ระบบหรรษา กับข้าผู้บำเพ็ญเซียนปลอม

    ตอนที่ 35 คู่หูมนุษย์สุนัข

              “แย่แล้ว สุนัขกินคนแล้ว!”

                “แถมยังเขมือบทั้งเป็นด้วย โหดเหี้ยมปานนี้เชียวหรือ!”

                นักเรียนร่วมหมื่นคนจ้องสุนัขสีขาวในจอตัวนั้นไม่วางตา

                หญิงสาวงดงามดั่งบุปผาต้องมาตายอย่างน่าเวทนาในท้องของสัตว์ร้ายเช่นนี้ทำให้จนบัดนี้พวกเขาก็ยังสงบสติอารมณ์ไม่ได้                

                “พวกเขาเป็นเพื่อนกันไม่ใช่หรือ ทำไมจู่ๆ ถึงได้ลงมือล่ะ”

                “สุนัขตัวนั้นประหลาดเหลือเกิน ข้าคิดว่ามันนี่แหละเป็นลาสบอสของกิจกรรมนี้!”

                “ฉะนั้นแล้ว มีใครลุกขึ้นมาอธิบายหน่อยได้ไหมว่า หมาตัวนี้มันอย่างไรกันแน่”

                ทุกคน “…”

                ขณะที่ทุกคนปิดปากเงียบ ภาพเหตุการณ์ก็เกิดการเปลี่ยนแปลงอีกครั้งเห็นสุนัขสีขาวตัวนั้นอ้าปากกว้าง แสงทองสาดออกมา แลดูทรงพลังน่าหวาดเกรง

                “บัดซบ หมาตัวนี้พ่นแสงสีทองได้ด้วย!”

                เหล่านักเรียนตกตะลึงอีกครั้ง!

                “ไม่สิ มันน่าจะเป็นแสงทองของยันต์ประเมินผลแพ้รบ...”

                บางคนเริ่มได้สติ ในใจพวกเขามีข้อสันนิษฐานบางอย่างแล้ว

                ...        

                ในป่าพันยอดตอนที่อันหลินเห็นต้าไป๋พ่นแสงสีทอง ก็ถอนหายใจอย่างโล่งอกเขารู้ว่าการทดลองสำเร็จแล้ว!

                นี่เป็นคำร้องขอของสวีเสี่ยวหลาน ต้าไป๋จึงเขมือบนางลงไป

                ในสงครามก่อนหน้านี้อันที่จริงสวีเสี่ยวหลานใช้พลังปราณหงส์สวรรค์ในร่างกายจนหมดสิ้นแล้ว และยากที่จะฟื้นฟูได้ในเวลาอันสั้น

                ซึ่งก็คือนางได้สำแดงด้านที่แข็งแกร่งที่สุดออกมาให้อาจารย์บนเขตแดนเห็นแล้ว

                สวีเสี่ยวหลานไม่มีพลังแห่งปราณไม่สามารถปล่อยพลังที่แข็งแกร่งที่สุดออกมาได้แล้วการต่อสู้ในครั้งต่อไปรังแต่จะทุกข์ทรมาน สู้ออกไปจากที่นี่ก่อนจะดีกว่า

                ด้วยเหตุนี้ต้าไป๋จึงใช้วิชาเขมือบ กลืนสวีเสี่ยวหลานลงไปในคราวเดียว

                เมื่อลงไปอยู่ในท้องต้าไป๋แล้วด้วยสาเหตุที่พลังของนางไม่อาจทลายได้ และพลังชีวิตในร่างกายของนางก็ถูกต้าไป๋ดูดไปอย่างต่อเนื่อง นี่เป็นทางตันอย่างแท้จริง!

                ยันต์ประเมินผลแพ้รบจึงถูกกระตุ้นให้ทำงานด้วยประการฉะนี้

                แสงทองสว่างวาบสวีเสี่ยวหลานไม่ต้องถูกทำร้ายอีกต่อไป ไปจากสถานที่แห่งนี้แล้ว

                วิธีนี้ได้ผลดีอย่างเหนือความคาดหมาย!

                อันหลินลูบคางเบาๆ ท่าทางครุ่นคิด

                “ต้าไป๋ ขออะไรเจ้าอย่างสิ”

                “เรื่องอะไรหรือ”

                “หากข้าเจอศัตรูที่แข็งแกร่งมาก เจ้าก็เขมือบข้าเข้าไปเลย!”

