‘เฮ้อ...เพิ่งเข้ามาอยู่ในร่างนี้ได้แค่สองวัน ฉันก็ถูกพ่อกับแม่เลี้ยงใจร้ายลงไม้เรียวจนก้นแตกไปหลายครั้งแล้วหรือนี่ เด็กชายจิ้งหยวน ชีวิตของนายช่างน่าสงสารจริงๆ นะ เอาเถอะในเมื่อพี่ชายเข้ามาอยู่ในร่างนายแล้ว พี่ชายจะดูแลร่างกายนี้ให้ดี และจะทวงคืนความยุติธรรมทุกอย่างให้กับนาย น้องสาว แล้วก็แม่ของนายด้วย’ เกาจิ้งหยวนคิดอยู่ในใจคนเดียวก่อนที่จะนอนหลับไป
คืนนั้นเกาจิ้งหยวนไข้ขึ้นสูงจนน่าใ เกาจิ้งฮวาจึงคอยเช็ดตัวให้พี่ชายอยู่ไม่ห่าง เมื่อเห็นว่าไข้ของพี่ชายไม่ลดลงเลยแม้แต่น้อย เธอจึงตัดสินใจเดินไปเคาะห้องทำงานของบิดาอย่างร้อนใจ “คุณพ่อคะ คุณพ่อยุ่งอยู่หรือเปล่าคะ คุณพ่อช่วยพี่ใหญ่ด้วยค่ะ พี่ใหญ่ไข้ขึ้นสูงมาก หนูเช็ดตัวให้เท่าไหร่ไข้ก็ไม่ลดลงเลยค่ะ คุณพ่อช่วยพาพี่ใหญ่ไปโรงพยาบาลทีนะคะ”
เกาหยางยังทำงานอยู่ในห้อง เมื่อได้ยินเสียงเคาะประตูและเสียงเรียกของลูกสาวที่ดูร้อนรนอย่างผิดปกติ เขาก็รีบเดินมาเปิดประตูให้ลูกสาวทันที “หวาหวา ลูกพูดว่าอะไรนะ พ่อฟังไม่ถนัด ค่อยๆ เล่าอีกทีว่าเกิดอะไรขึ้นลูกถึงมาเคาะประตูห้องทำงานพ่อเสียงดังอย่างนี้”
“พี่ใหญ่ค่ะคุณพ่อ พี่ใหญ่ไข้ขึ้นั้แ่่เย็น หนูคอยเช็ดตัวให้พี่ใหญ่ตลอด แต่ไข้ก็ไม่ยอมลดลงเลย”
“ลูกใจเย็นๆ แล้วก็พาพ่อไปดูพี่ใหญ่ของลูกก่อน”
“มีใครเป็อะไรหรือคะ ทำไมเสียงเคาะประตูถึงได้ดังขนาดนี้” เกาหย่าซินเห็นสามีเดินจูงมือเกาจิ้งฮวา เธอได้แต่เก็บความไม่พอใจเอาไว้ แต่ก็ไม่วายที่จะว่ากระทบลูกติดสามี “สองพ่อลูกกำลังจะไปไหนกันหรือคะ เดินจูงมือกันไม่ห่างเลยเชียว หวาหวาจ๊ะ หนูไม่รู้หรือว่าเวลานี้เป็เวลางานของคุณพ่อ หนูมารบกวนอย่างนี้มันไม่ค่อยจะถูกต้องเท่าไหร่นะจ๊ะ ดูอย่างหรงหรงสิ น้องเจ็บขนาดนั้นยังไม่มากวนให้คุณพ่อไปดูเลย”
“หนูขอโทษค่ะคุณน้า” เกาจิ้งฮวาก้มหน้าอย่างรู้สึกผิด ทั้งยังจับมือบิดาไว้แน่นขึ้นด้วยความกลัว
“เ้าใหญ่ไม่สบายน่ะคุณ ผมจะไปดูลูกสักหน่อย คุณเข้าห้องไปดูหรงหรงต่อเถอะ ถ้ามีอะไรก็ค่อยมาเรียกผม” เกาหยางตอบอย่างรำคาญ และเขาก็กุมมือลูกสาวไว้อย่างให้กำลังใจ
“อ๋อ...ตอนนี้เสี่ยวหยวนไม่สบาย คุณก็เลยต้องออกไปดู ทีเมื่อตอนหัวค่ำ ฉันบอกว่าหรงหรงไม่สบาย ลูกอยากให้คุณไปอยู่เป็เพื่อน คุณยังไม่เห็นจะไปดูแกเลย ใช่สิคะ ยังไงหรงหรงก็เป็แค่ลูกสาว จะไปสู้ลูกชายคนเดียวของคุณได้ยังไง”
“ซ่งหย่าซิน!” เกาหยางะโขึ้นอย่างเหลืออด
ด้านเกาหย่าซินก็ใไม่แพ้กัน นี่แสดงให้เธอเห็นว่าเธอไปแตะขีดจำกัดของสามีเข้าไปเต็มๆ แล้ว ไม่บ่อยนักที่เขาจะโมโหจนเรียกชื่อเธอด้วยสกุลเดิมแบบนี้
“ฉันก็แค่กลัวว่าหรงหรงจะน้อยใจที่คุณไม่ไปดูแกเท่านั้นล่ะค่ะ เหตุการณ์วันนี้แกเสียขวัญมาก ฉันก็เลยเครียดไปกับแกด้วย” เกาหย่าซินเดินเข้าไปเกาะแขนสามีอย่างสำนึกผิด “อาหยาง ฉันขอโทษนะคะ ฉันไม่ได้มีเจตนาจะพูดคำพูดเลวร้ายอย่างนั้นออกมาจริงๆ คุณอย่าโกรธฉันเลยนะคะ”
