สวี่มั่วอดทนเล่นกับจ้าวลี่อิ่งและคนดูในไลฟ์อยู่พักหนึ่งจากนั้นก็แอบสลัดการ 'ควบคุม' ของเธอออกมาแล้วเดินกลับไปที่โซฟาในห้องนั่งเล่น นอนเล่นเน็ตต่ออย่างสบายใจ
จ้าวลี่อิ่งยังคงไลฟ์ต่ออีกสักพัก พอถึงเที่ยงคืนก็ปิดไลฟ์ตรงเวลา
"อา... จบไปอีกวันแล้วสิ!"
จ้าวลี่อิ่งบิดตัวพลางเดินออกมาจากห้องนอนเล็กพอเห็นสวี่มั่วยังอยู่บนโซฟาก็จ้องเขม็ง "มั่วมั่ว ยังจะนอนโซฟาอีกเหรอไม่กลับไปนอนที่รังตัวเองอีก!"
สวี่มั่วลอบเบะปากในใจ
ไม่กลับไปนอนในบ้านหมาหรอกนะ! ต่อให้ขึ้นเตียงไม่ได้อย่างน้อยโซฟาก็ยังพอไหว ถึงแม้ว่า...บ้านหมานั่นจะดูสบายก็เถอะ แต่มันคือเรื่องของจิตใจ!
"มั่วมั่ว?" จ้าวลี่อิ่งเห็นเขาไม่ตอบเลยเรียกอีกครั้ง แต่ก็ยังเงียบ เลยเข้าใจว่าฮัสกี้คงหลับแล้วจึงไม่เซ้าซี้ต่อบ่นพึมพำว่า "ช่างเถอะ ตามใจแล้วกัน"
พูดจบ ก็หันหลังกลับเข้าไปในห้องนอนใหญ่
สวี่มั่วที่แกล้งหลับอยู่ได้ยินเสียงฝึบฝับจากห้องนอนผ่านประสาทการฟังอันไวของตน...จ้าวลี่อิ่งกำลังเปลี่ยนชุดอยู่
ไม่นานนัก เธอก็เปลี่ยนเป็นชุดนอนแล้วเดินออกมาเข้าห้องน้ำไปล้างหน้าแปรงฟัน
เสียงดังจากในห้องน้ำทำให้สวี่มั่วนึกในใจว่า
เฮ้อ! ดูท่าคงต้องใช้ชีวิตร่วมกับยัยนี่ต่อไปอีกสักพัก... งั้นก็...ถือว่าที่นี่คือ 'บ้าน' แล้วกันนะ...
เขาทิ้งตัวนอนแผ่หลาบนโซฟา หาท่าที่สบายที่สุด
พอหลับตาลง ความง่วงก็จู่โจมทันที แล้วเขาก็เผลอหลับไปอย่างรวดเร็ว
คืนนั้นผ่านไปโดยไร้เหตุการณ์ใด
เช้าวันต่อมา เมื่อแสงแดดอ่อนๆจากระเบียงส่องเข้ามากระทบใบหน้าสวี่มั่ว เปลือกตาของเขากระตุกน้อยๆ ก่อนจะค่อยๆลืมตาตื่น
ก่อนที่เขาจะลืมตา เขารู้สึกทั้งประหม่าและคาดหวังเล็กน้อยแต่พอลืมตาขึ้นก็เห็นเพดานห้อง หันไปเห็นโซฟา พอยก 'มือ'ขึ้นมาก็เห็นเป็นอุ้งเท้าหมา...
เขาค่อยๆ ลุกขึ้นมานั่งยองๆ บนโซฟา กวาดตามองไปรอบห้องสีหน้าเต็มไปด้วยอารมณ์สับสนยากจะบรรยาย แล้วถอนหายใจเบาๆ
เฮ้อ... ไม่ใช่ความฝันจริงๆ ด้วย...
แกร๊ก...
ทันใดนั้น ประตูห้องนอนก็เปิดออกจ้าวลี่อิ่งเดินออกมาด้วยท่าทีงัวเงีย เมื่อเห็นฮัสกี้นั่งอยู่บนโซฟามองมาที่ตนก็ร้องทักอย่างแปลกใจ
"หือ? มั่วมั่ว ตื่นแล้วเหรองั้นรอแป๊บนะ เดี๋ยวฉันล้างหน้าแปรงฟันก่อน แล้วจะเตรียมอาหารเช้าให้"
ว่าแล้วเธอก็เดินเข้าห้องน้ำไป
สวี่มั่วนอนฟังเสียงน้ำในห้องน้ำ แล้วรู้สึกปวดฉี่ขึ้นมาเขาจึงกระโดดลงจากโซฟา เดินเข้าไปในห้องน้ำอีกห้องที่อยู่ถัดจากห้องนอนเล็ก
บ้านนี้มีห้องน้ำสองห้อง ห้องหนึ่งเป็นโถส้วมนั่งอีกห้องเป็นโถส้วมแบบนั่งยอง
ห้องน้ำข้างห้องนอนเล็กเป็นแบบนั่งยอง
สวี่มั่วเดินวนไปรอบๆ อยู่สองรอบก่อนจะหามุมและท่าทางที่เหมาะสมได้สำเร็จ...