                ต้าไป๋ “…”

                หลังสวีเสี่ยวหลานจากไปแล้วอันหลินก็ขี่สุนัขเหาะเหิน ออกเดินทางอีกครั้ง

                ...        

                ณจัตุรัสหยกขาว หลังแสงทองสว่างวาบแล้ว ก็มีร่างสูงระหงของสวีเสี่ยวหลานปรากฏขึ้น

                ตามมาด้วยพลังรักษาสมานอันเลิศล้ำของค่ายกลเริ่มรักษาแผลกระบี่ฟันของนาง

                “ช่างเป็นผลการรักษาที่ยิ่งใหญ่เสียจริง!”

                ใบหน้างดงามผุดผ่องของสวีเสี่ยวหลานมีความตกใจอาการของนางฟื้นฟูอย่างรวดเร็ว หากเป็นเช่นนี้ต่อไปไม่แน่ว่าอีกไม่กี่ชั่วยามก็คงจะหายเป็นปลิดทิ้ง

                ขณะนั้นเองมีเสียงหนึ่งดังเข้ามาในโสตประสาทของนาง

                “ศิษย์น้องสวี ยินดีด้วยที่เกิดใหม่ในท้องสุนัข!”

                ชายคนหนึ่งแสดงสีหน้าเห็นใจ แต่ก็อวยพรด้วยความจริงใจเช่นกัน

                “ศิษย์น้องสวี เรื่องมันผ่านไปแล้ว อย่าไปคิดเรื่องไม่เป็นเรื่องเลย”

                คราวนี้ หญิงสาวอีกคนก็เอ่ยปาก

                “นั่นสิ มีชีวิตอยู่สำคัญที่สุดก็แค่ถูกหมาตัวหนึ่งเขมือบก็เท่านั้น ไม่มีอะไรน่าอายหรอก!”

                นักเรียนอีกคนพูดปลอบใจ

                ต่อมานักเรียนนับไม่ถ้วนก็จ้องนางด้วยสีหน้าเป็นห่วงเป็นใยให้กำลังใจนางด้วยน้ำเสียงเอาใจใส่

                สวีเสี่ยวหลาน“…”

                …

                หนึ่งชั่วยามผ่านไป นักเรียนที่ยังต่อสู้ในป่าพันยอด มีไม่ถึงร้อยคนแล้ว

                ระหว่างนี้นอกจากทุกคนจะให้ความสนใจกับการต่อสู้ของผู้แข็งแกร่งหล่อเลี้ยงวิญญาณไม่กี่คนแล้วสิ่งที่พวกเขาให้ความสนใจมากที่สุดก็คือ การต่อสู้ของอันหลิน

                อันหลินกับต้าไป๋โบยบินบนท้องฟ้าอย่างอิสระเมื่อพบศัตรูก็จะทะยานลงจากฟ้า กระโจนเข้าไป

                รู้จักวิชาหมัดที่พุ่งมาจากฟากฟ้าหรือไม่

                หมัดสะเทือนขุนเขา!

                เมื่อหมัดสีทองกระแทกลงมา ก็คือเวลาแห่งการเริ่มต้นฝันร้ายของศัตรู

                ไม่พูดไม่ได้ว่า รูปแบบการต่อสู้อันเป็นเอกลักษณ์อย่างคนหมาร่วมมือกันได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม

                ผู้แข็งแกร่งติดอันดับเซียนมากเหลือคณานับ ประสบกับความโหดเหี้ยม ‘สิ้นชีพ’ กันระนาว

                อันหลินกับต้าไป๋อาศัยผลการรบที่ทะนงองอาจอย่างยิ่ง สร้างชื่อเสียงได้รับสมญานามอันสะเทือนเลือนลั่น!

                ฉายานี้เป็นที่พูดกันปากต่อปากในหมู่นักเรียนนับหมื่นชีวิต ทรงพลังยิ่งนัก

                ฉายานั้นคือก็คู่หูมนุษย์สุนัข!

                ….

                “รีบดูเร็วเข้า! ผู้แข็งแกร่งติดอันดับเซียนถูก ‘คู่หูมนุษย์สุนัข’ หมายหัวอีกแล้ว!”

                “หา ครั้งนี้ใครเคราะห์ร้ายดวงซวยขนาดนั้นอีกล่ะ”

                “โจวชิงอวิ๋นอันดับที่เก้าสิบสองของสำนัก!”

