เสี่ยวอวี๋เอ๋อร์นึกถึงเื่ที่องค์หญิงให้นำดอกท้อมาปลูกในลานตำหนักขึ้นได้ก็พลันตบศีรษะด้วยความหงุดหงิดใจ “ตายจริง บ่าวลืมบอกท่านไปเลยเ้าค่ะ! องค์หญิงแพ้ดอกท้อมาแต่กำเนิด เพราะเหตุนี้ในตำหนักเราจึงไม่เคยวางประดับดอกท้อ เมื่อครู่ตอนองค์หญิงให้ท่านนำดอกท้อมาปลูกในลาน บ่าวยังนึกแปลกใจ แต่ไม่กล้าสอดปากมากคำ”
จางเอ่อร์เข้าใจและรับรู้แล้ว คิ้วเข้มขมวดโดยไม่รู้ตัว “เป็เช่นนั้นจริงด้วย! ข้าคิดว่าสวินเอ๋อร์น่าจะออกนอกวังแล้ว นางส่งสัญญาณบอกพวกเราว่ากำลังวางแผนหลบหนี”
“หา แล้วนี่จะทำอย่างไรกันดีเ้าคะ” เสี่ยวอวี๋เอ๋อร์พลันทำตัวไม่ถูกไปชั่วขณะ นึกถึงเหตุการณ์ที่องค์หญิงพบเจออันตรายในป่าูเาเมื่อคราวก่อน ทว่าครั้งนี้คุณชายจางเอ่อร์ไม่ได้อยู่ข้างกายองค์หญิง ทำเอาคนร้อนใจตายขึ้นมาแล้วจริงๆ!
คิ้วกระบี่ของจางเอ่อร์มุ่นขมวด สีหน้าเต็มไปด้วยความร้อนใจ “เ้าพอจะมีวิธีใดทำให้ได้ป้ายคำสั่งออกนอกวังมาบ้าง ข้าเป็ห่วงว่าสวินเอ๋อร์จะมีอันตราย ข้า้าออกนอกวังทันที!”
เสี่ยวอวี๋เอ๋อร์นึกตรอง พลันบังเกิดความคิดขึ้นเฉียบไว “บางทีคุณชายอาจขอให้องค์หญิงใหญ่ช่วยได้เ้าค่ะ วันนี้นางเข้าวังเยี่ยมบุพการี ยามนี้น่าจะเตรียมตัวออกจากวังเพื่อกลับจวนแล้วเ้าค่ะ”
“ไว้ข้ากลับมาจะตกรางวัลให้อย่างงาม!” ครั้นจางเอ่อร์ได้ยินคำพูดนี้ของเสี่ยวอวี๋เอ๋อร์ ในใจก็มีแผนการขึ้นมา
…
วสันตฤดูย่างเข้ามาอย่างเงียบเชียบ สรรพสิ่งฟื้นคืน ย่านถนนร้านค้าของเมืองซิ่นตูดูเป็ภาพบรรยายอันเจริญงอกงาม
จ้าวเสวี่ยสวินทางนี้พาคู่พี่น้องสกุลหลิวออกมาเที่ยวเล่นนอกวังดังคาด เนื่องจากเพ่ยกงหลิวปังและคุณชายหลิวเจียวได้รับอนุญาตออกนอกวังเป็การพิเศษจากจ้าวอ๋อง ดังนั้นพวกทหารองครักษ์จึงไม่กล้าขัดขวาง
หลิวเจียวเอ่ยถามอย่างไม่เข้าใจ “องค์หญิงสวิน เหตุใดจึงพาพวกกระหม่อมออกนอกวัง นอกรั้ววังมิปลอดภัยเท่าข้างใน!”
ดวงหน้างามประณีตของเสวี่ยสวินดุจดั่งน้ำแข็งหิมะแรกละลาย เอ่ยคำอย่างเบิกบานใจ “วังอ๋องไม่พ้นเป็เพียงกรงขังผูกมัดอิสระ เดินวนเล่นยังจะมีความหมายอะไร แน่นอนว่าย่อมต้องพาพวกคุณชายมาสำรวจรอบเมืองซิ่นตูอันครึกครื้น นี่จึงได้ััวิถีชีวิตวัฒนธรรมของแคว้นจ้าวอย่างแท้จริง!”
“แต่ว่าพาองครักษ์มาไม่กี่คนเช่นนี้…” หลิวปังที่ระมัดระวังตัวมาตลอดขมวดคิ้วอย่างเงียบเชียบ จู่ๆ ก็เอ่ยปากกล่าว
เสวี่ยสวินได้ยินแล้วกลับหัวเราะพรืดออกมา
หลิวปังเอ่ยถามอย่างไม่เข้าใจ “ท่านหัวเราะอะไร”
“องครักษ์ของคุณชายทั้งสองล้วนแต่เป็ยอดฝีมือชั้นหนึ่ง หรือว่าคุณชายไม่เชื่อใจลูกน้องตัวเอง”
วาจานี้ทำเอาหลิวปังพลันอับจนวาจา หลิวเจียวห่วงภาพลักษณ์รักษาหน้าตา รีบอธิบายทันที “องครักษ์ของเพ่ยกงเรา แน่นอนว่าย่อมล้วนเป็ยอดฝีมือ ไม่ต้องเป็ห่วง วันนี้เราจะเที่ยวเล่นกันให้สนุกหนำใจ!”
