ซุนหลวนคุนเดินเข้าในจวนดวงตาดุจพญาเหยี่ยวตวัดสายตามองทหารยามที่ก้มหน้าหลบสายตาของเขาแม่ทัพหนุ่มรับรู้ได้ว่ามีสิ่งผิดปกติ แต่ไม่มีใครกล้ารายงาน
“จะพูดเองหรือให้ข้าถาม”
“คือ...” ทหารต่างยามอึกอักใช้ศอกกระทุ้งกันไปมาไม่กล้าเอ่ยปาก
“ปิดบังผู้บังคับบัญชามีโทษทางวินัยอย่างไร”
“เรียนท่านแม่ทัพ”ทหารคนหนึ่งรีบพูดออกมาด้วยความกลัว “ไฟไหม้ที่ห้องครัวขอรับ”
“ไฟไหม้ห้องครัว?”เื่สำคัญขนาดนี้ทำไมไม่มีใครมารายงานเขา
“แต่ไหม้นิดเดียว แล้วก็ดับแล้วขอรับ”
ซุนหลวนคุนไม่รอให้ทหารรายงานจบเขาเปลี่ยนเส้นทางเดินมุ่งหน้าไปยังห้องครัวทันที หากเป็กองทัพคลังเสบียงเป็จุดสำคัญที่ต้องดูแลอย่างดี นี่ในจวนของเขาแท้ๆแต่กลับเกิดไฟไหม้ขึ้นได้ ทว่าเมื่อเขาเดินไปถึงต้องชะงักเท้าจนเสียจังหวะไปเล็กน้อยเมื่อสายตาเห็นร่างบอบบางของหรูซื่อยืนอยู่หน้าห้องครัวแม้ไฟไหม้ไม่ได้เสียหายอะไรมากนักเห็นเพียงควันขโมงและเหล่าทหารที่หิ้วถังน้ำมาดับไฟ
“ท่าน...ท่านแม่ทัพ”
เสียงทหารคนหนึ่งพูดทำให้หรูซื่อหันไปมองซุนหลวนคุนหรี่ตามอง ทำให้นางได้แต่กัดริมฝีปากไม่รู้จะอธิบายเื่เหล่านี้อย่างไรดี
“เกิดอะไรขึ้น”
“ไม่มีอะไรเ้าค่ะเื่เล็กน้อยเท่านั้น” ป้าหวงฝูรีบพูดขึ้นนางเองก็กลัวท่านแม่ทัพไม่ต่างจากคนอื่น
“เื่-เล็ก-น้อย”เขาพูดย้ำที่ละคำทำเอาบรรดาคนที่ได้ยินต่างสะดุ้งแล้วก้มหน้างุดจนคางแทบชิดอกกันเลยทีเดียว
หรูซื่อเห็นท่าไม่ดีนางรีบสาวเท้าเข้าไปหา แต่เพราะรีบร้อนจึงสะดุดก้อนหินเสียหลักเซถลาไปด้านหน้าซุนหลวนคุนเคลื่อนไหวรวดเร็วยื่นมือไปรับนางไว้ได้ทันแต่ทำให้นางได้ซุกในอกกว้างของเขาแทน การใกล้ชิดนี้ทำให้ใบหน้างามแดงระเรื่อ คงน่าดูกว่านี้แต่ถ้าไม่มีเขม่าดำเปื้อนแก้มอย่างนี้ มือใหญ่ยกขึ้นเช็ดคราบดำที่เปื้อนแก้มเบาๆหญิงสาวได้สติรีบยกมือขึ้นเช็ดแก้มตัวเอง แต่มันยิ่งเลอะเทอะจนชวนขบขัน
“ท่าน...ท่านพี่อย่าได้โกรธผู้อื่นล้วนเป็ความผิดของข้าเอง”
“ฮูหยินไม่ได้ตั้งใจขอท่านแม่ทัพโปรดเมตตาเ้าค่ะ” แม้จะกลัวมากเพียงใดแต่ก็อดสงสารฮูหยินไม่ได้ นางหวงฝูจึงชิงพูดเสียก่อน “เป็ความผิดของบ่าวที่ดูแลฮูหยินไม่ดีเอง”
“ไม่ใช่ๆ เป็ความผิดของข้าเองข้าดื้อรั้นจะทำไก่ตุ๋นเครื่องยาจีนเอง ทั้งที่ทุกคนห้ามปรามแล้วแต่ข้าก็ยัง...ยังก่อเื่อีก”
