หมอหลวงทอดสายตามองอวิ๋นตั๋วตั๋วด้วยความเวทนาสงสาร ทารกน้อยผู้นี้ราวกับจะรับรู้และเข้าใจเื่ราวรอบตัวได้เป็อย่างดี
[เด็กน้อยเอ๋ย มารดาของเ้าถูกพิษสั่งสมมานานนัก ตาเฒ่าผู้นี้สุดจะเยียวยาแล้วจริง ๆ พิษชนิดนี้เป็พิษเรื้อรัง แม้ไม่ถึงกับคร่าชีวิตในทันที แต่จะค่อย ๆ กัดกินและบั่นทอนร่างกายลงทีละน้อย ซึ่งในยามปกติแทบจะตรวจไม่พบเลย การแก่งแย่งชิงดีในวังหลังนั้นมีอยู่ไม่ขาดสาย ทั้งยังพัวพันกว้างขวางนัก ได้โปรดอภัยให้ตาเฒ่าผู้นี้ด้วยเถิดที่ไม่อาจเปิดเผยความจริงออกไปได้]
หมอหลวงละสายตาลง ไม่กล้ามองอวิ๋นตั๋วตั๋วอีก เขาเพียงพยักหน้าให้แม่นมจางคราหนึ่ง ก่อนจะหมุนตัวเดินออกจากตำหนักไป
ทางด้านแม่นมจางก็ก้มมองทารกน้อยในอ้อมอกด้วยแววตาเวทนา นางอุ้มเด็กน้อยไปวางลงข้างกายพระสนมไป๋อย่างทะนุถนอม
"ดูหน้าพระมารดาของพระองค์อีกสักครั้งเถิดเพคะ"
อวิ๋นตั๋วตั๋วพยายามหันขวับไปมองอย่างยากลำบากไปมองสตรีที่นอนอ่อนระโหยโรยแรงอยู่บนเตียง
ท่านแม่ของนางช่างงดงามยิ่งนัก ั์ตาคู่นั้นเปี่ยมล้นไปด้วยความรักใคร่เอ็นดู คนที่ดีดั่งผ้าขาวเช่นนี้ กลับกลายเป็เครื่องสังเวยให้กับการแก่งแย่งชิงดีในวังหลังกระนั้นหรือ…
"ลูกแม่ จงมีชีวิตอยู่ต่อไปให้ดีนะ" พระสนมไป๋เค้นเสียงกล่าวออกมาอย่างยากลำบาก "หากวันข้างหน้าเ้าต้องพบเจอกับความยากลำบาก หรือนึกอยากจะออกจากวังหลวงแห่งนี้ขึ้นมา จงเดินทางไปหาท่านตาของเ้าที่ตระกูลไป๋แห่งเจียงหนาน แม่ไม่เคยเสียใจเลยที่ได้แต่งเข้าสู่ราชวงศ์..." พระสนมไป๋เอ่ยจบก็แย้มยิ้มบาง ๆ
ทารกน้อยเพิ่งเกิดมาตัวแค่นี้ จะฟังที่นางพูดรู้เื่ได้อย่างไรกัน? ทว่าราวกับมีผีผลักหรือเทวดาดลใจ นางเพียงแค่อยากจะบอกเล่าเื่ราวเหล่านี้แก่บุตรสาวด้วยปากของตนเอง มากกว่าจะให้ผู้อื่นถ่ายทอดให้ฟังในภายหลัง
"จงกตัญญูและปรนนิบัติเสด็จย่าของเ้าให้ดี พระองค์จะทรงสอนวรยุทธ์และปกป้องเ้าให้ปลอดภัย... แม่คงไม่อาจอยู่เคียงข้าง เฝ้าดูเ้าเติบโตได้อีกแล้ว"
สิ้นคำกล่าวนั้น พระสนมไป๋ก็ยกมือขึ้นลูบไล้ใบหน้าของอวิ๋นตั๋วตั๋วอย่างแ่เบา ก่อนที่เปลือกตาของนางจะค่อย ๆ ปิดสนิทลงไปตลอดกาล
‘ท่านแม่!’
