หลังจากรับรู้ว่าผู้ชายคนนั้นก็มีพลังเหมือนกัน ทั้งทอยและเฟิร์นต่างก็วิ่งหน้าตั้งไปหาเขาคนนั้น โดยในระหว่างที่วิ่งอยู่เืของทอยก็ยังไหลออกมาไม่หยุด จนทำให้ผู้คนรอบข้างต่างมองเขาด้วยความผวา
"นี่!!! นายคนนั้นน่ะ!" เมื่อวิ่งมาได้ระยะที่พอเหมาะ เฟิร์นรีบะโเพื่อเรียกผู้ชายคนนั้น จริง ๆ เธอก็อยากจะพูดต่อเลย แต่ด้วยความที่พึ่งจะวิ่งมา ทำให้เธอต้องก้มลงพักหายใจ
ชายคนนั้นหันมาตามเสียงที่ได้ยิน "เมื่อกี้...เรียกฉันงั้นเหรอ?"
"ใช่... ฉันเรียกเองแหละ" ถึงจะยังไม่หายเหนื่อยแต่เฟิร์นก็ยังเงยหน้าขึ้นมาตอบ
เมื่อชายคนนั้นได้เห็นหน้าเฟิร์น มันทำให้เขารู้ทันทีว่าเธอเป็ใคร "ประธาน มีอะไรอย่างนั้นเหรอ?"
"อ่า...มีสิ นายมีเื่ที่ต้องตอบฉันอยู่" ทอยที่อยู่ข้างหลังเฟิร์นเดินเข้าไปหาชายคนนั้น
"ทอย... หัวนายไปโดนอะไรมาอีกแล้วล่ะเนี่ย?" ชายคนนั้นถามด้วยความใจเย็น
"เื่นั้นเอาไว้ทีหลัง... นายน่ะ... มีคนที่แอบชอบแล้วงั้นเหรอ?"
"หา!?" เฟิร์นถึงกับหลุดพูดออกมา
เขาพยักหน้า "อืม...มีสิ... แล้วนายรู้ได้ไงกัน?"
"งั้นเหรอ? แล้วผู้หญิงคนนั้นเป็ใครกัน?" ทอยเมินคำถามไปและถามคำถามของตัวเอง
"เพื่อนร่วมห้องของฉันน่ะ รู้สึกว่าเธอจะเป็ลูกครึ่งญี่ปุ่นด้วยนะ"
"เหรอ ๆ " ดวงตาของทอยเป็ประกายเมื่อได้ยินดังนั้น "แล้วหน้าตาเป็ไงบ้าง?"
ชายคนนั้นชูนิ้วโป้งขวาขึ้น พร้อมด้วยสีหน้าจริงจัง "สุดยอดเลยล่ะ..."
"เห~ แล้วนายได้เริ่มจีบไปหรือยังล่ะ?"
"ยังเลย... ฉันยังไม่ค่อยกล้าน่ะ"
ทอยยื่นมือไปแตะไหล่ชายคนนั้น พร้อมส่งรอยยิ้มที่อ่อนหวานให้ "ดีแล้วล่ะ... นายน่ะ... จีบไม่ติดหรอก..."
"หา!? นี่จะหาเื่กันอย่างนั้นเหรอเนี่ย!?" ชายคนนั้นโกรธจนถึงขั้นลุกขึ้นมาประชันหน้ากับทอยตรง ๆ
"ก็ใช่น่ะสิ" รอยยิ้มอ่อนหวานนั่นค่อย ๆ เปลี่ยนเป็รอยยิ้มเหยียดหยาม "คิดจริง ๆ เหรอเนี่ย? ว่าขนาดคนหน้าตาอย่างฉันยังไม่เคยมีแฟน แล้วคนหน้าตาอย่างแกจะไปมีได้ยังไงกัน? เขาไม่มีทางมาชายตามองแกแน่นอน"
"ถ้าเื่หน้าตามันได้ผล แล้วทำไมแกถึงจีบเนเน่ไม่ติดกันล่ะ อ๊ะ! ไม่สิ ไม่เกี่ยวกับหน้าตาแต่เกี่ยวกับอย่างอื่นมากกว่า" หลังพูดเสร็จชายคนนั้นก็ส่งรอยยิ้มเหยียดหยามกลับคืนไป
"นี่แก! เมื่อกี้จี้ใจดำฉันมากเลยนะ!"
"เมื่อกี้แกก็เหมือนกันนั่นแหละ!"
