
สูรย์กำลังต้องมนต์สะกด!
เมื่อหญิงสาวผู้งดงามราวกับดอกกุหลาบแดงเฉี่ยว เบ่งบานส่งกลิ่นหอมระรวยกำลัง ‘ล่อตา’ ให้เขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
ปีวราผู้อยู่ในฤทธิ์ยาสามารถกระตุ้นต่อม ‘กระสัน’ ของเขาได้แม้เพียงแค่กำลังดึงบราตัวจิ๋วสีสันฉูดฉาดหลุดพ้นจากการห่อหุ้มทรวงอกคู่นั้น
ความเนียนละเอียด เต่งตึงของผิวเนื้อทำให้เขาไม่อาจละสายตาไปจากตรงส่วนนั้นได้ ยิ่งมอง เขาก็ยิ่งหายใจติดขัดหัวใจเต้นแรงพร้อมจะทะลวงออกมานอกโพรงอก
มารู้ตัวอีกทีเธอก็โผเข้ามาถึงตัว แนบกายเข้าชิดเบียดเสียดจนความอวบอิ่มนั้นอัดแน่นไร้ช่องว่างแนบลำตัว
เขาไม่เคยประหม่า รู้สึกว่าตัวเอง‘อ่อน’ ต่อโลกเท่าครั้งนี้เลย!
ผู้อยู่ในฤทธิ์ยาวาดวงแขนโอบรอบลำคอเขาอีกครั้ง โดยที่ปลายนิ้วนั้นเขี่ยวนอยู่ด้านหลังท้ายทอยจนขนลุกซู่ แล้วแรงดึงดูดระหว่างริมฝีปากก็ประกบเข้าหากันอีกครั้ง
เข้าโน้มใบหน้าลงไปเสมอระดับเดียวกันมือเขาตอบรับเธอ ด้วยการกอดเอวบางนั้นไว้หลวมๆโดยที่มือข้างหนึ่งลูบแผ่นหลังเนียนขึ้นลงไปมาปล่อยให้ความความเคลิบเคลิ้มในส่วนลึกกำลังชักนำให้เขาล่องลอยยอมแพ้ต่อความลังเลใจทีแรก ตอบสนองต่อกิเลส ตัณหา
รสรักในโพรงปากช่างหวานละมุนเมื่อต่างฝ่ายต่างควานหาความหอมหวานด้วยกัน...แล้วความหวานลึกล้ำนั้นก็เกิดพลังขับให้เธอส่งเสียงครางอยู่ในลำคอ
เสียงนี้เป็ปฏิกิริยาเร่งเร้าให้เขาไม่อาจทานอารมณ์กำหนัดที่เก็บกดไว้ได้อีกแล้ว!
ริมฝีปากที่บดคลึงจากละมุนละม่อมจึงเร่งเร้าให้หนักหน่วงขึ้นตามลำดับ จนสาแก่ใจจึงต่อยอดถือโอกาสสูดดมความหอมให้ทั่วเรือนกาย...ด้วยการซุกหน้าเข้าที่ซอกคอไซ้ขึ้นลง ได้ยินเสียงครางกระเส่าออกมาจากกลีบปากบางของเธอเป็ระยะ
รสสิเน่หาเริ่มร้อนแรงขึ้นตามลำดับเมื่อเขารุนร่างของเธอให้ขยับไปนอนราบอยู่บนเตียงโดยที่ตัวเขายังคงสูดกลิ่นหอมบนเรือนผมยาวสยายเคลียไหล่ ไล่เรียงความหอมทั่วสรรพางค์จนร่างของผู้อยู่ด้านล่างถึงกับบิดรวน
ไม่รอช้าเขารีบถอดอาภรณ์คลุมกายตนเอง เผยให้เห็นความกำยำได้สัดส่วนของร่างกายที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามแน่นหนั่นประหนึ่งประติมากรรมชิ้นเอกถูกวางทาบไว้ซ้อนกัน