อวิ๋นตั๋วตั๋วกรีดร้องลั่นอยู่ในใจ หยาดน้ำตาใส ๆ กลิ้งร่วงหล่นจากหางตา นางช่างน่าสมเพชเสียนี่กระไร เพิ่งจะลืมตาดูโลกก็เกือบจะถูกจับโยนลงบ่อ ซ้ำร้ายมารดาผู้ให้กำเนิดยังมาถูกพิษจนสิ้นใจอีก!
ตกลงแล้วใครกันที่บังอาจวางยาพิษท่านแม่ของนาง! ผู้สังหารมารดา ไม่อาจอยู่ร่วมโลกกับนางได้!
ที่ลานด้านหลังของตำหนักมู่จิ่น ไทเฮาทอดพระเนตรมองนางกำนัลและขันทีที่คุกเข่าตัวอ่อนระทวยอยู่บนพื้นด้วยสายตาเย็นเยียบ
"พูดมา! ใครเป็คนส่งพวกเ้ามา!" สุรเสียงของไทเฮาเปี่ยมไปด้วยความน่าเกรงขามและโทสะที่พวยพุ่ง
"เป็… เป็บ่าวที่เกิดจิตสังหารขึ้นมาเองเพคะ ไม่มีผู้ใดคอยบงการทั้งสิ้น!" นางกำนัลตอบเสียงสั่นเครือ นางจะซัดทอดจิ้นอ๋องและพระชายาจิ้นอ๋องออกไปไม่ได้เด็ดขาด ไม่เช่นนั้นชีวิตของคนในครอบครัวนางทั้งผู้เฒ่าผู้แก่และเด็กเล็กคงรักษาเอาไว้ไม่ได้
"หึ! อยู่ต่อหน้าข้ายังกล้าโป้ปดอีกงั้นรึ? เด็ก ๆ ! ลากตัวบ่าวชั่วสองคนนี้ไปที่กรมราชทัณฑ์ฝ่ายใน!"
"ไทเฮา! ไทเฮาโปรดไว้ชีวิตด้วยเถิดเพคะ!"
ทั้งสองคนถูกลากตัวออกไปจากตำหนักมู่จิ่นพลางส่งเสียงร้องขอชีวิตอย่างไม่ขาดสาย ไทเฮาทรงสะบัดชายแขนเสื้อคราหนึ่ง ก่อนจะเสด็จกลับเข้าไปในตำหนัก
"ไทเฮาเพคะ… พระสนมไป๋สิ้นลมแล้วเพคะ" แม่นมจางที่เห็นไทเฮาเสด็จเข้ามา จึงรีบก้าวเข้าไปกระซิบรายงานที่ข้างพระกรรณ
"จัดงานศพให้นางอย่างสมเกียรติ"
เนิ่นนานทีเดียว กว่าไทเฮาจะตรัสออกมารายคำ ความคิดของนางล่องลอยไปไกล ทรงหวนนึกถึงพระมารดาของตนเอง ที่ต้องมาสิ้นใจไปต่อหน้าต่อตาในสภาพเช่นนี้เหมือนกัน
"ไทเฮาเพคะ แล้วองค์หญิงน้อยล่ะเพคะ..."
