8.กระต่ายจะกละ
‘ข้าหิว ข้าหิวยิ่งนัก’เสียงที่ยังเด็กของเ้ากระต่ายดังขึ้นในหัวหนิงหรง
“เ้าอยากกินแบบที่ย่างแล้วหรือยังไม่ได้ย่าง”หนิงหรงะโถามเ้ากระต่ายเล่นเอาคนเจ็ดคนสะดุ้ง
‘เอาที่เ้าย่างแล้วมา’เสียงมันดังขึ้นในหัวหนิงหรง
นางหยิบเนื้อทั้งสามชนิดที่ย่างจนสุกแล้วลุกเดินไปที่ประตู
“คุณหนูระวังตัวด้วยเ้าคะ”เสี่ยวเมิ่งพูดอย่างไม่ไว้ใจ
เยี่ยนเฟยถึงขั้นลุกตามหลังเธอมา “ท่านเอามาให้ข้าข้าจะให้มันเอง”เขากลัวกระต่ายนี้จะลากหนิงหรงไปกินพร้อมอาหารกระต่ายอสูร มีความตระกละเป็เลิศกินเนื้อได้ทุกชนิดบางครั้งยังกินพวกวัตถุเนื้อแข็งอย่างพวกเหล็กและไม้ด้วย
หนิงหรงยื่นให้เยี่ยนเฟยสองไม้ รอดูว่าเ้ากระต่ายจะมีปฏิกิริยาอย่างไร
เยี่ยนเฟยยื่นเนื้อออกไปพ้นเขตบ้าน
“ฟึ่บ”พริบตาเดียวก็เหลือแต่ไม้หนิงหรงตกตะลึงกับความเร็วของมันที่มองไม่ทันรู้ตัวอีกทีปากของกระต่ายก็มันแผล็บแล้ว
‘อร่อยยิ่งนัก’กระต่ายร้องบอกอย่างพึงพอใจ ‘เอามาอีก’มันสั่ง
“ให้มันอีก”หนิงหรงบอกเยี่ยนเฟยยื่นเนื้อออกไปอีกครั้ง
“ฟึ่บ”เพียงพ้นเขตบ้านเนื้อก็หายไปในพริบตา
‘อร่อยยิ่ง อาหารของมนุษย์อร่อยยิ่ง’เ้ากระต่ายแววตาวิบวับอย่างถูกใจ
หนิงหรงตัดสินใจจะยื่นไม้ออกไปเอง ทว่าเยี่ยนเฟยยื่นมือมากุมมือน้อยๆในวัยสี่ขวบของเธอเอาไว้
“ป้องกันมันกระชากไม้ดึงตัวท่านออกไปกิน”เยี่ยนเฟยอธิบายเสียงเครียดเขาดึงมือหนิงหรงยื่นไม้ออกไป
“ฟึ่บ”เนื้อนั้นหายไปอย่างรวดเร็วอีกครัั้งหนิงหรงนึกอัศจรรย์ใจที่มีสิ่งมีชีวิตที่รวดเร็วถึงเพียงนี้ หากว่าได้มันมาไว้ในละก็หึๆ ต่อให้ระดับยอดยุทธมาเองนางก็ไม่กลัวแล้ว
‘ข้าจะกินอีกๆ’เสียงเ้ากระต่ายร้องอยากกินอีกเหมือนเด็กน้อยที่น่ารักน่าเอ็นดูทว่าเธอเอ็นดูไม่ลง แค่มันยิงฟันเธอก็ขนลุกขนพองแล้ว...
“ข้ามีเกลือไม่พอ แต่ถ้าเ้าอยากกินก็ไปหาสมุนไพรมา เ้าคงจำกลิ่นมันได้ถ้าหามาได้มากๆ ข้าจะทามันลงบนเนื้อแล้วย่างให้เ้ากินเนื้อสูรที่เหลือทั้งหมดข้ายกให้เ้า”หนิงหรงกล่าว
‘ไม่มีเกลือจะอร่อยไหม’กระต่ายเอียงคอถามน่าเอ็นดูทว่าวินาทีที่มันใช้กรงเล็บแคะซี่ฟัน ทำให้ความน่ารักของมันหายไปแทนด้วยความสยดสยองแทน
“รสชาติจะไม่เหมือนเดิม ข้าหาเกลือปริมาณมากไม่ได้ แล้วกินเกลือมากๆก็ไม่ดีไตเ้าจะพัง”หนิงหรงเตือนกระต่ายน้อยด้วยความหวังดีถึงมันจะน่าสยดสยองแค่ไหน แต่ดูแล้วนอกจากความตระกละมันก็ไม่ได้มุ่งร้ายต่อเธอหวังดีกับมันสักหน่อยก็ได้ ที่สำคัญเธอจะลอกล่อให้มันมาทำพันธะสัญญากับเธอให้ได้!
