หลังจากที่เซี่ยลี่หยางจัดข้าวของให้ฝูเจ๋อกั๋วนำกลับไป และตัวเขาก็เอาเหล้าไปส่งให้จูอู๋เซินกับกัวฮุ่ยหลิงเรียบร้อย เมื่อกลับถึงบ้านและทานอาหารเย็นเสร็จ เขาก็กลับห้องเพื่อมาพักผ่อน แต่พอเห็นสภาพของเรือนตนเองแล้วก็ต้องถอนหายใจ สภาพผุพังเช่นนี้ไม่สามารถพักอาศัยได้ หากฝนตกลงมาก็ไม่ต่างอะไรกับการนอนในที่โล่งเลยแม้แต่น้อย
ยังดีที่วันนี้เขาได้เดินเข้าไปสำรวจด้านหลังของโรงสุรา และเห็นว่ามีส่วนของเรือนพักด้านหลังร้านที่ยังอยู่ในสภาพดี เขาควรพาครอบครัวย้ายไปอยู่ที่นั่นก่อน รอให้หาเงินได้มากๆ บ้านหลังนี้คงต้องรื้อสร้างใหม่ และถ้าจะให้ดี เขาอยากจะซื้อที่ดินรอบๆ เพื่อขยายอาณาเขตบ้านออกไปอีก ได้ยินว่าบ้านฝั่งขวา้าขายเพื่อย้ายไปเมืองอื่น แต่บ้านฝั่งซ้ายไม่ทราบว่าเ้าของเป็ผู้ใด เฮ้อ...ไม่รีบๆ รอให้มีเงินอยู่ในมือก่อนดีกว่า ถึงตอนนั้นค่อยไปถามเอาก็ได้ว่าบ้านว่างหลังนั้นเป็ของใคร
เซี่ยลี่หยางเหน็ดเหนื่อยมาทั้งวันก็กลับเข้าไปนอนในมิติ คิดว่าวันนี้ต้องหลับสบายอย่างแน่นอน แต่ใครจะคิดว่าคืนนั้นเขากลับฝันเห็นงานแต่งงานนองเืของเขากับหลี่เหิงเยว่ และเขายังฝันว่าเยว่เยว่ของเขาได้รับาเ็ที่ใบหน้า รอยแผลเป็นั้นสร้างความทุกข์ใจให้เธอไม่น้อย ภรรยาของเขากำลังจะทำร้ายตัวเอง!
“เยว่เยว่!” เซี่ยลี่หยางสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึก เหงื่อของเขาไหลออกมาเต็มหลัง “เยว่เยว่ คุณอย่าทำอะไรโง่ๆ นะ คุณเคยสัญญาว่าคุณจะตามผมไปทุกที่ไม่ใช่หรือ แล้วตอนนี้คุณอยู่ที่ไหน”
จวบจนฟ้าสว่าง เซี่ยลี่หยางก็นอนไม่หลับอีกเลย เซี่ยฮูหยิน เซี่ยเหวินซู และเซี่ยหรงซิ่งมองดูเขาอย่างเป็ห่วง
“เ้าเป็อะไรไปหรือลี่หยาง หรือว่าเ้ายังเสียดายเงินสามพันตำลึงนั่นอยู่ หากยังไม่พร้อมก็ให้ฝูเกานำเงินส่วนนั้นกลับมาก่อนก็ได้” เซี่ยฮูหยินบอกลูกชาย
“ท่านไม่สบายหรือเ้าคะพี่ใหญ่ ให้ข้าต้มโจ๊กให้ทานสักถ้วยหรือไม่เ้าคะ” เซี่ยหรงซิ่งถาม
“เช่นนั้นข้าจะไปตามหมอมานะขอรับ” เซี่ยเหวินซูเป็ห่วงพี่ชายเช่นกัน