ชายหนุ่มถือเอา่ ‘เวลาทอง’ เริ่มปรนเปรอความสุขให้กับเธอด้วยการทาบกายทั้งสองกลมเกลียวซึ่งกัน เริ่มต้นที่ความเนิบนาบลากอารมณ์ไปสู่ห้วง์ เมื่อกิริยาแปรเปลี่ยนเป็ความหนักหน่วง
เสียงหายใจหอบถี่ดังขึ้นขณะที่เนื้อตัวเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อชุ่มโชก เช่นเดียวกับฝ่ายหญิง ที่หลับตาพริ้มกัดริมฝีปากแน่น เต็มไปด้วยความสุขสันต์ในทรวง โดยที่ปลายเล็บทั้งสองข้างจิกเข้าไปที่แผ่นหลังของเขา
ในที่สุด...รสกามาก็วางวายเมื่อหนุ่มสาวต่างะโลอยตัวจากผืนดิน พุ่งพรวดไปสู่เวิ้งแดนสรวงราวกับติดปีกสีขาวโจนทะยานขึ้นปะทะแรงลมบน
ชายหนุ่มทิ้งตัวนอนหงายแผ่หลาไม่คิดว่ามันจะเป็ความรื่นรมย์อย่างถึงที่สุดเช่นนี้เขาหอบหายใจเหนื่อยอ่อนไม่ถึงสิบนาที เอี้ยวหน้าไปยังผู้หญิงที่อยู่ด้านข้างเห็นแววตาของเธอยังเป็ประกายซุกซน
ดวงตาของเธอมันฟ้องความปรารถนาเฉกเดิมอีกครั้ง!
มันจะหยุดความเร่าร้อนในกายสาวนั้นได้อย่างไรก็ในเมื่อฤทธิ์ของยาปลุกเซ็กส์ เพียงแค่เกล็ดสีขาวไม่กี่ชิ้นมันยังปลุกกระตุ้นให้เธอ ‘้า’
กว่าที่บทระเริงรักจะผ่อนคลายลงราตรีนั้นก็จวนหมดเวลา!
................................................................
ความอ่อนเพลีย ความมึนงงผสมผสานกับความเหนื่อยอ่อนจากร่างกายที่ ‘โหม’ ด้วยฤทธิ์ยา ทำให้ปีวรานอนหลับใหลไม่รู้สติจนกระทั่งแสงตะวันแรกของวัน ส่องฟ้าไปจนแปดนาฬิกา
หญิงสาวรู้สึกเมื่อยขบกระดูกกระเดี้ยวคล้ายถูกของแข็งทุบ จะขยับกายก็ไม่ถนัดอย่างใจนึกหนังตาก็หนักเสียจนไม่อยากเปิดเปลือกตามอง อาการเ่าั้ที่กำลังเกิดขึ้น จึงทำให้เธอนึกอยากจะซุกตัวซ่อนอยู่ในผ้าห่มสีขาวผืนหนาต่ออีกสักหน่อย
จึงขยับกายคุดคู้หวังจะควานหาหมอนข้างอย่างเคยชินแต่ขณะที่ยังหลับตา ความรู้สึกครึ่งหลับครึ่งตื่น บอกให้เธอรู้ว่าตอนนี้ตัวเองกำลังอุ่นสบาย เมื่อดวงหน้าขยับเข้าไปซุกอยู่บนแผงอกกว้างของเขาอีกทั้งลำตัวเธอซึ่งแนบชิดติดเนื้อของฝ่ายนั้นความนุ่มกึ่งความแข็งแรงยามคว้าแขนกอด ทำให้เธอรู้สึกสุขกาย
แต่ความสุขกายที่เธอกำลังเคลิ้มนั้นมิใช่หยุ่นนุ่มอย่างหมอนข้างเหมือนในภวังค์ กลับกลายเป็ว่ามี ‘บางส่วน’ ที่กำลังชูชันแสดงความแข็งแกร่งสมชายชาตรี ผงาดรับอรุณตรงเวลาเคารพธงชาติ
ปีวราลืมตาโพลงอย่างเร็วปรื๋อ...เธอสะดุ้งสุดตัว!
