จั๋วเหรินหาวกลับมาจากสำนักมือปราบด้วยแววตาครุ่นคิดภรรยาจอมปลอมเห็นท่าทางเขาแล้วก็สนใจใคร่รู้อย่างยิ่ง ฉงหยวนหยวนเลื่อนถ้วยน้ำชามาตรงหน้าสามีนางยิ้มน้อยๆ ให้กับเขาชายหนุ่มรู้ว่านางกำลังรอให้เขาเล่าเื่ที่เขาสืบมาได้วันนี้
“คุณชายใหญ่ฉงรู้จักอนุหนงมาก่อนเพราะเคยเดินทางไปเมืองฉู่จิ้งและเที่ยวเตร่สำราญอยู่ในหอคณิกาที่นั่น”
“เช่นนั้นอนุหนงกับพี่ใหญ่ก็....”
“ใช่!คุณชายใหญ่เคยเป็แขกของนางมาก่อน”
“ไอหยา!นี่ท่านพ่อของข้าเอาสตรีเช่นนี้เข้าเรือนมาได้อย่างไร?”ดวงตาของฉงหยวนหวนตื่นตระหนก “นี่เป็เื่บัดสียิ่งนัก พี่ใหญ่เคยใช้บริการนางแล้วนางยังมาเป็อนุของท่านพ่ออีกมิน่าพี่ใหญ่จึงสีหน้าไม่พอใจอย่างหนักตอนที่เห็นหน้านางครั้งแรก”
“แต่พวกเขาก็นัดพบกันในที่มืดๆสองต่อสอง คุณหนูแปด ท่านไม่คิดหรือว่าระหว่างคนทั้งสองอาจจะมีเยื่อใยกันอยู่?”
ฉงหยวนหยวนไม่กล้าจะเอ่ยประโยคต่อจากนั้นหากท่านพ่อของนางรู้เื่นี้เข้าคงจะกลายเป็เื่ใหญ่นางก็ไม่ได้สนิทสนมกับฉงจื่ออี้และไม่เคยเข้าหน้าเข้าได้ติดสักครั้ง จึงนึกไม่ออกว่าข้อขัดแย้งเื่สตรีผู้นี้จะออกมาใน รูปแบบใด?
“ท่าทางใต้เท้าฉงจะไม่เคยระแคะระคายเื่นี้”
“ท่านพ่อโปรดปรานอนุหนงยิ่งกว่าอนุคนใด?บางครั้งข้าก็รู้สึกว่าท่านพ่อเมตตานางยิ่งกว่าข้าผู้เป็บุตรสาวเสียด้วยซ้ำ”ฉงหยวนหยวนเชิดหน้าขึ้นนิดๆ
“เห็นทีข้าคงต้องไปดูเรือนอนุหนงสักหน่อยแล้วคุณหนูแปด คืนนี้ท่านช่วยไปดูทางหนีทีไล่ช่วยข้าที”
ฉงหยวนหยวนปังฮุ่ยและปังิ่ต้องช่วยกันระมัดระวังมิให้ผู้ใดจับได้ว่าแต่ละคืนจั๋วเหรินหาวลอบไปสืบความในแต่ละเรือนสตรีทั้งสามจึงย่องตามออกไปดูลาดเลาแล้วทำทีเหมือนเรือนตนปิดไฟนอนเรียบร้อยแล้วฉงหยวนหยวนอยากรู้อยากเห็นเื่นี้ยิ่งนักนับั้แ่นางเห็นการนัดพบของพี่ใหญ่กับอนุหนง นางก็สงสัยเช่นเดียวกับจั๋วเหรินหาว
ใต้เท้าฉงเดินยิ้มเริงร่ามาถึงเรือนอนุหนงนางแต่งกายงดงามรอต้อนรับแล้วเชิญสามีวัยกลางคนเข้าไปในเรือนอาหารรสชาติเยี่ยมล้วนเตรียมด้วยฝีมือของนางเอง
“เ้าไม่ต้องทำอาหารให้ข้าก็ได้ประเดี๋ยวจะลำบากเ้าเปล่าๆ”
“มิได้เ้าค่ะนายท่านมีบุญคุณกับข้ายิ่งนัก”
ใต้เท้าฉงถอนหายใจ“ข้าก็หวังว่าภัยของเ้าจะหมดไปเสียที อยู่ที่นี่ก็พอจะคุ้มให้เ้าปลอดภัยได้ ตราบที่ข้ายังมีชีวิตอยู่”
อนุหนงรินน้ำชาเอาอกเอาใจก่อนจะหยิบตะเกียบเริ่มรับประทานอาหารเงียบๆจั๋วเหรินหาวแปลกใจในท่าทีของใต้เท้าฉง เดิมทีเขามักเห็นชาย วัยกลางคนที่มีอนุสาวสวยมักจะชอบหยอกล้อกอดรัดในยามที่มาเจอแต่นี่... ใต้เท้าฉงกลับเอาแต่รับประทานอาหารเงียบๆ
“ห้องนอนข้าเตรียมไว้เรียบร้อยแล้วเ้าค่ะ”
“ดี! คืนนี้ข้าจะพักผ่อนให้เต็มที่เ้าก็ตามสบายเถิด”
ใต้เท้าฉงเดินเข้าไปในห้องนอนใหญ่อนุหนงเดินตามเข้ามาช่วยถอดเสื้อผ้าตัวนอกและรองเท้ารอจนใต้เท้าฉงนอนบนเตียงเรียบร้อยนางก็ห่มผ้าให้
“เ้าก็ไปนอนเสียเถิด”
“เ้าค่ะ”
อนุหนงเดินออกจากห้องนอนใหญ่แล้วเข้าไปนอนในห้องนอนเล็ก จั๋วเหรินหาวรู้ชัดแล้วว่าคนทั้งสองมิได้ร่วมห้องกัน ชายหนุ่มจึงออกจากเรือนของอนุหนงฉงหยวนหยวนซุ่มรออยู่ตรงทางเดินเมื่อเห็นสามีกำมะลอของตนวิ่งกลับมาก็ดีใจนางปราดเข้าไปเกาะแขนเขาอย่างลืมตัว ด้วยความรีบร้อนหญิงสาวจึงสะดุดก้อนหินบนทางเดินที่ค่อนข้างมืดถลาเข้าไปในอ้อมกอดของ จั๋วเหรินหาวที่กำลังตรงเข้ามา
“โอ๊ะ!”
