คำพูดของเธอนั้นทำให้หมอลู่หันขวับมามองเธอด้วยความใ
“องค์หญิงท่านจะไปเมืองหนานได้อย่างไร ที่นั่นอันตรายมากนะ”
“ทำไมจะไปไม่ได้ข้าจะตามท่านไปช่วยรักษาคนอย่างไรเล่าถึงข้าจะเพิ่งเริ่มเรียนหมอและยังไม่สามารถรักษาคนได้แต่ให้ข้าไปช่วยดูแลคนไข้ก็ยังดี ข้าทนไม่ได้ที่จะเห็นพวกชาวบ้านโดนทิ้งแบบนั้น”
“แต่ถึงอย่างไรก็ทรงเป็องค์หญิงแถมยังเป็โหวฟูเหริน ข้าจะพาท่านไปที่นั่นได้อย่างไร”ถึงเธอจะพูดแบบนั้นแต่หมอลู่ก็ยังไม่ยอมอยู่ดี
“ท่านน้าลู่ท่านก็รู้ว่าการได้เห็นและได้รักษาคนจริง ๆนั้นเป็เื่ดีกว่าการเอาแต่ท่องตำราเป็ไหน ๆหากข้าไม่กล้าเจอกับความเป็ความตายของคนไข้ แล้วแบบนี้ข้าจะเป็หมอได้อย่างไร”
“เฮ้อ...เื่นั้นข้าไม่เถียงว่าการได้เจอคนไข้จริง ๆ อย่างไรก็ดีกว่าแต่ข้าเชื่อว่าฮองเฮาคงไม่ยอมให้อนุญาตให้ท่านไปแน่”
“แล้วถ้าข้ามีวิธีล่ะท่านจะยอมให้ข้าไปด้วยไหม?”
หลังจากนั้นสองวันเธอก็ได้มานั่งอยู่ในรถม้าของท่านหมอลู่โดยมีจื้อหลานโม่เฉินและเว่ยจ่งก่วน ขันทีคนสนิทของฮองเฮาติดตามมาด้วย
ส่วนวิธีที่เธอได้มานั่งอยู่ในขบวนหมอหลวงนั่นก็เริ่มต้นจากการที่เธอแกล้งระบายกับถงกูกูว่าเธอนั้นอยากเอาชนะใจเฟิงหลงจะได้ให้กำเนิดลูกชายเร็วๆ แถมยังพูดโปรย ๆอีกว่าคนเราจะเปิดใจให้กันได้ก็ตอนที่ต้องฟันฝ่าอุปสรรคด้วยกันนี่แหละ
พอเช้าวันถัดไปเธอก็ไปอ้อนวอนฮองเฮาถึงตำหนักแต่แสร้งทำเป็ให้เหตุผลว่าเป็เพราะเธอกำลังเรียนหมอเลยอยากไปเห็นคนไข้จริงๆ
แต่ฮองเฮากับถงกูกูทำหน้าไม่เชื่อและรีดเค้นเอาเหตุผล‘ที่แท้จริง’ จากเธอนั่นก็เลยทำให้เธอต้องสารภาพด้วยใบหน้าที่แดงก่ำและบิดผ้าไปมาว่าคิดถึงท่านแม่ทัพใหญ่จนกินไม่ได้นอนไม่หลับ...?
ท่าทีเขินอายและหลบตาของเธอนั้นทำให้ฮองเฮากับถงกูกูเชื่อสนิทใจและนั่นก็ทำให้ฮองเฮายอมใจอ่อนให้เธอปลอมตัวเป็ผู้ชายร่วมมากับขบวนหมอหลวงมาในฐานะลูกศิษย์ของหมอลู่ได้
เฮ้อ...เธอล่ะไม่เข้าใจคนยุคโบราณจริง ๆ พอบอกความจริงกลับไม่เชื่อแต่พอบอกว่าคิดถึงสามีมากก็ยอมให้มาเสียดื้ออย่างนั้น
ให้มันได้อย่างนี้ซิวะชีวิต!!!
เธอชักเริ่มเสียใจนิด ๆแล้วซิที่ดันไปสงสารชาวบ้านแต่ตอนนี้เอ็นในตัวเธอนะกำลังจะขาด
ก็ใครมันจะไปคิดละว่าเส้นทางไปเมืองหนานจะขรุขระและทุรกันดารขนาดนี้
เธอมองออกไปนอกรถม้าพลางจับราวหน้าต่างไว้แน่นเพราะตอนนี้ตัวเธอโคลงเคลงไปมาราวกับตกหลุมอุกกาบาตั้แ่ออกจากเมืองหลวง
ยังดีที่เธอเคยมีประสบการณ์ออกตรวจภาคสนามมาบ้างเลยพอทำใจส่วนจื้อหลานนั้นกระเด็นไปทั่วรถม้าจนเธอต้องจับนางเอาไว้อย่างสงสารแต่นางก็ยังอดทนได้จนน่าทึ่ง
การเดินทางนั้นเป็ไปกินเวลาไปเกือบสามวันเต็มจึงมาถึงเมืองหนานยังดีที่ว่าขบวนยังพักค้างคืนที่โรงเตี๊ยมตามทางให้เธอพอจะได้หายใจหายคอบ้าง
แต่สิ่งที่ทำให้เธอกำลังจะบ้าตายคือเธอไม่ได้อาบน้ำมาสามวันแล้วเช่นกันแม้จะเช็ดตัวแต่มันก็ไม่เหมือนกันไหม!