‘แค่หาสมุนไพรก็พอใช่ไหม’กระต่ายน้อยถาม ‘ตกลงๆ ข้าจะรีบไปรีบมา’กระต่ายน้อยหายไปในพริบตาเดียวหนิงหรงที่เพิ่งจะเดินกลับมานั่งที่กินเนื้อย่างไปคำเดียว เ้ากระต่ายก็กลับมาพร้อมกับสมุนไพรกองโตมันโยนข้ามเขตเข้ามา
“เ้ารอพวกข้ากินอิ่มก่อนแล้วจะย่างให้”หนิงหรงะโบอก
เ้ากระต่ายกางเล็บกวัดแกว่งข่มขู่ ‘ข้าจะเอาเดี๋ยวนี้อย่างให้ข้าไม่งั้นข้าจะกินพวกเ้าแทน’
ได้ยินแบบนี้แล้วหงหนิงหรงถึงกับหน้าทะมึนแผ่กลิ่นอายสังหารจนแม้แต่เ้ากระต่ายยังแอบหวาดกลัว “ถ้าคิดว่ามีปัญญาก็เข้ามา! รอพวกข้ากินก่อนไม่ได้ถึงกับคิดจะกินพวกข้าหรือ เหอะ!”หนิงหรงตวาดลั่นเสียงแผดดังก้องป่าวันนี้เธอเพิ่งได้กินเนื้อลงไปคำเดียว ยังมาเจอเ้ากระต่ายนี่เ้ากี้เ้ากายใส่อีกเธอในโลกก่อนเป็คนเสียงดังโมโหร้าย เธอในโลกนี้ก็ไม่ต่างกันเธอมีนิสัยอีกฝ่ายไม่ตายเธอไม่เลิกรา! หากว่าอีกฝ่ายดื้อแพ่งจะเอาชนะเธอก็จะให้มันได้เห็นดีว่าคนอย่างเธอร้ายยิ่งกว่า! “ไสหัวไปให้พ้นหน้าข้า เ้าไม่ต้องกินมันแล้ว อกตัญญู เนรคุณ!”หนิงหรงด่ากราดชุดใหญ่ เ้ากระต่ายอ้าปากค้างไม่เคยถูกใครด่าแบบนี้มาก่อน
“แค่กระต่ายตัวนึงมีความเร็วกับอาวุธที่แหลมคมก็คิดจะมาอวดศักดิ์ดาต่อหน้าผู้ใช้ยุทธขั้นสูงถึงเจ็ดคน เ้าแน่มาก!”
คนทั้งเจ็ดได้ฟังหนิงหรงด่ากระต่ายน้อยก็พอเข้าใจเื่ราวขึ้นมาบ้างพวกเขาพร้อมใจกันแผ่รังสีอัมหิตเตรียมฆ่าฟันเ้ากระต่ายถึงมันจะอยู่ในขั้นเก้าและมีความเร็วมากขนาดไหนก็ไม่แน่ว่าจะรอดจากผู้ฝึกยุทธขั้นสูงถึงเจ็ดคนได้
กระต่ายน้อยก้มหน้าทำหน้าตาเศร้าสลด เงยหน้าขึ้นมาอีกครั้งช้อนตามองหนิงหรงน้ำตาคลอเบ้าอย่างน่าสงสารแน่นอนว่ามันไม่กล้าบุกเข้าไปในบ้านหลังนั้นแน่เพราะกิเลนทองคืออันธพาลอย่างแท้จริง บางครั้งกระทืบคนโดยไม่ต้องมีเหตุผลกระต่ายน้อยเดิมทีแค่จะพูดจาข่มขู่ให้เด็กน้อยนี่กลัว แต่ใครจะคิดนอกจากนางไม่กลัวยังโมโหจนด่ามันยับ
หนิงหรงที่กำลังโมโหอยู่เห็นแล้วก็นึกขำในใจที่เ้ากระต่ายนี่ถึงกับรู้จักใช้ท่าพิฆาตใจคน
“เฮอะ มารยา”หนิงหรงมองค้อนเ้ากระต่ายทีนึงเผลอยิ้มออกมาเล็กน้อย “ก็ได้ครั้งนี้ข้าจะยอมเห็นแก่เ้า ที่อุตส่าห์แสร้งร้องไห้”เ้ากระต่ายทำหน้าตาให้น่าสงสารยิ่งกว่าเดิมทำตาปริบๆอ้อนวอน
คำพูดของหนิงหรงทำให้ จิตสังหารของผู้ฝึกยุทธทั้งเจ็ดหายไปแต่ละคนเหลือบมองเสี่ยวเมิ่งอย่างสงสัยทุกคนมั่นใจว่านางเป็ผู้ฝึกยุทธระดับแปดขึ้นไปแน่นอน น่าใที่สาวใช้มีวรยุทธสูงถึงเพียงนี้หากไม่เกิดเื่ขึ้นพวกเขาคงไม่รู้ว่าเสี่ยวเมิ่งมีพลังยุทธสูงพอๆกับพวกเขาที่ถูกฝึกมาอย่างหนักจนสามารถก้าวขึ้นสู่ระดับแปดได้
หนิงลงนั่งลงกินเนื้ออย่างสบายใจ ได้ยินเสียงเ้ากระต่ายน้ำลายหยดติ๋งๆแล้วมีความสุข ฮึ ฮึ กล้ามีเื่กับคนอย่างเธอหรือ คิดว่าจะชนะเธอหรือ ฝันไปเถอะ!