แม่นมจางมีท่าทีอึกอัก คล้ายอยากจะพูดอะไรบางอย่างแต่ก็เงียบไป ตามธรรมเนียมแล้ว พระสนมในวังหลังเมื่อให้กำเนิดทายาท มักจะต้องส่งไปให้ฮองเฮาทรงเป็ผู้เลี้ยงดู ทว่าเด็กคนนี้น่าสงสารเกินไปนัก ยากจะรับประกันได้ว่าในภายภาคหน้าจะไม่มีผู้ใดลอบลงมือทำร้ายนางอีก
"ข้าจะเลี้ยงดูนางด้วยตัวเอง"
อวิ๋นตั๋วตั๋วเบิกตากว้าง นางจ้องมองสตรีวัยกลางคนตรงหน้าที่สวมอาภรณ์สีน้ำตาลอมเหลือง ผู้ซึ่งแผ่กลิ่นอายความน่าเกรงขามทว่าก็ยังแฝงไว้ด้วยความเมตตาปรานี
นี่คือไทเฮางั้นหรือ? นางได้เจอไทเฮาตัวเป็ ๆ เลยหรือนี่?
ใน่วาระสุดท้ายของชีวิต ท่านแม่ได้สั่งเสียเอาไว้ว่าให้กตัญญูและปรนนิบัติไทเฮา ผู้เป็เสด็จย่าของนางให้ดี นางอยากจะยื่นมือออกไปััไทเฮาดูสักครั้ง ทว่าสองมือกลับถูกพันธนาการไว้ในห่อผ้าห่มจนขยับเขยื้อนไม่ได้เลยแม้แต่น้อย
ไทเฮาทรงสังเกตเห็นว่าทารกหญิงตัวน้อยกำลังจ้องมองพระองค์อยู่ บนใบหน้าเล็ก ๆ นั้นไม่มีแววหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย ทว่าภายใต้ความโศกเศร้ากลับฉายแววความอยากรู้อยากเห็นอยู่ลึก ๆ หากเป็ทารกทั่วไปเมื่อพบเห็นพระองค์ก็มักจะร้องไห้จ้าไม่หยุดหย่อน พระนัดดาทั้งแปดพระองค์ที่ผ่านมา ไม่มีผู้ใดเลยที่ไม่หวาดกลัวพระองค์ ทารกหญิงผู้นี้ช่างน่าสนใจเสียจริง
‘สมแล้วที่เป็หลานสาวของข้า ช่างกล้าหาญและมีสายเือันหยิ่งทะนงเสียจริง’
"เสด็จแม่! เสด็จแม่ทรงเรียกหาลูกหรือพ่ะย่ะค่ะ?"
จู่ ๆ บานประตูตำหนักก็ถูกผลักออกอย่างแรง ฮ่องเต้แห่งหนานหยางสาวเท้าก้าวเข้ามาอย่างเร่งรีบ
‘อวิ๋นเป่ยเยี่ย’ คือฮ่องเต้แห่งหนานหยาง ผู้มีพระราชโอรสอยู่ในการดูแลถึงแปดพระองค์ พระองค์ทรงมีนิสัยเหี้ยมโหดอำมหิต ดุดันดั่งพญาเหยี่ยว
ในปีที่พระองค์ก้าวขึ้นครองราชย์ ก็อาศัยการล้างบางนองเืไปทั่วทั้งเมืองหลวง แต่ทว่าด้วยความโเี้และเด็ดขาดนี้เอง ที่ทำให้ชายแดนสงบร่มเย็นมาอย่างยาวนาน ไม่มีศัตรูหน้าไหนกล้ารุกราน ราษฎรจึงได้อยู่อย่างร่มเย็นเป็สุข
ก่อนที่อวิ๋นเป่ยเยี่ยจะขึ้นครองราชย์ พระองค์เคยเป็องค์ชายรองมาก่อน ทรงมีพระเชษฐาอยู่หนึ่งพระองค์ที่บัดนี้ประจำการคุมทัพอยู่ที่ชายแดนเหนือ และมีพระอนุชาอีกสองพระองค์ที่พำนักอยู่ในเมืองหลวง องค์หนึ่งคือ ‘จิ้นอ๋อง’ ส่วนอีกองค์คือ ‘รุ่ยอ๋อง’
