน้าครอบครัว สวีต้ากวงเป็นคนเอ่ยปากก่อน "เอ่อ... พวกเราก็เป็นคนหมู่บ้านเดียวกัน ถ้าเรื่องมันใหญ่โตขึ้นมาก็จะไม่ดีกับเราทั้งสองครอบครัว วันนี้เรามาเปิดอกคุยกันเลยดีกว่า มีอะไรก็พูดตรง ๆ เลย"
เรื่องนี้ครอบครัวสวีได้ปรึกษากันมาก่อนแล้ว การแจ้งความเป็นเพียงการข่มขู่เพื่อแสดงจุดยืนว่าพวกเขาเป็นผู้บริสุทธิ์ ส่วนคนที่รังแกคนอื่นคือครอบครัวหวัง ครอบครัวสวีทำในสิ่งที่ถูกต้องแล้ว
แต่สุดท้ายหวังลี่ก็คงได้รับการปล่อยตัวออกมาแน่นอน ถึงยังไงก็เป็นคนในหมู่บ้านเดียวกัน ถ้าทำให้เรื่องมันใหญ่มากไปกว่านี้ คนในหมู่บ้านก็คงจะมองว่าตระกูลสวีใจร้าย และจะส่งผลเสียกับครอบครัวสวีในอนาคตอย่างแน่นอน
ตอนแรกจ้าวซิ่วหลานก็คิดอยู่ว่าผ่านไปตั้งหลายวันแล้วทำไมตระกูลหวังไม่มีความเคลื่อนไหวอะไรเลย แต่วันนี้กลับมาหาเธอถึงที่ ซึ่งก็เป็นอย่างที่ลูกสาวคนเล็กได้คาดการณ์เอาไว้แต่แรก
พอเข้ามาในบ้านแล้วเพิ่งจะนั่งลงได้ไม่ทันไร ป้าจางเฉียวก็รีบผลักลูกชายคนโต
หวังต้งพูดด้วยท่าทีอึกอัก"คุณลุงสวีคุณป้าสวี เรื่องครั้งนี้ครอบครัวพวกเราผิดเองผมขอโทษแทนน้องชายที่ทำกับลี่ลี่แบบนั้นด้วยนะครับ"
สวีลี่ลี่หันหน้าหนี "ฮึ! ฉันไม่รับคำขอโทษหรอก!"
น้องสาวเล่าให้เธอฟังหมดแล้ว หวังลี่นั่นเป็นแค่ผู้ชายสารเลวที่เห็นแก่กินแถมยังหลอกเธอเหมือนกับเธอเป็นคนโง่อีกด้วย
เธอคอยป้อนข้าวป้อนน้ำผู้ชายคนนี้มาตลอด พอถึงเวลาที่เขาจะหายไปจากชีวิตเธอขึ้นมาจริง ๆ สวีลี่ลี่ก็รู้สึกใจหายอยู่เหมือนกัน
แต่น้องสาวของเธอก็บอกแล้ว
เธอจะหาผู้ชายที่ดีกว่านี้ให้แน่นอนหวังลี่น่ะหน้าตาดีก็ไม่ได้ดี แถมยังไร้ความรับผิดชอบแบบนี้ จะไม่เอาเสียยังจะดีกว่า!
ที่จริงแล้วเหตุผลที่สวีลี่ลี่ยังตัดขาดจากหวังลี่ไม่ได้ก็เพราะว่าเธอลงทุนลงแรงไปมากมายเพื่อให้ได้คบกับเขา แต่ถ้าถามว่าเธอชอบหวังลี่มากขนาดไหนเลยไหมก็ไม่หรอก
หวังต้งรู้สึกตกใจเป็นอย่างมากเขาจำได้ดีว่าสวีลี่ลี่เคยรักน้องชายของเขาขนาดไหน แต่ดูท่าทางตอนนี้แล้วไม่เหมือนคนที่ยังมีเยื่อใยต่อกันอยู่เลยสักนิด
เขารู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง
"นี่ ลี่ลี่เธอก็เคยคบกับต้าลี่มาไม่ใช่เหรอถึงแม้ตอนนี้จะมีปัญหากัน เพราะเขาทำผิดต่อเธอ แต่ครอบครัวหวังของเราก็พร้อมจะรับผิดชอบนะ ขอแค่เธอพยักหน้า ต้าลี่กลับมาเมื่อไหร่พวกเราก็จะจัดงานแต่งให้เธออย่างยิ่งใหญ่แน่นอน!"
เรื่องนี้ครอบครัวลุงหวังได้ปรึกษากันแล้ว ในเมื่อเรื่องมันมาถึงขนาดนี้แล้ว ก็ต้องให้น้องชายเขายอม และถ้าไม่ใช่เพราะเขาไปจีบลูกสาวตระกูลสวีครั้งนี้ครอบครัวพวกเขาก็คงไม่ต้องอับอายขายหน้าขนาดนี้
อีกอย่าง ตอนนี้ครอบครัวสวีก็ไม่ได้เหมือนเมื่อก่อนแล้ว
จ้าวซิ่วหลานได้บรรจุเป็นพนักงานประจำ ส่วนลูกสาวตระกูลสวีได้เป็นหัวหน้าแม่ครัวของร้านอาหารรัฐบาลในบ้านมีพนักงานประจำถึงสามคน ไม่ธรรมดาเลยจริง ๆ
พี่สะใภ้ใหญ่ตระกูลหวังพูดเสริมขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม "ใช่แล้ว ต้าลี่ยังเด็กเลยไม่รู้ว่าลี่ลี่ดีกับเขาแค่ไหน การที่คู่รักทะเลาะกันเป็นเรื่องปกติ ตอนที่ฉันคบกับสามีแรก ๆ ก็เคยทะเลาะกันเหมือนกัน อย่าให้ความเข้าใจผิดเล็ก ๆ น้อย ๆ มาทำลายความสัมพันธ์กันเลย!"