สิ่งที่เห็นตรงหน้าคือผู้ชายที่อยู่ในร่างเปลือยเปล่า ไม่สวมสิ่งใดทั้งท่อนบนหรือท่อนล่างชายผ้าห่มที่คลุม่สะโพกของเขาก็ช่างิ่เหม่เสียจนอะไรต่อมิอะไรของฝ่ายนั้นมันเกือบจะโผล่ออกมาล่อนจ้อน
เธอมัวแต่ตะลึงงัน ได้แต่ห่อปากเสียงขาดหายไปจากลำคอ...กะพริบตาปริบๆไม่กี่นาที เมื่อเรียกสติกลับมาได้จึงเลิกชายผ้าห่มที่ขยุ้มอยู่ในกำมือตัวเอง เปิดออกดู จึงเห็นเรือนร่างของเธอเปลือยเปล่าไม่สวมอาภรณ์สักชิ้นเช่นเดียวกัน
บนดวงหน้าเธอมีสีเืซับขึ้นจนเรื่อหนึ่งเต็มไปด้วยความขวยเขิน แต่มันก็เป็เพียงเสี้ยวเดียวของความเดือดดาลที่ขณะนี้กำลังก่อตัวเป็ไอระอุพร้อมจะะเิใส่
“กรี๊ดดด!!!”
เสียงกรีดร้องของปีวราดังจนแสบแก้วหูสามารถปลุกให้ชายหนุ่มผู้เหนื่อยล้าลืมตาขึ้น จ้องมองเธออย่างฉงนฉงายไปชั่วอึดใจก่อนจะยกมือสองข้างขึ้นอุดหู แล้วลุกพรวดขึ้นนั่ง ทั้งที่ยังคงงัวเงีย
“คุณจะร้องเสียงดังทำไมแต่เช้า”
หญิงสาวเบิกตากว้างไม่คิดว่าการส่งเสียงร้องดังลั่นของเธอ จะได้คำตอบจากปากเขาด้วยสีหน้าที่ไม่สะทกสะเทิ้นต่อพฤติกรรมที่เขาเป็ฝ่ายกระทำย่ำยีตัวเธอเลย
“คุณเป็ใคร...แล้วมาอยู่ในห้องของฉันได้ยังไง”
ปีวรากระถดตัวออกห่างจากขอบเตียงมากขึ้นและกระชากผ้าห่มทั้งผืนดึงมาห่อพันกายเอาไว้ ดังนั้นจึงเห็นความโจ่งแจ้ง ‘ของสงวน’ เขาเต็มสองตาจนเธอเผลอตัวยกมือขึ้นปิดปาก ปิดตาตัวเอง
อย่ากระนั้นเลย...ผ้าห่มผืนหน้าที่พันกายเธอจึงร่วงลงสู่พื้นห้อง เผยให้เห็นเรือนร่างอวบอิ่มของตัวจะเจนเต็มสองตาชายหนุ่มเช่นกัน
“คุณ...โป๊!!”เขาอุทานเสียงหลง
เมื่อรู้ตัวเธอจึงก้มลงคว้าผ้าห่มผืนนั้นขึ้นมาคลุมไว้เหนือเนินอกอย่างลวกๆเช่นเดียวกับเขาที่ดึงหมอนหนุนศีรษะมากดทับส่วนสำคัญ มิให้อุจาดตา
ปีวรากรีดร้องอีกครั้งพลางชี้นิ้วไปยังบุคคลแปลกหน้าอย่างคาดคั้น “ฉันจะไปแจ้งตำรวจที่คุณบังอาจมาล่วงเกินฉัน”
เขามีท่าทีแค่ถอนหายใจขณะสีหน้ายังเรียบเฉย “ถ้าคุณไปแจ้งความ คนที่อายก็ไม่ใช่ใครตัวคุณเองนั่นล่ะ”