แม้จะกล่าวขานกันว่าพระองค์ทรงเ็าและไร้ความปรานีจนเลื่องชื่อ ทว่าในขณะเดียวกันก็ทรงมีความกตัญญูเป็เลิศ ทุกถ้อยรับสั่งของไทเฮา พระองค์ล้วนเชื่อฟังและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด ไม่เคยแม้แต่จะปริปากโต้แย้ง
อวิ๋นตั๋วตั๋วที่ยังคงนอนอยู่บนเตียง ััได้ถึงสายลมวูบหนึ่งที่พัดผ่าน เบื้องหน้าของนางปรากฏร่างของบุรุษผู้หนึ่งในชุดคลุมสีดำสนิทปักลายั บริเวณคอเสื้อและปลายแขนเสื้อปักดิ้นทองงดงาม ที่เอวคาดประดับด้วยหยกเนื้อดี สวมรองเท้าหุ้มข้อสีดำขลิบเงินลวดลายพลิ้วไหว
เมื่อนางแหงนหน้าขึ้นไปมองสำรวจให้ชัดเจนยิ่งขึ้น จู่ ๆ ที่มุมปากก็มีของเหลวใส ๆ ไหลย้อยลงมา
‘นี่มันจะหล่อเหลาเกินไปแล้ว!’
คิ้วเข้มพาดเฉียงดั่งกระบี่ ริมฝีปากบางเฉียบเผยอน้อย ๆ โครงหน้าคมคายหล่อเหลาอย่างหาตัวจับยาก ั์ตาคู่นั้นฉายแววดุดัน รูม่านตาดำขลับราวกับถูกสาดทับด้วยน้ำหมึก แม้จะยังไม่ทันได้เอื้อนเอ่ยสิ่งใด ทว่ากลับแผ่กลิ่นอายความเ็าและกดดันจนแทบหายใจไม่ออก
ผู้ชายคนนี้ช่างรูปงามเสียจริง ทรงอย่างกับพระเอกนิยายผู้คลั่งรักไม่มีผิด!
อวิ๋นตั๋วตั๋วรู้สึกเฉอะแฉะที่ปลายคาง ถึงได้เพิ่งตระหนักว่าตนเองเผลอน้ำลายหกเสียนี่ นางได้สติกลับคืนมาในเสี้ยววินาที…
‘เดี๋ยวก่อน! นี่คือท่านพ่อของนางนะ!’
ก็เพราะเสด็จพ่อเฮงซวยผู้นี้ไม่ใช่หรือ ที่ไม่รู้จักจัดการดูแลวังหลังให้ดี จนทำให้นางต้องสูญเสียมารดาแท้ ๆ ไป! เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ อวิ๋นตั๋วตั๋วก็ตวัดสายตาจ้องเขม็งไปที่อวิ๋นเป่ยเยี่ยด้วยความขุ่นเคือง
อวิ๋นเป่ยเยี่ยก้มลงมองทารกน้อยบนเตียง ใบหน้าเล็ก ๆ ที่ขาวผ่องราวกับหยกสลักช่างน่าทะนุถนอมนัก เพียงแต่สีหน้าที่เปลี่ยนแปลงไปมาอย่างรวดเร็วนั้นกลับดูน่าขบขันยิ่งกว่า นี่คือบุตรสาวของเขางั้นหรือ?
สมแล้วที่เป็บุตรสาวของเขา รูปโฉมเช่นนี้ หากจัดอันดับในหมู่ทารกด้วยกันย่อมต้องเป็ที่หนึ่งที่สองอย่างไม่ต้องสงสัย อวิ๋นเป่ยเยี่ยทอดสายตามองอวิ๋นตั๋วตั๋วพลางพยักหน้าอย่างพึงพอใจ
ไทเฮาปรายตามองอวิ๋นเป่ยเยี่ย เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังแย้มยิ้ม นางก็แปลดใจ รอยยิ้มประหลาดนี่มันอะไรกัน?
