ร่างสถิตราชันมังกร : God Spirit

    ตอนที่ 77 ช็อปปิ้ง!

            หลังจากซุนโหวหวังฝากรอยเท้าไว้กลางเวทีในรอบเช้าไปแล้ว ผมก็ได้แต่นั่งเกาหัวเบา ๆ ระหว่างดูการต่อสู้ของคู่อื่น

            คือจะบอกยังไงดี..

            ไม่ใช่เพราะคู่ของโหวหวังมันสนุกหรือตื่นเต้นหรอกนะ ผลมันก็ไม่ใช่สิ่งที่พลิกล็อกอะไรสำหรับผม

            คือโหวหวังมันเก่งกว่าคู่ต่อสู้แน่ ๆ มี่หวังไม่ได้ทำให้โหวหวังลำบากได้เลยแม้แต่น้อย

            แถมคู่อื่น ๆ มันก็ไม่ต่างกับคู่ของโหวหวังเลยกันน่ะสิ มันไม่มีแม้แต่คนเดียวที่ทำให้ผมรู้สึกว่าอยากลุกขึ้นยืนมองให้ชัด ๆ

            ยิ่งพอถึงรอบบ่าย คิมบีโฮที่หลายคนเฝ้ารอจะดูดันชนะอย่างง่ายดายเหมือนเดิม

            จางลี่ชิวคู่ต่อสู้ของหมอนั่นถึงกับประกาศยอมแพ้ก่อนแบบไม่คิดแม้แต่จะสู้เลยด้วยซ้ำ

            ไม่ต้องเดาเลยว่าสภาพยัยคนนั้นก่อนแข่งคงแย่ไม่ต่างจากผักเหี่ยวกลางแดดเปรี้ยง

            แม้แต่โอสถหมื่นทิพย์หกประการก็ยังช่วยไม่ทัน แบบนี้จะให้ฝืนสู้ไปก็คงแค่เพิ่มบาดแผลเปล่า ๆ ผมเองก็เห็นด้วยที่เธอเลือกถนอมร่างไว้ก่อน

             

            ส่วนเฟิงป๋ายหยุ่น.. เฮ้อ.. พูดยังไงดีล่ะ การประลองของเขาสั้นกว่าช่วงรอคิวที่ร้านสะดวกซื้อซะอีก

            แม้มันจะยังเจ็บจากการต่อสู้กับตงเสวี่ยซานเมื่อวานอยู่ แต่พอเห็นว่าคู่ต่อสู้ของเขาเป็นใครก็รู้เลยว่าระดับมันคนละชั้นจริง ๆ เฟิงป๋ายหยุ่นเลยชนะไปในเวลาที่แบบ ระ..เร็ว

            แบบนี้เรียกว่าอากาศยังไม่ทันได้เปลี่ยนสีเลยด้วยซ้ำ พระอาทิตย์ยังไม่ทันกลายเป็นส้มเลย การประลองวันนี้ก็จบลงแบบน่าเบื่อสุด ๆ

            ทุกอย่างมันน่าเบื่อจนผมรู้สึกว่าการมานั่งอยู่ที่ห้องก็ไม่ต่างกัน ผมเลยกลับไปที่ห้อง

            แล้วพอมาถึงห้อง.. ถามว่าผมไม่มีอะไรทำใช่ไหม

            ตอบได้คำเดียว

            ว่า.. ช่าย.. ไม่มีอะไรทำสุด ๆ ไปเลย

            จะฝึกก็ฝึกไม่ได้ เพราะพรุ่งนี้ผมต้องลงแข่งเป็นคู่แรก จะนั่งปรับลมปราณ ก็ผมยังไม่ได้ประลองหรือเดินพลังปราณเลย จะมีอะไรให้ปรับ

            สิ่งที่ผมทำก็มีแต่หยิบของที่อยู่ในแหวนมิติขึ้นมาดู

            นั่งก็คือ..

            บัตรผู้ทรงเกียรติของตระกูลฮู

             

            ตอนแรกก็กะว่าจะลองไปเที่ยวเล่นวันที่เข้ามีงานประมูลอยู่หรอก

            แต่ก็นะ..