‘คนสวย ข้ายอมแล้ว ท่านย่างเนื้อให้ข้ากินเถอะนะ’เ้ากระต่ายอ้อนวอนทำตาปริบๆอย่างน่าสงสารหนิงหรงเห็นแล้วก็อารมณ์ดี ไม่อยากแกล้งมันต่อไป มันอุตส่าห์นั่งมองพวกเธอกินจนน้ำลายหยดแล้วหยดอีก
“พวกเ้า ใช้พลังยุทธผ่าเนื้อพวกนั้นออกแล้วเอาสมุนไพรทาให้เ้ากระต่ายกินได้แล้ว ข้ากลัวหน้าบ้านจะจมน้ำลายเ้ากระต่ายแล้ว”หนิงหรงปรายตามองแอ่งน้ำขนาดเล็กที่เท้าเ้ากระต่ายนึกประหลาดใจว่าเหตุใดมันไม่เป็ลมเพราะการขาดน้ำอย่างรุนแรงเสียทีเล่นน้ำลายไหลออกมาตลอดเวลาขนาดนั้น
ตัวตะกละ! หนิงหรงด่ามันในใจ นึกหมั่นไส้
เสี่ยวเมิ่งหัวเราะคิกคัก ขณะมองเ้ากระต่าย
พวกผู้ชายหัวเราะ ฮึ ฮึ สมน้ำหน้าเ้ากระต่ายที่คงรู้ซึ้งความร้ายกาจของเด็กสี่ขวบแล้วอ่าอย่างน้อยพวกเขาก็ไม่คิดจะมีเื่กับนางละ
“เยี่ยนเฟย หลิวอาน จัดการเนื้อพวกนั้นแล้วก็ไปเอาแมงป่องกลับมาให้ข้าที”เยี่ยนเฟยมีวรยุทธระดับเก้า อี้หาน มากด้วยพละกำลังสองคนนี้ไปด้วยกันก็หายห่วง “อ้อ หวงเหวินเ้ามียาพิษสังหารสัตว์อสูรภายในพริบตาไหม”
หวงเหวินผู้เป็หมอ และถนัดการใช้ยาพิษพยักหน้า “ให้พวกเยี่ยนเฟยไปหากเ้ากระต่ายนั่นมันคิดแค้นใจขึ้นมา ข้ากลัวพวกเขาจะเป็อาหารเ้ากระต่าย”หวงเหวินยื่นยาให้เยี่ยนหานที่เหยียดยิ้มชั่วร้ายขณะมองไปที่เ้ากระต่าย
กระต่ายน้อยผู้รักการกิน ทำท่าแกล้งตาย ‘ข้าขอชิงตายก่อนถูกยาพิษแล้วกันข้าสาบานจะไม่แค้นใจแว้งกัดพวกเขา’เสียงเ้ากระต่ายดังในหัวหนิงหรง
“ครืนนนน”เสียงฟ้าร้องตอบรับคำสาบาน
หนิงหรงชะงักไปครู่นึง นึกถึงความฝันที่ชายผู้หนึ่งสาบานว่า ‘ข้า้าเพียงเ้า หากไม่มีเ้าข้าก็จะอยู่คนเดียวทุกภพทุกชาติ’
“โง่เง่า”หนิงหรงพึมพำในใจศาสนาของเธอเชื่อเื่ภพชาติ และเวรกรรมยิ่งเื่คำสาบานจะตามติดตัวเราไปทุกภพทุกชาติ
“คุณหนูว่าอะไรนะเ้าคะ”เสียงเสี่ยวเมิ่งถามขึ้น
หนิงหรงส่ายหัวเป็คำตอบหันไปหยิบสมุนไพรมาถูๆเนื้อเสียบไม้ย่างให้เ้ากระต่ายแทน
หลิวอานและเยี่ยนเฟย ออกจากบ้านไปแล้ว เ้ากระต่ายนอนแกล้งตายไม่ขยับขณะที่สองคนนั้นเดินผ่าน มันรักษาคำสาบาน
คนที่เหลือช่วยกันย่างเนื้อชิ้นใหญ่หลายชิ้น ที่ถูกหั่นออกมา
“นี่เ้ากระต่าย”หนิงหรงเรียกกระต่ายน้อยที่นอนแกล้งตายมันกระเด้งตัวขึ้นมา
‘อะไรๆ เนื้อสุกเเล้วเหรอๆ’มันถามขณะน้ำลายหยดอีกแล้ว
หนิงหรงเห็นแล้วก็อดหัวเราะไม่ได้ “ยังหรอกเ้าตะกละมันต้องใช้เวลาย่างนะ ข้าไม่รู้มันจะสุกไหม ชิ้นเนื้อมันใหญ่มาก”
‘ข้ารอได้ๆ’เ้ากระต่ายพยักหน้าหงึกหงัก
“ในเมื่อข้า อุตส่าห์ให้อาหารเ้ากิน ยอมเสียเวลามาย่างเนื้อให้เ้าเ้าจะตอบแทนบุญคุณข้ายังไง”หนิงหรงโบกเนื้อย่างที่เริ่มส่งกลิ่นหอมในมือซ้ายทีขวาทีในอากาศกลั่นแกล้งเ้ากระต่าย
กระต่ายน้อยทำจมูกฟุดฟิต หันหน้าซ้ายทีขวาทีตามการเคลื่อนไหวของเนื้อส่วนน้ำลายก็ยังคงหยดต่อไป
‘ท่านอยากให้ข้าทำอะไรก็ว่ามา เว้นแต่บุกน้ำลุยไฟ ข้าไม่เอา’เ้ากระต่ายว่า แน่นอนว่าถ้าลำบากเกินไปมันไม่ทำ
หนิงหรงย่างเนื้อต่อ “ไม่ยากเกินความสามารถของเ้าหรอกฮึ ฮึ”
