บรรยากาศภายในงานแต่งของอรตีถูกจัดขึ้นอย่างสวยสดงดงามโดยเน้นโทนสีขาวเขียวตามธรรมชาติของสถานที่วธุกาอยู่ในชุดเดรสสั้นผ้าลูกไม้คอเต่ากับสามีที่มาในสูทสากลสีดำเนกไทสีชมพูให้เข้ากับบรรยากาศของงานหญิงสาวพาสามีขึ้นไปกราบยายนวลน้อยภายในบ้าน
“ยัยวาทคุณวิเนตย์มากันแล้วเหรอ”หญิงชรามองดูหลานสาวด้วยสายตาชื่นชม ก่อนจะหันไปมองหลานเขยด้วยรอยยิ้มเต็มใบหน้า
“คิดถึงคุณยายจังเลยมาให้วาทกอดหน่อยค่ะ” วธุกาโผเข้าไปกอดผู้เป็ยายด้วยความคิดถึงั้แ่แต่งงานกับสามีไปเพิ่งมีโอกาสได้กลับมาที่นี่เพราะว่าเธอไม่อยากรบกวนคนงานเยอะอย่างสามีให้ขับรถมาส่งนั่นเองแต่ก็มีโทรศัพท์คุยกับท่านอยู่บ่อยครั้งและทุกครั้งก็จะหลีกเลี่ยงเื่ที่อาจจะกระทบความรู้สึกของยายนวลน้อยได้ฉะนั้นผู้เป็ยายจึงรับรู้เพียงว่าหลานสาวมีความสุขในชีวิตคู่เป็อย่างดี
“เอ่อวาทยัยอรเอาห้องวาทไปทำห้องหอแล้วนะ เห็นว่าห้องใหญ่กว่าห้องเก่าเหมาะที่จะอยู่กันสองคนส่วนห้องเดิมยัยตีก็บอกว่าจะเอาไว้ทำห้องให้หลานดูพูดเข้าสิทำอย่างกับจะมีหลานเหมือนสั่งได้แบบนั้น วาทจะว่าอะไรไหมลูก”ท้ายประโยคถามเสียงแ่เพราะห่วงความรู้สึกของหลานสาว
“วาทไม่ว่าอะไรหรอกค่ะคุณยายคุณป้าเองก็เกริ่นๆ เื่นี้เอาไว้ก่อนแล้วว่าแต่ของใช้ของวาทเอาไปไว้ไหนแล้วล่ะคะ”
“ห้องเก็บของน่ะวาท”
“ห้องเก็บของ?ขอวาทไปดูหน่อยนะคะ”
“ได้สิวาทแต่เดี๋ยวยายจะต้องออกไปต้อนรับแขกก่อนนะมากันเยอะแยะเต็มบ้านแล้ว”
“ค่ะคุณยาย”
วธุกามองผู้เป็ยายที่กดปุ่มรถเข็นไปไหนมาไหนเองได้ั้แ่ที่เธอไม่อยู่ท่านก็เล่าให้ฟังว่าคุณป้าของเธอซื้อรถเข็นแบบมีปุ่มกดมาให้ท่านใช้จะมีเหตุผลใดได้อีกนอกจากความี้เีในการเข็นรถให้ท่านไปไหนมาไหนนั่นเอง
“ทำไมไม่มีใครบอกคุณก่อนเหรอก่อนที่จะเอาของคุณไปไว้ที่อื่น” เดินมาได้ครู่หนึ่งวิเนตย์ก็ถามภรรยาด้วยน้ำเสียงไม่พอใจเล็กน้อย
“คงไม่ว่างบอกมั้งคะ นั่นไงห้องเก็บของ”หญิงสาวชี้นิ้วไปที่ห้องใต้บันไดซึ่งมีไว้สำหรับเก็บของที่ไม่ใช้แล้ว
เพียงแค่เปิดเข้าไปหญิงสาวก็รู้สึกอึ้งจนบอกไม่ถูกข้าวของเครื่องใช้ไม่ได้ถูกวางเป็ระเบียบอย่างที่คิด กลับถูกกองสุมกันเอาไว้ราวขยะก็ไม่ปานหญิงสาวคุกเข่าลงเก็บอัลบั้มรูปถ่ายขึ้นซ้อนๆ กันเอาไว้แล้วขยับกล่องให้เข้าที่เข้าทาง
“พอแล้วคุณวาทเปื้อนฝุ่นเปล่าๆ”คนเป็สามีเห็นแล้วอดที่จะท้วงติงไม่ได้
“ไม่เป็ไรค่ะเดี๋ยวถ้าวางไม่ดีของข้างในกล่องอาจจะแตกได้” หญิงสาวพูดแล้วยิ้มพร้อมกับยกกล่องสุดท้ายขึ้นซ้อนอยู่้าสุด
