บทที่21
ความเดือดดาลของรองหัวหน้าฝู
ปั้ง!!โต๊ะไม้ขนาดใหญ่ในห้องโถงโดนฝ่ามือทรงพลังฟาดจนแหลกเละ
“สารเลว!! บัดซบ!!!”เสียงสถบด่าอย่างเดือดดาลของชายวัยกลางผู้นึงดังขึ้น
คนผู้นี้มิใช่ใครอื่นนอกจากรองหัวหน้าฝูของกลุ่มหมาล่าเนื้อ
ในตอนนี้ใบหน้าของรองหัวหน้าฝูดำคลำทรวงอกกระเพื่อมขึ้นลงอย่างอัดอั้น
“เหตุใดจึงเป็เช่นนี้ตายหมด!! เพียงแค่คนธรรมดาผู้นึง ”
“พวกเ้าจะบอกว่าหยางไห่และพวกที่เหลือโดนสังหาร”
“แล้วร่องรอยของเ้ามนุษย์ผู้นั้นยังหายไปอีกงั้นหรือ!!”น้ำเสียงที่เปี่ยมล้นไปด้วยโทสะดังกังวาน
ด้านหน้าของรองหัวหน้าฝูในตอนนี้มีร่างของสมาชิกในกลุ่มหมาล่าเนื้อนับสิบคนกำลังคุกเข่าอยู่
พวกมันทั้งหมดกำลังสั่นกลัวต่อโทสะของรองหัวหน้าฝูที่กำลังปะทุอยู่ด้านหน้า
บรรยากาศในห้องโถงเต็มไปด้วยแรงกดดันเป็แรงกดดันของผู้ฝึกตนขอบเขตปรับแต่งพลังขั้นสูงสุด
ถึงอย่างไรพวกที่อยู่ด้านหน้าก็เป็เพียงผู้ฝึกตนขอบเขตปรับแต่งพลังขั้นต่ำเท่านั้น
จะสามารถต้านทานต่อแรงกดดันเช่นนี้ได้อย่างไร
ก่อนหน้านี้รองหัวหน้าฝูส่งหยางไห่ออกไปเพื่อทำคำสั่ง
แต่หลังจากผ่านไปหนึ่งวันอีกฝ่ายก็ยังไม่กลับมา
เพราะแบบนั้นจึงััได้ถึงความผิดปกติรองหัวหน้าฝูจึงส่งคนไปสืบว่ามันเกิดอันใดขึ้นกันแน่
แต่แล้วมันเองก็ได้รับข่าวที่มันคาดไม่ถึงก็คือมีร่องรอยของการต่อสู้เกิดขึ้น
หยางไห่หายไปแต่เพื่อจะคาดการณ์ได้ว่าพวกมันทั้งหมดตายไปแล้ว
รองหัวหน้าฝูคิดว่าอาจจะมีคนยื่นมือเข้าช่วยเหลืุ์ผู้นั้น
แต่สิ่งที่ทำให้มันเดือลดาลมากที่สุดก็คือไม่มีเบาะแสเลยแม้แต่น้อย
เป้าหมายของมันหายไปอย่างไร้ร่องรอยนี่ทำให้มันที่มีโทสะอยู่เต็มอก ไม่รู้ว่าจะระบายโทสะไปที่ผู้ใดกัน
แต่ด้วยสถานะและก็ตำแหน่งรวมถึงจุดยืนที่เป็รองผู้นำของกลุ่มหมาล่าเนื้อมาเป็เวลานานรองหัวหน้าฝูก็ค่อยๆสงบจิตใจของตนเองลงได้
มันทิ้งตัวนั่งลงที่เก้าอี้หายใจเข้าออกเพื่อควบคุมความโกรธภายในอก
“เื่นั้นชั่งมันก่อน!”
