มณฑลยูนนาน ประเทศจีน
"จิราเพื่อนรักเราต้องมาไกลขนาดนี้เพื่อที่จะดูดวงเลยเหรอเพื่อน"
มะลิถามผู้เป็เพื่อนขณะที่เธอและจิราเดินทางมาไกลถึงยูนนานแล้วยังต้องมาปีนเขาขึ้นไปที่ตำหนักแม่หมอที่บนเขาอีก
ด้วยสายมูเตลูของเพื่อนเธอที่เข้าเส้นแทบจะใช้ชีวิตอยู่กับเครื่องรางของขลังและการดูดวงที่ไหนดังที่ไหนดีจิราไปหมด แถมยังพาลากเธอไปทุกที ปกติในประเทศตัวเองมะลิก็ว่าสุดแล้วนะ
แต่นี่รุจิลากเธอมายันประเทศจีนเลยแถมออกมาอีกหนึ่งมณฑลเลยไกลมากๆ หากเป็ประเทศไทยจ้างได้เธอก็ไม่มาด้วยนี่เป็ห่วงหรอก ต้องมาเพื่อนทะเลาะกับสามี ไม่สิดูท่าแล้วเพื่อนเธอจะทะเลาะคนเดียวดูแล้วชาญชัยไม่ใช่คนที่ทะเลาะกับเพื่อนเธอเลยปกติมีแต่เพื่อนเธอชอบคิดไปเองครั้งนี้ก็เช่นกัน
ไม่ใช่มะลิไม่ชอบเื่นี้แต่เธอชอบอยู่กับความเป็จริง ดูดวงไปทำไมอะไรจะเกิดขึ้นก็ปล่อยให้มันเกิดไปสิถ้าดีก็สบายใจแต่ถ้าไม่ดีก็ต้องมานั่งทุกข์ใจอีก
"ทนหน่อยยัยลิเราใกล้ถึงแล้ว เดี๋ยวลงเขาไปฉันจะเลี้ยงหม้อไฟเลย"
"คุ้มไหมเนี่ย ฉันคงไม่ตายขาขึ้นหรือขาลงจากเขาหรอกนะ"
ถึงแม้มะลิจะบ่นมาตลอดทางแต่ก็ไม่ได้ทำให้เพื่อนรักของเธอหมดกำลังใจเลย จิราเชื่อเื่ศัลยศาสตร์มนต์ดำแบบนี้มากถึงแม้จะเป็คุณหนูผู้ร่ำรวยเงินทองก็ตาม
ใช้เวลาเกือบชั่วโมงกว่ามะลิและจิราจะขึ้นมาถึงบนเขาที่อากาศหนาวแหนบ ผู้คนที่ขึ้นมาแล้วมีเยอะกว่าที่มะลิคิดแถมคิวยังแน่นมากจนไม่รู้ว่าวันนี้จะได้ดูดวงรึเปล่าไม่รู้
"คิวยาวเลยลิ เขาไม่รับจองด้วยเห็นบอกแม่หมอจะเลือกคนด้วยนะว่าจะดูให้ใครไม่ดูให้ใครไม่ใช่มาถึงแล้วจะได้ดูนะแก"
"แบบนี้ถ้าแกมาเสียเที่ยวฉันก็เหนื่อยฟรีสิ" มะลิบ่นอุบ
"คุณผู้หญิงทั้งสองแม่หมอเชิญท่านด้านในเ้าค่ะ"
ยังไม่ทันที่มะลิและจิราจะได้พูดอะไรต่อก็มีผู้หญิงคนหนึ่งใส่ชุดเหมือนหญิงสาวในหนังจีนโบราณออกมาต้อนรับด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสเป็มิตร
"แก๊! เราถูกเลือกไปๆ"
จิราดีใจะโกอดเพื่อนรักแน่น ไม่คิดว่าเธอจะได้เข้าพบคิดว่ามาเสียเที่ยวแล้วเสียอีกผู้คนที่ยืนรอเห็นว่าพวกเธอถูกเลือกก็ทำหน้าเสียดายและพากันทยอยกลับ
