เกิดใหม่ทั้งที ดันเป็นฮัสกี้หน้าโง่เนี่ยนะ? (นิยายแปล)

    บทที่ 45 ไม่ใช่ความฝันจริงๆ ด้วย...

    สวี่มั่วอดทนเล่นกับจ้าวลี่อิ่งและคนดูในไลฟ์อยู่พักหนึ่งจากนั้นก็แอบสลัดการ 'ควบคุม' ของเธอออกมาแล้วเดินกลับไปที่โซฟาในห้องนั่งเล่น นอนเล่นเน็ตต่ออย่างสบายใจ

            จ้าวลี่อิ่งยังคงไลฟ์ต่ออีกสักพัก พอถึงเที่ยงคืนก็ปิดไลฟ์ตรงเวลา

            "อา... จบไปอีกวันแล้วสิ!"

            จ้าวลี่อิ่งบิดตัวพลางเดินออกมาจากห้องนอนเล็กพอเห็นสวี่มั่วยังอยู่บนโซฟาก็จ้องเขม็ง "มั่วมั่ว ยังจะนอนโซฟาอีกเหรอไม่กลับไปนอนที่รังตัวเองอีก!"

            สวี่มั่วลอบเบะปากในใจ

            ไม่กลับไปนอนในบ้านหมาหรอกนะ! ต่อให้ขึ้นเตียงไม่ได้อย่างน้อยโซฟาก็ยังพอไหว ถึงแม้ว่า...บ้านหมานั่นจะดูสบายก็เถอะ แต่มันคือเรื่องของจิตใจ!

            "มั่วมั่ว?" จ้าวลี่อิ่งเห็นเขาไม่ตอบเลยเรียกอีกครั้ง แต่ก็ยังเงียบ เลยเข้าใจว่าฮัสกี้คงหลับแล้วจึงไม่เซ้าซี้ต่อบ่นพึมพำว่า "ช่างเถอะ ตามใจแล้วกัน"

            พูดจบ ก็หันหลังกลับเข้าไปในห้องนอนใหญ่

            สวี่มั่วที่แกล้งหลับอยู่ได้ยินเสียงฝึบฝับจากห้องนอนผ่านประสาทการฟังอันไวของตน...จ้าวลี่อิ่งกำลังเปลี่ยนชุดอยู่

            ไม่นานนัก เธอก็เปลี่ยนเป็นชุดนอนแล้วเดินออกมาเข้าห้องน้ำไปล้างหน้าแปรงฟัน

            เสียงดังจากในห้องน้ำทำให้สวี่มั่วนึกในใจว่า

            เฮ้อ! ดูท่าคงต้องใช้ชีวิตร่วมกับยัยนี่ต่อไปอีกสักพัก... งั้นก็...ถือว่าที่นี่คือ 'บ้าน' แล้วกันนะ...

            เขาทิ้งตัวนอนแผ่หลาบนโซฟา หาท่าที่สบายที่สุด

            พอหลับตาลง ความง่วงก็จู่โจมทันที แล้วเขาก็เผลอหลับไปอย่างรวดเร็ว

             

    คืนนั้นผ่านไปโดยไร้เหตุการณ์ใด

            เช้าวันต่อมา เมื่อแสงแดดอ่อนๆจากระเบียงส่องเข้ามากระทบใบหน้าสวี่มั่ว เปลือกตาของเขากระตุกน้อยๆ ก่อนจะค่อยๆลืมตาตื่น

            ก่อนที่เขาจะลืมตา เขารู้สึกทั้งประหม่าและคาดหวังเล็กน้อยแต่พอลืมตาขึ้นก็เห็นเพดานห้อง หันไปเห็นโซฟา พอยก 'มือ'ขึ้นมาก็เห็นเป็นอุ้งเท้าหมา...

            เขาค่อยๆ ลุกขึ้นมานั่งยองๆ บนโซฟา กวาดตามองไปรอบห้องสีหน้าเต็มไปด้วยอารมณ์สับสนยากจะบรรยาย แล้วถอนหายใจเบาๆ

            เฮ้อ... ไม่ใช่ความฝันจริงๆ ด้วย...

            แกร๊ก...

            ทันใดนั้น ประตูห้องนอนก็เปิดออกจ้าวลี่อิ่งเดินออกมาด้วยท่าทีงัวเงีย เมื่อเห็นฮัสกี้นั่งอยู่บนโซฟามองมาที่ตนก็ร้องทักอย่างแปลกใจ

            "หือ? มั่วมั่ว ตื่นแล้วเหรองั้นรอแป๊บนะ เดี๋ยวฉันล้างหน้าแปรงฟันก่อน แล้วจะเตรียมอาหารเช้าให้"

            ว่าแล้วเธอก็เดินเข้าห้องน้ำไป

            สวี่มั่วนอนฟังเสียงน้ำในห้องน้ำ แล้วรู้สึกปวดฉี่ขึ้นมาเขาจึงกระโดดลงจากโซฟา เดินเข้าไปในห้องน้ำอีกห้องที่อยู่ถัดจากห้องนอนเล็ก

            บ้านนี้มีห้องน้ำสองห้อง ห้องหนึ่งเป็นโถส้วมนั่งอีกห้องเป็นโถส้วมแบบนั่งยอง

            ห้องน้ำข้างห้องนอนเล็กเป็นแบบนั่งยอง

            สวี่มั่วเดินวนไปรอบๆ อยู่สองรอบก่อนจะหามุมและท่าทางที่เหมาะสมได้สำเร็จ...

