หวังลู่เอินนอนอยู่บนฟูกกลางห้อง ผ้าห่มปิดมิดจนถึงคอ ฟางหนิงเอ๋อนั่งลงใกล้ ๆ มองไปรอบ ๆ ห้องของคุณชายมีขนาดกว้างกว่าห้องของเธอเพียงเล็กน้อย ข้าวของถูกจัดไว้อย่างเป็ระเบียบ
ฟางหนิงเอ๋อทอดสายตามองไปยังใบหน้าของชายหนุ่มที่กำลังหลับสนิท ขนตายาวดุจเส้นไหมลู่ลงอย่างอ่อนโยน ใบหน้าเรียวของเขาอ่อนหวานประหนึ่งหยกขาว ความเงียบงันในยามค่ำคืน ทำให้หัวใจของนางรู้สึกสงบ แม้เพียงได้จ้องมองเขาอยู่เช่นนี้ ก็ประหนึ่งว่านางกำลังมองภาพศิลป์ที่สมบูรณ์แบบที่สุดในชีวิต
สาวน้อยสลัดความคิดฟุ้งซ่าน ยกมืออังหน้าผากชายหนุ่ม อืมม...ตัวไม่ร้อนสักเท่าไร
แต่แล้ว ฟางหนิงเอ๋อก็ต้องใสุดชีวิต เมื่อหวังลู่เอินลุกพรวด คว้ามีดสั้นที่ซ่อนอยู่ใต้ฟูก มาจ่อที่ลำคอของนาง ปลายมีดกดลงไปที่เนื้อเล็กน้อยทำให้มีเืซึมออกมา
“ฟางหนิงเอ๋อ!!!” หวังลู่เอินได้สติ ใตาเบิกโพลง โยนมีดออกห่างตัว ดึงตัวนางเข้ามากอดแนบชิด
“ฟางหนิงเอ๋อ ข้าขอโทษ ข้าคิดว่าเป็คนร้ายลอบเข้ามา”
สาวน้อยตัวสั่นน้ำตาคลอ ด้วยความกลัว และรู้สึกแสบที่ลำคอ
“คุณ..คุณชาย ปล่อยก่อน ข้าไม่เป็อะไรเ้าค่ะ” ความกลัวหายไป กลายเป็ความรู้สึกแปลก ๆ เข้ามาแทนที่ นางรู้สึกร้อนไปทั้งตัว หัวใจเต้นแรงผิดปกติ
หวังลู่เอินปล่อยตัวนางออกจากอ้อมกอดอย่างอ้อยอิ่ง ฟางหนิงเอ๋อสบตากับชายหนุ่ม หัวใจก็ยิ่งเต้นแรงขึ้น จนลืมนึกถึงาแที่ลำคอ พลันสายตามองต่ำลง อกเปลือยกำยำปรากฏตรงหน้า
“ว๊าย!!!” ฟางหนิงเอ๋อเอามือปิดหน้า รีบหันหลังกลับ
หวังลู่เอินลุกขึ้นหยิบเสื้อมาใส่ ผูกเชือกไว้หลวม ๆ
“คุณชาย!! ท่านกำลังป่วยไข้ เหตุใดจึงไม่ใส่เสื้อผ้าให้มิดชิด!!” สาวน้อยลืมตัวต่อว่าคุณชายด้วยความเขินอาย
“หึ..หึ.. เ้าใช้คำพูดเหมือนท่านแม่ของข้าไม่มีผิด”
“อ๊ะ!! ข้าขออภัย ข้าไม่ได้ตั้งใจให้เป็เช่นนั้น” ฟางหนิงเอ๋อรู้สึกโกรธตัวเอง ที่พูดออกไปโดยไม่ยั้งคิด
“หันกลับมาได้แล้ว ... เ้ามีเื่อะไรรึ จึงได้มาหาดึกดื่นเช่นนี้” หวังลู่เอินถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง คิดว่านางอาจมีเื่ร้อนใจบางอย่าง
ฟางหนิงเอ๋อหันกลับมา พร้อมกับตักยาจากหม้อมาใส่ถ้วยชา