เข้ามาในตำหนักด้านในก็เป็อย่างที่มะลิคิดและเห็นในหนังเหล่าเทพเ้าของทางจีนที่นับถือเต็มห้องไปหมด ทั้งสองมองไปยังแม่หมอที่นั่งหันหลังนิ่งให้พวกเธออยู่อย่างสนใจ
"เชิญนั่งรอสักครู่นะเ้าคะ แม่หมอกำลังตรวจดวงชะตาของท่านทั้งสอง"
หญิงสาวทั้งสองมองไปยังแม่หมอที่ว่าเธอนั้นเป็ผู้หญิงวัยกลางคนที่ยังสวยและดูดีอยู่ขนาดมองแค่ด้านหลังยังััถึงพลังบางอย่างในตัวเธอที่ปล่อยออกมา
"ตื่นเต้นว่ะแก"
จิราเข้ามาจับแขนมะลิยิ้มดีใจเหมือนเห็นสิ่งที่ตัวเองอยากได้รอคอยมานานอยู่ตรงหน้า ผิดกลับมะลิที่คิดว่าที่นี่มันแปลกๆ แม่หมออะไรทำไมดูไม่ขลังดูสะอาดสะอ้านเกินไปผิดกับที่เธอเคยรู้เห็นมา
สักพักเหมือนแม่หมอคนนี้ได้ยินความคิดของมะลิเธอค่อยๆ หันมาพร้อมกับมองมาที่มะลิด้วยแววตายินดี แปลก...
"แม่หญิงจิราท่านไม่ต้องกังวลเื่สามีของท่าน ชายผู้นั้นรักท่านมากและจะไม่มีทางนอกใจท่านเด็ดขาด การงานการเงินท่านก็ดีอยู่แล้วมีแต่จะดีขึ้น แต่ระวังจะเสียบุคคลที่รักไปอย่างไม่มีทางหวนกลับ"
"เป็ใครคะ พอจะบอกได้ไหมคะ พ่อแม่ฉันเสียหมดแล้วตอนนี้ก็มีแต่สามีที่เป็ที่รักมาก"
แม้จิราจะแปลกใจว่าแม่หมอยังไม่ถามวันเดือนปีเกิดเธอเลยแล้วรู้ทุกอย่างในชีวิตเธอได้ยังไง แถมรู้ด้วยว่าเธอระแวงสามีอยู่ แต่ประโยคสุดท้ายนี่สิเธอจะเสียใครไป
"บุคคลอันเป็ที่รักไม่จำเป็ต้องเป็คนในครอบครัวหรอกเ้าค่ะ"
แม่หมอท่านนี้ตอบยิ้มๆ อย่างคนใจดีหันกลับมามองมะลิอีกครั้งยังคงมีแววตายินดีและดีใจที่ได้เจอ
"กลิ่นหอมดอกไม้บนตัวท่านช่างหอมรัญจวนใจยิ่งนัก แม้ท่านจะอยู่ไกลแค่ไหนกลิ่นหอมของท่านก็อบอวลดังดอกไม้ที่เป็สัญลักษณ์ของตัวท่านฟางเหนียง"
"เออ...ท่านน่าจะจำคนผิดนะคะ ฉันชื่อมะลิค่ะไม่ใช่ฟางเหนียงอะไรนั่นนะคะ"
คำพูดของแม่หมอยิ่งตอกย้ำความคิดของมะลิมากขึ้นว่าแม่หมอคนนี้มั่วแน่ๆ เรียกเธอเป็คนอื่นไปทั่ว