“ข้าไม่ได้เป็อะไร เพียงแต่กำลังคิดว่าเราควรจะย้ายไปอยู่ที่โรงสุรากันก่อนดีไหม ที่นี่มันกันแดดกันฝนไม่ได้สักนิด อีกอย่างสิ่งของมีค่าเราก็ไม่มี จะมีก็แต่สินเดิมของท่านแม่ ข้าก็เลยคิดว่าหากเราย้ายไปอยู่ที่นั่นก่อน รอให้เราหาเงินได้มากๆ เราค่อยมาซื้อที่ดินด้านข้างและสร้างบ้านของเราขึ้นมาใหม่ทั้งหมดจะดีกว่าหรือเปล่า คือ...ข้ากลัวว่าพวกท่านจะไม่เห็นด้วย” เซี่ยลี่หยางไม่เล่าถึงความฝันของตนเอง
“เื่แค่นี้จริงหรือ” เซี่ยฮูหยินถามลูกชาย เมื่อเห็นเขาพยักหน้ารับ “ย้ายก็ย้ายสิ เรือนพักด้านหลังโรงสุราถูกกั้นพื้นที่เป็ส่วนตัว เมื่อก่อนแม่กับท่านพ่อของเ้าก็เคยอาศัยอยู่ที่นั่น อีกอย่างสินเดิมของแม่ที่เ้าพูดถึงก็ไม่มีอะไรสักหน่อย จะมีก็แต่ผ้าและของตกแต่งบ้านที่แม่เอามาตกแต่งเรือนของน้องๆ เ้าเท่านั้น หากจะรื้อทิ้งแม่ก็ไม่เสียดาย”
“เมื่อก่อนทำไมท่านแม่กับท่านพ่อถึงได้อาศัยอยู่ที่โรงสุราหรือขอรับ” เซี่ยลี่หยางถาม
“จะอะไรเสียอีก ก็ฮูหยินผู้เฒ่าเซี่ยไม่ยอมรับแม่น่ะสิ ตอนแต่งงาน แม่กับพ่อถึงได้ใช้โรงสุราเป็เรือนหอ แต่ที่เราได้ย้ายกลับไปอยู่ที่ตระกูลเซี่ยก็เพราะเหวินซูกับซิ่งเอ๋อ การให้กำเนิดคู่แฝดัหงส์หมายถึงชีวิตที่รุ่งเรือง เ้าคิดว่าฮูหยินผู้เฒ่าจะยอมปล่อยเื่มงคลนี้ไปได้อย่างไร”
“มิน่า...ข้าถึงรู้สึกคุ้นเคยกับเรือนพักด้านหลังโรงสุรานัก”
“ก็เพราะเ้าใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นจนถึงสามขวบเชียวนะ”
“ถ้าอย่างนั้นวันนี้เราก็ย้ายไปอยู่ที่โรงสุรากันเลย หากท่านแม่ไม่อยากเก็บสินเดิมไว้ เช่นนั้นข้าขอเก็บมันเข้ามิติก็แล้วกัน พอไปถึงที่นั่น ข้าจะเอาของจากโลกอนาคตออกมาให้พวกท่านใช้แทน”
ระหว่างที่ทุกคนทานอาหารอยู่ เซี่ยลี่หยางก็เดินไปกวาดข้าวของในครัวเข้ามิติ และเดินไปสำรวจที่เรือนพักของมารดาและน้องๆ สิ่งของที่พอมีราคา เขาเก็บเข้ามิติจนหมดเพื่อเอาไปแลกเป็เงินและสิ่งของอื่น ต้องบอกว่าผ้าโบราณของเซี่ยฮูหยินทำเงินให้เขาได้ไม่น้อย ตอนนี้เขามีเงินอยู่ในมือเกือบห้าพันตำลึงแล้ว ผ้าโบราณมีราคาสูงจริงๆ
ฝูเกากับฝูเจ๋อกั๋วเข้ามาทำความสะอาดร้านั้แ่เช้า พวกเขายังต้องมาอำนวยความสะดวกให้ช่างที่จะเข้ามาปรับปรุงร้านตามแบบที่เ้านายวาดไว้ให้อีกด้วย และเมื่อทั้งสองเห็นเ้านายทั้งสี่คนเดินเข้าร้านมา พวกเขาจึงรีบออกไปต้อนรับ