“เ้าจะทำไก่ตุ๋นเครื่องยาจีน?”เขาถามอย่างประหลาดใจ “ข้าเคยพูดแล้วหากเ้า้าอะไรให้สั่งผู้อื่นทำได้ หรือหากเ้าอยากกินอะไรก็บอกพวกเขาได้คนของข้าก็เหมือนคนของเ้า คำสั่งของเ้าก็เหมือนคำสั่งของข้า”
“ไม่ใช่ๆ” นางโบกมือไปมา“เป็ข้าที่อยากทำให้ท่านเอง ตำรับเครื่องยาจีนนี้บำรุงตับ,ไต,ปรับการไหลเวียนของเื ข้าอยากลงมือตุ๋นไก่ให้ท่านเองแต่ข้าไม่เคยเข้าครัว...เกรงว่าจะเร่งไฟแรงไปหน่อย ไฟจึงไหม้ครัวอย่างนี้”
“เ้า...ตุ๋นไก่ให้ข้า”
ที่คิดจะออกปากตำหนิจึงพูดไม่ออกพลันรู้สึกวูบไหวในอก นานเพียงใดที่เขาไม่เคยรู้สึกเช่นนี้
รู้สึกเป็พิเศษ เป็คนสำคัญ
“ใช่เ้าค่ะท่านแม่ทัพ ฮูหยินเพียง้าลงมือทำอาหารบำรุงให้ท่านไม่ได้มีเจตนาร้าย ขอท่านแม่ทัพอย่าโกรธเคืองฮูหยินเลยนะเ้าคะ”
ป้าหวงฝูอธิบาย ทหารคนอื่นก็พยักหน้าหงึกหงักเห็นด้วยฮูหยินท่านแม่ทัพเป็กุลสตรีที่เพียบพร้อมและงดงาม มีจิตใจอ่อนโยนรักใคร่ห่วงใยท่านแม่ทัพถึงเพียงนี้ แม้ว่าจะเกือบเผาห้องครัว
หรูซื่อช้อนตาขึ้นมอง“ข้าไม่ได้ตั้งใจเผาห้องครัวของท่านจริงๆ นะ”
เสียงถอนหายใจดังขึ้นเขาเองไม่ได้อยากตำหนินาง “เ้าปลอดภัยดีหรือไม่ าเ็ที่ใดหรือเปล่า”
น้ำเสียงแม้ไม่ได้อ่อนโยนนักแต่บรรดาทหารที่มักได้รับคำสั่งต่างอ้าปากค้างตะลึงงันกับสิ่งที่ได้ยินแม่ทัพซุนมีอีกชื่อที่เรียกขานลับหลังว่า ‘แม่ทัพปีศาจ’ ร้อยวันพันปีไม่เคยได้ยินท่านแม่ทัพปีศาจใช้น้ำเสียงเช่นนี้กับผู้ใดมาก่อน
หญิงสาวฉีกยิ้มหวานส่ายหน้าไปมาแต่ซ่อนมือไว้ด้านหลัง รอยยิ้มของนางไม่ได้ช่วยกลบเกลื่อนอะไรได้เลย ซุนหลวนคุนเอื้อมมือไปจับมือของนางยกขึ้นมาดู ปลายนิ้วน้อย ๆ แดงจนน่าสงสาร
“ข้าไม่เจ็บ”นางร้อนรนรีบบอกเขาแล้วชักมือกลับ แต่เขายึดข้อมือนางไว้แน่นทำให้นางขยับไม่ได้ดวงตาคู่งามหลุบลงไม่กล้าสบตากับเขา
“อย่างไรก็ต้องทำแผล” เขาจับมือนางนางขึ้นเป่าเบาๆ“อย่าทำอะไรให้ตนเองต้องาเ็อีก”
“ข้า...ข้าทราบแล้ว”
“พวกเ้าดูแลที่นี่ให้เรียบร้อยข้าจะพาฮูหยินไปทำแผล”
“ขะ...ขอรับท่านแม่ทัพ”
เหล่าทหารต่างยืนตะลึงงัน มองร่างสูงสง่าของท่านแม่ทัพประคองฮูหยินเดินออกไปสุดสายตาแล้วจึงได้สติ
เมื่อครู่...
เมื่อครู่เกิดอะไรขึ้น
ท่านแม่ทัพ ‘เป่า’นิ้วให้ฮูหยิน
ท่านแม่ทัพ‘ประคอง’ฮูหยิน
ท่านแม่ทัพไม่ลงโทษผู้กระทำผิด
คนผู้นั้นคือบุรุษที่ถูกเรียกขานว่าเป็‘แม่ทัพปีศาจ’ นะหรือ?
