ตอน 6 ฉันคือใครอีกคน
"พูดให้ข้าฟังชัดๆ อีกครั้งซิว่า ชื่อแซ่ของเ้ามีนามว่าอย่างไร" ชายวัยกลางคนที่ดูสุขุม กลับเข้าประชิดตัวเอื้อมมือที่สากซานเกยคาง... โอบบีบแก้มน้อยๆของเธอจนปากบู้...
"ชะ ชะ ช้าน..เช่อ... เสวเชง... " เสี่ยวชิงพยายามออกเสียงเต็มที่ เสียงอู้อี้เปล่งออกจากลำคอผ่านปากจู่ๆบู้ๆนั่น...มือทั้งสองข้างพลางงัดแกะแงะมือของเขาออก....
"เ้าว่าไงนะ!!! อย่ามาแสร้งทำเฉไฉ!!บอกตัวตนของเ้ามาซะดีๆ!!" ชายผู้นั้นตวาดเสี่ยวชิงเสียงดัง...
ย๊ากกกก!!! ไม่พ้นถูกงับอุ้งมือเข้าจนได้ งั่มๆ
"ทำอะไรของเ้าน่ะ!!! เ้าเ้ามันคนเนรคุณ!!!" ชายผู้นั้นปลดมือที่เสยบีบแก้มเสี่ยวชิงออกเพราะรู้สึกเจ็บ บนอุ้งมือเป็รอยกัดชัดเจน
"บังคับให้ฉันพูด... แต่ก็บีบปากฉันไว้เนี่ยนะ!!รู้ไหมว่ากว่าฉันจะได้หน้านี้มา หมดค่าโบท็อก ฟิลเลอร์ไปเท่าไหร่!! เหอะ!!"เสี่ยวชิงยังไม่รู้ตัวว่าอยู่ในร่างของสาวขอทาน ยังคงพูดพล่ามไปเ่รื่อย
"ถ้าจะพูด ฉันพูดของฉันเองไม่ต้องรอให้ใครมาออกคำสั่งทั้งนั้น... งั้นฟังให้ดีก็แล้วกัน... ดูปากให้ดีนะคะถง!! เสี่ยว!! ชิง!! ชื่อของฉันคือถงเสี่ยวชิง"เธอรู้สึกมั่นอกมั่นใจกับชื่อแซ่ของตัวเอง... พูดจบสะบัดบ๊อบสวยๆเดินไปนั่งบนโต๊ะน้ำชานั่งขาไขว้กันลำพองใจ จีบไม้จีบมือหยิบพัดโบกซ้ายขวา เพื่อเพิ่มความเฟียต...
"ต่อไปนี้จะไม่มีถงเสี่ยวชิงอีกต่อไป...จะมีก็เพียงแต่หลานเสี่ยวชิงบุตรสาวอีกคนที่ข้าไม่เคยเปิดเผยที่ไหน"
"พูดอะไรของคุณน่ะ ถงเสี่ยวชิงก็คือ ถงเสี่ยวชิง ฉันไม่เป็ใครทั้งนั้นแหละบอกว่าให้ฉันเป็ลูกสาวของคุณ บ้ารึเปล่ามิทราบ... เป็คุณป๋่าของฉันหรือยังไงถ้าไม่ใช่ก็เชิญป้ายหน้าค่ะ !!! โน่นประตู " คำพูดคำจาของเธอดูหยิ่งผยองมากแม้เขาจะฟังดูไม่ค่อยเข้าใจ แต่ก็พอจับใจความได้บ้าง
ชายหนุ่มวัยกลางคนอย่างเขา ที่เป็ถึงนายใหญ่ของจวนสกุลหลานมีหรือจะไม่หาวิธีเตรียมรับมือ
"ข้าคิดไว้อยู่แล้ว ว่าเ้าต้องปฏิเสธข้า หารู้ไม่อยู่ในเงื่อมมือของข้าแล้ว จะขัดคำมิได้ในเมื่อเ้ายังดื้อดึงไม่ยอมทำตามที่ข้า้าข้าจะส่งเ้าคืนกลับไปยังสถานที่ที่เ้าจากมา สั่งสอนให้เข็ดหลาบ"
"ที่ที่ข้าจากมา...งั้นหรอ ดีๆ ดีเลยสิอย่างนั้นก็ดี ส่งฉันกลับไปหน่อยน้า ขอร้องล่ะ" เสี่ยวชิงเข้าใจผิด คิดว่า"ส่งเ้าคืนกลับไปยังสถานที่ที่เ้าจากมา" ตามที่เขาเอ่ยนั้นคือส่งเธอกลับคืนสู่โลกแห่งความจริงที่ตนเคยอยู่ เธอจึงออกอาการแว้ดๆ ดีใจยกใหญ่ดีดดิ้นกระดี๊กระด๊า ดูแล้วช่างเกินงาม