“หายาสมุนไพรหายาก อายุไม่ต่ำหว่าพันปีมาให้ข้า ยิ่งมากยิ่งดี”
คนที่เหลือต่างมองหน้ากัน สมุนไพรอายุไม่ต่ำกว่าพันปีต้นนึงมีค่าหลายพันตำลึงแล้วมากพอที่จะซื้อคฤหาสน์ได้หลังนึง ดูเหมือนว่าคุณหนูหนิงหรง จะคิดรวยทางลัดแล้ว
‘สมุนไพรหรือ ฮึ ฮึ ง่ายมาก มีเต็มไปหมด ข้าเห็นกิเลนทองชอบเก็บมาทำยา ได้ๆข้าจะหาให้’เ้ากระต่ายพยักหน้ารับ ‘เ้าต้องทำอาหารให้ข้ากินตลอดเวลาที่อยู่ที่นี่แต่ข้าจะหาสมุนไพรหายากพวกนั้นให้แค่ครั้งเดียว’เ้ากระต่ายมากเล่ห์ยื่นข้อเสนอ
ทว่าหนิงหรงกลับแสยะยิ้ม “งั้นข้าก็จะทำอาหารให้แค่ครั้งนี้ครั้งเดียวสมุนไพรถ้าเ้าไม่หา งั้นข้าก็จะไม่ย่างอะไรให้เ้ากินอีก มีปัญญาก็ไปย่างกินเอง”แน่นอนว่าการย่างอาหารต้องใช้ความอดทนและระมัดระวัง ย่างให้สุกสม่ำเสมอ รวมทั้ง ไม่ให้ฝั่งใดฝั่งหนึ่งไหม้
‘อ่า...เ้ามนุษย์กลิ้งกรอก’เ้ากระต่ายชม เด็กหญิง ‘ตกลง ข้ายอมเ้าก็ได้’กระต่ายน้อยทำคอตกั้แ่มันเกิดมาไม่เคยคิดเลยว่าจะต้องยอมจำนนตุ่์มาก่อน
“สัญญาปากเปล่าเชื่อถือไม่ได้”หนิงหรงผู้ไม่ยอมเสียเปรียบใครกล่าว“สาบานสิ”
กระต่ายน้อยยกขาหน้ากุมขมับ สร้างเสียงหัวเราะครืนใหญ่จากเหล่ามนุษย์แม้ใจจริงจะไม่อยากสาบานแต่สุดท้ายมันก็ต้องยอมพ่ายแพ้ เมื่อเด็กหญิงโบกเนื้อย่างไปมาในอากาศ กลิ่นหอมของมันรุนแรงยิ่งขึ้นเมื่อใกล้สุกกระต่ายทำหน้าตาเคลิบเคลิ้มมองซ้ายขวาตามอาหาร
‘ข้าสาบานว่าทุกครั้งที่ข้าได้กินเนื้อย่างจากเ้าข้าจะหาสมุนไพรหายากอายุไม่ต่ำกว่าพันปีมาให้เ้า’มันสาบานยอมแพ้ต่ออำนาจของอาหารที่แสนอร่อย
“ครืนนนน”เสียงฟ้าร้องตอบรับคำสาบาน
หนิงหรงหัวเราะฮึๆ สมใจอยาก ย่างอาหารในมือต่อ ไม่นานอาหารก็สุก
“นี่รางวัลของเ้า”หนิงหรงโยนเนื้อลงบนกองใบไม้ที่กระต่ายน้อยเอามาสุมไว้เตรียมรองรับเนื้อที่สุก
เ้ากระต่ายกัดกินเนื้ออย่างอย่างหิวโหย พริบตาเตียวก็หมดลง
‘เนื้อย่างอร่อยยิ่ง’เ้ากระต่ายสีขาวขนปุกปุยทำตาเป็ประกายอย่างมีความสุข
ไม่นานเนื้อชิ้นอื่นๆก็สุก เนื้อถูกทยอยวางลงบนกองใบไม้ เ้ากระต่ายนั่งแทะกินเมื่อหนิงหรงแนะนำให้มันกินช้าๆจะได้ค่อยๆรับรู้รสชาติ มันจึงยอมทำตามแล้วพบว่าวิธีกินแบบนี้ทำให้อาหารอร่อยขึ้นอีกเนื้อสุกทั้งหมดกองไว้ข้างเ้ากระต่าย ตัวมันค่อยๆกินอย่างมีความสุขแต่ก็ดูเหมือนมันจะยอมกินแบบช้าๆอยู่เพียงครู่เดียว นิสัยเดิมของมันก็กลับมาเนื้อทั้งหมดหายไปในพริบตาเดียว
หนิงหรงเห็นแล้วก็ส่ายหัว หากคิดจะเอาเ้าตัวนี้ไปเลี้ยงดูท่าต้องหาอาหารให้มันจำนวนมหาศาลแน่ แต่ถึงจะเป็แบบนั้นนอกจากเ้ากระต่ายจะกละนี่แล้วนางก็ไม่สนใจสัตว์อสูรตัวไหนดูสิกระต่ายนี่ตัวนิดเดียว แค่แยกเขี้ยวยิงฟัน ก็ข่มขวัญศัตรูได้แล้วเป็ตัวที่นางรู้สึกได้ว่าเหมาะนำมาใช้งานมากที่สุดแล้ว
หนิงหรงนั่งจ้องกระต่ายน้อยอยู่หน้าประตูรั้วฝั่งตรงข้ามเป็เ้ากระต่ายน้อยที่นั่งแผ่หลาพุงน้อยๆยื่นออกมาโชว์ว่ามีอาหารเต็มท้อง
“เฮ้อ”หนิงหรงถอนหายใจเรียกสายตาอยากรู้อยากเห็นของเ้ากระต่ายให้หันมามอง
