"ตายซะ….!!" เจินหนานจงร้องเสียงดัง และปราณกระบี่ที่รูปร่างคล้ายมังกรน้ำแข็งก็กำลังจะถึงตัว ชายลึกลับกับไป๋ฟู๋อยู่เพียงไม่ถึง 3 นิ้ว
แต่ในตอนนั้นเอง ชายลึกลับก็ได้ยกแขนข้างหนึ่งพร้อมกำหมัด ก่อนจะง้างออกไปด้านหลังจากนั้นก็ชกสวนมาปะทะกับปราณกระบี่ของเจินหนานจง ตรง ๆ จนเกิดเสียงดังสนั่น พร้อมกับ แรงลมมหาศาลที่แผ่กระจายออกมา ทุกคนที่อยู่แถวนั้นล้วนยกแขนเสื้อขึ้นมาปิดบังเศษฝุ่นเศษหินที่ปลิวมา และเมื่อทุกอย่างสงบลง พวกเขาต่างก็ตกตะลึงไปตาม ๆ กัน
ภาพที่เห็นก็คือ ปราณกระบี่มังกรน้ำแข็งสีฟ้าของเจินหนาจงหยุดนิ่งไม่ขยับเขยื้อน อยู่ตรงหน้าของชายผมยาวลึกลับ ก่อนที่ร่างของมันจะเกิดเสียงเปรี๊ยะประ คล้ายเสียงกระจกแตกร้าว จากนั้นก็….เพล้ง..!
ทั้งรูปลักษณ์ของปราณ และร่างของทูตขวาพรรคมารที่อยู่ภายในแตกละเอียดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ไม่ต่างจากเกล็ดน้ำแข็ง ก่อนที่มันจะถูกลมพัดปลิวหายไปกับสายลม
ทุกคนที่เห็นต่างไม่อยากจะเชื่อสายตาของตนเอง ก่อนที่ไป๋ฟู๋จะแย้มยิ้ม และเอ่ยปากชื่นชมมันออกมา
"ยอดเยี่ยมอย่างที่ข้าคิดไว้เลยนายท่าน…ไม่สิ ข้าควรจะเรียกว่า ท่านประมุขมากกว่า.."
คำที่ไป๋ฟู๋กล่าวออกมานั้นยิ่งสร้างความประหลาดใจให้กับหยางกงอี้เป็นอย่างมาก แต่ในเวลาเดียวกัน สีหน้าของเยตงฮั่ว กับ อู๋เลี้ย สองผู้เฒ่าอาวุโสแห่งพรรคมารราคะก็พลันซีดเผือด ราวกับพวกมันนึกบางสิ่งออก
"ปะ..ปะ….เป็นไม่ได้…ท่าน…น่าจะตายไปแล้วนี่ แถมร่างกายนั้นมัน…."
ชายลึกลับหรี่ตามองมาที่เยตงฮั่วก่อนจะเอ่ยปากขึ้น "โอ้ จำข้าได้แล้วงั้นรึ ดูท่าทางเจ้าจะแก่ลงไปเยอะนะ ตอนนี้มีเหลือกันแค่ 2 คนสิท่า เจ้าสารเลว เทียนยู่อี้ดันชิงตายไปเสียก่อน ข้าก็เลยอดแก้แค้น แต่ก็ช่างมันเถอะ เพราะยามนี้ไม่สำคัญแล้ว ฮ่าๆๆๆๆ "
"นี่มันหมายความว่าไงผู้อาวุโสเยชายผู้นี้เป็นใคร…อึก..!" หยางกงอี้เอ่ยถามขึ้นแต่ยังไม่ทันที่จะถามจบ ชายลึกลับผู้นั้นก็เคลื่อนตัวด้วยความรวดเร็วราวกับล่องหนได้ โผล่มาบีบคอมันเรียบร้อย
"ทะ….ท่านประมุข!" ฮ๋าวเทียนหลงจ้าว ร้องเสียงดังด้วยความตกใจ และกำลังจะขยับกายเข้าไปช่วยหยางกงอี้แต่ อู๋เลี้ยก็เอ่ยปากห้ามขึ้นเสียก่อน
"ผู้อาวุโสอู๋ เหตุใดท่านถึงห้ามข้า รึว่าท่านเองก็คิดจะทรยศอีกคน" พออู๋เลี้ยได้ยินมันก็ส่ายศีรษะ และกล่าวตอบ"ทรยศกระนั้นรึ หลงจ๋าว ไม่เลยสักนิด แต่ข้ากำลังแสดงความจังรักษ์ภักดีอยู่ต่างหาก"
"จงรักภักดีอันใดข้าไม่เข้าใจ? "
"จงรักภักดีต่อท่านประมุขของพรรคมารราคะตัวจริง อย่างไรเล่า…ชายลึกลับที่เจ้าเห็นนั้นมีนามว่า หยวนซิงก้าน ท่านเป็นประมุขพรรคมารราคะ คนแรกของพวกเรา…."
