บทที่16. จดหมายของสามีกับจักรยานมีไฟหน้า
‘เซียวฉิงเฟิ่ง’ ชื่อนี้ที่ถูกเขียนด้วยตัวอักษรลายมือที่หนักแน่นสามีของเธอส่งจดหมายมางั้นหรือซีอินเอาแต่จ้องมองชื่อของเขาอยู่อย่างนั้นด้วยใจที่เต้น ตึกตัก ๆ ๆทั้งตื่นเต้นทั้งอยากรู้ว่าเขาเขียนอะไรมา
“แม่ค้าบบบ/แม่คับ”
“จ้าๆ”จนกระทั่งได้ยินเสียงใสๆฟังดูซนๆ ของลูกๆ ที่เอ่ยเรียกเธอจากด้านหลังซีอินจึงเหมือนได้สติขึ้นมาจึงรีบสาวเท้าเดินกลับเข้าบ้านก่อนจะต้อนเด็กๆให้เข้าไปอาบน้ำกัน
ส่วนเธอก็เอาจดหมายของสามีไปเก็บไว้ในห้องนอนก่อนค่อยอ่านก่อนนอนพร้อมกับลูกๆดีกว่าใช้เวลาไม่นานตูตูกับไคไคก็อาบน้ำแต่งตัวเสร็จพร้อมประแป้งจนตัวหอมสวมชุดนอนเนื้อนุ่มที่แม่เตรียมไว้ให้ก่อนจะเดินเข้ามาในครัวเพื่อกินอาหารเย็นเป็โจ๊กหมูนุ่มๆ ของโปรดของพวกเขา
“เอาล่ะวันนี้มีจดหมายจากพ่อมาด้วยน้าาา”ซีอินเอ่ยขึ้นเมื่อเด็กๆ กินข้าวกันเรียบร้อยแล้ว
“หูยยตูตูหยักอ่านๆคับ”
“ไคไคก็หยักอ่านด้วยคับ”
“ได้จ้ะงั้นเดี๋ยวเรามาอ่านจดหมายของพ่อกันก่อนนอนดีมั้ย”
“ดีคับ/ดีคับ”
เมื่อเด็กๆแปรงฟันก่อนนอนเรียบร้อยก็พากันขึ้นเตียงเตาที่มีฟูกนอนหนานุ่มกับผ้าห่มผืนโตมีเพียงแสงสว่างจากตะเกียงน้ำมันที่ตั้งอยู่บนโต๊ะเล็กๆ ข้างหัวเตียง เด็กๆ นอนเรียงกันด้านในโดยมีซีอินนอนริมสุดและตอนนี้เธอกำลังนอนคว่ำหน้าเอาศอกเท้ากับที่นอนอยู่และกำลังเปิดจดหมายของสามีออกมาอ่าน ด้านในมีจดหมายอยู่สองฉบับที่ถูกพับไว้อย่างดีฉบับหนึ่งเขียนไว้ว่า ‘ถึงตูตูกับไคไค’
ส่วนอีกฉบับเขียนว่า‘ถึงคุณภรรยา’แค่คำว่าคุณภรรยาที่ถูกเขียนด้วยลายมือหนักแน่นนั้นก็ทำให้เธอรู้สึกหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างไม่อาจควบคุมได้เลย
“เอาล่ะแม่จะอ่านจดหมายของพ่อให้ฟังแล้วนะ”
“คับ ตูตูรออยู่แม่อ่านเย็วๆ คับ”
“ไคไคก็อยากฟังแล้วคับ”
“จ้าๆ”
ถึงลูกชายตูตูกับไคไค
พ่อได้รับจดหมายจากตูตูและไคไคที่เขียนมาบอกคิดถึงแล้วตัวพ่อเองก็คิดถึงลูกๆ ทั้งสองมากเหมือนกันตอนนี้อากาศเริ่มเย็นแล้วตูตูกับไคไคต้องสวมเสื้อผ้าเยอะๆ จะได้ไม่เป็หวัดนะแม่บอกพ่อว่าตัดผมให้พวกลูกๆแล้ว งั้นก็แสดงว่าต้องหล่อมากเลยใช่มั้ยอีกไม่นานพอพ่อทำงานเสร็จแล้วพ่อจะรีบกลับไปหาตูตูกับไคไค ไว้ถึงตอนนั้นพ่อจะพาตูตูกับไคไคเล่นโยนรับสูงๆแบบที่พวกลูกชอบกันอีกเยอะๆ เลยดีมั้ย เอาละตูตูกับไคไคเป็เด็กดีอย่าดื้อกับแม่รอพ่อกลับบ้านนะ…