พวกเขาทั้งสองพร้อมที่จะปะทะกันแล้ว โชคดีที่เฟิร์นแยกทั้งสองออกมาได้ทัน
"พวกนายนี่...สนิทกันจริงใช่ไหมเนี่ย? แค่แป๊บเดียวก็ทะเลาะกันแล้วเนี่ย"
คงเป็เพราะเห็นว่า จู่ ๆ พวกเขาก็เกิดทะเลาะกันขึ้นมา เฟิร์นถึงได้ถามดังนั้น
"พูดเื่อะไรกัน?... ก็ต้องสนิทอยู่แล้วสิ" ทอยตอบ
"ถูกต้อง!..." ชายคนนั้นเสริม
"เฮ้อ... ก็ขอให้เป็อย่างนั้นนะ" เฟิร์นถอนหายใจ "จะว่าไป... นายมีชื่อว่าอะไรงั้นเหรอ?"
"เกือบลืมไปเลยนะเนี่ย หมอนี่น่ะมีชื่อว่า ไนต์ ชยางกูร เมธาพงศ์" ทอยแนะนำตัวไนต์ให้เฟิร์นรู้จัก หลังจากนั้นก็หันไปหาไนต์ "คงไม่ต้องบอกสินะว่าเธอเป็ใคร"
"ไม่ต้องหรอก" ไนต์ตอบ แล้วหันมาหาเฟิร์น "แล้ว... สรุปมีเื่อะไรกับฉันกันแน่เนี่ย?"
"ฉันก็ไม่รู้จะพูดยังไงดีนะ แต่...ตรง ๆ เลยแล้วกัน นายน่ะ... มีพลังอะไรงั้นเหรอ?"
"หา!? นี่เธอพูดเื่อะไรกัน?" ไนต์พูดด้วยความงงงวย
เฟิร์นถามออกไปอย่างตรงไปตรงมา แต่ว่ามันก็ตรงเกินไป จนทำให้ไนต์จับต้นชนปลายไม่ถูก
ทอยที่เห็นแบบนั้นก็ได้เดินไปกระซิบข้างหูเฟิร์น "นี่!... มันจะตรงเกินไปหรือเปล่า? เขาอาจยังไม่รู้ว่าตัวเองนั้นมีพลังก็ได้ และถึงหมอนั่นจะรู้ แต่ถ้าโดนพูดแบบนี้ไป ใครมันจะไปบอกกันเล่า อย่างน้อยก็ลองพูดตะล่อม ๆ ให้เขาเชื่อใจไปก่อน"
"ลืมไปเลยแฮะ..." เฟิร์นพึมพำ ก่อนที่จะพูดกับไนต์อีกครั้งนึง "อะแฮ่ม... มันอาจฟังดูแปลกนะ แต่ว่าฉันเองก็เป็ผู้มีพลังเหมือนกัน"
"พลัง? ฮ่า ๆ ๆ ๆ " ไนต์หลุดขำออกมา "ทอย ฉันว่าพวกเราหนักแล้วนะ แต่ตอนนี้เจอคนที่หนักกว่าเราแล้วล่ะ"
"เธอพูดเื่จริง ฉันเองก็มีเหมือนกัน" ทอยเสริมคำพูดของเฟิร์น
"นี่นายก็ด้วยเหรอ? เฮ้ ๆ ถ้าจะเบียว[1]ล่ะก็ อย่างน้อยก็ควรมีขอบเขตกันบ้างนะ"
ไนต์ยังคงยืนกรานที่จะไม่เชื่อเื่นี้ นั่นจึงทำให้เฟิร์นไม่มีทางเลือก นอกจากแสดงพลังให้เขาได้เห็น
"งั้นฉันจะแสดงพลังให้นายเห็นเอง" เฟิร์นเหยียดยิ้มอย่างมั่นใจ "พลังของฉันน่ะคือการ'อ่าน'ความทรงจำ เอาล่ะลองถามคำถามเกี่ยวกับนายมาสักเื่สิ แล้วเดี๋ยวฉันจะใช้พลังของฉันตอบคำถามนั่นเอง"
"นี่ ๆ ถ้าเธอมีพลังจริงล่ะก็ งั้นก็ลองใช้มันหาดูเอาสิว่าฉันมีพลังอะไรน่ะ" ไนต์ยังคงพูดไปหัวเราะอยู่
"งั้นก็จัดไป" เฟิร์นหยิบสมุดโน้ตออกมาจากกระเป๋านักเรียนเหมือนเคย ก่อนที่จะฉีกมันแล้วส่องไปที่ไนต์ "พลังของหมอนี่คืออะไร?" จากนั้นก็สะบัดกระดาษไปมา เมื่อคำตอบปรากฏแล้วเธอก็หยุดลงและอ่านมัน
ด้วยความที่ทอยก็สงสัยด้วย จึงได้เดินมามองดูคำตอบในกระดาษด้วยเช่นกัน
"Digital Memories?" ทอยพูดตามคำที่อยู่บนกระดาษ
จากที่ไนต์เอาแต่หัวเราะ ตอนนี้เขากลับอึ้งจนตาแทบถลนออกมา "เอาจริงดิ? นี่เธอมีพลังจริงเหรอเนี่ย? งั้นก็แปลว่าฉันไม่ได้มีพลังแค่คนเดียวสินะ"