                “เสร็จกันอ่อนแอปานนี้...ข้าคิดว่าเขาต้องถูกหมัดพิฆาตแสงทองคว่ำในหมัดเดียวเป็นแน่”

                “ไม่ถึงขั้นนั้นหรอก ข้าคิดว่าเขาน่าจะทนจนถึงท่าที่สองสุนัขหมอบได้!”

                นักเรียนพากันวิจารณ์กันเซ็งแซ่ บรรยากาศเดือดพล่านกว่าปกติ

                เพราะการลงมือของอันหลินกับต้าไป๋จะมีชุดกระบวนท่าพื้นฐาน ดังนั้นเหล่านักเรียนจึงพากันตั้งชื่อท่าให้พวกเขาจากนั้นคาดเดาว่าคู่ต่อสู้จะยืนหยัดได้กี่ท่า...

                ในป่าพันยอดโจวชิงอวิ๋นถือกระบี่เยื้องย่างเขาเอาชนะนักเรียนกายแห่งมรรคขั้นสิบไปสิบเอ็ดคนแล้วเจตจำนงกระบี่สั่งสมจนถึงระดับที่น่ากลัวอย่างมหันต์

                ต่อให้คู่ต่อสู้แข็งแกร่งแล้วอย่างไรแค่ข้ายื่นกระบี่ออกไป ก็สามารถกวาดล้างศัตรูตัวฉกาจได้แล้ว!      “อันหลิน ปีหนึ่งห้องหนึ่ง ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วย!”

                มีเสียงแว่วมากจากท้องนภา

                โจวชิงอวิ๋นทอดมองไปบนฟ้ารู้สึกถึงลมปราณอันยิ่งใหญ่ ตะโกนลั่นว่า “มาได้สวยโจวชิงอวิ๋น ปีสี่ห้องสอง! ฝากเนื้อฝากตัวด้วย!”

                หมัดสีทองพุ่งลงมาจากท้องฟ้า ประหนึ่งยอดเขาไท่ซาน ลอยลงมาจะทับโจวชิงอวิ๋น

                “ฮ่าๆๆ ช่างเป็นพลังเซียนที่เลิศล้ำนักแต่แม้จะเป็นพลังเซียนนับหมื่น ข้าก็สามารถจัดการได้ในกระบี่...พรืด!”

                คำว่า‘เดียว’ ของโจวชิงอวิ๋นยังไม่ทันออกจากปากอุ้งมือแห่งสายลมที่ก่อตัวจากอากาศก็กระแทกเข้าที่หน้าอกของเขาอย่างจัง

                ปึก!

                ตอนที่เขาถูกอุ้งมือลมโจมตี กำปั้นสีทองขนาดมหึมาก็เข้ามาประชิดเขาอานุภาพอันน่ากลัวซัดจนเขาล้มลงไปในพริบตา

                โจวชิงอวิ๋นกระอักเลือกแต่สายตากลับแน่วแน่ “ปล่อยพลังเซียนสองครั้งออกมาพร้อมกันอันหนึ่งในที่แจ้ง อีกอันในที่ลับ ร้ายกาจ!”

                “แต่แล้วอย่างไรเล่า ข้าย่อมจัดการได้ในกระบี่...พรืด!”

                มีร่างใหญ่โตมโหฬารลอยลงมาจากฟ้า ทับตัวเขาไว้อย่างสิ้นเชิงพละกำลังมหาศาลทำให้เขากระอักเลือดอีกครั้ง

                โจวชิงอวิ๋นรู้สึกหน้ามืดตาลาย เขาเห็นร่างขนาดใหญ่ปรากฎอยู่ตรงหน้าเมื่อเพ่งมองไปถึงได้รู้ว่าคู่ต่อสู้ของตนไม่ใช่มนุษย์แต่เป็นสุนัขตัวใหญ่งั้นหรือ

                นี่มันเรื่องอะไรกันแน่

                สุนัขสีขาวส่งยิ้มชั่วร้ายให้เขาด้วยงั้นหรือ

                ไม่รอให้เขาทราบมูลเหตุที่แท้จริงร่างมนุษย์ก็กระโดดลงมาจากหลังสุนัข!

                ฟิ้ว!

                ร่างนั้นรวดเร็วยิ่งนัก มาอยู่ตรงหน้าเขาในเสี้ยววินาทีจากนั้นก็รัวหมัดใส่เขาประหนึ่งสายลมสายฝนคลั่ง...

