ความจริงแล้ว องค์ชายสิบไม่ค่อยถนัดเื่การเรียนนัก แต่ยังโชคดีที่ ฮ่องเต้ ทรงทราบถึงนิสัยของเขา คำถามที่ทรงถามจึงเป็ไปตามระดับความก้าวหน้าในการเรียนของเขา
หากตอบได้ ก็แสดงว่าเขามีความตั้งใจเรียน แต่หากตอบไม่ได้ นั่นหมายความว่าเ้าเด็กคนนี้ต้องแอบอู้งานและไม่ได้ตั้งใจเรียนใน่นี้แน่นอน!
ในเื่การศึกษาของเหล่าพระโอรส จักรพรรดิคังซีทรงควบคุมได้อย่าง ‘แม่นยำและเด็ดขาด’ ยิ่งนัก
องค์ชายสิบแอบลอบปาดเหงื่อในใจ โชคดีจริง ๆ ! โชคดีเหลือเกิน!
วันนี้ไม่รู้ทำไม องค์ชายเก้าถึงดูคึกคักราวกับถูกฉีดเืไก่ *[1] เหลือเกิน ตอนเรียนไม่แสดงอาการง่วงเหงาหาวนอนเลยสักนิด แถมยังพาเขาจำบทเรียนของวันนี้จนได้
มิเช่นนั้น หากถูก ฮ่องเต้ สุ่มตรวจเพียงลำพังแล้วเขาจำไม่ได้ล่ะก็ ต้องแย่แน่ ๆ !
แม้แต่หนิวฮู่ลู่กุ้ยเฟยก็ยังแอบกังวลแทนลูกชายจอมซื่อบื้อของนาง ทว่าเมื่อเห็นเขาตะกุกตะกักท่องเนื้อหาจนจบ รอยยิ้มบาง ๆ ก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าที่สง่างามของนาง
"ฝ่าา ่นี้องค์ชายสิบตั้งใจเรียนมากเพคะ นิสัยเสียเดิม ๆ เ่าั้ เขาก็ปรับปรุงไปได้มากแล้ว"
ต่อคำพูดของหนิวฮู่ลู่กุ้ยเฟย จักรพรรดิคังซีไม่ได้ตรัสตอบรับหรือปฏิเสธ ว่าจะเป็เพียงความโชคดีชั่วครั้งชั่วคราว หรือเลิกนิสัยเสียได้จริง ๆ พระองค์ทรงมองออกอย่างทะลุปรุโปร่ง
แต่ถึงกระนั้น ทุกครั้งที่พระโอรสมีความก้าวหน้า พระองค์ก็ทรงรู้สึกยินดีและพร้อมที่จะชื่นชม
"ครั้งนี้ทำได้ดี ครั้งหน้าเวลาที่เจิ้นสุ่มตรวจบทเรียน ห้ามถดถอยลงเด็ดขาด"
ตรัสเสร็จ จักรพรรดิคังซีก็ทรงตบไหล่ขององค์ชายสิบเบา ๆ
องค์ชายสิบตัวน้อยที่ค่อนข้างเ้าเนื้อลูบเปียของตนเองแล้วหัวเราะแหะ ๆ "พ่ะย่ะค่ะ สิบน้อยรับทราบแล้ว!"
หืม? สิบน้อย?
ถังเป่าที่เพิ่งจะกระซิบกระซาบกับ ไทเฮา เื่นาฬิกาตั้งพื้นเรือนใหญ่ั์ใน ห้องอุ่น และนาฬิกาพกเรือนจิ๋ว ได้ยินตัวเลขนี้เข้าจึงหูผึ่งทันที
จริงด้วย พี่ชายตัวอ้วนคนนี้ก็เรียกฮ่องเต้ว่าท่านพ่อ เหมือนกับถังเป่าด้วยใช่ไหมนะ?
ถังเป่าพยายามนึกทบทวนอย่างหนัก แต่ในสมองน้อย ๆ ของนางกลับว่างเปล่า ไม่มีความทรงจำใด ๆ เลย
นางจึงรีบถาม จักรพรรดิคังซี ว่า "ท่านพ่อ! สะ... สิบน้อย ใช่หรือไม่?"
จักรพรรดิคังซีถึงกับชะงักไปชั่วครู่ด้วยน้ำเสียงออดอ้อนแบบเด็กน้อยของนาง
ก่อนจะทรงนึกออก
สิบน้อย ก็คือ พี่สิบ เ้าเด็กคนนี้นี่นะ!