จากพ่อของตูตูและไคไค
“พ่อจะกลับบ้านแย้วหยอ”ตูตูที่ได้ฟังก็รู้สึกกระดี๊กระด๊าเป็พิเศษจากที่ง่วงๆ ก็คึกคักขึ้นมาอีกทันที
“ดีจังเยยไคไคอยากเล่นโยนรับฉูงๆอีก” ไคไคที่ปกติจะนิ่งกว่าพี่ชายก็ยังหัวเราะเบาๆออกมาอย่างมีความสุขมากแถมยังพูดไม่ชัดอีกด้วย
“ใช่สนุกเนอะ”
“อื้ม สนุกมากเลย”
ครั้งก่อนที่พ่อกลับมาพวกเขาเริ่มรู้ความแล้วและจำที่พ่อเล่นจับตัวพวกเขาเล่นโยนรับสูงๆ ได้มันสนุกมากๆ เลย เวลาตูตูกับไคไคๆไปเล่าให้เด็กๆ คนอื่นฟัง มีแต่คนอิจฉาเพราะพ่อของเด็กคนอื่นๆไม่แข็งแรงและทำไม่ได้เหมือนพ่อของตูตูกับไคไคเลย
“แม่อ่านให้ฟังอีกรอบได้มั้ยคับตูตูหยักฟังอีก”
“ได้สิจ๊ะไคไคล่ะอยากฟังด้วยอีกมั้ย”
“อยากฟังคับ”
จากนั้นเด็กๆก็ให้แม่อ่านจดหมายของพ่อให้ฟังวนซ้ำๆหลายรอบจนกระทั่งหลับไป เมื่อเห็นว่าเด็กๆหลับกันแล้วเธอจึงพับจดหมายไว้เหมือนเดิมแล้วหยิบอีกฉบับที่จ่าหน้าว่า ‘ถึงคุณภรรยา’ ออกมาคลี่อ่านดวงตากลมโตเริ่มกวาดไล่ไปทีละตัวอักษรทีละบรรทัดอย่างช้าๆ
ถึงคุณภรรยาของผม
ผมได้รับของที่คุณส่งมาให้แล้วนะครับกล่องใหญ่มากจนคนที่เห็นใมากเลยทีเดียว ขอบคุณที่ส่งของมากมายมาให้ผมนะครับหมูแผ่นปรุงรสอร่อยมากทำให้ผมกินข้าวมากขึ้นไปอีก และเพื่อนๆรวมถึงหัวหน้าของผมที่ได้กินหมูแผ่นปรุงรสไป ต่างก็ชมว่ามันอร่อยมากเลยครับ
ส่วนเสื้อไหมพรมกับผ้าพันคอที่คุณถักให้ผมชอบครับใส่แล้วอุ่นมากเลย เดือนหน้าผมต้องลงพื้นที่เพื่อทำภารกิจแล้วคิดว่าหลังจากทำงานนี้จบก็คงถึง่วันหยุดยาวตอนปีใหม่ของผมพอดีผมจะกลับบ้านไปฉลองปีใหม่กับคุณและลูกๆ แน่นอนครับ ผมเขียนจดหมายถึงตูตูกับไคไคด้วยคิดว่าคุณคงเปิดอ่านให้พวกเขาฟังแน่ๆ ่นี้หนาวแล้วภรรยาดูแลตัวเองและลูกๆ ให้ดีๆ ผมจะรีบกลับไปหาพวกคุณนะครับ
จากเซียวฉิงเฟิ่งสามีของคุณ
ซีอินอ่านจดหมายที่เขียนด้วยลายมือเป็ระเบียบเรียบร้อยด้วยความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูกมันตื่นเต้นแปลกๆหัวใจเต้นแรงไม่หยุด รู้สึกอยากจะเจอเขาเร็วๆ ขึ้นมาอีก