“คารวะฮูหยิน คุณชายทั้งสอง และคุณหนูขอรับ”
“ท่านไม่ต้องมากพิธีกับข้าหรอกอาฝู” เซี่ยฮูหยินยิ้ม
“ได้อย่างไรขอรับ” ฝูเกายิ้มตอบ เขาไม่ได้เห็นฮูหยินของเ้านายยิ้มอย่างสดใสเช่นนี้มานานแล้วั้แ่ที่เ้านายของเขาหายสาบสูญไป
“ท่านไม่ใช่ลูกจ้างของเราเสียหน่อย ท่านพี่พูดเสมอว่าท่านคือสหาย และครอบครัวท่านก็เปรียบเสมือนญาติของเรา”
ฝูเกายิ้มอย่างยินดีที่ได้ฟัง “ว่าแต่พวกท่านทำไมถึงมาที่นี่กันหมดเล่าขอรับ”
“ข้าจะพาท่านแม่กับน้องๆ มาพักที่นี่น่ะลุงฝู ที่บ้านหลังนั้นมันใช้อาศัยไม่ได้แล้ว” เซี่ยลี่หยางบอก
ฝูเกาคิดตาม บ้านหลังนั้นเขาย่อมนึกออก เพราะเขาเป็คนแอบเก็บโฉนดของบ้านหลังนั้นไว้เอง เมื่อครอบครัวของเ้านายถูกไล่ออกจากตระกูล ก็เป็เขาที่พาฮูหยินกับลูกๆ ไปอยู่ที่บ้านหลังนั้น และเขาก็ได้มอบโฉนดคืนไปในวันนั้นเช่นนั้น
“เรือนพักด้านหลังข้ากับเจ๋อกั๋วคอยทำความสะอาดไว้อยู่ตลอด แต่ข้าวของเครื่องใช้มันพังไปหมดแล้ว ข้าจึงขนพวกมันไปทิ้งแล้วขอรับ จะเหลือก็แต่ห้องเปล่าๆ เท่านั้น” ฝูเกาล้วงเงินที่เหลืออยู่ในมือออกมาให้เซี่ยลี่หยาง “เงินสามพันตำลึงเหลืออยู่เท่านี้ขอรับ”
“ลุงฝูเก็บเงินนั้นไว้เถิด เดี๋ยววันนี้ข้าจะพาท่านแม่กับน้องๆ ออกไปหาซื้อสิ่งของเข้ามาเอง”
“เช่นนั้นข้าขอออกไปดูงานข้างนอกต่อนะขอรับ”
“ประตูด้านหลังยังใช้ได้อยู่ใช่หรือไม่” เซี่ยลี่หยางชี้ไปที่ประตูด้านหลัง
“ยังใช้ได้ขอรับ เพียงแต่เมื่อเช้าไม่ทันระวังตอนที่ไปลองเปิดประตู ข้าก็เลยทำแม่กุญแจพังไปแล้ว” ฝูเกาทำท่าทางขอโทษ
“ไม่เป็ไร เดี๋ยวข้าซื้อมาเปลี่ยนใหม่เอง ท่านออกไปข้างนอกเถิด อ้อ...หากถึงเวลาเลิกงาน รบกวนท่านลงกลอนประตูด้านหน้าได้เลย พวกเราจะใช้ประตูด้านหลังแทน”
“ขอรับคุณชายใหญ่”
รอให้ฝูเกาเดินออกไป เซี่ยเหวินซูก็ตามไปปิดประตูที่กั้นระหว่างตัวร้านและเรือนพัก ก่อนที่เขา น้องสาว และท่านแม่จะมานั่งรอพี่ชายที่ม้านั่งในสวน