คำกล่าวของอู๋เลี้ยทำเอาทุกคนที่ได้ยินต่างก็ตกตะลึงไปตาม ๆ กัน โดยเฉพาะกับเว่ยเซี่ย มันแทบไม่อยากจะเชื่อสายตาตนเองเลยว่า ชายชราอาวุโส ผู้นั้น ผู้ที่ช่วยมันกับมารดา แถมยังถ่ายทอดวิชาให้ จะกลับเป็นหนุ่มแน่น แถมยังมาปรากฏตัวอยู่ที่นี่อีก และในเวลาเดียวกันนั้นเอง เสียงของ กระบี่เทพมารราคะก็ดังขึ้นในหัวมัน
"เฮ้ย! ไอ้หนู ฟังข้าให้ดี ถ้าเจ้ายังไม่อยากตาย จงรีบพาข้าหนีไปจากตรงนี้ให้ไวที่สุด…"
"เจ้าหมายความว่ายังไง ข้าไม่เข้าใจหนีรึ?"
"จะให้ข้าพูดซ้ำทำไมหลายรอบ จงรีบหนีไปจากที่นี้เดี๋ยวนี้ จะพานังผู้หญิงสองคนนั้นไปด้วยก็ได้ ไม่ต้องถามให้มากความ เอาเป็นว่าข้า…สัมผัสได้ถึงวรยุทธ์ลึกลับจากตัวของคนผู้นั้น และยามนี้ข้ายังไม่พร้อมจะรับมือกับมัน ถ้าเจ้าไม่หนี รับรองว่ามันจะชิงข้าไป และสังหารเจ้าแน่…"
คำกล่าวของกระบี่เทพมารราคะทำเอาเว่ยเซี่ยขนลุกไปทั่วร่าง มันเองก็ไม่ค่อยจะเข้าใจในสิ่งที่กระบี่เทพมารราคะบอกสักเท่าไหร่ แต่ดูเหมือนจะเป็นจริงอยู่หลายส่วนเมื่อเวิ่ยเซี่ยได้เห็นพลังฝีมือของหยวนซิงก้าน เช่นนั้นมันจึงเลือกที่จะทำตาม เว่ยเซี่ย หันไปกล่าวกับเยเหนียงอย่างรวดเร็ว และเมื่อได้ฟังนางก็นิ่งเงียบไปเล็กน้อย ก่อนจะกล่าวตอบ
"ป้าไปด้วยไม่ได้หรอกเว่ยเซี่ย เพราะป้ามีเหตุผลบางอย่าง แต่เจ้าจงพาถิงถิงหนีไปแทนเถิด…" คำกล่าวของเยเหนียง ทำเอาถิงถิง ดวงตาเบิกกว้าง จากที่นางนิ่งเงียบอยู่นาน ก็กลายเป็นงอแง และไม่ยอมไป กับเว่ยเซี่ยเพียงลำพัง ก่อนที่จะถูกสายตาอันดุดันของเยเหนียงมองใส่ ถิงถิงจึงต้องยอมเชื่อฟัง
"ดีมากลูกแม่ ป้าฝากดูแลถิงถิงด้วยนะเว่ยเซี่ย.." เยเหนียงระบายยิ้มบาง ๆ และกล่าวขึ้น ซึ่งเว่ยเซี่ยเองพยักหน้ารับ ก่อนที่มันจะจับข้อมือของถิงถิง และเตรียมจะหลบหนี ทว่า…ในเวลานั้น ไป๋ฟู๋ได้หันมาเห็นเข้าเสียก่อน