จำได้ว่าตัวเธอคนเดิมั้แ่แต่งงานจนกระทั่งตายไปไม่เคยมีความรู้สึกลึกซึ้งกับสามีมากนักรู้เพียงแค่เขาเป็ทหารมีเงินเดือนและเป็ผู้ชายที่หล่อมากๆเป็คนไม่ค่อยชอบพูดและยอมภรรยาที่น่ารังเกียจอย่างเธออยู่เสมอเลยโดยเธอก็ไม่รู้เหมือนกันว่ากับผู้หญิงที่น่ารังเกียจอย่างเธอคนเดิมนั้นทำไมเขาถึงยังทนอยู่ด้วยได้
และในครั้งนี้ที่เธอได้กลับมาได้ลองส่งของและจดหมายไปให้สามีและเธอก็ได้จดหมายจากเขาตอบกลับมาโดยเนื้อหาแสดงออกถึงความอ่อนโยนและใส่ใจต่อครอบครัวยิ่งทำให้เธอนึกชิงชังตัวเธอเองในอดีตเหลือเกินที่เคยทำไม่ดีกับเขาเอาไว้ซีอินอ่านจดหมายอีกครั้งและรับรู้ว่าวันเวลาที่สามีจะได้รับาเ็จากภารกิจใกล้เข้ามาทุกทีแม้ไม่ตายแต่ก็เจ็บหนักเพราะถูกยิงที่ท้องไม่รู้ว่าในห้างซุปเปอร์มาร์เก็ตที่อยู่ในมิติจะมีอะไรพอช่วยได้บ้างมั้ยนะ
ซีอินขบคิดก่อนจะพับจดหมายอย่างทะนุถนอมเก็บใส่ซองไว้ทั้งสองฉบับแล้วสอดๆไว้ใต้หมอนก่อนจะตั้งสมาธิเพื่อตรวจสอบดูมิติของตัวเองและลองนึกถึงอาวุธและก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นจริงสินะซุปเปอร์มาร์เก็ตมีแต่ของที่เป็ปัจจัยสี่ของธรรมดาทั่วไปจะไปมีพวกอาวุธร้ายแรงได้ยังไงกันแต่อย่างน้อยถ้ามีเสื้อกันะุก็คงจะดี
ฟึบ!
“หื้มมเอ๋!!” เมื่อเธอนึกไปถึงเสื้อกันะุกลับได้รับมันมาอยู่ในมือจริงๆเสียอย่างนั้น ซีอินดีใจมากถ้าส่งสิ่งนี้ไปให้สามีอาจจะช่วยให้เขาปลอดภัยกลับมาก็ได้เธอจะต้องรีบส่งไปให้เขาโดยเร็วที่สุด
เมื่อตกลงกับตัวเองเรียบร้อยซีอินก็รีบหยิบตะเกียงน้ำมันเดินออกไปที่ห้องครัวก่อนจะหยิบปากกากระดาษออกมาเขียนจดหมายถึงสามีและกำชับให้เขาใส่เสื้อกันะุตัวนี้อยู่ตลอดเวลาที่ไปปฏิบัติภารกิจด้วย
รุ่งเช้าซีอินตัดสินเข้าตัวเมืองอำเภออีกครั้งเพื่อไปส่งของและจดหมายครั้งนี้เธอพาตูตูกับไคไคไปด้วยโดยนั่งรถแทรกเตอร์ของฝ่ายผลิตออกไปเช่นเคยและขากลับเธอตั้งใจไว้แล้วว่าจะเอาจักรยานออกมาใช้
“ตูตูไคไคตื่นเต้นมั้ย”
“ตื่นเต้นมากคับ”ไคไคมองรอบข้างด้วยดวงตาที่เป็ประกายอยากรู้อยากเห็นไปหมด
“ตูตูไม่เคยมาในเมืองเยย”หัวกลมๆ เอาแต่หันซ้ายหันขวามองดูนั้นนี้ไปมาอยู่ตลอดทางจนกระทั่งเดินมาถึงเมืองอำเภอแล้วซีอินจึงพาเด็กๆ เดินไปเรื่อยๆ
“ไคไคดูซี่คนเยอะมากๆเยยนะ” ตูตูชวนน้องชายคุยน้ำเสียงตื่นเต้นมาก
“ใช่ๆต้องอยู่ข้างแม่นะเดี๋ยวหลง”
“อื้ออตูตูยู้” เขาตอบรับคำของน้องชายแล้วก็คว้าหมับเข้าที่ขากางเกงของแม่ทันที