                โจวชิงอวิ๋นถูกหมัดอันน่ากลัวชกจนจับต้นชนปลายไม่ถูกผ่านไปเนิ่นนานกว่าจะเค้นคำพูดออกมาได้ว่า “ช้า...ช้าก่อน!”

                อันหลินได้ยินคำพูดของโจวชิงอวิ๋นก็หยุดการโจมตี มองเขาด้วยความฉงน “รุ่นพี่ เป็นอะไรไป ไม่สู้ต่อแล้วหรือ”

                โจวชิงอวิ๋นได้ยินประโยคนี้ ก็แทบจะทนไม่ไหวร้องไห้ออกมา

                ให้ข้า ‘สู้ต่อ’ อะไรกันนี่มัน ‘ถูกเจ้าชกต่อ’ ชัดๆ...

                “สหายอันหลินกล้ารับกระบี่ของข้าไหม”

                โจวชิงอวิ๋นพูดอย่างยากลำบาก

                กระบี่ของเขาสั่งสมเจตจำนงมาเนิ่นนานหากสิ้นสุดการต่อสู้ทั้งที่ยังไม่ได้ปล่อยออกมา เขายอมไม่ได้!

                อันหลินได้ยินเขาพูดเช่นนี้ ก็ทำหน้าแปลกพิลึก “ท่านราศีกันย์หรือ”

                โจวชิงอวิ๋น “…”

                อันหลินเห็นอากัปกิริยาของโจวชิงอวิ๋นก็ส่งยิ้มน่ามองให้ “ท่าทางศิษย์พี่จะไม่ตั้งใจเรียนวิชาแดนมนุษย์นะ”

                โจวชิงอวิ๋นยังคงทำหน้างุนงง

                อันหลินพูดอย่างระอาใจว่า“เอาเถอะๆ ยอมให้เจ้ายื่นกระบี่ออกมาก็ได้”

                เขารู้ว่าหากอาการย้ำคิดย้ำทำไม่ได้รับการระบายออกมาอย่างเหมาะสมจะอัดอั้นตันใจตายได้!

                ในที่สุดโจวชิงอวิ๋นก็ฟังประโยคสุดท้ายของอันหลินออกสักที!

                เขายิ้มบางๆพูดขอบคุณว่า “เช่นนั้นต้องขอบคุณศิษย์น้องอันหลินด้วย”

                ต้าไป๋ขยับร่างที่ทับเขาออกอันหลินก็เริ่มถอยหลังช้าๆ ยกพื้นที่ให้เขา

                โจวชิงอวิ๋นลิงโลดดีใจรู้ว่าโอกาสในการพลิกกระดานของเขามาถึงแล้ว!

                แม้ตอนนี้เขาจะบาดเจ็บสาหัสแต่เขายังคงมีความมั่นใจว่าจะกำราบศัตรูได้ในกระบี่เดียว!

                เขาอยากตะเกียกตะกายลุกขึ้นจากพื้นทว่ากลับพบว่าสองเท้าสั่นเทิ้ม ไม่อาจลุกขึ้นได้อีกแล้ว...

                เขาอยากใช้มือชักกระบี่แต่พบว่ามือของตัวเองก็ถูกต้าไป๋ทับจนไร้ความรู้สึกไปชั่วคราวแล้วเช่นกัน...

                โจวชิงอวิ๋นสั่นระริกไปทั้งตัวไม่อาจทำอะไรได้อีกต่อไป

                เมื่อเห็นท่าทางของโจวชิงอวิ๋นอันหลินกับต้าไป๋ก็สบตากัน

                “คือว่า...รุ่นพี่ ต้องการให้ช่วยเหลือไหม” อันหลินเอ่ยถามอย่างห่วงใย

                น้ำตาหยดหนึ่งค่อยๆไหลลงมาจากหางตาของโจวชิงอวิ๋นช้าๆ เช่นเดียวกับความเจ็บปวดของเขาที่ไม่อาจปิดบังได้

                “อืม ต้องการให้ช่วยเหลือ ศิษย์น้องอันหลินลงมือต่อให้แสงทองคุ้มกันของข้าออกมาเถอะ...”                                                                                                                           

     

    คล้ายกับเรื่องระบบหรรษา กับข้าผู้บำเพ็ญเซียนปลอม ที่คุณอ่าน