หลังจากจัดการกับข้าวเที่ยงและบัวลอยไข่หวานลูกโตของสองแสบไปบอกได้คำเดียวว่า…เกือบเอาชีวิตไม่รอดเพราะบัวลอยพี่ทุเรียนและน้องต่าย แม้ภายนอกมันดูสุกก็จริงแต่พอลองกินเข้าไปรู้เลยว่ามันหลอกลวงเพราะด้านในมันยังเป็แป้งแข็งอยู่เลยแต่ก็ไม่มากนัก ซึ่งสุดท้ายแล้วทั้งพี่ทุเรียนและน้องต่ายก็ไม่ได้ถูกกินเข้าไปจนหมดสองแฝดดูซึมไปทันทีแต่นั้นก็แค่พักเดียวเด็กทั้งสองก็ร่าเริงขึ้นมาแถมจะมีการแก้มือใหม่ในครั้งหน้าอีกครั้ง ไม่รู้ว่าตัวอะไรจะออกมาอีก
“พี่อินทร์ น้องจันทร์ ใส่หมวกให้เรียบร้อยค่ะจะได้ไปกัน” รักร้องบอกเด็กทั้งสองที่กำลังร่าเริงเพราะลมเลยอมให้ไปเล่นในสวนปาส์มน้ำมันทีี่กำลังเก็บผลวันนี้
“ถ้าช้าไม่ต้องไป” เสียงคนเป็พ่อพูดขึ้นตามมาขู่ทำให้เด็กทั้งสองต่างรีบวิ่งไปให้อารักใส่หมวกให้ก่อนจะหยอกล้อกันไปขึ้นพ่วงข้างที่จอดอยู่หน้าบ้าน รักอดยิ้มให้กับความน่ารักของสองแฝดไม่ได้
“เธอช่วยเตรียมของว่างไปให้พวกไอ้แสบด้วยนะ” ลมเลร้องบอกรักที่กำลังเดินเข้าไปในครัวซึ่งก็กำลังไปเอาของว่างพอดี
“ฉันเตรียมไว้แล้วละค่” รักบอกไปทั้งรอยยิ้มลมเลทำเพียงพยักก่อนจะหยิบหมวกปีกกว้างขึ้นมาใส่
“ฉันออกไปรอข้างนอกนะ” บอกเสร็จก็เดินออกไปไม่ได้รอคำตอบรับจากรัก หลังจากจัดของว่างเสร็จเรียบร้อยก็ลองเช็คดูอีกครั้งว่าลืมอะไรอีกหรือเปล่าดูจนแน่ใจว่าไม่ลืมอะไรรักก็รีบเดินออกไปหาสามหนุ่มที่รออยู่หน้าบ้าน เธอยืนมองพ่วงข้างคันเดิมที่เคยนั่งเข้ามาวันแรกอย่างหวั่นๆเพราะยังไม่ชิน
“อารักมาแล้ว พ่อไปกันเลย” ขุนอินทร์เมื่อเห็นรักเดินเข้ามาก็ร้องบอกทันที เพราะอยากไปเล่นเร็วๆ
“เรียบร้อยแล้วใช่ไหม” ลมเลเอ่ยถาม รักแค่พยักหน้าก่อนจะก้าวขึ้นพ่วงข้าง “งั้นไปละนะ” คนประจำคนขับว่าทั้งสตาร์ทรถ
“ไปเลยค่ะ” หาที่ยึดได้ก็บอกให้อีกคนออกรถไป แต่ลมเลกลับปล่อยมือจากแฮนรถหันมามองหน้าเธอนิ่ง คนถูกมองก็อดใไม่ได้ว่าทำอะไรผิดไปหรือเปล่า “มีอะไรหรือเปล่าคะ”
“ทำไมเธอไม่ใส่หมวก” เสียงเอ่ยถามนิ่งๆแต่ดูดุถามขึ้น รักก็งงๆ อย่าบอกว่าที่จ้องเธอนิ่งนี้เพราะเธอไม่ใส่หมวก
“เอ่อ…ฉันไม่มีนะคะ แต่ไม่เป็อะไรหรอกมันไม่ค่อยร้อนเท่าไร” บอกไปทั้งที่ความจริงแล้วมันร้อนจนรู้สึกปวดหัว ลมเลมองคนตรงหน้านิ่งปากบอกไม่ค่อยร้อนแต่หน้านี้เหงื่อเต็มแถมแดงมาก นึกหงุดหงิดขึ้นอย่างบอกไม่ถูกดูแลคนอื่นได้แต่ทำไมถึงไม่ค่อยดูแลตัวเอง
“ใส่ไป” เสียงบอกพร้อมกับหมวกปีกกว้างที่ถูกใส่ลงบนศีรษะของรัก รักมองขึ้นอย่างงงๆ
“เอ่อ…ไม่เป็อะไรค่ะ คุณลมใส่ไปเถอะ” รักว่าขึ้นอย่างเกรงใจคนตัวสูงที่อุส่าห์สละหมวกให้แต่ด้วยสายตานิ่งที่มองมาทำให้มือที่เลื่อนหมายจะไปถอดหมวกคืนอีกคนกลับต้องจับหมวกนั้นไว้เฉยๆแทน
เมื่อเห็นว่ารักยอมใส่ดีๆลมเลก็จัดการขับพ่วงข้างไปตามแนวถนนที่ทั้งสองข้างทางเต็มไปด้วยต้นไม้ต่างๆ ที่เ้าของสวนปลูกไว้ทำมาหากิน ตลอดทางนั้นไม่ได้ร้อนอะไรมากเพราะมีร่มไม้ค่อยให้ร่มเงา บรรยากาศธรรมดาๆที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย
พ่วงข้างเล่นเข้ามาในสวนปาล์มน้ำมันที่สูงท่วมหัวใบของมันแผ่ปกคลุมให้ร่มเงาทำให้ไม่รู้สึกร้อนแต่กลับเย็นสบายเพราะมีสายลมพัดผ่านมาเป็ระรอกๆ พื้นที่ในสวนก็ไม่มีหญ้าขึ้นรกอย่างที่รักเห็นระหว่างทางที่นั่งรถทัวร์มาที่สวนสายลม มันโล่งเตียนน่าอยู่มากเลยทีเดียวในความคิดของรัก
หลังจากดื่มด่ำอยู่กับบรรยกาศที่แปลกใหม่อยู่นานรถพ่วงข้างก็ได้หยุดลงสองแฝดก็ไม่รอช้ารีบกระโดนลงจากรถจนคนเป็พ่อต้องดุ รักอดไม่ได้ที่จะหัวเราะเด็กถูกดุ
“นายหัวมาแล้วๆ ไปๆทำงาน” เสียงสำเนียงที่แปลกหูเอ่ยขึ้นทันทีที่รถมาถึง
“ไอ้ทั่ว ไม่เห็นกูมึงไม่ทำซินะงาน” ลมเลว่า คนตัวผอมผิวคล้ำรีบเข้ามาประจบนายทันที
“ไม่ใช่พันนั้นนะนายหัว ไอ้ทั่วนี้หยันสุดแล้วในสวน อิอิ” นายทั่วรีบแก้ตัวทันทีแค่พักหน่อยเดียวเอง ทางลมเลก็ไม่ได้โกรธอะไรเพราะชินกับลูกน้องคนนี้ถึงมันจะชอบกวนแต่มันก็ขยัน
“ขยันกวนตีนกูนะซิ ไปๆทำงานๆ” ลมเลว่าอย่างไม่จริงจังนัก
“อุ้ย” ทั่วใเมื่อพึ่งสังเกตเห็นคนที่มากับนายตัวเอง รักทำเพียงส่งยิ้มให้
“นายหัวใครนั้น” ก่อนจะไปก็ไม่วายอยากรู้ ลมเลทำเพียงมองหน้าทั่วอย่าง้าบอกว่ามึงเสือกอะไร ไอ้ทั่วเลยได้แต่เกาหัวยิ้มแห้งแล้วเดินจากไปดูนายหัวจะหวงจังเลยคนนี้ รักได้แต่นึกตลกลูกน้องของลมเลในใจ ก่อนจะมองตามทั่วไปอย่างสนใจเพราะกำลังถือท่อนเหล็กยาวๆ และแทงบนทลายปาล์มที่อยู่สูงมาก บางต้นก็ใช้ตะขอเกี่ยว
“คุณลมเขาทำอะไรกันนะคะ” รักเอ่ยถามลมเลอย่างสงสัย