ส่วนเซี่ยลี่หยางก็เดินไปแต่ละห้อง เริ่มั้แ่ห้องของเซี่ยฮูหยิน เซี่ยเหวินซู เซี่ยหรงซิ่ง ห้องครัว และสุดท้ายก็เป็ห้องของเขาตามลำดับ เพื่อที่จะดึงของตกแต่งออกจากมิติ ซึ่งห้องแต่ละห้องจะตกแต่งตามแบบที่ทุกคนได้เลือกไว้ เพราะเมื่อเช้า เซี่ยลี่หยางได้เอาแคตตาล็อกการตกแต่งห้องมาให้ทุกคนเลือกไว้ล่วงหน้าแล้ว และการตกแต่งครั้งนี้ก็ใช้เงินไปเกือบสามพันตำลึงทีเดียว ดีที่เซี่ยลี่หยางเอาสินเดิมของเซี่ยฮูหยินไปแลกเปลี่ยนเป็เงินมาก่อนแล้ว ไม่เช่นนั้นก็อย่าหวังว่าพวกเขาจะมีเงินมาตกแต่งห้องให้น่าอยู่ได้อย่างนี้เลย
เซี่ยลี่หยางย้ายมาอยู่ที่เรือนพักด้านหลังโรงสุราได้หลายวันแล้ว และอีกเพียงสองวันก็จะถึงวันเปิดร้านอีกครั้ง แต่วันนี้ ‘เซี่ยจ้านถิง’ ได้เดินทางมาหาเซี่ยลี่หยางอย่างร้อนใจ
เซี่ยลี่หยางคิดว่าเซี่ยจ้านถิงคงมาบอกเื่ที่ครอบครัวขอแยกตัวและตัดสัมพันธ์จากตระกูลเซี่ยมาแล้ว แต่ไม่คิดว่าเมื่อเซี่ยจ้านถิงเห็นเขา ฝ่ายนั้นก็คุกเข่าลงทันที
“จ้านถิง! เ้ากำลังทำอะไร” เซี่ยลี่หยางชักเท้าหลบ
แต่เซี่ยจ้านถิงไม่ยอมลุก “พี่ลี่หยาง ข้าขอร้อง ตอนนี้ข้าไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใครแล้วขอรับ”
“เดี๋ยวๆ เ้าอธิบายให้ข้าฟังให้เข้าใจก่อน อย่าเอาแต่คุกเข่า”
“ท่านพ่อของข้าเหมือนจะไม่ไหวแล้วขอรับ” เซี่ยจ้านถิงร้องไห้ออกมาอย่างหนัก แม้เซี่ยจ้านถิงจะดูเงียบขรึมและมีบุคลิกเยี่ยงผู้ใหญ่ แต่ความจริงแล้วเขาเป็เพียงเด็กหนุ่มอายุสิบสี่ปี เกิดก่อนเซี่ยเหวินซูและเซี่ยหรงซิ่งแค่ปีเดียวเท่านั้น
“ท่านอาสี่เป็อะไร?” เซี่ยลี่หยางเริ่มใจไม่ดี
“หลังจากครอบครัวของท่านตัดสัมพันธ์และแยกตัวออกจากตระกูล เย็นวันนั้นท่านพ่อก็กลับไปพูดเื่นี้กับท่านย่าใหญ่ ท่านย่าใหญ่เกลียดชังครอบครัวของข้ามากเพียงใดท่านคงพอนึกออก นางรีบตอบตกลงและขับไล่พวกเราออกจากจวนั้แ่วันนั้นเลย แต่ใครจะคิดว่าท่านลุงใหญ่ ท่านลุงรอง และท่านอาห้าจะไม่ยอมปล่อยเราไป ทั้งสามคนรุมทำร้ายท่านพ่อของข้า จนท่านพ่อของข้าาเ็สาหัส โดยมีท่านย่าใหญ่ยืนมองอยู่เฉยๆ ขอรับ” เซี่ยจ้านถิงร้องไห้อีกครั้ง
“ท่านอาสี่แย่แล้ว! นี่มันผ่านมากี่วันแล้วจ้านถิง ทำไมเ้าเพิ่งมาบอกข้า ไปเร็ว! เราต้องพาท่านอาสี่ไปหาหมอ” เซี่ยลี่หยางคว้ามือเซี่ยจ้านถิงเพื่อออกวิ่ง แต่สักพักเขาก็หยุด
“ท่านหยุดทำไมขอรับ” เซี่ยจ้านถิงสงสัย
“ข้ารู้จักบ้านของเ้าที่ไหนกันเล่า เ้าต้องนำทางถึงจะถูก”