หลายวันต่อมา
“ตื่นได้แล้วค่ะ” จิณณวัตโน้มหน้าเข้าไปพรมจูบทั่วใบหน้าใสของแฟนสาวที่เที่ยงกว่าแล้วก็ยังไม่ตื่น อาจเป็นเพราะเหนื่อยจากเรื่องเมื่อคืน
“ไม่อยากตื่นเลย” นับดาวพลิกตัวหนีไปอีกด้านเมื่อถูกก่อกวน
“กินข้าวก่อนค่ะคนสวย เจเจทำข้าวผัดไข่ไว้ให้แล้ว”
“อุ้มไปหน่อย” นับดาวอ้าแขนออกเพื่อให้เขาอุ้มไปล้างหน้า โทษฐานที่เป็นคนทำให้เธอเจ็บจนแทบเดินไม่ได้
จิณณวัตจึงต้องยอมทำตามอย่างเสียไม่ได้ เขาจัดการพาร่างเล็กไปล้างหน้าแล้วอุ้มมายังห้องครัวต่อ
“เก้าอี้มี” นับดาวหันบอกแฟนเด็กของเธอที่วางตัวเธอลงบนตักเขา
“นั่งตักเจเจดีกว่าค่ะ” จิณณวัตตักข้าวผัดไข่ในมือตัวเองไปป้อนหญิงสาว ป้อนทีก็หอมแก้มทีอย่างมันเขี้ยว เพราะสภาพที่เธอเพิ่งตื่นช่างดูน่ารักจนเขาอดฟัดไปที่แก้มนุ่มนิ่มนั้นไม่ได้
“พอแล้ว หอมจนช้ำไปหมดแล้วนะ” นับดาวยู่ปากใส่ กินจนหมดจานเวขาก็ยังคงหอมเธอไม่หยุด
“น่ารัก” จิณณวัตส่งยิ้มให้แฟนสาวคนสวยอย่างอารมณ์ดี เขานั่งคลอเคลียเธอไม่ยอมห่างจนนับดาวต้องลุกหนีเมื่อสบโอกาส กลายเป็นว่าทั้งคู่วิ่งไล่จับกันและหัวเราะคิกคักดังลั่นห้อง
“วันนี้ตอนเย็นมีนัดกัน จำได้หรือเปล่า” นับดาวที่ถูกรวบตัวมาอยู่ในอ้อมแขนของจิณณวัตก็เงยหน้าขึ้นไปถาม
“จำได้สิคะ เจเจเตรียมชุดกับของขวัญไว้เรียบร้อยแล้ว” เขาจะลืมได้ยังไงว่าวันนี้จะได้ไปพบพ่อแม่แฟนเป็นครั้งแรก
“ก็ลองลืมดูสิ จะเขกหัวให้” นับดาวเดินออกไปนั่งเล่นที่โซฟาแล้วหยิบโทรศัพท์ออกมาเล่นเกมฆ่าเวลา
“น่าสนุกตรงไหน” จิณณวัตถามเมื่อเดินมานั่งข้าง ๆ และมองดูเกมทำฟาร์มในมือของแฟนสาว
“สนุกจะตาย” นับดาวตอบขณะที่ยังก้มหน้าเล่นเกมของตัวเองต่อ
“อยากกินอะไรไหมคะ เจเจจะสั่งชานมไข่มุก”
“ชาเขียวปั่นไข่มุก”
“เจเจสั่งร้านโปรดของคนสวยนะคะ อยากเอาอะไรอีกไหม”
“ไม่เอา มีขนมเยอะแล้ว”
“โอเคค่ะ”
ทั้งสองคนนอนกอดกันบนโซฟาจนกระทั่งบ่ายสามกว่าจึงยอมลุกออกจากที่นอนไปอาบน้ำแต่งตัว เตรียมเดินทางไปบ้านนับดาวเพื่อแนะนำว่าที่ลูกเขยให้พ่อแม่ของเธอได้รู้จัก