เขตลานประลองกิตติมศักดิ์ คัดเลือกเลื่อนขั้นเป็ศิษย์สายใน บัดนี้หมอกลงหนา อายเย็นชุ่มชื่น ระเหยเป็อายน้ำ กระทบแสงแดดยามสาย
การปรากฏตัวของว่ายเปียว เข้ามาในกลุ่มคน ที่ดูไม่สลักสำคัญ ทุกคนต่างก็ลอบมองปฏิกิริยา เฉียนกวงจิน ศิษย์พี่ใหญ่ของสำนักมารบูรพาเป็สายตาเดียวกันแล้ว
ครั้นผู้คนอยากรู้ว่า ศิษย์พี่ผู้เป็อันดับหนึ่ง จะมีปฏิกิริยาเป็อย่างไร เมื่อจ้องสายตา คนที่ฆ่าสังหารน้องชายของตนเอง อย่างว่ายเปียวที่มาถึง ก็จ้องมองอีกฝ่ายเช่นกัน
ขณะเฉียนกวงจินลอบคลี่ยิ้ม ‘นั้นงั้นหรือเ้าขอทาน ตัวเหม็น ที่หลายคนพูดถึง ดี ดี หาเื่ตายดีนัก…’
ก่อนเขา ลอบ ขบเขี้ยว เคี้ยวฟันน้อยๆ จะเก็บสายตาโเี้ ของตนกลับไป
ส่วน มู่หลง นางพึ่งออกจากการปิดด่าน ได้ยินเื่ราวของว่ายเปียว เป็ที่โด่งดังใน่นี้ ขอทานน้อยที่นางพามา…สร้างเื่ใหญ่ อดไม่ได้ ยังต้องมาดู ด้วยตาตนเอง
“เ้าหาเื่ซวยแล้วไง ว่ายเปียว!” ขณะนางบ่นพึมพำ
ก็ฉายประกายตาเปล่งแสงเ็า อดไม่ได้เผยความเป็ห่วง ขอทาน ที่นางคล้ายได้เห็นการเติบโต ของว่ายเปียว่หนึ่งปีนี้มาตลอด ั้แ่พาอีกฝ่ายมาเยือน สำนักมารบูรพา
ถือว่าผิดคาดนางไม่น้อย จริงๆ กับขอทานที่นางพามาด้วย
เ้าสำนักน้อยรุ่นปัจจุบัน มองไปทางมู่หลง เหมือนจะคิดหนัก พลางยิ้มน้อยๆ ที่เขากล่าวขึ้น “หายากแฮะ ที่จะเห็นพวกเ้าอันดับหนึ่ง ถึง5 มารวมตัวพร้อมเพรียงกัน…เช่นนี้”
“ฮ่าๆ เ้าสำนักน้อย ข้าแค่สนใจ ศิษย์สายนอกคนหนึ่งก็เท่านั้น” ที่นั่งกิตติมศักดิ์ ลู่เฉิน เอ่ยเสียงเนิบนาบออกมา จะกล่าวเหน็บแนมไปที่ เฉียนกวงจินต่อทันที
“แต่ข้าแปลกใจมากกว่า ศิษย์พี่อันดับหนึ่งอย่างเฉียนกวงจิน มาเยือนที่นี่ คงไม่ใช่ว่า มาเก็บหนี้แค้น ให้ใครบางคนหรอกกระมัง?”
เฉียนกวงจิน ในชุดคลุมศิษย์พี่ใหญ่โดดเด่น ใบหน้าหล่อเหลาคมคายเปล่งแสงรัศมี ยากหาใครเทียบเคียง คิ้วหนาตั้งเหมือนกระบี่เชิดขึ้น ได้ยินคำย้ำของลู่เฉิน ‘การเก็บหนี้แค้น’
พลันฉายแววตาโดดเด่นขึ้นมามอง พร้อมความแข็งแกร่งทั่วแผ่นร่าง พุ่งกดดัน
ปัง! สภาวะผู้โดดเด่นบางอย่าง แผ่กระจายออกมา
เมื่อปะทุความไม่พอใจขึ้นมา จากดวงตาคู่คมของเฉียนกวงจิน “เ้าหมายความว่าอย่างไร ลู่เฉิน?”