ซีอินฟังที่เด็กๆคุยกันก็ยิ้มอย่างภูมิใจที่ลูกๆ ฉลาดรู้ความนัก ก่อนจะพาเด็กๆไปที่ว่าการไปรษณีย์เพื่อส่งของและจดหมายเมื่อเรียบร้อยแล้วจึงพาเด็กๆมาเดินเที่ยวเล่นในเมืองอำเภออยู่อีกพักจนเมื่อเริ่มหิวกันแล้วเธอจึงทำทีหยิบเอาซาลาเปาและขวดน้ำดื่มออกจากกระเป๋าผ้าที่สะพายไว้
เพราะหากจะพาเด็กๆเข้าไปกินอาหารในร้านสวัสดิการของรัฐก็จำเป็ต้องมีคูปองด้วยแต่ตอนนี้คูปองสำหรับร้านอาหารสวัสดิการรัฐที่สามีส่งมาให้นั้นไม่มีเหลือแล้วเพราะเธอคนเดิมใช้หมดไปแล้วั้แ่ก่อนที่เธอคนนี้จะทะลุมิติกลับมาแล้วนั้นเอง
“เอาละจ้ะกลับบ้านกันเถอะ”
“คับแล้วเราจะเดินกลับหยอคับแม่”ตูตูถามก่อนจะแอบก้มมองขาสั้นๆ ของตัวเอง เขาเริ่มเมื่อยขาแล้วแต่ไม่กล้าบอกแม่
“ต้องนั่งรถใหญ่ๆนั้นกลับหรือเปล่าครับ”ไคไคหมายถึงรถแทรกเตอร์ที่นั่งตอนขามาแต่เขาไม่รู้ว่ามันคือรถอะไรรู้แค่ว่าใหญ่มากเป็ของฝ่ายผลิตที่เขาเคยเอาผักป่าไปส่งแลกแต้มนั้นเอง
"ไม่ใช่หรอกจ้ะ ตูตูกับไคไคมากับแม่ทางนี้ก่อนลูก” ซีอินพาลูกๆเดินไปที่มุมลับตาคนที่มิดชิดหน่อยก่อนจะบอกให้เด็กๆหันหลังไปก่อนและเธอก็รีบดึงจักรยานออกมาจากมิติทันที
จักรยานคันนี้มีที่นั่งข้างหน้าและข้างหลังที่ทำจากเบาะหนังนุ่มๆนั่งแล้วไม่เจ็บก้นแน่นอนทั้งยังมีตะกร้าหน้าและไฟหน้าอีกด้วยถือว่าดูหรูหรามากสุดๆเลย
“หันมาได้แล้วจ้ะ”ซีอินพูดขึ้นพอเด็กๆ หันกลับไปหาก็เห็นแม่กำลังจูงจักรยานออกมาจากซอกตึกด้านข้าง
“โฮ๊ะยถจักรยาย”
“ฉวยมากเลยมีไฟด้วย”
“นี้คือรถจักรยานจ๊ะตูตูไม่ใช่ยถจักรยายนะเอาละจ้ะตูตู ไคไคทีนี้เราก็กลับบ้านกันได้แล้วน๊าา”
“เย่ๆ ๆ”
เ้าหัวผักกาดทั้งสองตื่นเต้นที่จะได้นั่งรถจักรยานจนลืมสงสัยไปแล้วว่าแม่เอาจักรยานมาจากไหนสามคนแม่ลูกปั่นจักรยานกลับหมู่บ้านโดยที่ตูตูนั่งเบาะหน้าและไคไคนั่งเบาะหลังกอดเอวแม่ไว้แน่นแต่ซีอินก็เอาผ้ามาผูกตัวไคไคไว้กับตัวเธอกันตกอีกด้วย
ซีอินตัดสินใจปั่นเข้าไปในหมู่บ้านเลยหากมีใครถามก็อ้างว่าซื้อมือสองมาในราคาถูก ๆ ก็พอแล้วไม่จำเป็ต้องอธิบายอะไรเพิ่มอีกแต่จะว่าไปเธอจะใช้เงินซื้อของอะไรยังไงทำไมต้องสนใจคนอื่นด้วยล่ะไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อนเสียหน่อยหากมัวแต่สนใจคำพูดคนขี้อิจฉานินทา แล้วทำให้ลูก ๆ ของเธอต้องลำบากเดินกลับบ้านเป็เวลาเกือบสองชั่วโมงเธอไม่เอาด้วยหรอก