“เก็บปาล์มไง” ลมเลบอกนิ่งแล้วมองดูคนงานตัดปาล์มกันต่อไป สองแสบก็วิ่งเล่นอยู่ใกล้ๆ เธอก็อยากถามต่อแต่ก็เกรงใจอีกคน
“ไอ้แสบมานี้ๆ” ลมเลเอ่ยเรียกสองแสบทั้งกระดิกนิ้วอย่างกวนๆ ขุนอินทร์ ขุนจันทร์ หันมองแต่กลับไม่เข้าไปหาเพราะรู้ดีว่าพ่อเรียกทำไม เลยวิ่งเข้ามาเกาะรักแทน รักเองก็ออกจะงงๆ
“พวกเอ็งคิดว่ารอด” ลมเลว่าติดตลก ที่เห็นลูกทั้งสองวิ่งไปเกาะพี่เลี้ยงสาว
“พี่อินทร์ไม่เก็บนะ”
“น้องจันทร์ก็ไม่เก็บ” เด็กทั้งสองว่าขึ้นพร้อมทั้งสายหน้าระรัวไม่น่าหลงเชื่อคำชวนพ่อเลย
“อะไรกันหรือคะ” รักถามขึ้นอย่างสงสัย
“พ่อจะให้พี่อินทร์เก็บปาล์มร่วง” ขุนอินทร์รีบฟ้องทันที ลมเลทำเพียงยืนแคะจมูกมองลูกชายทั้งสองนิ่งๆ
“ปาล์มร่วง?”
“ใช่ครับ อารักบอกพ่อให้หน่อยน้องจันทร์ไม่เก็บ” ขุนจันทร์รีบอ้อนทันทีเพราะเด็กน้อยอยากวิ่งเล่นมากกว่า
“มันฟังดูน่าสนุกดีนะอารักว่า” พูดไปตามประสาคนไม่เคยทำพอมีโอกาสก็อยากลอง ทางลมเลแสะยิ้มร้ายทันทีที่ได้ยินรักพูด
“งั้นลองเก็บดูไหมละ” ลมเลเช็ดมือที่แคะจมูกกับกางเกงแล้วเอ่ยถามขึ้น
“แต่ฉันทำไม่เป็” รักว่า
“ไม่ยากหรอกใช่ไหมไอ้แสบ” ลมเลถามความเห็นลูกชาย สองแสบก็สายหน้ารัวทันที “งั้นเอาไปคนละใบ” ว่าทั้งยื่นกระสอบใบเล็กๆให้ทั้งสาม รักถึงกับงงว่าลมเลไปหยิบมาตอนไหน
“พี่อินทร์ น้องจันทร์ เอาไหมค่ะ” รักถามเด็กทั้งสองอย่าง้าความเห็น
“อารักทำพี่อินทร์ก็ทำ”
“น้องจันทร์ทำด้วย” แล้วสองแฝดก็จับมือกันพาอารักไป ลมเลมองอย่างผู้ชนะทันที ชนะไอ้แฝดถือเป็เื่ใหญ่ ฮาๆๆ
รักมองเด็กทั้งสองที่ค่อยแย่งกันเก็บปาล์มน้ำมันลูกสีส้มมันวาวกันอย่างสนุก นับว่าเป็ครั้งแรกเลยที่เธอได้เห็นและัักับปาล์มน้ำมันตัวเป็ๆแบบนี้ เธอพึ่งรู้ปาล์มร่วงก็คือผลปาล์มที่หลุดออกจากทลายใหญ่ๆที่มองดูแล้วคงหนักเป็สิบกิโล แต่ละต้นก็ไม่ได้มีมากอะไรซึ่งสองแฝดบอกว่าเพราะมันยังไม่สุกมาก
แม้สองแฝดจะยังเด็กแต่ก็รอบรู้เื่ในสวนคงเพราะคนเป็พ่อคอยสอนตลอดถึงแม้การสอนของลมเลติดดูจะแปลกๆ แต่นั้นก็ทำไปเพื่อฝึกสองแฝด
“โอ๊ย!” เพราะมองสองแสบจนเพลินเลยไม่ได้สนใจมือตัวเองที่กำลังเก็บผลปาล์มทำให้ถูกหนามที่อยู่ตรงทางปาล์มน้ำมันตำเอา
“เป็อะไร” เสียงลมเลถามขึ้นเมื่อได้ยินเสียงร้องของอีกคน “เปล่าค่ะแค่หนามตำนิดหน่อย” รักบอกก่อนจะหันมาเก็บผลปาล์มต่อแต่ก็ต้องร้องซีดเพราะรู้สึกเจ็บแปลบที่ถูกหนามตำ ลมเลถอดหายใจเสียงดังทันที