“อีกฝ่ายต้องปรากฏกายเพียงแน่นอนในระหว่างนี้ไม่สามารถทำอันใดได้นอกจากขอให้อีกฝ่ายนั้นปรากฏตัว”
“พวกเ้าออกไป”รองหัวหน้าฝูโบกมือไล่พวกที่อยู่ด้านหน้า
พวกที่อยู่บริเวณด้านหน้ารีบลุกขึ้นแล้วก็ออกไปจากห้องโถงอย่างรวดเร็ว
หลังจากนั้นภายในห้องโถงแห่งนี้ก็ว่างเปล่า
“เื่ของกลุ่มกลีบบุปผาเป็อย่างไรแล้วบ้าง?”รองหัวหน้าฝูเอ่ยขึ้นถามการความว่างเปล่า
ทันใดนั้นก็มีร่างนึงเดินออกมาจากหลังเสาของห้องโถงแห่งนี้
อีกฝ่ายเป็ชายฉกรรจ์ใบหน้าเหี้ยมเกรียมดุดันในอ้อมแขนมีดาบเหล็กถูกกอดเอาไว้
“กลุ่มกลีบบุปผาจะเข้าไปภายในป่าอสูรในอีกสองวันข้างหน้า”ชายฉกรรจ์กอดดาบรายงานออกมา
รองหัวหน้าฝูพยักหน้า
“ดี!!การลงมือครั้งนี้พวกเราจำเป็จะต้องลงมือเอง”
“หัวหน้าน่าจะยังไม่ออกมาจากการเก็บตัว”รองหัวหน้าฝูกล่าวขึ้น
ชายฉกรรจ์กอดดาบพยักหน้า
“ไม่น่ามีปัญหาอันใดถึงอย่างไรคนภายในกลุ่มกลีบบุปผาคนที่อันตรายกับพวกเราจริงๆก็มีเพียงแค่ิเยว่หลานเท่านั้น” ชายฉกรรจ์กอดดาบประเมินออกมาอย่างสุขุม
“ถึงอย่างไรพวกเราเองก็ประมาทไม่ได้การลงมือในตอนนี้อย่างไรเสียก็ต้องไม่มีอันใดผิดพลาด” รองหัวหน้าฝูเอ่ยออกอย่างเคร่งขรึมดวงตาทั้งสองข้างของมันหรี่ตาลงอย่างจริงจัง
“แล้วเื่ของมนุษย์ผู้นั้นละ”ชายฉกรรจ์กอดดาบถาม
รองหัวหน้าฝูส่ายหน้า “เื่นั้นปล่อยไว้ก่อน”
“อีกฝ่ายน่าจะมีคนที่อยู่เื้ั”
“แล้วในตอนนี้พวกเรายังต้องจัดการกับกลุ่มกลีบบุปผาก่อน”
ได้ยินเช่นนั้นชายฉกรรจ์กอดดาบก็ไม่ถามอีกภายในห้องกลับเข้าสู่ความเงียบอีกครั้ง
ก่อนที่ร่างของชายฉกรรจ์กอดดาบจะค่อยๆหายไป
ภายในห้องโถงแห่งนี้เหลือเพียงรองหัวหน้าฝูที่นั่งอยู่ด้วยใบหน้าที่เคร่งขรึมจริงจัง
ใบหน้าของรองหัวหน้าฝูกำลังจมอยู่กับความคิดของตนเอง
…
วันที่เก้าหลังที่มาที่โลกใบนี้
ในวันนี้หยุนโม่เองก็ไม่ได้ออกไปไหนเขายังคงอยู่บริเวณอาณาเขตถ้ำ
ส่วนใหญ่หยุนโม่ใช่เวลาอยู่กับการทำความเข้าใจเกี่ยวกับเื่ของความรู้ของโลกใบนี้
ก่อนหน้านี้หยุนโม่สังหารกลุ่มผู้ฝึกตนพวกนั้นไป
ระบบปัญญาประดิษฐ์ทำการกู้คืนความทรงจำทำให้เขาได้รับความรู้ใหม่เพิ่มขึ้นมาอีก
หยุนโม่จึงใช้เวลาในวันนี้ในการทำความเข้าใจเกี่ยวกับเื่ความรู้ของคนพวกนั้น
ทำให้เขานั้นได้รับประโยชน์มากและได้รู้เกี่ยวกับเื่หลายอย่างๆในเมืองอวี้หยางเพิ่มขึ้น
‘ตัวตนของหยางไห่ผู้นี้ไม่ธรรมดาจึงมีความทรงจำเกี่ยวกับขั้นอำนาจในเมืองอวี้หยางมากขนาดนี้’
‘อืม..ป่าอสูรอวี้หยาง’หยุนโม่หรี่ตาเล็กลง
เขามองข้อความโปร่งใสที่ปรากฏด้านหน้าข้อความพวกนี้คือข้อมูลที่โนวาสรุปให้เขาเพื่อทำความเข้าใจ