            จัดการธุระเสร็จ เขาก็กดปุ่มด้วยอุ้งเท้า แล้วเดินออกมา

            "หืม? มั่วมั่วแกเข้าห้องน้ำเองได้แล้วเหรอ!"

            ยังไม่ทันพ้นประตู ก็ได้ยินเสียงอุทานอย่างตกใจของจ้าวลี่อิ่ง

            สวี่มั่วเงยหน้าขึ้นมอง เห็นเธอยืนอยู่ในห้องนั่งเล่นมองมาที่เขาตาโตเป็นไข่ห่าน

            เจ้าฮัสกี้เจ้าของร่างทำไม่ได้เหรอ

            สวี่มั่วขมวดคิ้วเล็กน้อยในใจ แต่ก็ไม่ได้ตกใจอะไรนี่มันแค่เรื่องเล็ก เขาเลยแกล้งทำหน้างุนงงเอียงคอมองเธอแล้วเดินโซเซกลับไปที่โซฟา ก่อนจะกระโดดขึ้นไปนั่งเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

            จ้าวลี่อิ่งมองเขาอย่างประหลาดใจ จากนั้นก็เดินเข้าไปในห้องน้ำตอนออกมายิ่งตกใจเข้าไปใหญ่

            "แกยังกดล้างเองได้ด้วยเหรอเนี่ย!เจ้าของเก่าแกสอนมา? แต่ทำไมสองสามวันแรกถึงไม่เห็นทำเลยล่ะ"

            ฮัสกี้บนโซฟาเพียงแค่หันมามองเธอนิดหน่อยเหมือนไม่เข้าใจว่าเธอพูดอะไร หรือถึงจะเข้าใจก็ไม่มีทางตอบได้อยู่ดี

            จ้าวลี่อิ่งเองก็ไม่ได้คิดจะถามจริงจัง แค่รู้สึกแปลกใจเท่านั้นแล้วเธอก็พูดด้วยความดีใจว่า "แกเข้าห้องน้ำเองได้ก็ดีแล้ว!อย่างน้อยฉันก็ไม่ต้องมาคอยเก็บกวาดให้ทุกวัน!"

            สวี่มั่ว: "..."

            จ้าวลี่อิ่งกำลังจะไปตักอาหารให้ฮัสกี้แต่พอเห็นชามข้าวตรงมุมห้องที่ใส่อาหารไว้ตั้งแต่เมื่อคืนยังไม่ยุบเลยสักนิดก็อดแปลกใจไม่ได้

            "มั่วมั่ว ทำไมไม่แตะอาหารพวกนี้เลยล่ะหรือว่าไม่อร่อย?"

            สวี่มัวมองอาหารในชามแวบหนึ่ง ก่อนจะเบ้ปากอย่างเห็นได้ชัด

            "หืม? ไม่อยากกินอันนี้เหรอ"จ้าวลี่อิ่งหัวเราะ "ก็ได้ ไม่กินก็ไม่กินเมื่อวานพี่ซือซือซื้อเนื้อมาให้แกตั้งเยอะ กินนั่นไปก่อนก็แล้วกันหมดแล้วฉันจะซื้อมาเพิ่มให้ใหม่

            "เมื่อวานมีคนดูหลายคนเลยที่ส่งของขวัญมาให้แกโดยเฉพาะไม่ต้องห่วง ฉันไม่ยักยอกหรอก!"

            สวี่มั่วพยักหน้าในใจ

            อย่างนี้สิ ถึงจะค่อยสมเหตุสมผลหน่อย!

            จ้าวลี่อิ่งพูดต่อ "แต่ตอนเช้าไม่ต้องกินนั่นหรอก!เดี๋ยวฉันไปซื้อซาลาเปาไส้เนื้อมาให้ก็แล้วกัน! ทว่าต้องไปวิ่งตอนเช้ากับฉันก่อนนะไปไหม"

            สวี่มั่วกระโดดลงจากโซฟา เดินเอื่อยๆ ไปทางประตู

            พอเดินไปได้ไม่กี่ก้าวก็หันกลับมามองจ้าวลี่อิ่ง สีหน้าเหมือนจะพูดว่า'ยังจะรออะไรอีกล่ะ รีบไปสิ!'

            จ้าวลี่อิ่งถึงกับตะลึงมองฮัสกี้อีกครั้ง ก่อนพูดอย่างทึ่งๆ ว่า"มั่วมั่ว ทำไมฉันรู้สึกว่าแกฉลาดขึ้นเยอะเลยล่ะ...เป็นเพราะเมื่อก่อนไม่ยอมแสดงออก หรือว่าเพิ่งจะฉลาดขึ้นมากันนะ?"

            สวี่มั่วลอบเบ้ปากอย่างเบื่อหน่าย ก่อนพูดว่า "พูดมากจริง!จะคิดอะไรก็แล้วแต่เถอะ จะออกไปกันยัง"

            "โฮ่งๆๆ..."

            จ้าวลี่อิ่งได้ยินฮัสกี้เห่าใส่ก็แน่นอนว่าแปลไม่ออกแต่พอดูจากแววตาแล้วก็เข้าใจได้

            เธอหัวเราะพลางพูดว่า "อะไรนะอดใจรอไม่ไหวแล้วเหรอ โอเคๆ ไปเดี๋ยวนี้แหละ รอฉันเปลี่ยนชุดแป๊บแล้วก็...ไปหยิบสายจูงมาเองด้วยนะ!"

            สวี่มั่ว: "..."


     

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ทั้งที ดันเป็นฮัสกี้หน้าโง่เนี่ยนะ? (นิยายแปล) ที่คุณอ่าน