ขณะปากเขาสั่นกระตุก เล็กๆ ซึ่งเห็นได้ชัดเจนว่า อีกฝ่ายไม่้าให้เขาแทรกแซง เื่ของว่ายเปียวตอนนี้
เ้าสำนักน้อย ยังต้องรีบห้ามปราม “พวกเ้าพอได้แล้ว”
เมื่อพยักหน้า ให้ผู้ดูแลศิษย์สายนอก ผู้าุโ จั๋ว รับหน้าที่เริ่มการประลอง
ชายชราหัวโล้นเกลี้ยงเกลา รับคำ ประสานฝ่ามือ ทอยิ้มขึ้นที่นั่งหินกิตติมศักดิ์ อย่างนอบน้อม
าุโ จั๋ว จะประกาศหมายเลขขึ้นลานประลองเกียรติยศ ของศิษย์สายนอกทันที
ด้านล่างกลุ่มศิษย์สายนอก…เริ่มพูดคุยซุบซิบ ระหว่างพวกเขาดูการประลอง…ตารางหมายเลขสุ่มขึ้นไปบนกระดานหิน “นั้นเ้าสำนักน้อย คนปัจจุบันซินะ อายุเขาน้อยมากเลย เหมือนว่าจะอายุไม่ห่างจากพวกเราเท่าใดเองนะ?”
“อืมๆ แบบนี้ผู้าุโด้านหลัง พวกเขาจะต้องเป็คนคุมอำนาจเบ็ดเสร็จอย่างแน่นอน” ส่วนนี้หลายคนเองมอง ก็ไม่ผิดเสียทีเดียว
เมื่อว่ายเปียว มองไปที่เ้าสำนักน้อย ก็เหมือนชายหนุ่มหล่อ ร่างดูบอบบาง ไม่แข็งแรงคนนั้น จะยิ้มเล็กๆ มาให้เขาอย่างไรอย่างนั้น
ก่อนว่ายเปียว จะหันไปมอง สตรีสาวที่พาเขามาสำนักมารบูรพา อย่างศิษย์พี่มู่หลง ด้วยสายตาคู่คม
ชนิดจ้องเขม็ง มองนางอย่างไม่กะพริบตา ‘นางมาร เองก็มาด้วยหรือ?’
หญิงสาว จะยักคิ้วขึ้นน้อยๆ ที่ส่งคำพูดปราณจิต ออก หา ว่ายเปียวโดยตรง “หวังว่า เ้าจะไม่ทำตัวโง่เง่านะ เ้าหนู!”
คำพูดที่ส่งมา ของมู่หลง มีบางอย่างแอบแฝงไว้… ว่ายเปียว เข้าใจ ลอบส่ายหัว น้อยๆ
ทว่าทุกการเคลื่อนไหวของ มู่หลง สาวงามล่มเมือง มีรอยสัก สลักอักขระบนใบหน้า ดูอันตราย
ประหนึ่งจะอยู่ในสายตาแม่เฒ่าชราสูงสุด อาจารย์ของนางอยู่ตลอด นางจะส่งสายตาไปกดดันศิษย์ตนเอง รวมถึงว่ายเปียวด้วยเช่นกัน
ว่ายเปียวเองก็ยังรับรู้ถึงความไม่พอใจ ของแม่เฒ่าชราคนนี้ จู่ ๆ ก็เปิดเปลือกตาขึ้นมาจ้องตาขวางใส่เขา “ข้ายังไม่ทำอะไรผิดเลยนะ ยายแก่นี่ กะ จะฆ่า สังหารข้าด้วยสายตานั้นเชียวหรือไง?”