"ใช่แล้ว นี่คือพี่สิบของเ้า"
จากนั้นจึงก้มลงตรัสกับองค์ชายสิบว่า "นี่คือองค์หญิงสิบสี่น้องสาวของเ้า เ้าเรียกนางว่าถังเป่าก็พอ"
เพราะตอนนี้องค์หญิงสิบสี่ ยังเป็เพียงเ้าก้อนแป้งตัวน้อยที่ยังไม่มีชื่อจริงอย่างเป็ทางการ
หนิวฮู่ลู่กุ้ยเฟยเผลอกำนิ้วมือแน่น เล็บยาวจิกเข้าไปในฝ่ามือ ความเ็ปทำให้นางยิ่งได้สติ
เป็องค์หญิงสิบสี่จริง ๆ ด้วย บุตรสาวที่หยวนกุ้ยเหรินให้กำเนิดในตำหนักเย็น
หนิวฮู่ลู่กุ้ยเฟยหลุบตาลง ซ่อนแววตาที่ซับซ้อนเอาไว้
ส่วนองค์ชายสิบนั้น มองเ้าก้อนแป้งที่ทั้งตัวเหลืองและผอมแห้งอยู่สองสามครั้ง ก่อนจะถาม จักรพรรดิคังซี อย่างซื่อ ๆ ว่า
"ท่านพ่อ ทำไมองค์หญิงสิบสี่ถึงขี้เหร่จังเลยพ่ะย่ะค่ะ?"
องค์หญิงสิบสี่ขี้เหร่
องค์หญิงขี้เหร่
ขี้เหร่ขนาดนี้
ขี้เหร่
ชั่วขณะหนึ่ง ทั้งตำหนักหนิงโซ่วก็ตกอยู่ในความเงียบสงัด ราวกับมีเพียงคำพูดไร้เดียงสาขององค์ชายสิบที่ดังก้องวนเวียนอยู่
จักรพรรดิคังซี "..."
ถังเป่า "..."
"ไม่... ไม่!" ถังเป่าทั้งโกรธและเสียใจ
เมื่อก่อนนางก็เคยเป็เ้าก้อนแป้งที่น่ารัก ถูกท่านพ่อและพวกพี่ชายชมทุกวันว่าน่ารักและสวยงาม!
เพียงแต่... เพียงแต่หลังจากที่ถังเป่ามาอยู่ที่นี่ นางต้องหิวโหยอยู่นานแสนนาน จึงได้กลายเป็สภาพอย่างที่เป็อยู่ในตอนนี้...
เมื่อเห็นดวงตาของถังเป่าเริ่มคลอเบ้าจนสั่นระริก จักรพรรดิคังซีผู้มีประสบการณ์โชกโชนก็ทรงเริ่มลนลานในใจทันที
ดังนั้น พระองค์จึงเลือกที่จะผลักองค์ชายสิบเข้าไปหานางทันที
หนิวฮู่ลู่กุ้ยเฟย "???"
องค์ชายสิบ "???"
"เ้าทำถังเป่าร้องไห้ เ้าต้องรับผิดชอบปลอบนางให้ดี" จักรพรรดิคังซีทรงแสร้งทำหน้าดุเพื่อข่มขู่องค์ชายสิบ
"หากเ้าปลอบไม่ได้ เจิ้นจะให้องค์ชายเก้ารู้เื่นี้"
องค์ชายสิบและองค์ชายเก้าสนิทสนมกันมากที่สุด ทั้งคู่เกิดในเวลาใกล้เคียงกัน ความสัมพันธ์จึงดีเยี่ยมราวกับพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน
องค์ชายสิบจึงรู้สึกแปลกใจ "ถึงพี่เก้าจะรู้ ก็ไม่ว่าข้าหรอกพ่ะย่ะค่ะ... พี่เก้าก็เหมือนข้า! ไม่ชอบเล่นกับเด็ก! ยิ่งไม่ชอบองค์หญิงตัวน้อยด้วย! เพราะพวกนางหน้าตาไม่สวยเท่าพี่เก้า แถมยังขี้แย น่ารำคาญจะตาย!"
เขาพูดอย่างมั่นใจ โดยเชื่ออย่างแน่วแน่ว่าองค์ชายเก้าคือพี่ชายร่วมอุดมการณ์เดียวกับเขา!
แต่สิ่งที่คาดไม่ถึงคือ จักรพรรดิคังซีทรงยิ้มอย่างเ้าเล่ห์พลางบีบแก้มยุ้ย ๆ ของเขา "ครั้งนี้เ้าทายผิดแล้วล่ะ องค์ชายเก้าน่ะ รักถังเป่าที่สุดเลย"
ใช่แล้ว พระองค์ไม่ได้หลอกลูกชายเลย!
องค์ชายสิบมอง จักรพรรดิคังซี สลับกับมองถังเป่าที่ถูก ไทเฮา ปลอบจนกลั้นน้ำตาไว้ได้ แล้วพูดอย่างเด็ดขาดว่า "เป็ไปไม่ได้!"