ริมถนนเมืองซิ่นตูวันนี้คึกคักเป็พิเศษ สองข้างทางเต็มไปด้วยร้านรวงกระจัดกระจาย มีโรงน้ำชา หอสุรา โรงจำนำ ร้านหัตถกรรมและอื่นๆ อีกมากมาย
ประจวบเหมาะกับในเมืองเป็วันตลาดนัด เสียงเชิดัเชิดสิงโตและเสียงพ่อค้าร้องะโขายของบนถนนดังอยู่ข้างหูไม่ขาดสาย บรรยากาศครึกครื้นยิ่งนัก
สถานที่ที่จ้าวเสวี่ยสวินไปแต่ละแห่งล้วนคลาคล่ำด้วยคลื่นฝูงชนและูเามนุษย์ หลิวปังกับหลิวเจียวไม่กล้าประมาทเลินเล่อแม้แต่น้อย ตามประชิดด้านหลังนางไม่ห่าง
นี่หากเกิดความผิดพลาดอันใดขึ้นกับองค์หญิงสวิน จ้าวอ๋องตำหนิโทษลงมา พวกเขาสองพี่น้องไม่ว่าคนใดล้วนแบกรับไม่ไหว ยิ่งไปกว่านั้นทั้งคู่ต่าง้าได้รับความโปรดปรานจากองค์หญิงสวิน กอดหญิงงามกลับบ้านในการเดินทางครั้งนี้!
จู่ๆ ด้านหน้าก็มีเสียงอึกทึกจอแจดังมาเป็ระยะ ขบวนเชิดัเชิดสิงโตแถวหนึ่งเริ่มทำการแสดงอันยอดเยี่ยมแล้ว ฝูงชนพลันหลั่งไหลเข้าไปทางนั้นในชั่วพริบตา
และบังเอิญในเวลานี้ เสวี่ยสวินหันหน้ากลับมามองคู่พี่น้องสกุลหลิว ก่อนจะคลี่ยิ้มหวาน ใบหน้างามล้ำดั่งดอกบัวแรกแย้ม
“ลืมบอกพวกท่านไปเลย วันนี้มีตลาดนัด เมืองซิ่นตูจะคึกคักมาก ข้าขอตัวไปเต้นระบำทางนั้นก่อน!”
ไม่ทันสิ้นเสียง เสวี่ยสวินก็แฉลบร่างเข้าไปในกลุ่มฝูงชนแล้ว หลิวปังกับหลิวเจียวกำลังจะก้าวตามไปข้างหน้า แต่จนปัญญาด้วยขบวนเชิดัและสิงโตยาวกั้นขวางทางเอาไว้
ครั้นรอจนพวกเขาสองคนได้เข้าไป พอมองดูรอบๆ ไหนเลยยังจะมีเงาร่างองค์หญิงสวิน!
“รีบกระจายกันออกค้นหา!” หลิวปังรีบสั่งการผู้ใต้บังคับบัญชา ดวงตาเรียวยาวหรี่ลงอย่างเงียบเชียบ แต่ไรมาเขากระทำการใดไม่เคยหละหลวมผิดพลาด ครั้งนี้ตนประมาทเกินไปแล้ว!
…
ทางด้านจ้าวเสวี่ยสวินหลังสลัดพี่น้องสกุลหลิวหลุดพ้นไปได้ก็โล่งใจในที่สุด แอบหวังให้ญาติผู้พี่สังเกตเห็นสัญญาณลับคำว่า ‘หลบหนี’ ได้จากกิ่งดอกท้อ ออกมารวมตัวกับตน
นางหันกลับไปมองกำแพงวังอ๋องสูงตระหง่าน มองดูกรงนกขมิ้นสีทองไร้อิสระแห่งนั้น นอกจากเกียรติยศความมั่งคั่งอันมีอยู่น้อยนิดแล้ว สิ่งที่มีมากกว่าคือการต่อสู้แก่งแย่งชิงดีและการผูกมัดไร้ที่สิ้นสุด!
และในตอนนี้นางได้หนีออกจากมันมาแล้ว!
นางหนีออกจากวังไม่ใช่แค่เพราะเสด็จพ่อพระราชทานสมรส ยังเป็เพราะคนผู้หนึ่งที่อยู่นอกวัง คนผู้หนึ่งที่เสวี่ยสวินคิดว่าสามารถพึ่งพาได้ เป็วีรบุรุษที่สามารถพาตนไปจากกรงขังแห่งนี้ได้ตลอดกาล
ชั่วขณะเลือนราง ภายในหัวใจเสวี่ยสวินคอยแต่ห่วงหาเขา นางจะไปหาเขา ไปตามหาอิสรภาพของตน!
...