            ต่อให้จะเป็นทายาทเจ้าของท่าเรื่อง แต่เงินทั้งหมดดันอยู่กับท่านย่าน่ะสิ

            ต่อให้อยากประมูลอะไรก็คงไม่มีเงินประมูลแข่งกับใครหรอก

            หรือต่อให้อยากลองซื้อข่าวสาร.. แล้วผมจะซื้อข่าวอะไรล่ะ?

            ผลแพ้ชนะของบอลเซเรียอา (Serie A) เหรอ?

            ให้ตายเถอะ..

            ถึงต่อให้อยากรู้อันดับคะแนน แต่ข่าวนอกทวีปแบบนั้นก็ไม่น่าจะมีขาย หรือต่อให้มีก็น่าจะแพงน่าดู ผมจ่ายไม่ไหวหรอก

             

            และในระหว่างที่ผมกำลังนั่งเบื่อ ๆ เซ็ง ๆ เรื่อยเปื่อยอยู่

            ก็มีชุดน้ำชาวางลงบนโต๊ะตรงหน้าพร้อมกับมีคนรินให้ผมคนเดิม

            “คิดอะไรอยู่หรือเจ้าค่ะ?”

            หลินซินพูดกับผมก่อนจะยกจอกน้ำชานั้นให้ผม

             

            “ข้าเพียงแต่เบื่อน่ะ”

            ผมพูดพร้อมถอนหายใจ แล้วรับจอกน้ำชาที่เธอยื่นมาให้

            หลินซินไม่ได้พูดอะไรต่อ.. เธอแค่ยืนนิ่งอยู่ข้าง ๆ ผมเหมือนเงาที่สงบนิ่ง

             

            บางทีก็แอบสงสัยนะ..

            ว่าคนเรานี่มันจะนิ่งได้ขนาดนี้เลยเหรอ

            ถ้าเปลี่ยนเป็นซุนโหวหวังมาอยู่ข้างผมตอนนี้ คงได้ลากผมไปเที่ยวหอบุปผาแน่ ๆ

            และผมคงไม่ไป

            ก็อย่างที่พวกนายรู้ ว่าผมมีอดีตที่ไม่ดีกับหอบุปผาสักเท่าไหร่

            แล้วถ้าเปลี่ยนเป็นเพื่อนคนอื่น

            อย่างเช่น..

            เช่น..

            ขอโทษที ผมมันคนเพื่อนน้อย

            แต่ก็นั่นแหละ..

            พอเป็นหลินซิน..!

            เธอแค่นั่งเงียบ ๆ แล้วรินชาให้ใหม่อย่างใจเย็น

            เธอเป็นเหมือนเสียงฝนตกในคืนที่ไม่มีใครนอนหลับลงได้ง่าย ๆ นุ่ม เงียบ แต่เย็นซ่านแปลก ๆ ในใจ

             

            พอดื่มไปอึกหนึ่ง ผมก็วางจอกลง ก็นึกได้ว่าเคยพูดอะไรกับเธอเมื่อคืน ผมเลยพึมพำเบา ๆ ถามไป

            “เจ้าอยากไปช็อปปิ้งไหม?”

             

            เธอหันมาชำเลืองนิดหน่อย

            “เจ้าค่ะ?”

             

            “เดินตลาดไง.. เจ้าอยากไปเดินเที่ยวหน่อยไหม?”

             

            “หลินซิน? เดินตลาดกับนายน้อย?”

            เสียงเธอเบาเหมือนกำลังถามว่า 'แน่ใจเหรอว่าจะพาแมวขี้อายไปดูพลุกลางเมือง'

             

            “ก็ข้าเบื่อ..

            และข้าก็อยากไปเปิดหูเปิดตาบ้าง แล้วเจ้าก็ต้องไปเป็นเพื่อนข้า”

            ผมแกล้งตอบพลางลุกขึ้นยืน ยืดเส้นยืดสายแล้วตบบ่าตัวเองสองที

             

            “นายน้อยควรพักผ่อน พรุ่งนี้มีแข่งแต่เช้านะเจ้าคะ”

            สายตาที่เธอมองมานั่นกึ่งสงสัยและกึ่งปฏิเสธกลาย ๆ

             

            “วั.น...นี้...ทั้.ง...วั.น...ข้.า...ไ.ม่...ไ.ด้...ทํ.า...อ.ะ...ไ.ร...เ.ล.ย...!