"ลี่ลี่ต่อไปเธอก็จะเป็นสะใภ้ตระกูลหวังแล้ว พี่สะใภ้จะดูแลเธอให้ดีที่สุด!"
สวีลี่ลี่ลุกขึ้นหลบมือที่ยื่นมาหาเธอด้วยสีหน้ารังเกียจ
"ฮึ! ใครจะอยากเป็นลูกสะใภ้ตระกูลหวังของพวกคุณกัน! อย่ามาทำตัวสนิทสนมกับฉันนะ!"
สวีลี่ลี่หลบไปอยู่ข้างหลังสวีเถาเถา ยังไงน้องสาวก็บอกว่าจะจัดการเรื่องนี้ให้ งั้นเธอก็จะเชื่อฟังแค่น้องสาวเท่านั้น
ภรรยาของหวังต้งมีสีหน้าเหยเกเรื่องที่สวีลี่ลี่ตามจีบน้องชายสามีของเธออย่างหน้าด้านหน้าทนนั้นกลายเป็นเรื่องขบขันของทั้งครอบครัวไปแล้ว เมื่อก่อนอ้อนวอนอยากมาเป็นลูกสะใภ้ตระกูลหวังแทบตายแต่ตอนนี้กลับทำท่าทางไม่สนใจไยดี ในสายตาของภรรยาหวังต้งนั้น นี่คือการเล่นตัวเท่านั้น
สวีลี่ลี่หวังอะไร เธอรู้ดี ก็แค่อยากได้สินสอดนั่นแหละ!
เห็นได้ชัดว่าสิ่งที่ภรรยาของหวังต้งคิดไว้ในหัวนั้น ยังมีป้าจางเฉียวที่คิดแบบเดียวกันอีกคน
แต่เธอรังเกียจสวีลี่ลี่การที่ยอมให้สวีลี่ลี่เข้าบ้านได้ก็เป็นการยอมถอยให้ลูกชายแล้ว จะให้จ่ายค่าสินสอดเพิ่มได้ยังไง!
แม่สามีกับลูกสะใภ้สบตากันเพียงแวบเดียวต่างก็เข้าใจความหมายในดวงตาของอีกฝ่ายทันที
อยากได้ค่าสินสอดเพิ่มงั้นเหรอ ไม่มีทาง!
ท่าทีที่ทั้งสองคนส่งสายตาหากันนั้นตกอยู่ในสายตาของสวีเถาเถาเธอมองแวบเดียวก็รู้แล้วว่าทั้งสองคนกำลังคิดอะไรอยู่
ตลกจริง ๆ ตระกูลหวังคิดสินะว่าพี่สาวของเธอไม่มีใครต้องการจนต้องบากหน้ามาพึ่งพาตระกูลหวัง!
สวีเถาเถาก้าวออกมา "ที่จริงฉันไม่ควรมายุ่งเรื่องนี้หรอก เพราะฉันยังเป็นเด็กแต่มันเกี่ยวข้องกับชื่อเสียงและความสุขในอนาคตของพี่สาวฉัน แล้วก็พ่อกับแม่ของฉัน อะไรที่ควรพูดฉันก็จะพูดตรง ๆ "
จ้าวซิ่วหลานและสวีต้ากวงสนับสนุนลูกสาว "เถาเถา อยากพูดอะไรก็พูดออกมาเถอะ"
"ฉันจะเชื่อฟังน้องเล็กทุกอย่าง!" สวีลี่ลี่รีบเสริมขึ้นมา
ครอบครัวหวังไม่ได้คิดมาก่อนว่าสุดท้ายจะต้องมาเผชิญหน้ากับสวีเถาเถาอีก ทันทีที่เห็นเธอ พวกเขาก็เกร็งไปทั้งตัว จ้องมองลูกสาวคนเล็กของครอบครัวสวีด้วยสายตาระแวดระวัง
สวีเถาเถาไม่ได้สนใจท่าทีของพวกเขาเลย เธอพูดต่อ
"ในเมื่อเรื่องมันมาถึงขั้นนี้แล้ว ไม่ใช่แค่ครอบครัวหวังพูดว่าจะแต่งงานกับพี่สาวของฉันแล้วจะจบเรื่องได้นะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่หวังลี่เย็นชากับพี่สาวฉัน หรือจะเรื่องเป็นนิสัยใจคอของเขา เห็นได้ชัดเลยว่าเขาไม่ใช่สามีที่ดี ให้พูดตรง ๆ นะ พี่สาวฉันไม่ได้ตาบอดสักหน่อย ไม่เห็นจำเป็นต้องเสียสละความสุขที่เหลืออีกครึ่งชีวิตของตัวเองเพื่อช่วยหวังลี่ปกปิดความผิดเลยนี่คะ"
"นังเด็กบ้านี่ พูดอะไรของแก กล้าใส่ร้ายลูกชายฉัน หวังลี่ของฉันมีงานทำดี ๆ แล้วพี่สาวเธอล่ะ มีอะไรดีนักหรือไง..."
ป้าจางเฉียวรู้สึกที่ทนไม่ได้ที่มีคนมาพูดว่าลูกชายของเธอไม่ดีอย่างนั้นอย่างนี้ จนจะระเบิดอารมณ์ออกมา
เถาเถาขมวดคิ้ว "อย่าเพิ่งขัดฉัน ฟังฉันพูดให้จบก่อน"
ภรรยาของหวังต้งรีบดึงแม่สามีเอาไว้ ป้าจางเฉียวจึงจำใจต้องเงียบเสียงลง