“ยืนงงอะไรกันรีบจัดการห้องครัวให้เรียบร้อยสิ” ป้าหวงฝูเตือนบรรดาทหารที่ยืนงงอยู่เป็จังหวะเดียวกับที่ลูกชายของนางวิ่งกระหืดกระหอบตามมา
“ท่านแม่เกิดอะไรขึ้นขอรับ”หวงอี้ถามมารดา เขาเพิ่งปฏิบัติภารกิจให้ท่านแม่ทัพเสร็จจึงตามกลับเข้าจวนมาทีหลังพอได้ยินว่าห้องครัวไฟไหม้และท่านแม่ทัพมาดูด้วยตนเอง จึงวิ่งตามมาที่นี่แต่มาถึงก็ไม่พบท่านแม่ทัพแล้ว
“ไม่มีอะไรแล้ว”นางโบกมือไปมา
“ท่านแม่ทัพเล่า”
“ฮูหยินาเ็ท่านแม่ทัพพาไปรักษาแล้ว”
“อ๊า! ฮูหยินาเ็ ข้าจะไปตามหมอทหาร” หวงอี้ทำท่าจะวิ่งออกไปแต่ถูกมารดาดึงคอเสื้อไว้ก่อน
“ไม่ต้องๆท่านแม่ทัพรักษาให้ฮูหยินเอง”
“แต่ท่านแม่ทัพไม่ใช่หมอนะขอรับท่านแม่”
นางหวงฝูกลอกตามองท้องฟ้า
“เอาล่ะไม่ต้องตามท่านแม่ทัพกับฮูหยินไปก็พอแล้ว”
มิน่าเล่าป่านนี้ลูกชายคนเดียวของนางยังหาสะใภ้ไม่ได้เสียที เดิมทีนางไม่อยากเป็ฝ่ายหาคู่ให้บุตรชายเผื่อว่าหวงอี้มีนางในดวงใจ แต่เห็นท่าทางซื่อ ๆ เช่นนี้ นางคงต้องลงมือหาสะใภ้ให้ลูกชายด้วยตนเองแล้ว
แม่ทัพหนุ่มพาภรรยาตัวน้อยกลับมาที่เรือนของตนซึ่งใกล้กว่าเดินไปที่เรือนของหรูซื่อเขาสั่งบ่าวรับใช้ให้ยกน้ำอุ่นเข้ามาจับร่างเล็กนั่งบนตั่งแล้วหยิบผ้ามาชุบน้ำเช็ดใบหน้าให้นางอย่างเบามือ
“ท่านพี่ข้าทำเองได้” นางยื่นมือไปหมายจะหยิบผ้ามาเช็ดหน้าด้วยตนเองแต่เขาเพียงพลิกข้อมือหลบ นางก็เอื้อมมือไม่ถึงมือของเขาแล้ว
“เ้ามองไม่เห็นจะเช็ดไม่หมด”เขาให้เหตุผล แต่มุมปากยกขึ้น
เป็รอยยิ้มที่ทำเอาหรูซื่อตาพร่าไปชั่วขณะ ยามแย้มยิ้มใบหน้าของเขาน่ามองถึงเพียงนี้ นางรู้สึกไม่เหมาะที่จ้องมองบุรุษ
แต่...