"คิดหลบหนีกระนั้นรึ? ฝันไปเถอะ วิชาแส้ ร้อยอสรพิษราคะสังหาร..!" ไป๋ฟู๋พุ่งทะยานตรงมาหาพวกเว่ยเซี่ยด้วยความว่องไวกับสายฟ้าแลบ วรยุทธ์ของนางก้าวหน้ากว่าครั้งก่อนที่สู้กับเว่ยเซี่ยหลายขั้น นี่อาจจะเป็นเพราะได้ หยวนซิงก้านชี้แนะ ไป๋ฟู๋สะบัดแส้ในมือเข้าใส่เว่ยเซี่ย อย่างรวดเร็ว แม้นในมือของนางจะมีแส้เพียงเส้นเดียว แต่เมื่อถูกสะบัดมันกลับกระจายออกเป็นหลายร้อยเส้น แถมแต่ล่ะเส้นยังเหมือนอสรพิษร้ายที่แยกเขี้ยวพร้อมจะขย้ำเหยื่ออีกด้วย
เว่ยเซี่ยตกใจมาก มันหยุดชะงัก ก่อนที่จะเตรียมชักกระบี่เทพมารราคะออกมาตอบโต้กลับแต่เสียงของเยเหนียงก็ตวาดดังลั่น "ไม่ต้องสนใจนาง เว่ยเซี่ย! รีบพาถิงถิงหนีไป..!" เมื่อเว่ยเซี่ยได้ยินเช่นนั้นมันจึงต้องตัดใจ และทำตามคำเมีย เอ๊ย! ป้าบอก ถิงถิงเองก็ดิ้นขัดขืนเพราะอยากอยู่ช่วยมารดา แต่นางก็มิอาจสู้แรงของเว่ยเซี่ยได้ จากนั้นเยเหนียงจึงชักกระบี่ออกมา และกระโดดขวางไป๋ฟู่เอาไว้
"คิดถ่วงเวลาข้ารึ เยเหนียงเปล่าประโยชน์ เขี้ยวอสรพิษราคะพันปี..!" ไป๋ฟู๋ล้วงมือเข้าไปในร่องอกอูมสล้างก่อนที่นางจะหยิบของบางอย่างชิ้นเล็ก ๆ ออกมา สามชิ้น
"เขี้ยวของอสรพิษราคะพันปีกระนั้นรึ? ของแบบนั้นใช้กับข้าไม่ได้ผลหรอกน่าไป๋ฟู๋.." เยเหนียงยิ้ม อย่างมั่นใจ ก่อนจะใช้กระบี่ชี้หน้าไป๋ฟู๋
"หึ…หึ..หึ..ฮ่าๆๆๆๆ ใช้กับเจ้ารึเยเหนียง ผิดแล้ว ข้าจะใช้มันกับบุตรสาวเจ้าต่างหาก…" ไป๋ฟู๋หัวเราะเสียงดังก่อนจะซัด เขี้ยวของอสรพิษราคะพันปี ทั้งสามพุ่งตรงมายังทิศที่ ถิงถิง และเว่ยเซี่ยพึ่งจะหลบหนีไป
วรยุทธ์ของไป๋ฟู๋นั้นล้ำลึกพิสดารมาก แม้เป้าหมายจะลับจากตาไปสักพักแล้ว แต่นางก็ยังสามารถโจมตีได้
เสียงของเขี้ยวของอสรพิษราคะพันปี พุ่งแหวกอากาศเกิดเสียงดังหวีดหวิว ตรงมาหาถิงถิงอย่างรวดเร็วและแม่นยำ
เคร้ง…! เคร้ง…! แต่ยังไม่ทันจะถึงตัวของเด็กสาวก็บังเกิดเสียงดังคล้ายวัตถุกระทบกันขึ้นเสียก่อน เว่ยเซี่ยใช้กระบี่เทพมารราคะสกัดไว้ได้ทันเวลานั้นเอง ก่อนที่มันจะพาถิงถิงหลบหนีลงเขาไปตามที่เยเหนียงสั่งไว้
จบบท