หนึ่ง ชั่วโมงผ่านไป
ผมยกเครื่อง CPU กลับเข้ามาในบ้านอีกครั้ง ขณะที่เดินผ่านห้องนั่งเล่น สายตาก็ชำเลืองไปเห็นสองแม่ลูกกำลังนั่งกินขนมระหว่างดูซีรีส์ทางทีวีอย่างเพลิดเพลิน
ไม่นานผมก็ขึ้นมาถึงห้องของมะขิง ที่เปิดประตูอ้าเอาไว้ ผมเข้าไปจัดการเสียบสายไฟต่าง ๆ จนเสร็จสรรพ ในที่สุดผมก็กดปุ่มเปิดเครื่อง จอสว่างขึ้น ภาพตรงหน้าทำให้ผมยิ้มออกมา จอภาพแสดงหน้าวินโดว์
งานของผมจบลงไปด้วยดี
จากนั้นผมก็เดินลงบันไดไปและบอกกับพวกเธอ “เรียบร้อยแล้วครับ”
“เปิดติดแล้วเหรอ” คุณเอมถามกลับ
“ใช่ครับผม”
มะขิงที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ก็เอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ขอบคุณมากเลยนะคะ”
“งั้นเดี๋ยวผมขอตัวก่อนนะครับ” ผมบอกก่อนจะเดินตรงไปยังประตูห้องครัว
...
ในระหว่างที่พวกเธอนั่งดูทีวีด้วยกัน มะขิงก็หันไปถามแม่ของเธอ “แม่จะนอนตอนไหนคะ” เธอเอ่ยถามพร้อมกับเคี้ยวขนมเสียงดัง กรุบๆ
“แม่ยังไม่ง่วงเลย หนูจะไปนอนแล้วเหรอ”
“ยังค่ะ หนูก็ยังไม่ง่วง” มะขิงตอบพร้อมกับเสียงหยิบขนมดัง แกร็บๆ
...
ผมเดินกลับเข้ามาในห้องของตัวเอง เอนตัวลงนอนอย่างเหนื่อยล้าบนเตียง
“เฮ้อ...เหนื่อยจังเลย...ดูแล้วคืนนี้นัดน่าจะล่ม เผลอไปนัดทั้งแม่ทั้งลูก” ผมพึมพำออกมาเบาๆ แล้วหัวเราะกับตัวเองอย่างขำขัน
ขณะที่ผมกำลังเคลิ้มๆ จอโปร่งแสงก็สว่างขึ้น ปรากฏข้อความว่า
[ระบบปฏิบัติการ เวอร์ชัน 2.00 พร้อมให้อัปเดตแล้ว]
[อัปเดตหรือไม่]
ผมขมวดคิ้วเข้าหากัน “...อัปเดตแล้วจะดีขึ้นใช่ไหม”
[ระบบมีการอัปเดตใหม่ โดยมีรายละเอียดดังนี้ครับ]
[แก้ไขข้อบกพร่อง: ปรับปรุงการใช้งานให้เหมาะสมกับกิจกรรมของคุณมากขึ้น]
[ปรับเปลี่ยนรางวัล: ยกเลิกช่วงเวลาคูณ และเปลี่ยนเป็นการเพิ่มจำนวนค่าตอบแทนให้สูงขึ้นแทน]
[เพิ่มสกิลใหม่: มีการเพิ่มสกิลและทักษะใหม่ๆ ที่จำเป็นสำหรับการใช้งานในอนาคตเข้ามาในระบบ]
ผมพยักหน้า “ก็ดีเหมือนกัน เพราะช่วงนี้ฉันไม่ค่อยได้รับส่งตอนดึก ๆ แล้ว จัดการอัปเดตเลย”
[ระบบกำลังอัปเดต คุณจะไม่สามารถงานระบบปฏิบัติการได้ในขณะนี้]
ไม่นานนัก หนังตาของผมก็ปิดลงอย่างเชื่องช้า เสียงซีรีส์ที่คุณเอมกับมะขิงดูอยู่ดังคลอเข้ามาในห้อง เหมือนกำลังขับกล่อมให้ผมเข้าสู่ห้วงนิทรา
ตื๊ด...ตื๊ด...