“เอามือมาดูหน่อย” ว่าทั้งนั่งลงใกล้ๆ กับรัก
“เอ่อ…ไม่เป็อะไรจริงๆ ค่ะ” รักยังคงยืนกราน ซึ่งคำตอบนั้นก็ทำให้ลมเลถอนหายขึ้นมาอีกครั้ง ทำไมถึงดื้อจังว่ะ
“เธอรู้ไหมหนามของปาล์มถ้าไม่เอามันออกมันจะเคลื่อนเข้าไปเรื่อยๆ จนทะลุนิ้วเลย เธอไม่กลัว?” แม้คำพูดดูเหมือนขู่ให้กลัวแต่ความจริงมันคือเื่จริง ซึ่งคนทำสวนรู้กันดีก็มีแต่คนตรงหน้าที่ดื้อไม่รู้เื่
รักมองคนพูดแล้วอดนึกกลัวไม่ได้ไม่รู้หรอกว่าที่ลมเลบอกมันจริงหรือเปล่าแต่เธอก็กลัว มือเล็กที่เปื้อนฝุ่นเปื้อนดินเลยค่อยๆ ส่งไปตรงหน้าของอีกคน ลมเลยิ้มทันทีเพราะสีหน้าของอีกคนมันตลก ก็กลัวสินะ ลมเลคิด
“มันมีหนามฝังอยู่คงจะต้องบ่งออก” ว่าทั้งใช้ปลายนิ้วโป้งของตนค่อยๆ เน้นและเค้นตรงบริเวณที่หนามฝังอยู่
“โอ๊ย!” รักรู้สึกเจ็บเลยชักมือกลับแต่มือใหญ่ของคนตรงหน้ารั้งไว้เสียก่อน
“ทนหน่อยมันอยู่ไม่ลึกมากเดี๋ยวก็ออก” ถึงปากจะเอ่ยบอกอีกคนแต่มือก็ไม่ได้หยุดกระทำ รักทำได้เพียงมองอีกคนอยู่เงียบๆ ถึงจะรู้สึกเจ็บเวลามือใหญ่กดลงมาก็ตาม
“อืม ออกแล้ว” ลมเลว่าขึ้นทั้งยิ้มให้คนตรงหน้า รักถึงกับรู้สึกใจเต้นผิดจังหวะขึ้นมา
“ขะ…ขอบคุณค่ะ” มือเล็กค่อยๆ เลื่อนออกจากมือใหญ่ก่อนจะหลบสายตาลมเลเพราะรู้สึกแปลกๆ ทางลมเลก็อดแปลกใจไม่ได้ที่รักมีท่าทีแปลกไปแต่ท่าทางนั้นของหญิงสาวมันดูน่ามองมากเหลือเกินในสายตาของลมเล ยิ่งแก้มขาวๆนั้นขึ้นสีแดงระเรืองก็ยิ่งน่ามอง
“พ่อ!” เสียงร้องพร้อมกับแรงกระแทกจากสองแฝดทำให้ลมเลที่ไม่ทันตั้งตัวถึงกับเสียการทรงตัว สองขาที่นั่งยงยองเกิดล้มลงทำให้เอนไปทับอีกคนที่อยู่ตรงหน้า
“เฮ้ย!” เพราะใทั้งสองเผลออุทานออกมาเสียงดัง ทำให้คนงานบริเวณนั้นหันมองอย่างสงสัยทันทีและต้องใกับภาพตรงหน้า
หัวใจสองดวงเต้นแรงราวกับจะหลุดออกมาข้างนอกเสียให้ได้ มันดังและแรงราวกับว่าทุกสิ่งบนโลกใบนี้มันหยุดเคลื่อนไหวมีเพียงหัวใจสองดวงที่กำลังทำงานอยู่เพียงเท่านั้น
“พ่อกอดอารัก”
*****************************************
เื่นี้้เนื้อเื่จะเรื่อยๆๆ ความแสบของลูกคู่จะมีมาให้เห็นเรื่อยๆๆนะคะ ความรักของนายหัวลมกะพี่เลี้ยงรักษ์ก็จะค่อยๆไปเรื่อยๆๆ อิอิ
ฝากติดตาม ลูกคู่สื่อรัก ด้วยนะคะ