ซานหลง จักรพรรดิไร้บัลลังก์

    27.วิเคราะห์ข้อผิดพลาด

    หากไม่ติดตรงที่การย่างเนื้อต้องใช้เวลา บาร์บีคิวต้องถูกขายหมดก่อนหน้านี้ไปแล้ว เกวียนวิ่งกลับยังตลาด เก็บกล่องใส่เนื้อแล้วเดินทางกลับทันที“เป็นอย่างไรบ้างท่านแม่ การขายของวันแรก” บุตรชายถามออกมาด้วยรอยยิ้ม เขามองไม่เห็นความเหนื่อยล้าของมารดาเลยสักนิด แววตาของนางเต็มไปด้วยความตื่นเต้น ยินดี“ขายดีมาก! ย่างบาร์บีคิวแทบไม่ทัน แถมมีคนอีกจำนวนมาก ซื้อไม่ทันเลยไม่ได้ลิ้มลองบาร์บีคิวของเรา จนข้าต้องรับปากพวกเขาว่าพรุ่งนี้ จะเตรียมบาร์บีคิวมาให้มากกว่าเดิม” มารดาเล่าออกมาด้วยรอยยิ้ม“ที่ร้านของข้าก็เช่นกัน มีคนโวยวายว่าเราเตรียมของมาน้อยตั้งหลายคน เพราะพวกเขามาซื้อบาร์บีคิวไม่ทัน” หญิงสาวสกุลหม่าบอกเล่าออกมาด้วยความตื่นเต้น ทั้ง 5 ร้านต่างประสบพบเจอเหตุการณ์ในทำนองเดียวกันทั้งสิ้น“แบบนี้เราควรทำเพิ่มอีกเท่าไหร่ดี” ซานหลง เปิดประเด็นให้ทุกคนได้ออกความเห็น“ที่ร้านของข้า มันต้องมีอย่างน้อย 400 ไม้เจ้าค่ะ” สาวสกุลหม่าพูดขึ้นอีกครั้ง“ของแม่ก็ประมาณนั้นแหละ” ซานยี่คิดอยู่สักพัก แล้วเอ่ยตามออกมา ทุกคนจึงลงความเห็นกันว่า จะเพิ่มจำนวนบาร์บีคิว เป็นสองพันไม้ในวันพรุ่งนี้“แล้วมีปัญหาอย่างอื่นอีกหรือไม่” ซานหลงถามขึ้นเปิดประเด็น ถึงเขาจะมองเห็นปัญหา แต่เขาต้องการให้ทุกคนใช้ความคิด เขาเองก็อยากรู้ว่า แต่ละคนจะมองเห็นปัญหากันมากน้อยเพียงไร เป็นการวัดขีดความสามารถของทุกคนไปในตัว ในทางกลับกันก็เป็นการฝึกพวกเขาให้เกิดการ คิด วิเคราะห์ อีกทางหนึ่ง“แม่ว่าควรเพิ่มเตาย่างนะ เพราะว่าวันนี้เสียเวลากับการย่างบาร์บีคิวนานมาก ทำให้คนมาออกันอยู่หน้าร้าน กีดขวางทางเดินของคนอื่นๆ วันแรกๆ อาจจะไม่เป็นไร แต่วันต่อๆ ไปคงไม่ดีแน่“ท่านแม่อยากได้เพิ่มอีกกี่เตา”“แม่ว่าอีกสัก 2 เตากำลังดี เรามีกัน สามคน ย่างคนละเตาไปเลยจะได้ไม่เสียเวลามาก”“คนอื่น ละมีความเห็นว่าอย่างไรบ้าง พูดมาเลย” เขากวาดสายตาไปรอบๆ มองหน้าทุกๆ คนที่กำลังใช้ความคิด“ไม่มี ห่อ ของเจ้าคะ เวลาผู้คนซื้อบาร์บีคิวของเราไปหลายๆ ไม้ พวกเขาถือลำบากมาก” หญิงสาวคนหนึ่งพูดขึ้น“อ่าจริงด้วย ที่ร้านข้าก็เป็นเหมือนกัน” ทุกๆ คนพยักหน้าเห็นด้วย“อันนี้แม่ว่า เราเอาใบตองมาเย็บเป็นกระทง ง่ายๆ ไว้ห่อของให้พวกเขาดีไหม” ซานยี่คิดไปไกลกว่าพวกเขาอีกขั้น นอกจากจะมองเป็นปัญหาแล้วยังเสนอแนวทางในการแก้ปัญหาอีกด้วยทุกๆ คนพยักหน้าเห็นด้วยกับวิธีการแก้ปัญหาของนาง ซานหลง รออยู่สักพัก เมื่อไม่มีใครเอ่ยอะไรขึ้นมาอีก เขาจึงปิดประเด็น"เอาตามที่ท่านแม่ว่า ผู้จัดการอี้ หาคนจัดการเรื่องนี้ให้ท่านแม่ด้วย" อี้หลัน จดสิ่งที่นางต้องทำลงในสมุดเล่มเล็กๆ ด้วยแท่งถ่านที่คุณชายทำให้นางมีหน้าที่ประสานงานจัดหาวัตถุดิบและอุปกรณ์ ให้มีปริมาณเพียงพอ ต่อความต้องการอี้หลัน ต้องประสานงานกับฝ่ายต่างๆ อย่างเช่น คนล่าสัตว์ หรือคนเก็บของป่า เพื่อสั่งงานให้พวกเขาหาวัตถุดิบมาให้เพียงพอในแต่ละวัน โดยมีนายน้อยคนเก่งเป็นที่ปรึกษาชั่วคราวช่วงต้นยามอิ๋น ทุกคนก็กลับมาถึงค่ายพัก เหล่าสาวๆ ก็มุ่งเข้าครัวกันอย่างแข็งขัน พวกเขาผ่านประสบการณ์ การขายของครั้งแรกมาด้วยสำเร็จอย่างล้นหลาม ทุกคนจึงมีกำลังใจในการทำงานมากขึ้น อี้หลัน แยกตัวออกไปจัดแจงงานของเธอที่ได้รับมอบหมายทันทีนักวิจัยพันธุ์พืชออกเดินสำรวจความคืบหน้าของงาน ที่กำลังดำเนินการอยู่ ณ สถานที่แห่งนี้ การก่อสร้างดำเนินไปด้วยความรวดเร็วเพียง 3 สัปดาห์ อาคารดินก่อสร้างสำเร็จไปแล้วกว่า 2 ใน 10 ส่วน และที่เกินคาดกว่านั้นก็คือ โรงอบเนื้อรมควันของเขาก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้วมันทำให้เขาสามารถดำเนินการตามแผนขั้นต่อไปได้ แผนการ ‘การสะสมอาหาร เพื่อจำหน่ายในหน้าหนาว  ตอนนี้รั้วไม้ไผ่สร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว เขาไม่จำเป็นต้องกลัวสายตาของคนภายนอกอีกต่อไปเดินสำรวจอยู่พักใหญ่ อี้หลันก็ร้องเรียกเขา ให้ไปกินข้าวเช้าร่วมกับทุกคน วันนี้วงอาหารเต็มไปด้วยรอยยิ้ม และความยินดีปรีดา พวกเขาต่างเล่าประสบการณ์การค้าขายของตนให้พี่น้องผองเพื่อนรับฟัง ด้วยความตื่นเต้นวันนี้เป็นเนื้อกวางตุ๋น ใส่หัวไชเท้าป่า ทุกคนต่างกินกันอย่างมีความสุข หัวไชเท้าป่าเป็นผักหัวชนิดใหม่ ที่นักวิจัยพันธุ์พืชค้นพบเมื่อไม่นานมานี้ มันเกิดอยู่ใกล้ๆ กับดงสับปะรด ถึงรสชาติของมันจะขมไปบ้างสำหรับเขา แต่สำหรับคนอื่นๆ มันกลับเป็นความแปลกใหม่ ของอาหารซะอย่างนั้น มื้ออาหารผ่านไปอย่างรวดเร็ว ยามซือ ทุกคนจึงกลับไปทำหน้าที่ของตนเองอีกครั้งพวกเขาฝึกยิงธนูมาได้ 2 สัปดาห์แล้ว ตอนนี้ทุกคนต่างชินกับน้ำหนักของคันธนูและทำให้การฝึกของพวกเขาก็ดีขึ้นเรื่อยๆซานหลงเองก็เริ่มสอนยุทธวิธีการต่อสู้ด้วยมือเปล่า จากสถาบัน ANS ITALY ที่เขาคลั่งไคล้ ให้กับทุก ตลอดระยะเวลา หนึ่งสัปดาห์ที่เขาสอนทุกคนต่างตั้งใจฝึกเป็นอย่างดี 2 วันแรกเป็นการอธิบายและสาธิตวิธีการ ที่เหลือเป็นการจับคู่ฝึกซ้อมล้วนๆมีเจ็บตัวกันบ้างเป็นธรรมดา แต่ทุกคนก็เข้าใจและพยายามฝึกกันมาก เพราะเทคนิคเหล่านี้จะช่วยชีวิตพวกเขาได้ในอนาคต ที่สำคัญกว่านั้นศิลปะป้องกันตัวที่ยอดเยี่ยมแบบนี้ไม่มีใครเขาสอนกันฟรีๆ ในเมื่อที่นี่สอนให้ฟรี ทำไมพวกเขาจะไม่เรียนละท่ามกลางแดดที่ร้อนจัดของวัน ซานหลงกำลังตรวจดูความเรียบร้อยของ อาคารโรงทำเนื้อรมควัน ว่าถูกต้องเป็นไปตามแบบที่เขากำหนดไว้หรือไม่ จากการสำรวจอย่างละเอียด พบว่าไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง และตอนนี้มันก็พร้อมใช้งานแล้ว“หลงเอ๋อ! โรงทำเนื้อรมควันของเจ้าก็เสร็จแล้ว ต่อไปจะทำอะไรต่อ” ซานหู่ที่เดินเข้ามาหาเอ่ยถามขึ้น“เราจะเริ่มทำเนื้อรมควัน! เราต้องล่าสัตว์เพิ่มขึ้น”“เจ้าต้องการเท่าไร”“เราจะทำเนื้อรมควันทุกวัน วันละ 2000 จิน หมูหนุ่มตัวเต็มวัย หนัก 120 จิน ถ้าล่าหมูป่าอย่างเดียว ต้องล่า 17 ตัวโดยประมาณ รวมกับเนื้อหมูที่ใช้ทำบาร์บีคิวอีก 3 ตัว เราต้องล่า 20 ตัวต่อวัน ท่านพ่อว่าหมูป่ามีเพียงพอให้พวกเราล่าพวกหรือเปล่า” เขาไม่กังวลเกี่ยวกับการล่านัก แต่กังวลว่าจะมีหมูพอให้ล่าหรือไม่เท่านั้น“ตอนนี้เราเจอหมูป่า ทั้งหมด 3 ฝูงใหญ่ จากการประมาณด้วยสายตาของข้า มีหมูหนุ่มอยู่ในฝูงของพวกมัน ราวๆ 30-40 ตัวต่อฝูง หรือมากกว่านั้นเล็กน้อยไม่รู้ว่าจะพอหรือไม่” บิดากล่าวสิ่งที่รู้ออกมา น้ำเสียงของเขาดูกังวลเล็กน้อย“แสดงว่ามีอย่างน้อย 90-100 ตัวให้เราล่า เท่านี้ก็น่าจะพอ สำหรับ 5 วัน” เขาคิดคำนวณพึมพำออกมาเบาๆ“ท่านพ่อ! ท่านเห็นฝูงวัวหรือกวางบ้างหรือไม่” ซานหลงถามขึ้น เนื้อกวางมีความเหนียวนุ่ม และมีกลิ่นของกวางทำให้เนื้อของมันมีเอกลักษณ์พิเศษ ที่แตกต่างจากเนื้อหมู เหมาะสำหรับการทำเนื้อรมควันแบบ พรีเมี่ยม หรือเนื้อเกรด เอ ห้องรมควันของเขาแบ่งระดับเนื้อตามความสูงของการห้อยเนื้อ ความสูงมีผลต่ออุณหภูมิที่เนื้อได้รับ ด้านบนสุดเป็นเนื้อเกรดเอ ได้รับอุณหภูมิน้อย แต่ใช้เวลาในการรมควันยาวนาน รองลงมาเป็นเนื้อเกรด 2 และ 3 เนื้อเกรด 3 จะถูกอุณหภูมิจากไฟมากหน่อย ทำให้เนื้อเกือบจะสุก รสชาติของมันจึงเปลี่ยนไปบ้าง แต่ แลกมาด้วยระยะเวลาในการรมควัน ที่น้อยลงดังนั้นปริมาณของเนื้อที่ทำได้จึงมากขึ้น“เท่าที่พ่อออกสำรวจ เจอกวางอยู่ 2 ฝูงใหญ่ ควายป่าอีก 1 ฝูง ที่ทุ่งหญ้าตรงตีนเขาทางทิศตะวันออก ที่นั่นมีคลองน้ำเล็กๆ ไหลลงสู่แม่น้ำสายหลัก กวางพวกนั้นจึงไม่ได้มากินน้ำที่แม่น้ำใกล้ๆ นี่ ด้วยระยะทางและน้ำหนักของตัวมัน พ่อว่าเราจะมีปัญหาเรื่องการขนย้ายพวกมันมาที่นี่ และที่น่ากลัวก็คือ พ่อเจอเสือ ที่นั่นด้วย พวกมันมีหลายกลุ่ม แต่ละกลุ่มมีประมาณ 4-5 ตัว” เมื่อพูดถึงเสือเขาก็แสดงอาการหวาดกลัวออกมานิดหน่อย เสือเป็นสัตว์นักล่าที่มนุษย์กลัว ไม่ว่ายุคไหนสมัยไหน เมื่อบอกเล่าเสร็จ ซานหู่จ้องมองดู สีหน้าที่เรียบนิ่งของบุตรชายอย่างฉงน คนทั่วไปถ้าพูดถึงเสือ มักจะมีอาการกลัวปรากฏออกมาให้เห็นบ้างไม่มากก็น้อย แต่ไม่ใช่กับนักวิจัยพันธุ์พืชจากศตวรรษที่ 21 คนนี้ ‘เสือเหรอ หึ มันจะสู้คนได้อย่างไร’“มีครองร้ำเล็กๆ หรือ? มันกว้างประมาณเท่าไรท่านพ่อ เรือลำเล็กๆ สามารถลอยในครองนั้นได้หรือไม่” เขาถามขึ้น เมื่อเห็นหนทางในการแก้ไขปัญหา“น่าจะได้นะ..มีบางจุดที่แคบไปบ้างแต่เราสามารถขุดมันได้ ทำไมหรือ?” ซานหู่ยังตามความคิดของลูกชายไม่ทัน ถามขึ้น“เราจะขนพวกมันด้วยเรือ!”“แต่เราไม่มีเรือ และที่นี่ก็ไม่มีอยู่ต่อเรือด้วย จะหาเรือมาจากที่ไหน”“สร้างมันขึ้นมา ท่านพ่อ....” เด็กหนุ่มตอบออกมาด้วยความมั่นใจ บิดาเบิกตากว้างมองหน้าบุตรชายด้วยความตกใจ“ฮ้าๆ ท่านพ่อ ทำไมต้องมองหน้าข้าแบบนั้นละ!! ข้าหมายถึง เรือไม้ขุดเล็กๆ เท่านั้นเอง ไม่ได้หมายถึงเรือ ที่อู่ต่อเรือในเมืองหลวงสร้างขึ้น” จริงๆ เขาสามารถสร้างได้มากกว่านั้น แต่ด้วยอุปกรณ์ หรือสิ่งอำนวยความสะดวกไม่มีและหาไม่ได้ เขาจึงต้องทำอะไรที่มันเรียบง่ายไปก่อน การจะทำอะไรจะสร้างอะไรขึ้นมาสักอย่าง มันก็ต้องใช้เวลาทั้งสิ้น มนุษย์กว่าจะพัฒนาไปจนถึงยุคของเขาใช้เวลาหลายปีดีดักนัก‘เฮ้อ! ว่างๆ ต้องทำตัวอย่างเครื่องมืองานไม้ ไปให้โรงหลอมทำให้สักหน่อย แบบนี้จะทำอะไรก็ยุ่งยากไปหมด’ คนแก่กร้านโลกจากอนาคตคิด“ท่านพ่อนอกจากทำเรือขนแล้ว เราต้องสร้างที่พักชั่วคราวตามริมน้ำ เพื่อใช้เป็นที่พักเนื้อสัตว์เพื่อรอขนย้ายด้วยนะขอรับ”“อืม! เรื่องเรือ เจ้าจัดการไปก็แล้วกัน ข้าจะพาคนของเราไปสร้างกระท่อมพัก ตามริมน้ำ เอาไว้สำหรับเป็นที่พักเนื้อสัตว์ที่ล่าได้”“ตกลงท่านพ่อ แล้วก็วันนี้ยังไม่ต้องลงมือล่าสัตว์จริงจังนัก ข้าจะเผาไฟในห้องรมควันเสียก่อนเพื่อป้องกันเนื้อเน่าเสีย”“ก็ได้!” บิดาตอบรับแล้วเดินจากไป ซานหลงจัดการให้คนงาน เริ่มจุดเตาเผาไฟ เพื่อรมควันห้องเสียก่อน สั่งงานแล้วทำให้ดูเป็นตัวอย่างเสร็จ เขาก็ปลีกตัวออกมา“เฮ้อ! เรือไม้ขุดเหรอ เสียเวลาตายห่า ต้องใช้ต้นไม้กว้างเป็นวายาวอีกหลายวา ถึงจะพอขนควายได้สักตัว โค่นลงมาแล้วต้องใช้ขวานถากกันอีก เปลืองไม้ทำลายธรรมชาติ! ใช้แรงงานคนเยอะอีกตางหาก! จะทำยังไงดีหว่า!” ซานหลงใช้ความคิดอยู่นานพอดู“จริงสิ ร้านไม้ มีไม้แผ่นที่คนรวยๆ ซื้อไปทำบ้านอยู่นี่ ถึงมันจะไม่ค่อยเรียบก็เถอะ แต่ก็น่าจะใช้ได้” เขาตัดสินใจที่จะต่อเรือจากไม้แผ่น ครั้งก่อนที่เข้าไปในเมือง ตอนไปซื้อเกวียนเทียมวัวและกล่องไม้ขุด เขาสังเกตเห็นแผ่นไม้กว้างประมาณ 1 คืบ ยาวประมาณ 2 เมตร หนาประมาณ 1 นิ้ว วางขายอยู่ที่ร้านด้วย มองจากสายตาแผ่นไม้พวกนั้นถูกถากด้วยขวาน น่าจะเป็นการถากทั้งลำต้นให้เหลือไม้แผ่นหนาๆ แบบนั้นเพียงแผ่นเดียว ราคามันจึงสูงมาก 1 แผ่นมีราคาถึง 3 เหรียญทอง แต่มันก็จำเป็นต้องใช้ถึงจะมีราคาแพงเขาก็ต้องซื้อมันอยู่ดีร่างแบบคร่าวๆ ขึ้นในหัวกะขนาดของเรือที่ต้องการ แล้วคำนวณจำนวนไม้ที่จะใช้ ก่อนจะค่อยๆ พิจารณาสิ่งที่จำเป็นต้องใช้อย่างอื่น โดยไม่ลืมนึกถึงข้อจำกัดของยุคนี้ด้วยใบกบไสไม้โรงเหล็กน่าจะทำได้ง่ายๆ สิ่ว ดอกสว่านแบบโบราณ ใบเลื่อยทุ้งโบราณ ไม่รู้ว่าโรงเหล็กจะทำได้หรือเปล่า แต่ยังไงเขาก็จะลองไปคุยกับลุงเจ้าของร้านดู ว่าทำได้หรือเปล่า