จากนั้นจึงแค่นเสียงเ็าเอ่ยขึ้น "บุตรสาวของเ้าเกือบจะถูกคนจับโยนลงบ่อน้ำร้างไปแล้ว"
‘ยังมีหน้ามายืนยิ้มอยู่อีกรึ!’
"ไร้เหตุผลสิ้นดี! บังอาจนักที่กล้าลงมือกับสายเืของข้า!" อวิ๋นเป่ยเยี่ยตวาดลั่นด้วยโทสะ "ใครกัน? เป็ผู้ใดที่บังอาจถึงเพียงนี้?!"
ฮ่องเต้กวาดพระเนตรดุดันมองไปรอบ ๆ บรรดานางกำนัลต่างเห็นท่าทีเกรี้ยวกราดของโอรส์ จึงรีบคุกเข่าลงกับพื้น ไม่มีผู้ใดกล้าปริปากแม้แต่ครึ่งคำ
"หึ! เ้ารู้จักใส่ใจเื่พวกนี้เสียบ้างเถิด!" ไทเฮาทรงแค่นเสียง "คนถูกส่งตัวไปที่กรมราชทัณฑ์ฝ่ายในแล้ว เื่หลังจากนี้ ฮ่องเต้ก็ทรงจัดการเอาเองเถิด หากไม่ใช่เพราะข้ามาทันเวลา หลานสาวของข้าก็คงจะเอาชีวิตไม่รอดแล้ว!"
ไทเฮาถลึงตามองอวิ๋นเป่ยเยี่ยด้วยความไม่พอใจ
"พ่ะย่ะค่ะ เป็ความผิดของลูกเองพ่ะย่ะค่ะ" อวิ๋นเป่ยเยี่ยพยักหน้ารับคำรัว ๆ ค้อมพระวรกายยอมรับผิดต่อหน้าไทเฮาอย่างว่าง่าย
อวิ๋นตั๋วตั๋วที่นอนอยู่บนเตียง ต้องพยายามเอียงคออย่างยากลำบากเพื่อดูเหตุการณ์ตรงหน้า นางเพิ่งเคยเห็นแม่ด่าลูกเป็ครั้งแรก แถมยังเป็ภาพที่ไทเฮาผู้กุมอำนาจล้นฟ้า กำลังยืนด่าทอฮ่องเต้ผู้กุมอำนาจเหนือคนนับหมื่น ฉากเด็ดแบบนี้หาดูไม่ได้ง่าย ๆ เลย!
โดยปกติแล้ว อวิ๋นเป่ยเยี่ยแทบจะไม่เคยใส่ใจกิจการใด ๆ ในวังหลังเลย พระสนมคนไหนจะให้กำเนิดทายาทเมื่อใด พระองค์ล้วนไม่เคยแยแส มักจะทราบก็ต่อเมื่อเด็กเ่าั้เติบโตพอที่จะเดินมาถวายพระพรได้แล้วเท่านั้น และแน่นอนว่าชื่อของเด็ก ๆ ก็มักจะถูกประทานให้ในตอนที่มาถวายพระพรนั่นแหละ
ทว่าการถือกำเนิดขององค์หญิงน้อยพระองค์แรกแห่งหนานหยางในครั้งนี้ กลับทำให้พระองค์ทรงปีติยินดียิ่งนัก
โดยเฉพาะอย่างยิ่งแววตาของเด็กน้อยยามที่ทอดมองมา มันทำให้พระทัยของพระองค์สั่นไหวอย่างประหลาด ยิ่งไปกว่านั้น ยายหนูน้อยคนนี้มองดูแล้วช่างน่ารักน่าเอ็นดูอย่างบอกไม่ถูก ชนิดที่ว่าเ้าพวกเด็กเมื่อวานซืนตัวเหม็นกลิ่นน้ำนมพวกนั้นเทียบไม่ติดเลยแม้แต่น้อย!