[ระบบปฏิบัติการของคุณเป็น เวอร์ชันล่าสุด แล้ว]
[ยินดีตอนรับเข้าสู่รับอีกครั้ง]
ผมลืมตาตื่นขึ้นมาอย่างงัวเงีย สายตาพร่ามัวมีเพียงแสงสลัวๆ จากนอกหน้าต่าง
“เช้าแล้วเหรอ” ผมพึมพำ
[ยังไม่เช้าครับ ตอนนี้เวลา 02.00 น.]
“แล้วแกปลุกฉันทำไมเนี่ย” ผมบ่นออกมาอย่างงัวเงีย
[ผมไม่ได้ปลุกครับ แต่คุณตื่นขึ้นมาเองเพราะการอัปเดตระบบเสร็จสิ้นแล้ว]
“อัปเดตใช้เวลาเกือบ 6 ชั่วโมงเลยเนี่ยนะ” ผมบ่นพลางขยี้ตา
[เป็นเรื่องปกติครับ]
“แล้วระหว่างที่ฉันหลับไป ฉันพลาดอะไรไปไหม” ผมถามต่อด้วยความสงสัย
[เวลา 23.09 น. มะขิงส่งข้อความมาว่า “พี่คะ คืนนี้คงไม่ได้แล้วนะคะ...แม่ยังไม่ยอมเข้านอนเลย”]
[ต่อมาเวลา 23.55 น. เธอส่งอีกครั้งว่า “คงต้องเป็นวันหลังนะคะพี่”]
[เวลา 00.31 น. คุณชะเอมโทรหาคุณ 1 ครั้ง และโทรซ้ำอีก 2 ครั้งติดต่อกัน]
[เวลา 00.45 น. มะขิงส่งข้อความมาว่า “พี่ ทำไมไม่ตอบคะ” ก่อนจะโทรหาคุณอีก 1 ครั้ง]
ผมยิ้มออกมาอย่างมีความสุข ก่อนจะพิมพ์ข้อความตอบกลับไปหามะขิงว่า
“โทษทีนะ พี่เพลียไปหน่อย หลังจากซ่อมคอมเสร็จ กลับมาห้องก็เผลอหลับไปเลย”
“ตอนนี้พวกเธอคงนอนแล้วสินะ” ผมพึมพำพลางยืดเหยียด
[พวกเธอทั้งสองเข้านอนตั้งแต่ 01.15 น. แล้วครับ]
“อ่อ...” ผมตอบกลับสั้น ๆ อย่างไม่ได้ใส่ใจนัก “นอนเร็วไปหน่อย...ไปอาบน้ำอีกรอบดีกว่า” ผมลุกขึ้น หยิบผ้าขนหนูมาคลุมตัว
ผมค่อยๆ เปิดประตูห้องนอนอย่างเงียบเชียบ แล้วเดินตรงไปยังห้องครัว ทันใดนั้นก็เห็นใครบางคนกำลังเปิดตู้เย็นอยู่ท่ามกลางความมืด มีเพียงแสงสีนวลจากภายในตู้เย็นส่องออกมาเพียงเท่านั้น
เงามืดตรงหน้าก้มลงมองของในตู้เย็น ทำให้ผอมองไม่ชัดว่าเป็นใคร ผมจึงเพ่งสายตาดูอีกครั้ง ก่อนจะคิดในใจว่า “อ๋อ…มะขิงนี่เอง มาหาอะไรกินตอนนี้”
ผมยืนนิ่งมองเธออยู่ในความมืด มีเพียงแสงไฟจากตู้เย็นที่ส่องให้เห็นภาพเงาของเธออย่างชัดเจน ขณะที่เธอกำลังก้มดูของในนั้น เส้นโค้งของร่างกายก็ปรากฏขึ้นอย่างเด่นชัด เอวคอดกิ่วรับกับสะโพกผายที่น่ามอง ทำให้ผมต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือง
ผมย่องเข้าไปหาเธออย่างเงียบกริบ เพราะอยากทำให้เธอแปลกใจ
เมื่อถึงตัวเธอ ผมคว้าจับเอวของเธอจากด้านหลัง และดึงร่างนุ่มนิ่มนั้นเข้ามาแนบชิดกับสะโพกของผม ท่อนเนื้อร้อนผ่าวที่ตั้งชันมาได้สักพักสัมผัสกับบั้นท้ายของเธอ ทำให้ร่างเธอแข็งค้างด้วยความตกใจ