"ได้ในเมื่อเ้าร้องขอถึงเพียงนั้น...ก็ไปเถอะ"
"เด็กๆ พาตัวนางไป"บ่าวในเรือนร่างกำยำสองสามคน เข้ามาทั้งลากทั้งอุ้มนางออกจากเรือนกระโจมขึ้นรถม้าออกไป ทั้งที่ข้างนอกอากาศหนาวเย็นปกคลุมเส้นทางหนาแน่นด้วยหิมะ... การเดินทางช่างยากลำบากนัก
เมื่อทุกอย่างไม่เป็อย่างที่คิด สีหน้าอันดี้ด้าร่าเริงเริ่มเปลี่ยนสี เสี่ยวชิงได้แต่มองตาปริบๆยื้มเจื่อนๆให้บ่าวร่างกำยำสองสามคนที่ควบคุมเธอ ท้ายที่สุดเธอทนไม่ไหวยกมือขึ้นเหนือหัว ไหว้ย่อแบบไม่คิดหน้าคิดหลัง
"เอาวะ เพื่อเอาตัวรอด ไหว้ก็ไหว้ศักดิ์ศรีลูกสาวมาเฟียอะไรนั่น วางไว้แป๊บนึงละกัน" เสี่ยวชิงพึมพำในใจ
"ไอ้หยา พี่ใหญ่ทั้งสาม อย่าพาฉันไปเลยนะฉันยอมแล้ว จะแข็งตายอยู่แล้วเนี่ย ขืนยังไม่พาฉันกลับไป ได้ตายตรงนี้แน่ๆ"เสี่ยวชิงขอร้องอ้อนวอน พลางกอดตัวเองหนาวสั่นริกๆ ปากซีดเซียว ทั้งพูดทั้งสั่นเปล่งเสียงแทบไม่เป็ภาษา
เสี่ยวชิงผู้มาจากโลกอีกใบจีนแผ่นดินใหญ่ในปีนั้นเป็ฤดูร้อนที่อากาศแสนอบอ้าว...อยู่ดีๆมาโผล่ที่เมืองโบราณ หิมะขาวเผือกเย็นะเืไปั้แ่หัวจรดเท้า งานนี้ปรับตัวไม่ทันกันน่ะสิไม่วายต้องร้องขอชีวิตให้พวกเขาพากลับเข้าจวนหลาน
เมื่อรถม้าเคลื่อนกลับถึงจวนหลานชายผู้นั้นก็ยืนถือคันร่มรออยู่หน้าจวนเสียแล้ว...
"หึๆ แผนนี้ได้ผลจริงๆด้วยคนไม่มีทางเลือกเช่นเ้า มีหรือจะต่อรองกับข้าได้ ก็แค่ขอทานคนหนึ่ง "ชายวัยกลางคนยังคงยืนนิ่ง พร้อมรอยยิ้มที่เผยให้เห็นตรงมุมปาก
"เดี๋ยวก่อน... ข้าจะไม่ยอมให้เ้าหลบอยู่ในจวนข้าจนกว่าจะรับปากในสิ่งที่ข้าพูด" เขายืนขวางเสี่ยวชิงหน้าประตูกักกันมิให้เข้าจวน
"เอาล่ะ ๆเป็อะไรก็เป็โว้ยให้เป็หมูเป็หมาตรูก็ยอมวินาทีนี้ตรูขอเข้าจวนก่อนล่ะ"เสี่ยวชิงพยักหน้าเร็วๆ ตอบรับหงึกๆแบบขอไปที...พลางวิ่งพลวดแจ้นเข้าจวน เตลิดเข้าเรือนตัวเอง ะโขึ้นเตียง
อั่ก!!! "ไอ้เช้ดเขร่ ลืมไปเลยว่าเป็เตียงไม้ "เสี่ยวชิงระบมไปทั้งตัว
กึกๆ ก้อกๆ แคร่ก เสียงเหมือนมีคนพยายามจะเข้ามา
"โอ๊ย ใครอีกล่ะจะให้อยู่สงบสุขสักนาทีหน่อยไม่ได้หรือไงฟระ "เสี่ยวชิงมุดหัวออกจากผ้าห่มเอียงคอหาคน
"แม่นาง...นายท่านให้นำอาหารและชุดใหม่มาให้ท่าน... ต่อไปนี้ แม่นาง คือคุณหนูรองหลานเสี่ยวชิงของพวกเรา ทุกคนในจวนจะดูแลแม่นางประดุจดั่งนายหากมีสิ่งใดที่้า เรียกใช้บ่าวในเรือนได้เลยเ้าค่ะ "สาวใช้แม่นางน้อยผู้มากมารยาท นำอาหารและชุดสวยๆมาให้เสี่ยวชิง