‘ท่านถอนหายใจ กลุ้มใจอะไรหรือ’กระต่ายน้อยถามอย่างมีไมตรีอย่างน้อยคนตรงหน้าก็เสียเวลาย่างของกินให้มัน ถามนิดถามหน่อยจะเป็ไรไป
“ข้าคิดว่า อีกไม่นานก็จะลงจากหุบเขาแล้ว”หนิงหรงตัวปลอมคิดถึงเื่ที่เ้าของร่างถูกรังแกั้แ่อยู่ในครรภ์ของมารดา...เหตุใดหนุ์เราถึงได้ใจดำอัมหิตถึงเพียงนี้
‘ท่านจะจากไปหรือ’เ้ากระต่ายะโขึ้นมายืนมีท่าทีตกตะลึง ‘ทำไมท่านต้องไปด้วยท่านไม่ได้จะอยู่ที่บ้านหลังนี้จนโตหรือ’มันได้ยินจากกิเลนทองว่านางถูกส่งตัวมาอยู่บนหุบเขานี้เพื่อรักษาอาการป่วยและเป็เพราะมารดานางตายจาก บิดาไม่รัก จึงถูกคนที่บ้านเนรเทศมาอยู่กลางหุบเขานี้
“ข้าหายป่วยแล้ว และไม่คิดจะอยู่ที่นี่นาน ข้ายังมีหนี้แค้นต้องชำระและยังมีญาติที่รอข้าอยู่”นางคิดถึงอ๋องฮุ่ยอยากจะขอบคุณคนผู้นี้เหลือเกิน ที่ให้ความช่วยเหลือทุกอย่างแม้นางจะไม่ใช่หนิงหรงตัวจริง แต่ก็สำนึกในบุญคุณของคนผู้นี้นักหากเ้าของร่างนี้ไม่ตายไปบางทีหนิงหรงตัวจริงอาจจะได้รับรู้ว่ายังมีคนที่รักที่ห่วงใยนางอยู่และไม่จำเป็ต้องอดทนอยู่ในจวนแม่ทัพอีกต่อไป แค่กลับไปอยู่กับอ๋องฮุ่ยชีวิตนางก็ไม่มีใครกล้ารังแกแล้ว
‘เ้าไม่ใช่คุณหนู ผู้นั้นเสียหน่อยจะสนใจบุญคุณความแค้นของเ้าของร่างที่เ้าสิงทำไม’กระต่ายน้อยกล่าว
“เหตุใดเ้าจึงรู้เื่ของข้า”คราวนี้หนิงหรงตกตะลึงแล้ว
‘กิเลนทองย่อมเป็ผู้บอกข้าอยู่แล้ว’เ้ากระต่ายว่า ‘ป่านนี้เื่ของเ้าคงรู้กันทั้งหุบเขาแแล้ว ใครใช้ให้เ้ากับคนผู้นั้นเป็คนๆเดียวกันเล่า’
“คนผู้นั้นของเ้า ใช่สตรีที่ถูกบิดาสังหารเพราะถูกกล่าวหาว่าจะฆ่าล้างทุกชีวิตนะหรือ”หนิงหรงไม่แน่ใจนักแต่ในฝันนั้นนางเห็นสัตว์อสูรตายเกลื่อนแต่ละตัวที่รอดตายก็หวาดกลัวสตรีผู้นั้นกันหมด แม้สตรีผู้นั้นจะถูกดาบแทงจมกองเืก็ตาม บางทีเื่นี้พวกสัตว์อสูรคงจำได้แม่นยำ
มนุษย์ทั้งหลายเหลือบมองหน้ากัน งุนงงว่าหนิงหรงกำพูดเื่อะไรกับเ้ากระต่ายพวกเขาไม่ใช่ผู้ใช้สัตว์อสูรจึงไม่รู้ว่ากระต่ายพูดอะไรบ้าง
‘นางก็คือเ้า เ้าก็คือนาง เกิดมาเพื่อทำลายล้าง’กระต่ายน้อยตอบด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“จะเป็ไปได้ยังไง ข้ามาจากอีกโลกหนึ่งนะ”หนิงหรงพึมพำทำให้พวกมนุษย์ที่อยากรู้อยากเห็นไม่ได้ยิน
‘ก็เพราะว่าเ้า ถูกส่งไปอยู่โลกนั้นไงละ’กระต่ายน้อยเถียง ‘เล่ากันว่าเ้าตอนนั้นเกิดมาพร้อมจิตมารเวลาที่จิตมารอาละวาดเ้าจะถูกมันควบคุมให้ฆ่าอย่างเืเย็นโดยไม่สนใจว่าคนพวกนั้นเป็ใคร อาการของเ้าหนักขึ้นเรื่อยๆสุดท้ายเ้าก็ถูกครอบงำโดยสมบูรณ์ฆ่าล้างสัตว์อสูรตายไปจำนวนมาก ท่านผู้นั้นบิดาของเ้าจึงจำเป็ต้องลงมือสังหารเ้าเอง’
“คนผู้นั้นเป็ข้าจริงๆหรือ”หนิงหรงพึมพำจมลงสู่ห้วงคิดของตนเธอนะหรือจะเป็ผู้หญิงคนนั้นฆ่าสัตว์อสูรไปตั้งมากมาย มีชะตาอาภัพ ถูกบิดาสังหารซ้ำร้ายยังมีชายคนนึงโง่เง่า ถึงขั้นสาบานว่านอกจากนางแล้ว จะไม่มีใครทุกภพทุกชาติช่างโง่จริงๆ คนผู้หนึ่งต้องทุกข์ทรมานโดดเดี่ยวเพียงใดเมื่อเอาแต่เฝ้ารอคนที่ไม่รู้ว่าภพชาติไหนจะได้เจอกันอีก...
หนิงหรงถอนหายใจนึกปลงกับเื่ที่ได้ยิน ไม่ว่าอดีตเธอจะเป็ใครคิดไปก็คงไม่มีประโยชน์ ศาสนาสอนให้เธออยู่กับปัจจุบัน ไม่ใช่อดีตที่ผ่านมาแล้วและไม่ใช่อนาคตที่ยังมาไม่ถึง หลังจากนี้ชีวิตของเธอ เธอย่อมกำหนดเองไม่ยอมให้อดีต หรือใครมาชี้นำแน่นอน
“ช่างมันเถอะ ข้าในตอนนี้ไม่ใช่คนผู้นั้นอีกต่อไปแล้วข้าไม่สนใจเื่ในอดีตแล้วละ”หนิงหรงพูดเสียงเบายังไม่อยากให้มนุษย์พวกนั้นล่วงรู้เกรงว่าจะมีปัญหา ต้องตอบคำถามอีกมากมาย
‘แล้วหากท่านเป็นางจริงๆ ท่านจะนึกแค้นใจที่ถูกบิดาสังหารไหม’มันอยากรู้เื่นี้ จำได้ว่ากิเลนทองบอกว่าก่อนตายนางแค้นบิดามากและผู้เป็บิดาของนางก็รู้สึกผิดมาตลอดหลายแสนปีที่ผ่านมา ที่สังหารธิดาของตน
“หากเป็เพราะจิตมารที่ควบคุมข้าจริงๆ เพื่อใต้หล้าแล้วให้มารร้ายตนนึงจบชีวิตก็นับว่าถูกต้องแล้ว แต่การถูกคนที่ตัวเองรักสังหารหากไม่เเค้นเคืองเลยก็นับว่าประหลาดแล้ว เห้อข้าไม่รู้เหมือนกันว่าหากเกิดเื่นี้กับข้า ข้าจะแค้นเคืองไหม”หนิงหรงพูดเสียงแ่เบา ดำดิ่งลงสู่ความคิดของตนความฝันในคืนนั้นช่างเหมือนจริงยิ่งนัก แม้กระทั่งความรู้สึกจากการถูกดาบแทงยังทำนางเจ็บจนสลบ
เกิดความเงียบขึ้นระหว่างกระต่ายและคน ต่างฝ่ายต่างจมอยู่กับความคิดของตน
เยี่ยนเฟยกัลหลิวอานผู้แบกแมงป่องั์ที่ถูกเผาจนตัวเบาโหวงกลับมาด้วยมองคนกับกระต่ายที่นั่งประจันหน้ากันไม่พูดไม่จาด้วยความงุนงง
“คุณหนู”เยี่ยนเฟยเรียก
ทำให้หนิงหรงรู้สึกตัว เงยหน้าขึ้นมา เห็นเยี่ยนเฟยยืนอยู่ข้างๆและหลิวอานที่แบกแม่งป่องั์ไว้ คนทั้งคู่เลอะไปด้วยคราบเขม่าเสื้อผ้าเปรอะเปื้อน โดยเฉพาะหลิวอานผู้แบกแมงป่องที่เลอะเทอะมอมแมมจนเหมือนเด็กน้อย ที่ไปเล่นเขม่ามา
หนิงหรงมองคนทั้งคู่แล้วอดหัวเราะไม่ได้ แม้แต่เ้ากระต่ายยังทำเสียงแปลกๆ กุมท้องนอนหงายเหมือนกำลังหัวเราะเยาะคนทั้งคู่
หลิวอานและเยี่ยนเฟยหันไปมองหน้ากันอย่างงุนงง แต่แล้วพวกเขาก็พบสาเหตุเพราะต่างฝ่ายต่างเลอะเขม่าจนเหมือนเด็กน้อย มอมแมมไปทั่วทั้งร่างพวกเขาะเิหัวเราะกับสภาพของอีกฝ่ายเรียกความสนใจจากมนุษย์ที่เหลือซึ่งนั่งอยู่ข้างกองไฟพวกเขาเห็นสภาพของคนทั้งคู่แล้วก็ผสมโรงหัวเราะด้วย
“ไปๆ พวกท่านสองคนรีบไปอาบน้ำ”หวงเหวินเดินมาหาคนทั้งคู่มองแมงป่องที่หลิวอานยื่นมาให้ด้วยสีหน้ารังเกียจโน่นเ้าเอาไปวางไว้ที่ข้างกองไฟโน่น อย่ามายื่นแมงป่องให้ข้า”หวงเหวินผู้เป็หมอสวมใส่ชุดขาวในคืนนี้ ขยับถอยห่างจากแมงป่อง
หนิงหรงกับเยี่ยนเฟยสบตากัน เหยียดยิ้มชั่วร้ายแบบที่หวงเหวินเห็นแล้วหนาวเยือก จนเผลอก้าวถอย
พฤติกรรมของเยี่ยนเฟยยิ่งกระตุ้นให้คนทั้งสองนึกอยากแกล้งคนรักสะอาดหนักกว่าเดิม
“ฮึ ฮึ หวงเหวิน ไหนๆข้ากับอี้หานก็เลอะหมดแล้วเ้าก็เลอะเป็เพื่อนพวกข้าหน่อยแล้วกัน”
หวงเหวินไม่รอคำตอบวิ่งหนีอย่างรวดเร็ว เยี่ยนเฟยพุ่งตามไปติดๆการวิ่งไล่ของคนทั้งคู่ก่อให้เกิดความวุ่นวายขึ้น แต่ละคนมองตามแล้วหัวเราะชอบใจยิ่งตอนหวงเหมินถูกเขม่าป้ายชุดจนหน้าซีด พวกเขายิ่งหัวเราะเสียงดัง
หนิงหรงแอบใช้ฝ่ามือถูๆแมงป่องดำที่เลอะเขม่าไปทั้งตัวขณะเดินตามหลังหลิวอาน แล้วเอามือไขว้หลังซ่อนมือเลอะๆเอาไว้
เ้ากระต่ายเห็นพฤติกรรมของเด็กหญิงแล้วแอบหัวเราะในใจ ‘นังหนูน้อยนี่ร้ายกาจ’
หลิวอานวางแมงป่องลงพื้นข้างกองไฟ ยังไม่ทันที่ใครจะฉุกคิดหลิวอานก็จับหมับเข้าที่ไหล่ของเฉินอี้ ผู้มีวิชาตัวเบาเป็เลิศ จนเสื้อของหลิวอานเลอะเขม่า
และในเวลาเดียวกันนั้นเองหนิงหรงที่โน้มตัวลงหาเสี่ยวเมิงที่นั่งอยู่เหมือนจะพูดอะไรด้วยก็ป้ายมือที่เลอะเขม่าไปที่หน้าของเสี่ยวเมิ่งจนดำไปครึ่งหน้าคนทั้งสองอ้าปากค้างตกตะลึง
หลิวอาน หนิงหรง จ้าวจื่อหาน จ้าวอี้หานหัวเราะกัน อย่างชอบใจทว่าพวกเขาหัวเราะได้เพียงครู่เดียว
หวงเหวินผู้เลอะเขม่าไปทั้งชุด จนชุดสีขาว ขมุกขมัววิ่งมาป้ายเขม่าดำลงบนใบหน้าหวงพี่น้องสกุลจ้าวขณะที่ใบหน้าน้อยๆของหนิงหรงถูกเยี่ยนเฟยป้ายเขม่าลงไปเช่นกัน
คราวนี้หนิงหรงหัวเราะไม่ออกแล้ว...