และเมื่อซีอินปั่นจักรยานที่ดูสวยงามแปลกตาอย่างมากเข้ามาในหมู่บ้านก็ตกเป็เป้าสายตาของคนทันทีพวกเข้าชี้ไม้ชี้มือมาทางเธอกันใหญ่ เด็กน้อยบางคนถึงกับวิ่งตามเลยด้วยซ้ำคิดว่าไม่นานก็คงรู้กันทั้งหมู่บ้านแล้วล่ะ
“คุณแม่คุณแม่คะ” เสียงะโเรียกดังมาก่อนเ้าตัวจะเข้ามาถึงด้านในเสียด้วยซ้ำ
“เฮ้ออออะไรของเธอนักหนาสะใภ้รองวันๆเธอจะอยู่อย่างสงบปากสงบคำบ้างไม่ได้เลยหรือยังไงกัน”คุณแม่เซียวที่กำลังเด็ดผักป่าเพื่อเตรียมไว้ผัดอยู่นั้นถึงกับวางผักลงตะกร้าแรงๆอย่างรำคาญใจ
“โถ่คุณแม่อย่างพึ่งรำคาญฉันสิคะฉันก็แค่จะเอาเื่มาบอกก็น้องสะใภ้สามน่ะสิคะไปในเมืองอีกแล้วคราวนี้ถึงกับขับรถจักรยานกลับมาอีกด้วยนะคะไม่รู้ว่าคราวนี้ผลาญเงินของน้องสามีไปเท่าไหร่อีก เฮอะที่บอกว่าคิดได้แล้วก็แค่สร้างภาพทำเป็คนดีเท่านั้นแหละค่ะสุดท้ายก็กลับมาเป็เหมือนเดิมอยู่ดี”พูดไปพร้อมแปะปากไปด้วยเพราะความอิจฉา
ตอนนี้ไม่มีใครมาสนใจท่าทางและคำพูดกระแนะกระแหนของสะใภ้รองแล้วเพราะพากันในิ่งอึ้งกันไปหมด
“คุณก็ไปดูสะใภ้สามที่บ้านหน่อยเถอะว่าเป็เื่จริงหรือเปล่า”หลังจากที่หายตกตะลึงกับข่าวที่ได้ฟังแล้วคุณพ่อเซียวก็พูดขึ้นมากับคุณแม่เซียว
“ฉันขอไปด้วยนะคะคุณแม่”เป็พี่สะใภ้ใหญ่ที่เอ่ยขึ้นมา
“อื้ม”คุณแม่เซียวพยักหน้ารับก่อนจะทำท่าลุกขึ้นยืน
“งั้นฉันก็จะไปด้วยค่ะ”สะใภ้รองเสนอตัวไปด้วยอีกคน เพราะ้าตามไปดูแม่สามีจัดการสะใภ้สามยังไงจะได้เอาไปพูดนินทาต่อได้สนุกปาก
“เธอไม่ต้องไปอยู่บ้านนี่แหละอย่าให้ฉันเห็นว่าเธอตามเชียว”คุณแม่เซียวเสียงแข็งใส่เธอรู้เจตนาของสะใภ้รองดีจึงรีบขัดไว้ไม่ยอมให้ไปจะได้ไม่สร้างเื่วุ่นวายขึ้นมาอีก
“คุณย่าคับผมขอไปด้วยได้มั้ย”ต้าเป่าเดินเข้ามาหาย่าของเขาและขอตามไปด้วย
“นะหนูก็อยากไปด้วยค่ะ”ชิงเหมี่ยวเอ่ยขออย่างตะกุกตะกักเพราะกลัวจะถูกดุแต่เธอก็อยากเห็นจักรยานด้วยเหมือนกัน
“เอาเถอะงั้นให้ชิงเหมี่ยวกับต้าเป่าไปด้วยได้”
คุณแม่เซียวที่คิดเด็กๆไปด้วยคงไม่เป็ไรจึงอนุญาตก่อนจะเดินออกไปพร้อมสะใภ้ใหญ่และหลานๆ ส่วนคุณพ่อเซียว พี่ใหญ่ พี่รอง สะใภ้รองและน้องสี่ก็ได้แต่มองตามหลังขบวนคนที่ไปดูจักรยานกันจนลับสายตา....