คนที่นี่เขาไม่คิดจะอาบน้ำกันเลยหรือยังไง?!
“พวกเ้ามาจากไหน?แล้วมาที่นี่ทำไม? ไม่รู้รึว่าท่านแม่ทัพใหญ่จางได้สั่งปิดเมืองนี้แล้ว”เสียงของทหารนายดังขึ้นทันทีที่รถม้าของพวกเธอเคลื่อนไปถึงที่หน้าประตูเมืองหนาน
“นี่คือขบวนหมอหลวงฮองเฮารับสั่งให้พวกข้ามาช่วยรักษาคนไข้ที่นี่”เสียงของทหารนำดังนำขึ้นจากด้านหน้า
“หมอหลวงรึพวกข้าไม่เคยได้ข่าวมาก่อนเลยว่าจะมีหมอหลวงมาเพิ่ม”เสียงของทหารคนเดิมดังขึ้นและไม่มีท่าทีว่าจะยอมง่าย ๆ จนหมอลู่ที่นั่งอยู่ข้าง ๆเธอเดินออกไปเปิดม่านเอง
“งั้นเ้าก็ไปเรียนแม่ทัพใหญ่จางว่าข้า ลู่จงไห่มาขอพบ”
ทหารคนนั้นขมวดคิ้วพลางมองเข้ามาในรถม้าและมองไปทั่วขบวนยังไม่แน่ใจและในจังหวะนั้นเองก็มีเสียงใครคนหนึ่งดังขึ้นมา
“มีอะไรกัน?”
“มีคนมาขอพบท่านแม่ทัพใหญ่จางขอรับเห็นว่าเป็หมอหลวงขอรับ”ทหารนายนั่นหันไปรายงานทหารคนหนึ่งที่ดูค้นตาเธอเหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน
“หืม? เอ๊ะ นั่น!” สายตาของทหารคนนั้นมองมาที่เธอแล้วทำหน้าซีดคล้ายเห็นผี
“พวกเ้าดูแลขบวนนี้ให้ดีข้าจะไปตามท่านแม่ทัพใหญ่!”ชายคนนั้นะโสั่งทหารแล้วชักหัวม้าพุ่งตรงเข้าประตูเมืองไปท่ามกลางความงุนงงของคนทั้งหมดรวมทั้งเธอด้วย
ผู้ชายคนนั้นเป็อะไรทำไมต้องใขนาดนั้น?
เวลาผ่านไปเพียงชั่วครู่เฟิงหลงก็ปรากฏตัวขึ้น เขาเหลือบมองเธอชั่วแวบแล้วเชิญหมอลู่ไปคุยกันสองคน
การสนทนานั้นดูไม่ค่อยราบรื่นนักเพราะเฟิงหลงนั้นหันมามองเธอบ่อยๆ แต่พอท่านน้ายื่นของป้ายอะไรสักอย่างให้เขาดู เขาก็เงียบไปก่อนที่จะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่
“หากเป็พระประสงค์ของฮองเฮาข้าก็มิอาจขัดได้แต่ข้ามีข้อแม้ว่าพวกท่านต้องอยู่แต่ในเขตที่ข้ากำหนดเพียงเท่านั้น”เขาเหลือบมององค์หญิงิจูที่แต่งชุดผู้ชายอย่างหงุดหงิดใจไม่ได้
ไม่รู้หรือไงว่าที่นี่มันอันตรายแค่ไหน?!
“แต่ข้าจะให้คนพาองค์หญิงกลับไป!”
“ข้าไม่แน่ใจว่าท่านรู้หรือไม่ว่าตอนนี้องค์หญิงเป็ลูกศิษย์ของข้าและที่นางมาในครั้งนี้ก็มาเพื่อเรียนรู้วิชาเท่านั้นท่านแม่ทัพใหญ่อย่าวิตกกังวลเลย ข้ารับรองได้ว่านางจะไม่สร้างเื่”
คำรับรองที่หนักแน่นและแววตาประหลาดของหมอหลวงลู่นั้นทำให้เขาชะงักไปเล็กน้อยความรู้สึกประหลาดแวบเข้ามาในใจ
คงไม่ใช่เขาคนเดียวที่สังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงขององค์หญิงิจูแถมท่านหมอลู่ยังกล้าออกปากรับรองให้นางอีกด้วย
นับวันองค์หญิงิจูยิ่งน่าสงสัยขึ้นเรื่อยๆ ...