จัดการธุระเสร็จ เขาก็กดปุ่มด้วยอุ้งเท้า แล้วเดินออกมา
"หืม? มั่วมั่วแกเข้าห้องน้ำเองได้แล้วเหรอ!"
ยังไม่ทันพ้นประตู ก็ได้ยินเสียงอุทานอย่างตกใจของจ้าวลี่อิ่ง
สวี่มั่วเงยหน้าขึ้นมอง เห็นเธอยืนอยู่ในห้องนั่งเล่นมองมาที่เขาตาโตเป็นไข่ห่าน
เจ้าฮัสกี้เจ้าของร่างทำไม่ได้เหรอ
สวี่มั่วขมวดคิ้วเล็กน้อยในใจ แต่ก็ไม่ได้ตกใจอะไรนี่มันแค่เรื่องเล็ก เขาเลยแกล้งทำหน้างุนงงเอียงคอมองเธอแล้วเดินโซเซกลับไปที่โซฟา ก่อนจะกระโดดขึ้นไปนั่งเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
จ้าวลี่อิ่งมองเขาอย่างประหลาดใจ จากนั้นก็เดินเข้าไปในห้องน้ำตอนออกมายิ่งตกใจเข้าไปใหญ่
"แกยังกดล้างเองได้ด้วยเหรอเนี่ย!เจ้าของเก่าแกสอนมา? แต่ทำไมสองสามวันแรกถึงไม่เห็นทำเลยล่ะ"
ฮัสกี้บนโซฟาเพียงแค่หันมามองเธอนิดหน่อยเหมือนไม่เข้าใจว่าเธอพูดอะไร หรือถึงจะเข้าใจก็ไม่มีทางตอบได้อยู่ดี
จ้าวลี่อิ่งเองก็ไม่ได้คิดจะถามจริงจัง แค่รู้สึกแปลกใจเท่านั้นแล้วเธอก็พูดด้วยความดีใจว่า "แกเข้าห้องน้ำเองได้ก็ดีแล้ว!อย่างน้อยฉันก็ไม่ต้องมาคอยเก็บกวาดให้ทุกวัน!"
สวี่มั่ว: "..."
จ้าวลี่อิ่งกำลังจะไปตักอาหารให้ฮัสกี้แต่พอเห็นชามข้าวตรงมุมห้องที่ใส่อาหารไว้ตั้งแต่เมื่อคืนยังไม่ยุบเลยสักนิดก็อดแปลกใจไม่ได้
"มั่วมั่ว ทำไมไม่แตะอาหารพวกนี้เลยล่ะหรือว่าไม่อร่อย?"
สวี่มัวมองอาหารในชามแวบหนึ่ง ก่อนจะเบ้ปากอย่างเห็นได้ชัด
"หืม? ไม่อยากกินอันนี้เหรอ"จ้าวลี่อิ่งหัวเราะ "ก็ได้ ไม่กินก็ไม่กินเมื่อวานพี่ซือซือซื้อเนื้อมาให้แกตั้งเยอะ กินนั่นไปก่อนก็แล้วกันหมดแล้วฉันจะซื้อมาเพิ่มให้ใหม่
"เมื่อวานมีคนดูหลายคนเลยที่ส่งของขวัญมาให้แกโดยเฉพาะไม่ต้องห่วง ฉันไม่ยักยอกหรอก!"
สวี่มั่วพยักหน้าในใจ
อย่างนี้สิ ถึงจะค่อยสมเหตุสมผลหน่อย!
จ้าวลี่อิ่งพูดต่อ "แต่ตอนเช้าไม่ต้องกินนั่นหรอก!เดี๋ยวฉันไปซื้อซาลาเปาไส้เนื้อมาให้ก็แล้วกัน! ทว่าต้องไปวิ่งตอนเช้ากับฉันก่อนนะไปไหม"
สวี่มั่วกระโดดลงจากโซฟา เดินเอื่อยๆ ไปทางประตู
พอเดินไปได้ไม่กี่ก้าวก็หันกลับมามองจ้าวลี่อิ่ง สีหน้าเหมือนจะพูดว่า'ยังจะรออะไรอีกล่ะ รีบไปสิ!'
จ้าวลี่อิ่งถึงกับตะลึงมองฮัสกี้อีกครั้ง ก่อนพูดอย่างทึ่งๆ ว่า"มั่วมั่ว ทำไมฉันรู้สึกว่าแกฉลาดขึ้นเยอะเลยล่ะ...เป็นเพราะเมื่อก่อนไม่ยอมแสดงออก หรือว่าเพิ่งจะฉลาดขึ้นมากันนะ?"
สวี่มั่วลอบเบ้ปากอย่างเบื่อหน่าย ก่อนพูดว่า "พูดมากจริง!จะคิดอะไรก็แล้วแต่เถอะ จะออกไปกันยัง"
"โฮ่งๆๆ..."
จ้าวลี่อิ่งได้ยินฮัสกี้เห่าใส่ก็แน่นอนว่าแปลไม่ออกแต่พอดูจากแววตาแล้วก็เข้าใจได้
เธอหัวเราะพลางพูดว่า "อะไรนะอดใจรอไม่ไหวแล้วเหรอ โอเคๆ ไปเดี๋ยวนี้แหละ รอฉันเปลี่ยนชุดแป๊บแล้วก็...ไปหยิบสายจูงมาเองด้วยนะ!"
สวี่มั่ว: "..."