เขาเป็สามีของนาง
ภรรยาจ้องมองใบหน้าสามีคงไม่เป็อะไรกระมัง
ซุนหลวนคุนเห็นนางยอมนั่งนิ่งจึงบรรจงเช็ดคราบเขม่าบนใบหน้าจากนั้นจึงเปลี่ยนผ้าแล้วเช็ดปลายนิ้วมือที่ละนิ้วอย่างทะนุถนอมหรูซื่อเองก็ไม่รู้ว่าตนเองได้แผลมาเมื่อใด แต่เห็นเขาทำเพื่อนางขนาดนี้หัวใจดวงน้อยก็ยิ่งเต้นรัวและยิ่งนึกถึงคำสอนของป้าหวงฝูที่นางต้องพยายามใกล้ชิดสามีให้มาก ๆหัวใจของนางก็ยิ่งเต้นไม่เป็จังหวะ
‘ต้องใกล้ชิดมาก ๆ เอ๋?มากแค่ไหนหรือป้างหวงฝู’
‘มือไม้ัั ดวงตาประสาน เรือนร่างแนบชิด’
‘มือไม้ัั ดวงตาประสาน เรือนร่าง..นะ..แนบ แนบชิด’
‘ใช่เ้าค่ะ ฮูหยินมิต้องเขินอาย ท่านเป็ภรรยาของท่านแม่ทัพการใกล้ชิดถูกเนื้อต้องตัวมิใช่เื่ผิด’
‘ทำเช่นนี้แล้ว ข้าจะมีทายาทให้ท่านแม่ทัพได้หรือ?’นางยังคงสงสัย
‘เื่นั้น...เื่นั้นท่านแม่ทัพจะเป็ผู้มอบบุตรให้ท่านเองเ้า
ค่ะ’
ซุนหลวนคุนเห็นสีหน้าภรรยาแปลกไป ประเดี๋ยวซีดขาว ประเดี๋ยวแดงระเรื่อ คิ้วกระบี่พลันขมวดปมอย่างวิตกกังวลเขายื่นหน้าไปใกล้ ลมหายใจผ่าวร้อนรินรดใบหน้าหญิงสาวหรูซื่อคิดจะถอยหลบแต่เมื่อนึกถึงถ้อยคำของป้าหวงฝูก็ฝืนทำตัวแข็งเกร็งไม่หลบสายตาเพื่อให้ ‘ดวงตาประสาน’ กัน
“เ้าไม่สบายเป็แน่ข้าจะไปให้คนไปเชิญหมอมาตรวจ”
ดวงตางามกะพริบตาปริบๆอย่างงุนงง จนเมื่อเห็นร่างสามีหมุนตัวก้าวออกไปนางจึงได้สติรีบยื่นมือไปหมายจะดึงเขาไว้ก่อนทว่านางรีบร้อนจนกลายเป็สวมกอดเขาจากด้านหลัง ร่างกายแม่ทัพหนุ่มกำยำแข็งแกร่งดั่งหินผาหรูซื่อเหมือนเอาตัวไปกระแทกกับกำแพงหิน เจ็บจนน้ำตาร่วงสองหยด แต่นับว่าได้ผล เพราะร่างของเขาหยุดชะงักไปทันที
แผ่นหลังััเรือนร่างอ่อนนุ่มกลับทำให้เขานิ่งงันราวกับถูกจี้สกัดจุดร่างของนางนุ่มเสียจนเขาไม่คิดว่าตนเองเคยััอะไรที่นุ่มอย่างนี้มาก่อนเขามิใช่บุรุษไก่อ่อนไม่รู้จักรสชาติอิสตรี ทว่าเมื่อแต่งนางมาเป็ภรรยาแล้ว เขามิได้ข้องแวะกับหญิงใดแม้แต่หญิงนางโลมก็ไม่เคยเรียกมารับใช้เสียงหัวใจของนางเต้นรัวแนบชิดแผ่นหลังเรียกสติชายหนุ่ม เขาจับมือนางออกแล้วค่อยๆหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับนาง
“ไม่...ไม่ต้องตามหมอ...ข้า...ข้าไม่ได้..ปะ..ป่วย”
“เ้าไม่ป่วยแต่เหตุใดหน้าแดงถึงเพียงนี้” เขารู้แล้วแต่อยากหยอกเย้าภรรยาตัวน้อยโน้มหน้าลงให้หน้าผากของตนัักับหน้าผากของนาง “ตัวก็ไม่ร้อน”
“ข้า...ข้า...” จุดที่เขาััทำก่อเกิดไอร้อนลามเลียไปทั่วใบหน้าแต่นางไม่รู้ว่า แม้กระทั้งติ่งหูดุจไข่มุกของนางก็แดงระเรื่อไปด้วย
“น้องหญิง้าสิ่งใดรึ”
‘น้อง...น้องหญิง’
นางเบิกตากว้างใครเลยจะคิดว่าสามีที่ตีหน้าเคร่งขรึมเสมอกลับเอ่ยวาจาหยอกล้อนางเช่นนี้
“ข้า...ข้า...”นางพูดไม่ออกและเขาก็ใจเย็นเอาแต่จ้องมองดวงตาของนาง นางถูกเขาจ้องจนรู้สึกเหมือนจะเป็ลมแล้ว
“ว่าอย่างไร” ถามคาดคั้นแต่สองมือกลับจับเอวบางไว้มั่นเพราะกลัวนางจะร่วงลงไปกองกับพื้น
“ข้า...ข้า้า...”
“้า?”
ถูกเขาต้อนจนไม่รู้จะทำเช่นไรนางหลับตาแน่นแล้วพูดรัวเร็วออกมา
“ข้า้าลูก ข้าอยากมีทายาทให้ท่าน ท่านมอบลูกให้ข้านะ!”.