ท่านพ่อคิดว่าเขายังเป็เด็กหรืออย่างไร ถึงได้ใช้คำพูดแบบนี้มาหลอกเขา?
เหอะ มีแต่คนโง่เท่านั้นแหละที่จะหลงเชื่อ!
"ไม่เชื่อหรือ?"
จู่ ๆ จักรพรรดิคังซีก็ทรงท้าพนันกับองค์ชายสิบ "เจิ้นจะเรียกองค์ชายเก้ามา แล้วเ้าลองถามเขาเองว่าจริงหรือเท็จ"
องค์ชายสิบกลอกตาไปมา แล้วฉวยโอกาสยื่นข้อเสนออย่างชาญฉลาด "หากลูกชนะ ท่านพ่อต้องยอมทำตามคำขอของลูกหนึ่งอย่าง ตกลงไหมพ่ะย่ะค่ะ!"
จักรพรรดิคังซีเลิกพระขนง แล้วเดินเข้าไปอุ้มถังเป่าขึ้นมาไว้ในอ้อมกอด เ้าก้อนแป้งน้อยรีบซุกใบหน้าเล็ก ๆ ลงกับซอกคอของพระองค์ทันที
"แล้วถ้าเ้าแพ้ล่ะ?"
องค์ชายสิบตอบอย่างโอหังว่า "ถ้าอย่างนั้นข้าจะปลอบองค์หญิงสิบสี่ให้ดีที่สุดเลยพ่ะย่ะค่ะ!"
ถังเป่าสูดน้ำมูกเบา ๆ แอบชำเลืองมองจากซอกคอของจักรพรรดิคังซี
ขณะที่ดวงตากลมโตกลอกไปมา สายตาของนางบังเอิญสบเข้ากับหนิวฮู่ลู่กุ้ยเฟย ที่อยู่ฝั่งตรงข้าม
อีกฝ่ายลอบสังเกตนางอยู่ตลอด ในแววตานั้นดูเหมือนจะมีความรู้สึกมากมายที่ถังเป่าไม่เข้าใจ
ดูเหมือนจะมีความเศร้า ความโหยหา และมีความ... รังเกียจอยู่เล็กน้อย?
ถังเป่ายังเด็กเกินไป นางบอกไม่ได้ว่ามันคือความรู้สึกแบบไหน แต่ััได้ว่า กุ้ยเฟย ท่านนี้ดูเหมือนจะไม่ได้เกลียดนางขนาดนั้น
ถังเป่าจึงพยายามส่งยิ้มอ่อนโยนให้กุ้ยเฟย
หนิวฮู่ลู่กุ้ยเฟยไม่คาดคิดว่านางจะยิ้มให้ตน จึงชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะรีบเบือนหน้าหนี
ตามพระราชโองการ องค์ชายเก้าที่เดิมทีอยู่ที่ ตำหนักอี้คุน ก็รีบเดินทางมายัง ตำหนักหนิงโซ่ว ในเวลาอันรวดเร็ว
แม้แต่พระมารดาของเขาอย่างอี๋เฟยก็ทรงกังวลเป็อย่างมากกับคำสั่งที่กะทันหันนี้ จึงตามมาที่ตำหนักหนิงโซ่วด้วย
หลังจากถวายบังคมแล้ว อี๋เฟยกวาดสายตามองไปรอบ ๆ เมื่อเห็นว่าบรรยากาศไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิด จึงทรงผ่อนคลายลง
จากนั้นจึงตรัสยิ้ม ๆ ว่า "ฝ่าา ไม่ทราบว่าเ้าลิงน้อยเก้าไปก่อเื่อะไรให้ทรงทราบเข้าหรือเพคะ ถึงได้เรียกตัวมาที่ตำหนักหนิงโซ่วเช่นนี้?"
จักรพรรดิคังซีทรงชี้ไปที่องค์ชายสิบ "องค์ชายเก้า องค์ชายสิบเพิ่งบอกว่าเ้าบอกเขาว่าเ้าเกลียดองค์หญิงตัวน้อยที่สุด เื่นี้จริงหรือไม่?"
ทันทีที่องค์ชายเก้าก้าวเข้าสู่ตำหนัก เขาก็สังเกตเห็นถังเป่าที่ซุกตัวอยู่ในอ้อมกอดของ จักรพรรดิคังซี โดยเห็นเพียงท้ายทอยเท่านั้น
พอได้ยินคำตรัสของจักรพรรดิคังซี เขาก็เบิกตากว้างทันที
[1] ฉีดเืไก่ เป็คำสแลงจีนยุคปัจจุบัน หมายถึง ตื่นเต้นกระปรี้กระเปร่าเกินเหตุ