เมื่อว่ายเปียว ลอบบ่นงึมงำ
หญิงชรา เก็บสายตากลับไป อดไม่ได้ หางคิ้วเหี่ยวย่นกระตุก ถี่ๆ ประหนึ่งนางอ่านความคิด ว่ายเปียวได้ อย่างไรอย่างนั้น ที่แค่นเสียง หึ! ในลำคอขึ้นมา เบาๆ
ทิศทาง้าสนามประลองใจกลาง
การประลอง ที่เริ่มไหลผ่านไปอย่างรวดเร็ว ไม่มีการยอมแพ้ ที่ศิษย์ปลดปล่อยพลังขั้นสุดของพวกเขา สำแดงพลังสูงสุดกันออกมา
การประลองแทบจะจบใน 2-3กระบวนท่าเท่านั้น ที่ทุกคนปลดปล่อยสุดพลัง
ขณะเสียงขานหมายเลขดังขึ้นไม่ขาดจากผู้าุโ จั๋ว คลี่ยิ้ม วางมาด ประหนึ่งว่าตนเองเป็คนเลี้ยงเด็กพวกนี้มาก็มิปาน
ตู้ม! ปัง! ปัง! บางครั้งก็จะมีเสียง กระดูกแตกหัก ดังไล่หลังจากการต่อสู้มาด้วย…พร้อมเสียงร้องโหยหวนคร่ำครวญ ความเ็ป มาเป็ ระยะๆ ที่ร่างบางศิษย์ กลิ้งกระเด็น กระดอน ตกสนามประลองเป็ว่าเล่น
ว่ายเปียวจะหันไปมอง ที่นั่งหินกิตติมศักดิ์้า (แขกผู้มาเยือน) สำนักมารโอสถ พร้อมผู้าุโสองท่าน ที่ตามล่าตัว หลินเอ๋อร์ตอนนั้น
‘พวกเขาเองก็เป็หนึ่งในกลุ่มมหาอำนาจ ที่เข้ามา รุม กินโต๊ะ สำนักมารบูรพาด้วยซินะ’ ครั้นยังจำคำพูดของหลินเอ๋อร์ขึ้นใจ
ก่อนว่ายเปียว จะรีบหลบหน้าอย่างเร็ว เมื่อเห็นสายตาหญิงสาวในกลุ่ม จ้องมองมา
ผู้าุโหญิงนักปรุงยา ยี่ฉวน กระซิบข้างหูคุณหนู ลู่หนิงทันที เมื่อเห็นว่ายเปียว
“ขอทานคนนั้นแหละ คุณหนูที่เราเจอ ท้ายสำนักในตอนนั้น” ครั้นยังจำเื่ที่ว่ายเปียว ใช้งานให้พาอีกฝ่ายกลับเขตโรงครัว อดไม่ได้มือไม้สั่นไหวขึ้นมา
ลู่หนิง เองก็รับรู้ พลางป้องปากน้อยๆ “หืม! แบบนี้หรือว่าเ้าเด็กนี่ จะได้สมบัติอะไรบางอย่าง จากผู้บุกรุก…มากัน”
หญิงสาวอายุไล่ๆ กับว่ายเปียว ที่นั่งกิตติมศักดิ์กล่าว ก็ทำหน้าจริงจัง กัดเล็บขบคิด ขึ้นมาที่มองขอทานน่าชัง
…ระหว่างการประลอง มาถึงว่ายเปียวในรอบแรกคัดคนออก เมื่อหมายเลข 211ถูกขานเรียก
ทุกคนหันสายตาไปมองว่ายเปียว เป็สายตาคู่เดียวกันแล้ว ที่อยากรู้พลังของอีกฝ่าย
ว่ายเปียวเกาหัวแก้เขิน ทำตัวประหม่าขึ้นมาไม่น้อย
เมื่อหลายคนเห็น จะลอบส่ายหัว ซึ่งไม่มีใครคาดคิดว่า จี้จิ่งเทียน จะพ่ายแพ้ให้คนแบบนี้