"โว้ววว เอาเถอะ อย่างน้อยก็ยังสุขสบาย มีคนรับใช้จะว่าไป ชีวิตที่นี่สุขสบายกว่าอยู่โลกโน่นเลยนะ " เสี่ยวชิงคิดในใจ
"ว่าแต่ ทำไมพวกเธอทุกคนดูเหมือนจะฟังคำสั่งเขาซะหมดเลยนะ เขาเป็ใครกันแน่ เรียกว่านายท่านๆ "เสี่ยวชิงเกิดอาการสงสัย จึงเอ่ยถามให้หายข้องใจ
"แม่นาง นี่ท่านไม่รู้หรือว่า ผู้ที่ช่วยเหลือท่านและพาท่านกลับจวน คือนายท่านสกุลหลาน เป็ที่นับหน้าที่ตาในวงศ์ผู้ดีสกุลหลานของพวกเรา เป็ต้นตระกูลของขุนนางใหญ่ผู้ภักดีในวังหลวงนายท่านรับตำแหน่งเป็มหาอัครเสนาบดีกรมคลัง ไม่มีผู้ใดในเปียนจิง(ชื่อเมืองหลวง)ไม่รู้จักนายท่าน"สาวใช้ผู้ภักดี อธิบายซะละเอียดยิบ เห็นภาพเป็ฉากๆ
"อ่อ แบบนี้นี่เอง ตามที่เธอพูดมาก็มีเหตุผลอย่างกับในละครไม่มีผิด อืม จะอยู่ที่นี่ให้รอดฉันก็คงต้องฝึกพูดคำศัพท์ต่างๆให้เหมือนผู้คนที่นี่มากที่สุดสินะ " เสี่ยวชิงพึมพำกับตัวเองพลางคิดในใจอย่างมีหวัง ว่าสักวันหนึ่งตนเองคงหาทางกลับไปโลกที่จากมาให้ได้
ระหว่างที่ครุ่นคิด เสี่ยวชิงดันเหลือบไปมองกระจกบานใหญ่เห็นหน้าตัวเองชัดแจ่ม
ย๊ากกกกกกกกกกกกก ว๊ากกกกกกกก อ๊ากกกกกกกก
"นะ นะ นะ นี่มานนนน เกิดอะไรขึ้นกับฉันทำไมหน้าตาของฉันเป็แบบนี้" เสี่ยวชิงใมากรีบวิ่งจากเตียงกรูเข้าหากระจกบานใหญ่ หันเอียงคอซ้ายขวา หมุนตัวแล้วหมุนตัวอีกขยี้ตาจนแดงแฉ่ ก็ยังคงเป็คนเดิม
"แย่ละๆ นี่ฉันมาอยู่ร่างใครละวะเนี่ย ไม่น่าล่ะอีตาลุงนั่น ถึงบอกว่าฉันเป็ขอทานข้างถนน" เสี่ยวชิงพึมพำออกมาเป็คำพูด
"แม่นางเป็อะไรไป มีอะไรให้ข้าช่วยหรือไม่"สาวใช้รู้สึกแปลกใจกับท่าทีประหลาดๆของเสี่ยวชิง จึงเอ่ยถามด้วยความเป็ห่วง
"ไม่ล่ะๆ ไม่ๆๆๆๆๆ ไม่มีอะไร"เสี่ยวชิงเองก็กำลังสับสนกับสิ่งนี้เหมือนกัน เป็คำถามที่หาคำตอบไม่ได้เสี่ยวชิงทำได้แค่ส่ายหน้าหลายที เพื่อให้สาวใช้อย่างนางรีบออกไปให้พ้นหน้า
"แม่นาง ออกไปเถอะ ฉันจะนอน ห้ามใครรบกวนเด็ดขาด" เสี่ยวชิงไล่ตะเพิดทุกคนที่เข้าใกล้ เหมือนยักเหมือนมารเพิ่งมาอาศัยจวนเขาอยู่แท้ๆ จองหองพองขน วางอำนาจอย่างกับเ้าของจวน
เพื่อระงับอารมณ์ ตั้งสติเข้าไว้ เสี่ยวชิงทำหน้าเหม่อๆเดินมานั่งบนเตียง เอาผ้าห่มอุดปาก ก่อนกรี้ดๆๆๆๆออกมาดังๆ แบบตั้งใจสุดๆกระทั่งรู้สึกโล่ง จึงค่อยทิ้งตัวลงนอน แขนขาก่ายพาดชี้ไปคนละทิศเธอถอนหายใจเฮือกใหญ่ ประมาณว่า ตรูจะยอมรับชะตากรรม อะไรจะเกิดก็ต้องเกิดก่อนจะค่อยๆเคลิ้มหลับไปเพราะความเหนื่อยล้า