ในทีแรกไนต์คิดว่าทั้งทอยและเฟิร์นกำลังหยอกเขาอยู่ เพราะจู่ ๆ เธอก็มาพูดถึงเื่พลังอย่างกะทันหัน ถึงแม้เขาจะมีพลังก็จริง แต่ยังไงเขาก็ยังไม่เชื่อว่าคนอื่นจะมีเหมือนกัน แต่พอได้เห็นดังนี้เขาก็ต้องเชื่อแล้ว
"ถ้าอย่างนั้นนายรู้มาตลอดสินะว่าตัวเองก็มีพลังน่ะ" ทอยพูด
"อืม...รู้สิ" ไนต์ตอบ
"พอจะบอกได้ไหม? เกี่ยวกับพลังของนายน่ะ" เฟิร์นถาม
ไนต์เริ่มอธิบาย "Digital memories คือชื่อที่ฉันตั้งขึ้นมาเอง พลังของมันน่ะคือการเข้าถึงความทรงจำดิจิทัลทุกอย่างบนโลก ไม่ว่าจะเป็ คอมพิวเตอร์ มือถือ กล้องวงจรปิด สมาร์ตทีวี หรืออะไรก็แล้วแต่ที่บันทึกข้อมูลในรูปแบบดิจิทัล และก็ยังมีอีกความสามารถ ก็คือการอัปโหลดข้อมูลดิจิทัลเข้าสู่ความทรงจำของคนได้"
"เป็พลังสุดยอดไปเลยนะเนี่ย..." ทอยกล่าวชม
"แต่มันก็ได้ใช้ง่ายขนาดนั้นหรอก อย่าลืมสิบนโลกใบนี้มีความทรงจำดิจิทัลอยู่ตั้งกี่เอกซะไบต์[1]กันล่ะ การจะหาอะไรบางอย่างที มันก็ต้องจำกัดวงให้แคบให้ได้มากที่สุด และไอ้การอัปโหลดอะไรเนี่ย ก็ต้องคำนึงถึงสมองของคนคนนั้นด้วยว่าจะรับไหวไหม"
"แต่ยังไงก็เป็พลังที่สุดยอดอยู่ดี" เฟิร์นก็อดกล่าวชมไม่ได้
'ไม่คิดเลยแฮะ ว่าจะเจอคนที่มีพลังสุดยอดแบบนี้ มันเป็พลังที่ขี้โกงสุด ๆ ไปเลยนี่ ชักจะตื่นเต้นขึ้นมาแล้วสิ'
เฟิร์นตื่นเต้นจนตัวสั่น ขณะกำลังคิดพิจารณาเกี่ยวกับพลังของไนต์
"ก็อาจจะจริง" ไนต์น้อมรับมัน "ว่าแต่... ทอย นายเองก็บอกใช่ไหม? ว่านายเองก็มีพลังน่ะ แล้วพลังของนายคืออะไรกันล่ะ?"
"ลบความทรงจำน่ะ" ทอยตอบ
"อืม... พลังของนายก็สุดยอดเหมือนกันนะ" ไนต์ชม
"ก็อาจไม่เท่านายหรอก" ทอยพูดแบบถ่อมตัว
จากนั้นทั้งสองก็หัวเราะออกมา แต่แล้วก็ถูกเฟิร์นแทรกเอาไว้
"นี่ไนต์ ฉันจะพูดตรง ๆ เลยนะ" เฟิร์นพูดพร้อมดวงตาที่เป็ประกายด้วยความตื้นเต้น "นายน่ะสนใจจะมาเป็นักสืบด้วยกันไหม?" จากนั้นเธอก็เข้าไปกดดันไนต์ด้วยดวงตานั่น
ไนต์ยืนคิดไม่นานนัก แล้วเขาก็ได้คำตอบ
"อืม...เอาสิ" ไนต์พยักหน้า
"เยี่ยมไปเลย!" เฟิร์นดีใจอย่างสุดเหวี่ยงที่ได้ยินดังนั้น เธอะโโลดเต้นไปมาทั่วเลย
"เห~ ตัดสินใจง่ายจังแฮะ" ทอยพูด
"ก็นะ... ฉันน่ะคิดตลอดเลยว่าพลังของฉันจะเอาไปทำอะไรได้ การเป็นักสืบเนี่ยมันก็ต้องมีการสืบค้นใช่ไหมล่ะ ถ้าอย่างนั้นพลังของฉันก็เข้าเค้าเลยนี่ มันเลยไม่มีเหตุผลที่จะต้องปฏิเสธนี่" ไนต์ตอบ
ตอนนี้ความคิดที่จะเป็นักสืบของเฟิร์นเริ่มเป็รูปเป็ร่างมากขึ้น ตอนนี้เธอมีสมาชิกแล้ว แถมพลังของพวกเขานั้นก็สุดยอดมากด้วย ขั้นตอนต่อไปเธอก็ต้องมีเงินทุนในการสร้างสำนักงานขึ้นมา ซึ่งนั่นไม่ใช่ปัญหาเพราะเธอเป็ลูกของมหาเศรษฐี เื่เงินไม่ใช่ปัญหา แต่ก่อนหน้านั้นเธอจะต้องคุยกับแม่เธอเสียก่อน เธอจึงหยิบมือถือขึ้นมาแล้วกดเบอร์ลงไปอย่างรวดเร็ว เธอรอสายเพียงไม่นานอีกฝ่ายก็รับสาย "มารับเลย ตอนนี้แหละ!"