ทุกคนะเิหัวเราะกันลั่น แต่ละคนไม่มีใครรอดจากเขม่าไปได้เกิดความชุนละมุนขึ้นทันทีเมื่อแต่ละคนวิ่งไล่เอาเขม่าป้ายกันจนมอมแมมกันถ้วนหน้าแทบจำไม่ได้ว่าใครเป็ใคร
หนิงหรงวิ่งไล่เยี่ยนเฟยอย่างนึกโมโห แต่วิ่งยังไงก็ตามไม่ทันคนอื่นๆวิ่งไล่กันจนเหนื่อยหอบก็กลับมานั่งพักข้างกองไฟมองหนิงหรงกับเยี่ยนเฟยอย่างขบขัน
เยี่ยนเฟยแสร้งผ่อนฝีเท้าให้หนิงหรงตามทันและเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นเมื่อนางยื่นมือจะป้ายเขา
หนิงหรงคำรามในคออย่างโกรธเคืองพลังยุทธที่จุดตันเถียนหมุนวนอย่างบ้าคลั่งตามอารมณ์ของหนิงหรงนางนึกอยากจะวิ่งเร็วมากกว่านี้ แม้การถอดถุงทรายออกจะเพิ่มความเร็วให้หนิงหรงทว่ายังไม่มากพอที่จะไล่ตามผู้ฝึกยุทธระดับเก้าเช่นเยี่ยนเฟยทัน
โดยที่ไม่รู้ตัว หนิงหรงะเิพลังยุทธออก สองเท้าเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ววิ่งไล่ตามเยี่ยนเฟยๆไปติดๆ
เยี่ยนเฟยเห็นแล้วรีบเร่งฝีเท้าวิ่งหนีโดยใช้พลังยุทธทว่า...นางยังคงตามมาติดๆ คราวนี้เยี่ยนเฟยหน้าซีด ตกตะลึงที่หนิงหรงติดตามมาได้เขารู้สึกว่าพละกำลังของหนิงหรงมีมากจนผิดปกติ นางวิ่งมานานขนาดนี้สมควรหมดแรงแล้วไม่ใช่หรือขนาดผู้ใหญ่วิ่งไล่กัน ยังไปนั่งพักแล้ว...แต่นี่นางกลับยังมีแรงเหลือแถมใช้พลังยุทธวิ่งตามเขาจนทัน
หนิงหรงผู้ไม่รู้ตัวว่ากำลังใช้พลังยุทธเห็นเยี่ยนเฟยหน้าซีด ก็มุงมั่นจะทำให้หน้าขาวๆหล่อๆนั่นเลอะเขม่าให้ได้
เสียงหัวเราะของทุกคนเงียบลงเมื่อรับรู้ได้ถึงสิ่งผิดปกติพวกเขาเห็นแล้วว่าหนิงหรงและเยี่ยนเฟยใช้พลังยุทธวิ่งไล่กันแต่เื่ที่หนิงหรงตาทันเยี่ยนเฟยไม่ควรจะเกิดขึ้น พวกเขารู้ว่าตอนนี้เยี่ยนเฟยไม่ได้อ่อนข้อให้หนิงหรงแต่อย่างใด
‘อ่า...จอมทำลายล้างนั่นกลับมาแล้ว’เ้ากระต่ายพึมพำในใจผู้ฝึกยุทธขั้นหนึ่งไม่มีทางสู้ผู้ฝึกยุทธขั้นเก้าได้แน่นอน แต่เพราะว่าหนิงหรงคือจอมทำลายล้างผู้นั้น ต่อให้นางเกิดใหม่ จอมทำลายล้างก็ยังของเป็เ้าของพลังอำนาจทำลายอย่างแท้จริง...