            แล้วเจ้าคิดว่าข้านั่งอยู่ตรงนี้ไม่ได้พักเรอะ..

            นี่มันพักจนข้าจะกลายเป็นเครื่องตกแต่งห้องไปแล้วนะ”

             

            หลินซินนิ่งไปอึดใจ..

            เธอจ้องตาผม ผมสบตาเธอเหมือนกำลังแข่งจ้องตากัน

            แต่ผ่านไปเพียงห้าวินาทีฝ่ายนั้นก็หลบตาก่อนจะก้มหน้าเบา ๆ

            “จะ..เจ้าค่ะ..”

            น้ำเสียงของเธอก็แบบ.. หน่ายใจปนรำคาญละมั้ง ซึ่งผมก็ไม่ได้สนใจในเรื่องนั้นสักเท่าไหร่

             

            ผมยิ้มเล็ก ๆ เธอไม่ปฏิเสธ ซึ่งแน่นอนต่อให้เธอปฏิเสธยังไงก็จบลงเหมือนเดิม

            .

            .

            ถนนในเมืองช่วงหัวค่ำหลังจบงานประลอง กลับกลายเป็นอีกโลกหนึ่งที่ต่างจากตอนกลางวันราวฟ้ากับเหว

            เสียงตะโกนขายของ เสียงหัวเราะของเด็ก ๆ กลิ่นน้ำมันทอด กลิ่นเนื้อย่างโชยมาพร้อมกลิ่นใบไม้รมควันของยาจีน โคมแดงถูกจุดเรียงรายตั้งแต่หน้าสนามประลองยาวไปจนถึงสำนักการค้าตระกูลฮู

            คนในเมืองต่างแต่งตัวสวยงาม บ้างก็ออกมาเดินเล่น บ้างก็เลือกซื้อเครื่องรางตามร้านเร่ริมทาง บ้างก็หยุดยืนดูนักแสดงงิ้วเร่ที่เล่นอยู่กลางลาน

            พูดตามตรง..

            บรรยากาศตอนนี้น่าดูกว่าการประลองทั้งวันมามัดรวมกันซะอีก

            อ้อใช่..

            แน่นอน.. ว่าผมไม่เห็นปิ่นปักผมหรือกระทั่งพู่หยกของตระกูลฮู่ที่ประกาศขายบนเวทีประลองในวันนั้นมีคนใส่หรือสวมสักอันเดียว

             

            ผมเองก็เดินเรื่อยเปื่อย มองซ้ายทีขวาที ด้วยความตื่นเต้น

            บรรยากาศในตลาดนี่แทบจะเหมือนงานวัดในทวีปเก่าเลย มันทำให้ผมหยุดดูของขายเล่นบ้าง ดูคนแสดงกายกรรมบ้าง เพลินสุด ๆ

            ส่วนอีกคนที่เดินอยู่ข้าง ๆ น่ะเหรอ..

            เอ่อ..

            เธอเงียบสุด ๆ ไปเลย

            เงียบแบบ..

            เงียบยิ่งกว่าเสียงลมในหุบเหว

             

            หลินซินก้มหน้าก้มตาเดินไม่มองใครไม่สบตาอะไรเลย มือหนึ่งจับชายแขนเสื้อ อีกมือจับชายชุดไว้เหมือนกลัวปลิว ทั้งที่ลมแทบไม่มี แถมยังเว้นระยะจากผมประมาณครึ่งช่วงแขนราวกับกลัวว่าคนจะมองว่าเราเดินมาด้วยกัน

            บางทีก็อดคิดไม่ได้ ว่าเธอคงไม่ชอบสถานที่แบบนี้มั้ง มันอาจเสียงดังเกินไป คนเยอะเกินไป สว่างเกินไป หรืออาจจะหนวกหูเกินไปสำหรับเธอ