“ทำไมฉันจะต้องอายก็ในเมื่อฉันเป็ฝ่ายเสียหาย ฉันถูกคุณปู้ยี่ปู้ยำ”
คราวนี้ชายหนุ่มแปลกหน้าสำหรับเธอยกมุมปากขึ้นเยาะเล็กน้อย ดวงตาคมจับจ้องมาที่เธออย่างมีนัย “ถ้าผมพูดความจริงว่าผมไม่ได้ขืนใจคุณแม้แต่น้อย แต่ผมตอบสนองคุณ อย่างที่คุณเป็ฝ่าย้าล่ะ”
“ไอ้บ้า!!คนอย่างฉันไม่มีวันไปให้ท่าหรือว่าอ่อยผู้ชายที่ไหนอย่างที่กำลังกล่าวหาฉันลอยๆแบบนี้ คุณมันคนสกปรก พูดออกมาได้ว่าฉันเป็ฝ่ายเรียกร้อง้าคุณ”
เขาห่อปาก พ่นลมหายใจพรู “ผมอยากมีเวลาอธิบายให้คุณรู้ความจริง”
“ความจริงอะไร”
คิ้วของผู้อยากบอกความจริงขมวดเข้าหากันมีแววตริตรองเล็กน้อย จึงเปิดปาก “ความจริงที่ว่าเมื่อคืนนี้ คุณโดนมอมยาน่ะสิครับ...มันเป็ยาปลุกเซ็กส์ ทีนี้คุณคิดว่ายังไงล่ะถ้าผมจะบอกว่า เพราะยาตัวนั้นนั่นล่ะ ที่ทำให้เกิดเื่เมื่อคืน ระหว่างผมกับคุณ”
ปีวราหันไปคว้าสิ่งของใกล้มือที่พอฉวยได้เป็กระเป๋า เป็แผ่นเมนูอาหาร แล้วขว้างใส่ผู้ชายตรงหน้าไม่ยั้งขณะปากก็ด่าออกไปเป็ชุด
“นี่แกมอมยาฉันหรือ...ไอ้เลวไอ้คนชั่ว”
สรรพนามที่เรียกฝ่ายตรงข้ามเปลี่ยนจาก ‘คุณ’ เป็ ‘แก’ ได้อย่างฉับพลันเมื่อเธอรู้สึกโกรธถึงขีดสุดโดยที่เข้าใจไปเต็มประตูว่าผู้ชายตรงหน้าล่วงเกินเรือนกายของเธอ ด้วยวิธีการต่ำช้าโดยการใส่ยาให้เธอกิน
ส่วนชายหนุ่มได้แต่เอามือปัดป้องลุกขึ้นกระโจนหลบซ้ายหลีกขวา รับมือกับ ‘อุปกรณ์เสริม’ ที่ฝ่ายหญิงคว้าได้ก็ปาใส่ไม่ยั้งไม่เว้นแม้แต่ที่เขี่ยบุหรี่ หรือแจกัน เธอก็คว้ามาปาใส่เขาไม่ยั้งเมื่อชิ้นไหนหลบไม่ได้ สิ่งของที่เป็แก้วใสจึงตกแตกเสียงดังเพล้งกระจายเต็มพื้น
“นี่คุณผมฟังก่อนสิครับ”
“ฉันไม่ฟัง...ไอ้สารเลวฉันไม่รู้จักแกสักนิด” เมื่อพูดถึงตรงนี้มือข้างที่กำรีโมทโทรทัศน์ก็หยุดกึกพร้อมกับเหมือนมีกระแสแห่งความทรงจำบางอย่างเลื่อนไหลเข้ามาแทรกกลาง
นี่เธอรู้จักหรือว่าไม่รู้จักเขากันแน่!