“ข้าเห็นท่านอาการไม่ดีั้แ่เช้า ตกเย็นก็ไอถี่ ข้าจึงต้มยามาให้ท่านดื่ม รุ่งขึ้นท่านจะได้รู้สึกดีขึ้น”
ชายหนุ่มไม่อาจห้ามรอยยิ้มให้ปรากฏบนใบหน้าได้ เขารับถ้วยชานั้นมาจากมือเรียวบาง กลิ่นหอมละมุน ชวนให้ดื่ม...นางมีฝีมือดีในการปรุงยาเสียจริง
หวังลู่เอินยกชาดื่มจนหมดถ้วย
“ขอบใจมากนะ ... ทั้งหอม ทั้งหวาน” ชายหนุ่มพูดกระซิบ พลางจ้องเข้าไปในดวงตากลมโต
ฟางหนิงเอ๋อทำหน้างง เราไม่ได้ใส่พืชที่มีรสหวานสักหน่อย ทำไมคุณชายจึงบอกว่าหวาน
“ข้าดื่มเรียบร้อยแล้ว เ้าก็กลับไปนอนได้แล้ว หากใครมาเห็นเข้า เ้าจะเสียหาย” หวังลู่เอินทำท่าจะล้มตัวลงนอนอีกครั้ง
“ยังเ้าค่ะ... ท่านต้องดื่มให้หมดหม้อนี้เสียก่อน” ฟางหนิงเอ๋อเสียงแข็ง
“เฮ้!!! หมดหม้อนี่เชียวรึ... ยาอะไรของเ้าเนี่ย ข้าไม่ดื่มแล้ว ข้าจะนอน” หวังลู่เอินดึงผ้าห่มมาคลุมกาย ส่งสายตาเชิงให้นางออกไป
ฟางหนิงเอ๋อไม่ยอมแพ้ นางดึงผ้าห่มไปกองไว้ปลายเท้า
“อีกแค่สองถ้วยชาเ้าค่ะ หากท่านดื่มไม่ครบ ตัวยาจะไม่สมบูรณ์เ้าค่ะ” นางดึงพยายามดึงแขนพร้อมกับดึงเสื้อ เพื่อให้คุณชายลุกขึ้น
เสื้อที่คุณชายผูกปมไว้หลวม ๆ หลุดออกอย่างง่ายดาย อกเปลือยกำยำ หน้าท้องกล้ามเป็มัดปรากฏเต็มตา นางใจึงรีบปล่อยมือ ทำให้เสียการทรงตัวล้มทับคุณชาย ใบหน้าซุกไปที่ซอกคอชายหนุ่ม
ฟางหนิงเอ๋อรีบลุกขึ้นยืน เขินอายจนทำตัวไม่ถูก
“ท่าน...ท่านไม่ดื่มก็แล้วแต่ท่าน ข้า..ข้าจะไปนอนแล้ว!!!” สาวน้อยรีบรุดกลับไปยังห้องตัวเอง
ชายหนุ่มนอนนิ่ง เหม่อมองเพดานอย่างไร้จุดหมาย เสียงหัวใจเต้นดังก้องในความเงียบสงบ สายลมเบาๆ ที่พัดผ่านหน้าต่าง นำพากลิ่นหอมของดอกไม้ป่า ยิ่งกระตุ้นความรู้สึกโหยหาบางอย่างในจิตใจให้ทวีคูณ ภาพของสาวน้อยปรากฏขึ้นในความคิด คล้ายหมอกจางที่ล่องลอยในสายลม
วันรุ่งขึ้น ฟางหนิงเอ๋อพยายามหลีกเลี่ยงที่จะเข้าใกล้คุณชาย เมื่อคืนนางนอนไม่หลับ นึกถึงเื่นั้นทีไร ใบหน้าก็ร้อนผ่าวขึ้นมาทันที
“เ้าเป็อะไร ตาคล้ำเชียว หน้าก็ดูซีด ๆ” ป้าซูฉีถาม
ฟางหนิงเอ๋อพยายามหาข้อแก้ตัว
“เอ่อ...ข้าคิดว่า ข้าน่าจะเป็ไข้”
“คิดว่า..รึ? เป็ไข้นี่ คิดว่าได้ด้วยรึ?” ป้าซูฉีทำหน้าฉงน