พลั่ก! ร่างของนางชนตรงหน้าอกของชายหนุ่มอย่างแรงเขาผงะแต่ก็ยังประคองร่างนางไว้ได้ ฉงหยวนหยวนหน้าเสีย นางค่อยๆเงยหน้าขึ้นมองบุรุษที่ประคองร่างนางไว้ในอ้อมแขน
“เป็อย่างไรบ้าง?คุณชายจั๋ว”
เขาค่อยๆช่วยนางพยุงตัวให้ยืนได้ ทั้งสองสบตากันนิ่งครู่หนึ่งก่อนจะ เอ่ยขึ้น “เื่นี้เหนือกว่าที่เราคาดเอาไว้เข้าห้องไปก่อนเถอะ”
ฉงหยวนหยวนขยับจะเดินแต่ข้อเท้าของนางกลับแพลง
“โอ๊ย!” หญิงสาวสะดุ้งรีบยกเท้าขึ้นเพราะเจ็บแปลบๆ
“ท่านาเ็เสียแล้วหรือ?”
นางจับแขนทั้งสองข้างของจั๋วเหรินหาวเอาไว้เพื่อพยุงตัวชายหนุ่มร้อนใจรีบอุ้มนางขึ้นแล้วเดินลิ่วเข้าห้องนอนโดยมีสาวใช้ทั้งสองคอยเปิดประตู ปังฮุ่ยอมยิ้มเมื่อเห็นคุณหนูของตนหน้าแดงระเรื่อ
จั๋วเหรินหาววางนางลงบนเตียง“คราวหน้า ท่านไม่ต้องไปซุ่มดูข้าเช่นนั้นหรอก หากมีคนมาเห็นเข้า ความจะแตกเสียเปล่าแค่ไปช่วยดูต้นทางขาไปก็พอ”
ฉงหยวนหยวนรู้สึกว่าตนใจเต้นตึกตักยังไม่หายเมื่อครู่เป็ครั้งแรกที่นางกับเขาได้แนบชิดสนิทสนมกันอย่างถึงเนื้อถึงตัวชายหนุ่มยังคงทำหน้าเรียบๆ
“คุณหนูแปดบิดาของท่านกับอนุหนงมิได้ร่วมห้องกันนะ ข้าเห็นพวกเขาแยกกันนอนคนละห้อง เห็นทีเื่ของอนุหนงคงจะมีเื้ัที่ท่านพ่อของตนมิได้บอกผู้ใด?”
“หา!” สตรีทั้งสามอุทานพร้อมกัน
“เป็ความจริงหรือ?ข้านึกว่าท่านพ่อรักใคร่นางมากกว่าอนุคนอื่นๆ เสียอีกหากไปเรือนนั้นแต่กลับแยกห้องกันนอน เช่นนี้จะหมายความว่าอย่างไร?”
“รู้สึกว่าใต้เท้าฉงน่าจะซ่อนความลับของอนุหนงเอาไว้ฟังแล้วดูเหมือนเอานางมาซ่อนตัวจากคนที่ปองร้ายมากกว่าเอามาเป็อนุภรรยา”
ฉงหยวนหยวนได้ยินคำยืนยันของมือปราบหนุ่มก็ยิ่งงงงวยเข้าไปใหญ่
“ท่านพ่อรับนางมาในฐานะอนุหากเป็เพียงการทำบังหน้า เห็นทีเื้ัของอนุหนงผู้นี้คงน่าสนใจไม่น้อย”
ปังฮุ่ยหยิบลูกประคบมาประคบให้นายหญิงของตนจั๋วเหรินหาวมองเห็นข้อเท้าของนางบวมแดงจึงนั่งลงใกล้ๆ แล้วพลิกดู
“กระดูกของท่านคงจะเคลื่อนเสียแล้ว”ชายหนุ่มใช้มือหนึ่งจับขาและมือหนึ่งขยับปลายเท้า หญิงสาวโอดครวญว่าเจ็บชายหนุ่มจึงเงยหน้ายิ้มให้
ฉงหยวนหยวนที่ก้มลงเห็นหน้าเขาใกล้ๆไม่กล้าจ้องตาตอบ ได้แต่มองเลยไปดูข้อเท้าตนเองนางได้ยินเสียงลมหายใจเขาสะดุดเล็กน้อย
************************