ทว่าว่าภาพตรงหน้ากลับทำให้ผมแปลกใจ ชุดของเธอเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง ร่างของเธอสวม เสื้อครอปรัดรูปสีน้ำตาลเข้มกับ กางเกงคาร์โก้ สีเบจ
เสื้อครอปที่สั้นกุดเผยให้เห็นแผ่นหลัง และรอยสักที่ซ่อนอยู่ตรงขอบกางเกงชั้นใน เป็นรูปผีเสื้อที่กำลังโบยบินอยู่บนกิ่งก้านของดอกไม้
เสี้ยววินาทีนั้น ความคิดในหัวผมตีกันวุ่นไปหมด มะขิงมีรอยสักด้วยเหรอ แต่จะว่าไปผมเองก็ไม่เคยเห็นส่วนสะโพกของมะขิงสักครั้งเดียว แล้วทำไมชุดที่เธอสวมถึงดูเหมือนคนที่กำลังจะออกไปเที่ยวกลางคืนมากกว่ามาหาอะไรกินในครัว
เสียงสูดลมหายใจลึกดังมาพร้อมกับอาการสะดุ้งเฮือก ร่างในอ้อมแขนผมรีบขยับถอยหลังทันทีจนแผ่นหลังชนเข้ากับตู้เย็นอย่างแรง
แสงจากภายในตู้เย็นที่สว่างขึ้นทำให้ผมได้เห็นใบหน้าของเธออย่างชัดเจน ผมถึงกับชะงักไปทันที เพราะคนตรงหน้าเป็น พี่สาวของมะขิง
ผมยืนนิ่งตาแทบถลน ไม่ต่างจากขมิ้นที่กำลังยืนตัวแข็งทื่อ ผมหลุดปากเรียกชื่อเธอเบาๆ “น้อง...ขมิ้น”
ปากของเธอสั่นระริก หัวใจเต้นแรง และหายใจถี่ๆ ผมได้กลิ่นแอลกอฮอล์โชยออกมาจากลมหายใจของเธอ ก่อนที่ปากเธอจะขยับคล้ายกับจะตะโกน
ผมรีบเอื้อมมือไปปิดปากของขมิ้นทันที เสียงกรีดร้องของเธอถูกเปลี่ยนเป็นเสียง "อื้ออึง" ผ่านมือผม เธอพยายามดิ้นรนอย่างสุดกำลังเพื่อจะหลุดจากพันธนาการ
วินาทีนั้นผมสังเกตเห็นว่า เธอดูเหมือนไม่ค่อยมีแรงนัก คงยังมีอาการเมาหลงเหลืออยู่ไม่มากก็น้อย
"สกิล ไว้วางใจ ก็เพิ่งใช้ไปตอนเที่ยง...กับมะขิง ตอนนี้ยังคูลดาวน์ไม่เสร็จเลย ซวยแล้วสิเรา!" ผมคิดในใจอย่างร้อนรน
ทันใดนั้นเอง ในขณะที่ผมกำลังจนหนทาง ระบบก็แจ้งเตือนสกิลใหม่ขึ้นมา
[คุณได้รับสกิล วอดก้า&โซดา]
“ห๊ะ..!!” ผมขมวดคิ้วด้วยความสงสัย ก่อนที่รายละเอียดของสกิลที่ปรากฏขึ้น
[คำอธิบาย:หากคุณใช้สกิลนี้กับใคร คนผู้นั้นจะมีอาการมึนเมาและเคลิบเคลิ้ม รู้สึกไร้เรี่ยวแรง ขึ้นมาทันที ร่างกายจะร้อนวูบวาบและสายตาจะพร่ามัวเล็กน้อย ราวกับได้ดื่มวอดก้าเข้าไป]
“ใช้สิรอใครตัดริบบิ้นล่ะ !!”
[รอคุณตัดริบบิ้นครับ ผมจะใช้โดยไม่มีคำอนุญาตจากคุณไม่ได้]
“ใช้สกิลนี้ซะ!!!”
[รับทราบสกิล วอดก้า&โซดา ทำงาน]
[เวลาในการใช้งาน 60 นาที]
หลังจากที่ผมใช้สกิล ร่างกายของขมิ้นซึ่งดิ้นไปมาก็ค่อย ๆ อ่อนแรงลง เล็บมือที่เคยจิกแขนผมก็ผ่อนแรงลงตาม ผมจึงค่อย ๆ คลายมือออกจากปากเธอ ท่าทีของขมิ้นดูเปลี่ยนไป กลายเป็นสงบมากขึ้น