“หวาหวา ลูกเข้าไปดูพี่ใหญ่ก่อนก็แล้วกัน พ่อขอไปดูหรงหรงสักหน่อย พอน้องนอนแล้วพ่อจะตามไปดูพี่ใหญ่ของลูกอีกทีนะ”
เกาจิ้งฮวาได้แต่มองภาพตรงหน้าอย่างเสียใจ เมื่อตอนเย็นเธอก็เห็นอยู่ว่าหรงหรงไม่ได้ป่วยหรือาเ็มากมายอย่างที่แม่เลี้ยงพูด แต่ตอนนี้พี่ชายของเธอต่างหากที่ป่วยหนัก ไข้ขึ้นสูงขนาดนั้น แม่เลี้ยงยังดึงความสนใจจากพ่อของเธอไปได้ และพ่อก็ยังเดินตามแม่เลี้ยงไปด้วยเสียอีก ‘พ่อคะ พ่อยังรักและเป็ห่วงหนูกับพี่ใหญ่อยู่ไหมคะ’
เกาจิ้งฮวาเอาผ้าชุบน้ำมาเช็ดตัวให้พี่ชายอย่างไม่ยอมหยุดมือ เธอรอบิดาอย่างกระวนกระวาย จนในที่สุดเธอก็เห็นบิดาเดินเข้าห้องมา “พ่อคะ ไข้ของพี่ใหญ่ไม่ลดลงเลย”
เกาหยางใช้มืออังไว้ที่หน้าผากของลูกชายก็ต้องรีบชักมือกลับ “ทำไมตัวร้อนอย่างนี้ล่ะ หวาหวาพ่อจะพาพี่ใหญ่ไปโรงพยาบาล ลูกนอนรออยู่ที่บ้านนะ”
“คุณพ่อขา ขอหนูไปด้วยนะคะ หนูเป็ห่วงพี่ใหญ่ อีกอย่าง...” เกาจิ้งฮวามองหน้าบิดาอย่างกลัวๆ “หนูไม่อยากอยู่บ้านคนเดียว คุณพ่อให้หนูไปด้วยนะคะ”
เกาหยางมองหน้าลูกสาว ก่อนที่จะพยักหน้าอนุญาต เกาจิ้งฮวารีบเดินตามหลังบิดาไปที่รถทันที ก่อนที่เกาหยางจะขับรถด้วยความเร็วเพื่อพาลูกชายไปโรงพยาบาล
“อาหยาง เข้ามาดูลูกชายของนายในห้องเถอะ” คุณหมออู๋ต้าฉิง เป็คุณหมอเ้าของไข้ และเขายังเป็เพื่อนสนิทของเกาหยางอีกด้วย “หวาหวา หนูนั่งรออยู่ข้างนอกกับคุณพยาบาลก่อนนะ ลุงหมอจะพาคุณพ่อเข้าไปดูพี่ชาย”
“ลูกชายฉันเป็ยังไงบ้าง แล้วทำไมนายถึงต้องให้หวาหวารออยู่ข้างนอกด้วย” เกาหยางถามอย่างสงสัย
อู๋ต้าฉิงไม่ตอบคำถามจนพาเกาหยางมายืนอยู่ข้างเตียงคนไข้ “เสี่ยวหยวนถูกทำร้ายทั้งตัวขนาดนี้ นายยังอยากให้หวาหวาเข้ามาเห็นอีกหรือ นี่ยังดีนะที่นายพาเขามาส่งโรงพยาบาลได้ทันเวลา ถ้าไข้ขึ้นสูงกว่านี้เด็กอาจจะแย่เอาได้”
“ถูกทำร้ายทั้งตัว นายหมายความว่ายังไง” เกาหยางถามอย่างสงสัย เขารู้ว่าที่ผ่านมาภรรยาลงโทษลูกชายด้วยไม้เรียวอยู่หลายครั้ง แต่คำว่าถูกทำร้ายทั้งตัวนี่เขากลับฟังไม่เข้าใจ
อู๋ต้าฉิงมองหน้าเกาหยางอย่างวิเคราะห์ก็รู้ว่าเพื่อนคงไม่รู้เื่นี้จริงๆ เขาจึงเดินไปเปิดผ้าคลุมที่ใช้ห่มตัวเด็กชายขึ้น “นายดูเอาเองเถอะ แผลที่ก้นกับแผ่นหลังยังเป็แผลใหม่ ซึ่งฉันคิดว่าน่าจะเกิดจากการถูกไม้เรียวตี แต่รอยที่อยู่ตามแขน ขา และหน้าอก รอยช้ำพวกนี้อาจจะถูกของแข็งอย่างอื่นกระแทก หรือแม้แต่เกิดจากการบิดหรือหยิกก็เป็ไปได้เหมือนกัน อาหยาง ฉันเคยบอกนายแล้ว ถ้านายไม่เต็มใจที่จะดูแลพวกเขา นายก็ส่งพวกเขาไปให้คุณตากับคุณยายเขาดูแลต่อเถอะ ปล่อยเด็กไว้กับเมียใหม่ของแกแบบนี้ ฉันกลัวว่าเื่มันจะเลยเถิดกันไปใหญ่”
เกาหยางมองไปบนตัวของลูกชายก็ได้แต่ขมวดคิ้วและกำมือแน่น เขาไม่คิดว่าเกาหย่าซินจะลงมือกับลูกชายของเขาหนักขนาดนี้ “ฉันขอพิสูจน์ความจริงบางอย่างให้มั่นใจก่อนก็แล้วกัน ต้าฉิง...ฉันขอบใจนายมากนะ”