แม้แต่ศิษย์พี่ใหญ่ เฉียนกวงจิน ยังแทบไม่อยากมองว่ายเปียว ให้เสียสายตา ที่ไม่เห็นราศี จากตัวอีกฝ่าย
แต่เกรงว่าจะไม่ใช่สำหรับ ศิษย์สายนอกตอนนี้ ไม่มีใครกล้ามองโบ๋ ประมาท ว่ายเปียว แม้แต่คนเดียวเป็ที่แน่นอน
โดยเฉพาะกลุ่ม20อันดับแรก อันดับหนึ่งอย่าง ว่านหลงแม้จะเป็รอบแรกการต่อสู้ ยังต้องหรี่ตา มองไปยังสนามประลอง
ด้านาุโ จั๋ว ยังกล่าว ออก หา ว่ายเปียว ขณะที่ชายชรา ค่อนข้างสนใจ ว่ายเปียวทีเดียว เมื่อเห็นความแสบสันของอีกฝ่าย “เ้าหนู…ทำให้เต็มที่ล่ะ”
“ขอรับผู้ดูแลเรือนพัก” พร้อมว่ายเปียว หันมองคู่ต่อสู้ เป็ศิษย์พี่สายนอก ไม่ได้เก่งกาจ ขอบเขตพลังที่4ในรอบแรก เขาก็ลอบคลี่ยิ้ม ขบคิดกับตนเอง
‘ไว้แกล้งแพ้รอบ 2แล้วกัน’ เมื่อขั้นพลังคู่ต่อสู้ต่ำเกินไป แกล้งแพ้ตอนนี้ ก็จะกะไรอยู่บ้าง
ขณะว่ายเปียวเผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้ ต่างก็ะเิสภาวะพลัง ออกมาอย่างไม่เก็บออมกัน วูม! ย๊าก!
หมัดพุ่งชนปะทะกันไม่ปรากฏคลื่นพลัง ปั่นป่วนหักล้างกัน ร่างชายคนนั้นจะปลิวตกสนามประลองไปทันที
ตู้ม! อัก! “ข้าแพ้แล้ว ศิษย์ผู้น้อง!”
พร้อมว่ายเปียว หางตากระตุก น้อย ๆ เขาไม่คิดว่าพลังหมัดของเขา จะรุนแรงขนาดนั้น ‘อย่างไรก็ต้องปะทะกัน2-3 กระบวนท่าก่อนซิ ถึงจะรู้ผล’
เมื่อรู้สึกถึงบางอย่างไม่ถูกต้อง คล้ายคน อื่นๆ เองก็รับรู้ได้จากสายตาคู่คมเช่นกัน
ว่ายเปียวจะคำรามในใจขึ้นมา ‘โดนเล่นเข้าให้ แล้วไง ตู!’ “พวกเ้ากะเล่นกันแบบนี้เชียวหรือ คิดส่งข้าไปเป็ศิษย์สายใน เ้าพวกตัวบัดซบเอ๊ย!”
ขณะศิษย์พี่ แพ้ ตกสนามประลอง ออกไป… พลางลุกขึ้นปัดเนื้อปัดตัว เบาๆ จะลอบคลี่ยิ้มมุมปาก ขึ้นมาเป็มุมโค้งยาก ให้ใครเห็น
ว่ายเปียว กลับไปนั่งที่…หน้าจ๋อย ไม่ดีใจที่ชนะได้เลย เมื่อเจอแผนแกล้งแพ้ พาเขาไปตาย ชัดๆ
อดไม่ได้เหลือบขึ้นไปมองที่นั่งกิตติมศักดิ์ ที่ทำหน้าทะเล้น ไม่ออก ประหนึ่งชีวิต น้อยๆ ของเขากำลังถูก ยกไปหาศัตรู อย่างศิษย์พี่ใหญ่อันดับหนึ่ง เฉินกวงจิน รอ ง้างมือ บีบคอ ว่ายเปียว ไม่ทำอะไรก็ตายแล้ว…