“ก็ข้าไม่แน่ใจ ข้าอาจจะเป็ไข้หวัดก็ได้ ยังไงวันนี้รบกวนท่านไปช่วยคุณชายที่โรงบำบัด ส่วนข้าจะเตรียมยาในห้องยาให้เองเ้าค่ะ” ฟางหนิงเอ๋อพูดละล่ำละลัก
“แล้วนั่น...คอเ้าไปโดนอะไรมา” ป้าซูฉีมองไปที่คอของนาง
“เอ่อ...ข้าซุ่มซ่ามไปโดนกิ่งไม้น่ะ” ฟางหนิงเอ๋อตอบไม่กล้าสบตา
“อืม ๆ วันนี้จะอยู่ที่ห้องยาก็ตามใจ เดี๋ยวเอาไข้ไปติดคุณชายจะไม่ดีเอา” ป้าซูฉีเริ่มเห็นด้วยกับความคิดนั้น
เมื่อถึงเวลาทานข้าวเย็น คุณชายไม่เห็นฟางหนิงเอ๋อมาร่วมวงด้วย จึงเกิดความสงสัย
“ฟางหนิงเอ๋อไปไหนล่ะ”
“นางบอกว่า ไม่ค่อยสบายเป็ไข้หวัด เกรงว่าจะเอาไข้มาติดคุณชาย จึงขอทานที่ห้องครัว แล้วจะไปพักผ่อน” ป้าซูฉีอธิบาย
หวังลู่เอินคิดฉงนในใจ แม้วันนี้จะไม่ได้เห็นหน้านางทั้งวัน แต่เมื่อคืนก็ยังดูไม่เจ็บไม่ป่วยนี่นา ....หรือว่า จะติดไข้จากเรา?
่ค่ำ หวังลู่เอินเดินมายังที่ห้องยา พร้อมกับถ้วยยาในมือ ตั้งจะเอายามาให้ฟางหนิงเอ๋อบ้าง แต่แล้วก็ต้องผิดคาด ห้องยามืดสนิท ...คืนนี้นางไม่ได้มาคัดลอกตำรา.. ชายหนุ่มเดินไปยังห้องที่อยู่ติดกัน ซึ่งเป็ห้องนอนของนาง ไม่มีแสงเทียนออกมาจากห้องเช่นกัน ...นางคงนอนหลับไปแล้ว... ชายหนุ่มเดินกลับไปยังห้องของตน
ฟางหนิงเอ๋อนอนลืมตา ฟังเสียงฝีเท้าที่เดินผ่านไปมาหน้าห้อง ด้วยจิตใจที่ว้าวุ่น ภาพอกเปลือยกำยำยังติดตา อกอุ่นยังติดอยู่ในความรู้สึก กลิ่นกายยังติดอยู่ในความทรงจำ
คืนวันเพ็ญใกล้มาถึงอีกครั้ง ฟางหนิงเอ๋อเข้ามาขออนุญาตคุณชายไปค้างที่วัด โดยให้เหตุผลว่า ้ากลับไปเยี่ยมแม่ชี
“อืม...ได้สิ แล้วเ้าจะกลับมาวันใด” ชายหนุ่มถาม
“มะรืนเ้าค่ะ” ฟางหนิงเอ๋อตอบไม่กล้าสบตา ั้แ่เหตุการณ์ในคืนนั้น นางก็ไม่กล้าเข้าใกล้คุณชายอีกเลย
“เ้าหายดีแล้วหรือ”
“เอ๊ะ....เอ่อ...หายดีแล้วเ้าค่ะ” นางทำหน้าแปลกใจ ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่า ตัวเองแกล้งป่วย
“เ้าไม่สบาย หรือว่า... อยากหลบหน้ากันแน่” หวังลู่เอินหรี่ตามอง
“มะ...ไม่ใช่เช่นนั้นเ้าค่ะ ข้าไม่สบายจริง ๆ” สาวน้อยรีบปฏิเสธ
“หึหึ..ข้าจะเชื่อเช่นที่เ้าว่า ขอให้เดินทางปลอดภัยนะ”
ฟางหนิงเอ๋อ ก้มคำนับ แล้วรีบออกไปทันที เวลาเห็นหน้าคุณชายทีไร ก็อดนึกถึงภาพอกเปลือยกำยำนั่นไม่ได้ทุกที