“เสร็จข้าละ”หนิงหรงกระโจนเข้าใส่เยี่ยนเฟยสุดตัวจนเยี่ยนเฟยสะดุดลมกลิ้งคลุกๆไปกับพื้น เยี่ยนเฟยกอดร่างของหนิงหรงไว้แนบอกแรงปะทะนี้รุนแรงมากพอให้ถลอกไปทั้งตัว ทั้งสองคนล้มกลิ้งไปกับพื้นหลายตลบในที่สุดร่างทั้งคู่ก็หยุดลง เยี่ยนเฟยถอนหายใจ รู้สึกถึงอาการปวดจากการถูกหินก้อนเล็กๆทิ่มตำเอา ร่างของหนิงหรงพาดอยู่บนตัวเขา
วินาทีนั้นมือน้อยๆก็ใช้ฝ่ามือทั้งสองประกบแก้มของเยี่ยนเฟยแล้วออกแรงรูดเต็มที่ เขม่าสีดำปรากฏบนหน้าหล่อเหลาแก้มทั้งสองข้างเลอะเขม่าปื้นใหญ่หนิงหรงเห็นผลงานชั้นเลิศของตนแล้วหัวเราะเบาๆอย่างมีความสุข
เยี่ยนเฟยอ้าปากตกตะลึงที่เด็กหญิงไม่ยอมเลิกรา ยังคิดจะเอาคืน จนได้
เสียงหัวเราะสดใส ดังกังวานของเด็กน้อยไพเราะเสียจนทุกคนเหม่อลอยพวกเขาไม่เคยเห็นหนิงหรงหัวเราะสมกับเป็เด็กน้อยมาก่อนจนลืมไปแล้วว่าตอนนี้นางอยู่ในร่างเด็กสี่ขวบ
เยี่ยนเฟยผู้ถูกกระทำ จงใจไอขัดจังหวะหนิงหรง ทำให้นางหยุดเสียงหัวเราะลง
“ท่านควรลุกได้แล้ว พาดอยู่บนตัวบุรุษเช่นนี้ นับว่าไม่เหมาะสม”เยี่ยนเฟยกล่าวเตือน ขณะมองระยะห่างของคนทั้งคู่ด้วยความอึดอัดใจ
ทว่าแทนที่หนิงหรงจะอาย นางกลับยิ้มเ้าเล่ห์ “ท่านก็ควรปล่อยมือได้แล้ว...การกอดสตรีที่ถึงแม้จะยังเด็กก็ยังไม่นับว่าเหมาะสม”
เยี่ยนเฟยที่เพิ่งรู้สึกตัวรีบปล่อยมือจากตัวเด็กหญิงทันที เยี่ยนเฟยหน้าแดงถึงหูด้วยความอับอาย
หนิงหรงลุกขึ้นยืน “โอ๊ะ”ร้องด้วยความเจ็บเบาๆหลังของหนิงหรงถูกก้อนหินเล็กๆทิ่มตำไม่น้อยแต่ไม่ถึงขั้นได้าแ หนิงหรงปัดชุดเบาๆไล่ฝุ่นดินออกจากชุดเหลือบมองมือของเยี่ยนเฟยที่เต็มไปด้วยแผลถลอก
เยี่ยนเฟยยืนปัดชุดเบาๆท่าทางเป็ปกติ ราวกับไม่เคยมีาแใดปรากฏบนร่างหนิงหรงเดินอ้อมไปดูข้างหลังเยี่ยนเฟยเห็นแขนเสื้อข้างซ้ายขาดจากการล้มกระแทกด้วยความแรงจากการปะทะิัขาวผ่องของเยี่ยนเฟยเป็ลอยถลอกเล็กน้อย ขณะที่แผ่นหลังเลอะดินไปหมด
“เจ็บหรือไม่”หนิงหรงถามอีกฝ่ายเสียงเบาด้วยความรู้สึกผิดถ้าเธอไม่พิเรนทร์โดดเข้าใส่เขาคงไม่ต้องยาดเจ็บหนำซ้ำยังใช้ร่ายกายตัวเองรับแรงกระแทกเพื่อปกป้องเธอ
“ไม่เป็ไร แผลแค่เล็กน้อย”เยี่ยนเฟยยิ้มให้ขณะยกมือยีหัวหนิงหรงจนผมอีกฝฝ่ายหลุดรุ่ยเลอะไปด้วยเขม่า
“เหอะ! ข้าไม่สนท่านแล้ว”หนิงหรงสะบัดหน้าเดินไปหาพวกเสี่ยวเมิ่งที่นั่งข้างกองไฟ
“คุณหนูเป็ยังไงบ้างเ้าคะ”เสี่ยวเมิ่งสำรวจหนิงหรงทั่วทั้งตัวเมื่อไม่พบแม้แต่รอยขีดข่วนก็วางใจ“คุณหนูอย่าเล่นอะไรแบบนั้นอีกนะเ้าคะ เกิดหน้าเสียโฉมาจะไม่คุ้ม”เสี่ยวเมิ่งตำหนิ
หนิงหรงพยักหน้าออย่างเห็นด้วยเกิดเสียโฉมขึ้นมาจะเอาใบหน้าที่ไหนไปล่อลวงบุรุษรูปงามเมื่อโตขึ้นร่างนี้เมื่อฝึกยุทธ นับวันยิ่งผิวพรรณกระจ่างใจงดงามชวนมอง
“หวงเหวินท่านก็แบ่งแมงป่องนี้ไวทำยาแล้วกันส่วนที่เหลือก็เอาไปทำเหล้าหมัก และก็เก็บเอาไว้ไปขายให้ร้านยา”หนิงหรงบอก ก่อนจะหันไปทางเ้ากระต่ายน้อยที่มองมา
“วันหลังถ้าเ้าอยากกินอะไรก็ไปล่ามาเอง ล่าเผื่อพวกข้ากินด้วยแล้วข้าจะย่างให้”หนิงหรงบอกกระต่าย มันพยักหน้าหงึกหงักแล้วะโหายไปในป่าอย่างรวดเร็ว
“เอาละพวกเ้าจัดการแมงป่องพวกนี้ให้เรียบร้อย ข้าจะอาบน้ำนอนแล้ว”หนิงหรงสั่งการทุกอย่างก็ลากสังขารกลับห้องนอนโดยมีเสี่ยวเมิ่งเดินตามหลัง เตรียมตักน้ำให้คุณหนูของนางแช่ตัวล้างเขม่าออก