“คนที่นี่ก็เหลือเกินจะเก็บให้ดีๆหน่อยก็ไม่ได้”
“ไม่เป็ไรหรอกค่ะเสร็จแล้วล่ะเราไปกันเถอะค่ะ”วธุกาหันมายิ้มให้เขาอีกรอบก่อนจะพากันออกไปข้างนอกบริเวณลานกว้างที่ใช้สำหรับจัดงานแต่งมองเห็นคู่บ่าวสาวออกมายืนต้อนรับแเื่อยู่ที่ประตูทางเข้างาน
“อ้าวพี่วาทมานั่นแล้ว”เ้าสาวคนงามหันมากวักมือเรียกวธุกา
“สวัสดีค่ะพี่วาทคุณวิเนตย์ส่วนนี่ชินเ้าบ่าวของอรเองค่ะ” อรตีแนะนำทั้งคู่ให้รู้จักเ้าบ่าวของตนเอง
“สวัสดีครับ”ชินวรณ์ยกมือไหว้ทั้งคู่
“ยินดีด้วยนะยัยอรขอให้มีความสุขในชีวิตคู่นะจ๊ะ”
“ขอบคุณค่ะพี่วาทมาถ่ายรูปกันเร็วเข้า”เ้าสาวรีบดึงมือของวธุกาให้มายืนคู่กับตนเองโดยที่วิเนตย์ก็ไปยืนข้างเ้าบ่าวพร้อมให้ตากล้องในงานบันทึกภาพถ่ายเอาไว้
“วันนี้อรสวยมากคุณป้าต้องภูมิใจแน่ๆ เลยพี่ว่า”
“ยิ่งกว่าภูมิใจอีกค่ะพี่วาทอรไม่อยากจะพูดตื่นเช้ากว่าเ้าสาวอย่างอรเสียอีก”
“จริงเหรอนั่นแขกเดินเข้างานมาแล้ว พี่ขอตัวไปนั่งข้างในก่อนนะอร”วธุการีบหลีกทางให้แขกที่เพิ่งมาใหม่ได้เข้ามาร่วมแสดงความยินดีกับคู่บ่าวสาว
“ค่ะพี่วาท”
อรตีน่ารักเสมอในสายตาของพี่สาวอย่างวธุกาหญิงสาวพาสามีเดินเข้าไปไหว้ผู้เป็ป้าที่นั่งอยู่ด้านข้างกับยายนวลน้อยแต่นางอารตีออกอาการอิหลักอิเหลื่อยามเห็นตัวเธอกับสามี
“คุณป้ามีอะไรหรือเปล่าคะ”
“ไม่มีอะไรหรอกจริงไหมคะคุณวิเนตย์”
“ครับไม่มีอะไร”วิเนตย์ตอบรับเสียงเรียบ ลูกหนี้ของเขากำลังร้อนตัวจนเกินเหตุยังไม่ได้เอ่ยปากสักคำว่าจะทวง เห็นแล้วก็รู้สึกหงุดหงิดใจอย่างบอกไม่ถูก
“คุณแม่ตีไปดูเขาเตรียมอาหารตรงโน้นก่อนนะคะ”พูดแล้วก็ชิงลุกหนีไปเสียอย่างนั้น
“อ้าวยัยตีเพิ่งไปดูมาเมื่อกี้ไม่ใช่เหรอ แปลกคนจริง”ยายนวลน้อยได้แต่บ่นตามหลังลูกสาวไป
“คุณยายให้วาทนั่งเป็เพื่อนไหมคะ”
“อย่าเลยยัยวาทไปดูแลผัวเถอะเดี๋ยวเพื่อนๆ ยายก็จะมากันแล้วคงนั่งเต็มโต๊ะนี่เลยเดี๋ยววาทจะเบื่อพวกคนแก่เอาเสียก่อน พาคุณวิเนตย์ไปนั่งมุมสงบๆ ดีกว่านะลูก”ยายนวลน้อยรู้จักหลานสาวคนนี้เป็อย่างดีวธุกาไม่ชอบงานที่มีผู้คนมากหน้าหลายตาอย่างนี้ หากเลี่ยงได้เป็เลี่ยงตลอด
“ก็ได้ค่ะคุณยายวาทไปนั่งตรงนู้นก่อนนะคะ” หญิงสาวยิ้มให้ผู้เป็ยายแล้วหันมาหาสามี
“จ้าไปเถอะ”
พอได้มุมเงียบสงบวธุกาก็เดินไปตักอาหารมาวางที่โต๊ะหญิงสาวบริการเขาอย่างเต็มที่ เพราะถือว่านี่เป็งานของทางบ้านเธอเองอีกอย่างเอาอกเอาใจสามีตัวเองสักหน่อยจะเป็ไรไป
“เอาอะไรอีกไหมคะคุณวิเนตย์มีขนมหวานด้วยนะคะ”