"เออจะว่าไป..." ทอยเอ่ยขึ้น "นายรู้ว่าตัวเองมีพลังได้ไงกัน"
เมื่อได้ยินดังนั้นไนต์ถึงกับยิ้มเจื่อน "อยากรู้จริงเหรอ?..."
ทอยพยักหน้า "อืม..."
"พอดีว่าฉันดันหาหนังโป๊ทีชอบไม่เจอน่ะ ดันโหลดเอาไว้เยอะเกินเลยหาไม่เจอน่ะ" ไนต์พูดด้วยความขมขื่น "แล้วนายล่ะ?"
"ฉันดันเผลอใช้มันตอนสารภาพรักกับเนเน่น่ะ พอสารภาพไปแล้วเธอปฏิเสธ ฉันเลยเกิดกลัวที่จะมองหน้าเธอขึ้นมา เลยเผลอใช้พลังไป" ทอยก็ด้วย
บรรยากาศในตอนนี้เต็มไปด้วยความขมขื่น มัวหมอง ละอายใจ จากการค้นพบพลังของตัวเองที่ไม่ได้ยิ่งใหญ่เลยสักนิด พวกเขาไม่ได้ค้นพบพลังตอนที่กำลังสู้กับผู้ร้าย พวกเขาไม่ได้ค้นพบพลังตอนกำลังพยายามปกป้องคนอื่น แต่พวกเขากลับค้นพบพลังจากความเื่ที่แสนน่าละอายใจ
"นี่ พวกนายว่างกันหรือเปล--" เฟิร์นกำลังจะมาชวนพวกเขา แต่พอเห็นท่าทางของพวกเธอถึงกับต้องหยุดแล้วถาม "พวกนายกำลังคุยเื่อะไรกันเหรอ?"
ทอยหันมาพร้อมใบหน้าที่สุดแสนจะขมขื่น "กำลังคุยเื่ว่าพวกเรารู้ว่ามีพลังได้ยังไงกันน่ะ เธอจะเล่าด้วยไหมล่ะ?"
เมื่อได้ยินดังนั้นเฟิร์นก็ตกสู่ความขมขื่นด้วยอีกคน "อยากรู้จริง ๆ เหรอ"
ทั้งสองพยักหน้า
"พอดีว่าตอนม.ต้นฉันชอบรุ่นพี่คนนึงมากเลย ฉันเลยมอบจดหมายรักให้กับเขา ในตอนที่ฉันยื่นจดหมายไป ในหัวฉันมัวแต่คิดว่า 'เขาจะชอบฉันไหมนะ ๆ ๆ ๆ' จนเผลอใช้พลังออกไป ทำให้ซองจดหมายมีคำคำนึงโผล่ขึ้นมา นั่นก็คือ 'ไม่' "
ทั้งสองแตะไหล่เฟิร์นด้วยความเข้าใจ แต่ไม่ได้พูดอะไร
เชิงอรรถ
^ เบียว ย่อมาจากจูนิเบียว (Chuunibyon) เป็คำแสลงในแง่ลบของญี่ปุ่น หมายถึง การแสดงออกเหมือนรู้ไปหมดทุกสิ่ง หรือคิดว่าตัวเองนั้นมีพลังวิเศษ
เชิงอรรถ
^ เอกซะไบต์(Exabyte)ตัวย่อEB เป็หน่วยวัดขนาดของข้อมูลในคอมพิวเตอร์ มีขนาดคร่าว ๆ 1,000,000,000,000,000,000 ไบต์