โดยที่ในตอนนี้หยุนโม่พบเจอสิ่งที่น่าสนใจนั่นก็คือในความทรงจำของคนพวกนี้ มีสถานที่หนึ่งที่ถูกเรียกว่าป่าอสูรอวี้หยาง
ในตอนนี้หยุนโม่ได้รับความรู้เพิ่มเติมว่าทางตะวันออกของเมืองอวี้หยาง ห่างออกไปประมาณเกือบร้อยลี้มีสถานที่แห่งหนึ่งที่ถูกเรียกว่าป่าอสูรอวี้หยาง
สถานที่แห่งนั้นเป็สถานที่ที่มีพวกสัตว์อสูรรวมตัวกันอยู่มากที่สุดภายในเขตนี้แน่นอนว่ามันเป็สถานที่ที่อันตรายเป็อย่างมาก
มันมีแม้กระทั่งสัตว์อสูรระดับสองที่เทียบเท่ากับผู้ฝึกตนขอบเขตหลอมกายาอยู่ด้วย
ป่าอสูรอวี้หยางเป็สถานที่ที่อันตรายมากแต่ในขณะเดียวกันมันเองก็เป็ดินแดนที่ผู้ฝึกตนภายในเมืองอวี้หยางใช้ในการหาเงินเช่นเดียวกัน
ผู้ฝึกตนมากมายก้าวเข้าเส้นทางแห่งการฝึกตนสิ่งที่พวกเขานั้นจำเป็จะต้องใช้ในการฝึกตน นั่นก็คือทรัพยากร
ไม่ว่าจะเป็โอสถที่ช่วยในการฝึกฝนหรือว่าเคล็ดวิชาต่างๆพวกเขาเองก็้าพวกมัน เพื่อพัฒนารากฐานแห่งการฝึกตนของตนเอง
เมื่อ้าทรัพยากรล้ำค่าก็จำเป็จะต้องหาของมาแลก
ซึ่งสิ่งที่ผู้ฝึกตอนส่วนใหญ่้ามันก็คือร่างกายของสัตว์อสูร
สัตว์อสูรพวกนี้ทั่วทั้งร่างกายของมันประหนึ่งสมบัติล้ำค่าไม่ว่าจะเป็ชิ้นส่วนของร่างกายโลหิตหรือแม้กระทั่งอวัยวะภายใน
ทุกอย่างล้วนแล้วสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในเส้นทางในการฝึกตนได้ทั้งสิ้น
เพราะแบบนั้นผู้ฝึกตนภายในเมืองอวี้หยางสิ่งที่พวกเขามักจะทำกันก็คือการออกล่าสัตว์อสูร
แล้วเขตที่พวกเขานั้นมักจะใช้ในการออกล่ามันก็คือป่าอสูรอวี้หยางที่ตั้งอยู่ทางด้านทิศตะวันออกของเมือง
หยุนโม่ให้ความสนใจกับมันเป็เพราะว่าเขาเองก็้าพวกร่างของสัตว์อสูรเช่นเดียวกัน
เพราะว่าร่างของพวกสัตว์อสูรพวกนี้มันเองก็เป็วัสดุล้ำค่าในการนำมาใช้สร้างพวกอาวุธ
อย่างเช่นกรงเล็บของสัตว์ร้ายก็สามารถนำมาหลอมสร้างกลายเป็พวกอาวุธโจมตีิัก็สามารถนำมาหลอมสร้างกลายเป็เกราะป้องกันอีกอย่างในตอนนี้เขาเองก็ไม่อยากจะเดินทางก็ไปภายในอวี้หยางแต่ก็อยากได้สมบัติล้ำค่ามาหลอมสร้างเป็อาวุธ
หยุนโม่เลยค่อนข้างที่จะให้ความสนใจกับสิ่งที่เรียกว่าป่าอสูรอวี้หยางมาก
“ต้องเตรียมตัวก่อน”หยุนโม่ในตอนนี้กำลังรอการเตรียมตัวปืนพกของเขากำลังถูกปรับแต่งแล้วก็พัฒนา
ผนวกโนวาบอกว่ากำลังคิดค้นสิ่งประดิษฐ์ชิ้นใหม่ซึ่งมันจะสามารถช่วยให้เขานั้นแข็งแกร่งมากขึ้นกว่าเดิม
เพราะแบบนั้นถึงแม้ว่าจะสนใจป่าอสูรอวี้หยางมากขนาดไหน ก็ยังไม่สามารถเดินทางไปได้ในตอนนี้จำเป็จะต้องรอปรับแต่งอาวุธจนเสร็จก่อนถึงจะสามารถออกเดินทางได้