แต่่วินาทีถัดไปเธอก็ปาสิ่งที่อยู่ในมือ กระแทกเข้าหน้าผากของเขาเต็มเปา จนเจาะเป็รูเล็กมีเืไหลซึมออกมาเป็ทาง
นั่นล่ะ ถึงทำให้เธอชะงักกลางคัน
แต่ผู้หญิงอย่างปีวราผู้ไม่เคยลิ้มลองรสรักจากชายใด แล้วต้องมาสูญสิ้นสิ่งที่หวงแหนมานาน ก็ไม่อาจทานความเสียใจนั้นได้จึงหันไปหาข้าวของในห้องปาใส่ไม่หยุด วินาทีนั้นเอง ชายหนุ่มจึงตัดสินใจะโตัวลอยเข้ามาถึงกายเธอ หวังจะสยบม้าพยศให้สงบ
เขารวบแขนเธอตรึงไว้ทั้งสองข้างดันร่างจนชิดขอบตู้วางโทรทัศน์ ผ้าห่มผืนหนาที่พันกายถึงกับร่วงจนเกือบหลุดลุ่ย แต่ก็มาติดค้างไว้่กลางลำตัวเมื่อฝ่ายชายใช้ความแข็งแกร่งเข้าประกบ ตรึงร่างของเธอจนแแ่
แล้วจังหวะนั้นเขาก็ประกบริมฝีปากซ้ำอย่างรุกคืบ คงหมายจะ ‘ปิดปาก’ เพื่อรื้อฟื้นความปรารถนาเช่นเมื่อคืน
ปีวราแน่นิ่งคล้ายลูกไก่ในกำมือมีเสียงสะอื้นอยู่ในลำคอ ขณะที่ขอบตาสองข้างมีน้ำเอ่อใสรื้นขึ้นอย่างไม่อาจทานไหว
นี่มันเกิดเื่บ้าอะไรขึ้นกับฉัน!
รสหวานละมุนของจูบยามสายไม่อาจช่วยทบทวนบทพิศวาสเมื่อคืนได้ และมันก็ไม่อิ่มเอม สุขสมอารมณ์หมายอีกแล้วเธอจึงขืนตัวเฮือกสุดท้าย สะบัดหน้าหลบ แล้วดันร่างของฝ่ายชายจนผงะหลังถอยห่างออกไป
เธอก้าวไปเปิดประตูห้องโดยที่ตัวเองยังยืนอล่างฉ่าง ก้มลงไปคว้าเสื้อกับกางเกงของฝ่ายชายขว้างไปนอกห้องอย่างสุดจะทน แล้วชี้นิ้วเอ่ยปากขับไล่ ด้วยน้ำเสียงเอาจริงขึ้งเครียด
“ออกไป!แกออกไปให้พ้น!”
แวบหนึ่งดวงตาของฝ่ายชายมีแววสำนึกผิดซ่อนอยู่ แต่เขาก็ไม่ได้เอ่ยคำใด ยอมก้าวออกไปจากห้องก้มลงเก็บเสื้อกับกางเกงขึ้นกุมไว้ ทั้งที่เรือนกายนั้นยังโทงเทงเช่นกัน
ส่วนเธอ ปิดประตูห้องลงได้ก็หมดเรี่ยวแรง ทรุดกายลงกับพื้น เอนหน้าซวนซบลงบนขอบเตียงน้ำตาที่เอ่อท้นเมื่อครู่ จึงไหลทะลักออกมาไม่ขาดสาย
แต่น้ำตาก็ต้องถูกกักไว้แค่นั้นเมื่อปรายตาเหลือบไปเห็น กางเกงในชายสีขาวกองอยู่ปลายเตียงเธอเอื้อมไปคว้ามันขึ้นมา อยากจะกรีดร้องเสียงดังๆอีกครั้งความรู้สึกสับสนปนเปจนไม่อาจจับต้นชนปลายได้ถูก
เธอออกแรงฉีกทึ้งกางเกงในของเขาจนสุดแรงเสียงขาดดังแควกยังไม่สาแก่ใจ เท่ากับความรู้สึกคั่งแค้นในอก
ฉันเกลียดแก...ไอ้ผู้ชายเฮงซวย
ความเกลียดของเธอมันเหมือนหนองกลัดใน ร้าวระบมอยู่ตรงนั้นตลอดทั้งวัน โดยที่ไม่รู้ว่านี่เป็เพียงการเริ่มต้น!
เธอจะได้พบหน้าเขาอีกครั้งในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้านี้ด้วยซ้ำ ในฐานะคนที่เธอคุ้นเคย!
...............................................................จบตอนที่ 3