"หึๆ ท่านอาจจะไม่เชื่อแต่อดีตชาตินานแสนนานแล้วท่านคือคุณหนูฟางเหนียงผู้ซึ่งเป็เทพธิดาแห่งสรวง์มีหน้าที่ดูแลสวนดอกไม้ให้กับองค์ไท่จื่อแต่ดันตกหลุ่มรักกับบุคคลที่แม้แต่คิดยังไม่ได้วาสนาไม่อาจต้องกันได้ในชาติภพที่แล้ว ท่านเลยต้องถูกขับไล่ลงมาเกิดบนโลกมนุษย์ เพื่อให้บุคคลที่ท่านรักได้มีโอกาสแก้ไขอดีตและทำตามประสงค์ของ์ รักคือสิ่งที่ท่านตามหาและท่านก็จะได้มันจนมากล้นแน่นอนเ้าค่ะ"
เดี๋ยวนะมะลิคิดว่าแม่หมอดูคนนี้ท่าจะเพี้ยนเล่าเื่เทพธิดา ์อะไรได้เป็ฉากๆ ต้องแต่งเื่ขึ้นมาแน่ๆใครจะไปเชื่อ
"ท่านอาจจะไม่เชื่อที่ข้าพูดแต่อีกไม่นานท่านจะต้องกลับไปในที่ที่ท่านจากมา ที่ที่เป็ของท่านเพื่อพบรักแท้ ชายที่สาบานจะรอรักท่านไม่ว่าจะกี่ภพชาติก็ตามจำคำข้าเอาไว้"
พูดจบแม่หมอคนนั้นก็หันกลับไปนั่งสมาธินิ่งต่อไปทิ้งปริศนาไว้ให้มะลิและจิรางุนงงเป็อย่างมาก สรุปแล้วมันคืออะไรกันแน่ มะลิเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งเธอเป็สาวสมัยใหม่นะ จะให้เชื่อเื่พวกนี้ได้ยังไง
พอออกมาจากห้องแม่หมอเพี้ยนคนนั้นท้องฟ้าที่เคยสดใสก็มืดอึมครึมเหมือนพายุฝนฟ้าจะเข้าทั้งๆที่นี่มันจะเข้าหน้าหนาวแล้ว อีกอย่างทำไมพระอาทิตย์ตกเร็วขนาดนี้เมื่อไม่กี่นาทีก่อนที่เธอและจิราจะเข้าไปยังสว่างอยู่เลย
"เราเข้าไปแป๊บเดียวไม่ใช่เหรอจิ"
"นั่นดิ ลิฉันเริ่มกลัวแล้วนะเนี่ย"
เ้าแม่สาวมูเตลูที่ทำท่าทางดีใจเมื่อไม่กี่นาทีเมื่อกี้เข้ามาเกาะแขนเพื่อนรักอย่างมะลิด้วยความหวาดระแวง ที่นี่อยู่ไกลผู้คนด้วย ตอนที่มาถึงคนอื่นที่ขึ้นมายังพอเห็นมีอยู่บ้างแต่ตอนนี้ก็หายไปหมดแล้ว
"กลัวอะไร ไม่มีอะไรหรอกอย่าคิดมาก"
มะลิพูดปลอบใจเพื่อน ทั้งสองได้มีโอกาสมองไปรอบๆ เพิ่งสังเกตว่าที่นี่เหมือนกับบ้านชาวจีนโบราณแบบที่จิราและมะลิได้ไปเยี่ยมชมมาตามพิพิธภัณฑ์เลย
เหมือนกับว่าที่นี่ยังอยู่ในสภาพที่ดีแถมยังใหม่กว่าที่เคยเห็นด้วย ยิ่งพระอาทิตย์ตกที่นี่ยิ่งหนาวเหน็บเข้าไปทุกทีมองไปยังต้นไม้ใหญ่ที่ยืนต้นเด่นตระหง่านอยู่กลางบ้านแล้วมันดูสวยงามและชวนขนลุกแปลกๆ
แต่แล้วทั้งสองก็ต้องสะดุ้งโหยงจากเสียงพูดที่ดังข้างหลังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผู้หญิงคนนี้มาั้แ่ตอนไหน