“พอเถอะคุณวาทมานั่งได้แล้วผมกินไม่เยอะหรอก ที่คุณตักมานี่ก็เยอะมากแล้ว”
“โอเคค่ะงั้นฉันกินก่อนนะคะหิวมากเลย อุตส่าห์ไม่กินอะไรมาก่อนนะเนี่ยกะจะมากินที่งานทีเดียวเลย” หญิงสาวพูดจบแล้วก็ตักอาหารเข้าปากด้วยความหิวส่วนคนเป็สามีได้แต่นั่งมองอยู่เงียบๆ นานๆ ทีถึงจะตักโน่นนี่เข้าปากตัวเอง
พิธีการทุกอย่างเป็ไปอย่างชื่นมื่นตักบาตร่เช้าเสร็จก็ต่อด้วยการรดน้ำสังข์นางอารตีเลือกที่จะจัดงานเช้าเพียง่เดียวส่วน่ค่ำก็เป็งานเลี้ยงภายในหมู่ญาติเพียงเท่านั้นวธุกาอยู่ในงานจนกระทั่งพิธีรดน้ำสังข์เสร็จสิ้นลงวิเนตย์ก็บ่นว่าอยากกลับเสียแล้ว
“รีบๆกลับไปเลยยัยวาทดูหน้าผัวแกสิจะกินหัวฉันอยู่แล้วนี่” ทันทีที่เดินไปบอกผู้เป็ป้าคำตอบก็มาแบบน่าแปลกใจ
“อะไรคะคุณป้าคุณวิเนตย์เขาก็ทำหน้าปกติแบบนั้นอยู่แล้ว”
“แกไม่รู้อะไรเอาเป็ว่ากลับไปเถอะฉันไม่ว่าอะไรหรอก ไปไป”
“จะดีเหรอคุณป้า”
“ฉันบอกว่าดีก็ดีสิไปลาคุณยายได้แล้วไป”
หญิงสาวพาสามีไปร่ำลายายนวลน้อยซึ่งท่านเองก็ไม่ได้ถือสาอะไร มีเพียงแค่สะกิดหลานเขยให้หยุดอยู่ก่อนเพื่อที่จะพูดอะไรด้วยเพียงเล็กน้อย
“ฝากดูแลยัยวาทด้วยนะคุณวิเนตย์ตลอดชีวิตของหลานคนนี้ไม่ค่อยจะมีความสุขเท่าไหร่นักยายอย่างฉันก็ให้ได้ไม่สมบูรณ์ รักแกให้มากๆ นะ”คำพูดของยายนวลน้อยช่างบาดลึกเข้าในหัวใจของทั้งคู่
“ครับ”วิเนตย์รับปากเบาๆ ก่อนจะยกมือขึ้นไหว้ท่าน
ระหว่างทางที่ขับรถกลับวิเนตย์ธารารีสอร์ตวธุกาก็ชั่งใจอยู่นานกว่าจะถามเขาถึงเื่ที่เธอสงสัยอยู่
“ทำไมคุณป้าถึงดูแปลกๆตอนเห็นหน้าคุณคะ” คนขับรถถึงกับหัวเราะเบาๆ ในคำถามของภรรยา
“ก็ลูกหนี้เห็นหน้าเ้าหนี้ก็ผวาเป็ธรรมดาล่ะครับ”คำตอบของเขาส่งผลให้วธุกาหน้าเจื่อนลงในทันที ถ้าพูดแบบนี้คงมีความหมายได้อย่างเดียว
“แสดงว่าคุณป้ายังไม่ได้ใช้หนี้ใช่ไหมคะ”ถามเขาอย่างเกรงใจ
“ครับเพิ่งผ่านมาไม่เท่าไหร่คงยังไม่ถึงเวลามั้ง” วิเนตย์พยายามมองท่านในแง่ดี
“ก็หวังว่าจะเป็อย่างนั้นค่ะได้เงินค่าสินสอดมาก็คงจะพอจ่ายคุณ” หญิงสาวเอ่ยลอยๆ ไม่กล้ายืนยันหนักแน่นได้เลยแล้วถ้าเกิดป้าของเธอไม่มีเงินมาจ่ายเขาจะต้องเป็เธอใช่ไหมที่ต้องบากหน้าไปขอร้องให้ท่านจ่ายหนี้ตามกำหนดเวลา ‘เฮ้อ งานเข้าตลอดยัยวาท’
แต่มันกลับไม่เป็ไปอย่างที่วธุกาคาดเอาไว้นางอารตีหายเงียบไปเลยั้แ่งานแต่งของลูกสาวผ่านพ้นไป วิเนตย์เองก็ไม่ได้ใส่ใจจะไปทวงถามแม้จะเลยกำหนดไปแล้วชายหนุ่มก็ยังทำเป็เฉยไม่ตามทวงเหมือนเ้าหนี้รายอื่นๆจนกระทั่ง