แต่ในเมื่อห้ามไม่ได้ทางเดียวที่เขาทำได้คือต้องดูแลความปลอดภัยให้องค์หญิงอย่างเข้มงวดไม่อย่างนั้นต่อให้เขารอดจากเื่ควบคุมโรคระบาดไปได้เขาก็คงต้องรับโทษเื่องค์หญิงแทนถ้าเกิดอะไรขึ้น
“ข้าจะยอมให้องค์หญิงอยู่ต่อ...ถ้านางยอมรับเงื่อนไขของข้าได้”คำพูดของเขาทำให้ท่านหมอลู่มองเขาคล้ายรู้ทันแล้วหัวเราะออกมาเบา ๆ
“เื่นั้นงั้นท่านคงต้องตกลงกับองค์หญิงเอาเอง ท่านแม่ทัพใหญ่”
เงื่อนไขที่เฟิงหลงยื่นให้เธอนั้นทำเอาอัญญ่าแทบกรี๊ดออกมานี่เขาจะให้เธอนอนห้องเดียวกันกับเขาเนี่ยนะ!
ถึงแม้ว่าเขาจะเอาเื่ความปลอดภัยมาอ้างแต่จะให้เธออยู่กับเขาสองต่อจนกว่าจะกลับเมื่อหลวงละก็
ฝันไปเถอะ!
“ข้าไม่คิดว่ามันจะมีความจำเป็อะไรที่ข้าต้องพักที่เดียวกับท่าน”เธอมองเฟิงหลงแล้วรีบส่ายหัวปฏิเสธทันที
“องค์หญิงท่านคงพอจะรู้ว่าการออกมาอยู่ในที่ห่างไกลเช่นนี้นั้นมีข้อจำกัดมากมายอย่างเช่น...ท่านอาจจะต้องนอนรวมกับทหารอีกหลายคนเพราะที่นี่คือค่ายทหารและถ้าท่านจะอาบน้ำก็ต้องไปอาบน้ำรวมกับพวกเขากันตรงนั้น” เขาชี้ไปยังลำธารเล็ก ๆที่ไหลผ่านกลางค่าย
“แต่ถ้าท่านสะดวกใจที่จะอยู่รวมกับพวกทหารและอยากให้ข่าวลือเื่ที่ท่านปลอมตัวเป็ผู้ชายแล้วนอนรวมกับทหารดังออกไปจนเข้าหูฮองเฮาข้าก็คงทำอะไรไม่ได้”
คำพูดของเฟิงหลงทำให้เธอชะงักก่อนที่จะกำหมัดแน่นด้วยความอยากจะชกใครสักคน
ผู้ชายบ้าอะไรปากจัดชะมัด!
เธอสูดลมหายใจเข้าลึก ๆทั้งที่ยังมองเฟิงหลงตาขวาง เมื่อรู้ตัวว่าเธอไม่สามารถหาเหตุผลมาสู้เขาได้
“ชิ...แล้วมาดูกันว่าใครจะทนไม่ได้ก่อนกัน นำไปซิ! ข้ายังมีงานที่ต้องทำอีกมาก!”เธอเค้นเสียงออกมาจากไรฟันพลางมองเขาอย่างหงุดหงิด
เฟิงหลงเลิกคิ้วแล้วเรียกทหารคนสนิทมากระซิบอะไรอยู่ชั่วครู่ก่อนที่ทหารคนนั้นจะเดินไปเชิญหมอลู่และญาติผู้พี่ของเธอไปอีกทางส่วนตัวเขาก็พาเธอจื้อหลานและเว่ยจ่งก่วนเดินไปยังกระท่อมขนาดกลางแล้วชี้ไปยังกระท่อมเล็ก ๆที่อยู่ติดกัน
“จื้อหลานไปพักกระท่อมนั้นท่านเว่ยจ่งก่วนเชิญกระท่อมโน่น ส่วนท่านมาทางนี้”
จื้อหลานกับเว่ยจ่งก่วนพยักหน้าแล้วแยกกันเข้ากระท่อมของตัวเองไปส่วนเฟิงหลงดึงเธอมาอีกทางแต่เธอยื้อตัวเอาไว้
“ข้าจะพักกับจื้อหลาน!”เธอรีบสะบัดมือเขาออกแล้วทำท่าจะเดินตามจื้อหลานไปแต่ก็โดนเฟิงหลงกันเอาไว้
“ท่านต้องพักข้าถ้ายังเื่มากก็กลับเมืองหลวงไป อ้อ...ข้าลืมบอกเงื่อนไขอีกข้อนับจากนี้ไปท่านต้องกลับกระท่อมก่อนค่ำ ไม่อย่างนั้นอย่างหาว่าข้าไม่เตือน”น้ำเสียงเ็าของคนตรงหน้าทำให้เธอชะงัก
หมอนี่กล้าขู่เธอ!
เธอจ้องเขาอยู่ชั่วครู่แล้วสะบัดหน้าใส่เขาก่อนที่จะเดินดุ่ม ๆ ไปยังห้องเดียวที่เหลืออยู่
อย่าให้ถึงทีเธอบ้างนะแม่งจะเอาให้น่วมเลยคอยดู!
*********************************
ไรต์ Talk:
ยัยอัญ แกจะสู้เขาไหวหรอ นั่นแม่ทัพเลยนะ