            และผมเองก็คงบังคับเธอมาโดยไม่ได้ถามเลยว่าเธออยากมารึเปล่า

             

            ผมหันไปมองเธออีกรอบ

            และได้แต่ถอนใจในใจเงียบ ๆ

            ผมคงผิดเองที่บังคับให้เธอมาเดินกับผม

            ผมแค่อยากให้เธอออกมาเดินเปิดหูเปิดตาบ้าง อยากให้เธอรู้ว่านอกจากความเงียบสงบภายในห้อง มันมีความรื่นเริงแบบอื่นกำลังสนุกอยู่

            แต่ก็นั่นแหละ..

            ความสนุกของแต่ละคนมันไม่เหมือนกัน

            อย่างน้อยสำหรับหลินซินก็ไม่ใช่แบบนี้

             

            และเพื่อไถ่โทษในความรู้สึกผิดของผม ผมเลยลองเอ่ยถามเธอดู

            “เจ้าชอบตุ๊กตาไหม?”

            ผมพูดพลางยื่นนิ้วชี้ไปทางตุ๊กตาไม้ตัวหนึ่งที่ดูแล้วพวกผู้หญิงน่าจะชอบ

             

            หลินซินเงยหน้าขึ้นช้า ๆ แล้วมองไปทางที่ผมชี้ แล้วเธอก็ส่ายหัวเบา ๆ

            โอเค.. ไม่เป็นไร..

             

            “แล้วอยากได้กระจกสลักลายไหม?”

             

            ส่ายหัวอีกแล้ว..

             

            “ผ้าปักลายมังกรเล็ก?”

             

            ส่ายหัว..

            เธอส่ายหัวจนผมที่พยายามจะหาซื้อของให้เธอรู้สึกท้อ และยิ่งรู้สึกผิดหนักขึ้นเรื่อย ๆ

             

            แต่ในตอนที่ผมกำลังจะเดินต่อไปนั่นแหละ..

            สายตาของหลินซินกลับหยุดอยู่ที่แผงหน้าร้านจุดหนึ่ง

            ตรงนั้นมีของมากมายวางเรียงกัน ทั้งกระจกสลัก หวีไม้ และกล่องเก็บของเล็ก ๆ

            แต่สายตาของเธอกลับมองกล่องไม้ทรงเรียบกล่องหนึ่งที่อยู่ริมสุด

            กล่องนั้นเป็นไม้จันทน์ไม่เคลือบสี ลวดลายที่ฝาสลักด้วยมือ เป็นรูปพยัคฆ์ขาวตัวหนึ่งคาบกระบี่อยู่ที่ปาก ตรงโก่งกระบี่ฝังหยกสีอ่อนหนึ่งเม็ดไว้ตรงกลาง กล่องด้านในแบ่งช่องเล็ก ๆ สำหรับเก็บด้าย เข็ม และอุปกรณ์เย็บผ้าทั่วไป

            เธอมองมัน.. นานกว่าปกติ

            ไม่ได้พูดอะไร

            ไม่ได้ยื่นมือไปหยิบ

            แต่นานพอที่ผมจะสังเกตได้

             

            “เจ้าชอบกล่องนั้นรึ?”

            ผมเอ่ยถามออกไปด้วยความหวังเล็ก ๆ

             

            เธอเหมือนเพิ่งรู้ตัวว่าผมมองอยู่ หลินซินเลยรีบเบือนหน้ากลับแล้วส่ายหัวเร็ว ๆ หนึ่งที แต่ก็ไม่ได้ก้าวต่อ

            แต่สายตาแบบนั้น..

            มันไม่ใช่สายตาของคนไม่สนใจแน่นอน

             

            ผมไม่ได้พูดอะไรอีก ด้วยรู้ว่าฝ่ายนั้นเป็นนักส่ายหัวมืออาชีพขั้นสุด

            ผมเลยเลือกเดินไปหยิบกล่องนั้น แล้วคุยกับแม่ค้าสั้น ๆ ก่อนจะจ่ายเงินตามราคา

            จากนั้นก็เดินกลับมายื่นให้เธอ

            “ถึงข้าไม่รู้ว่าเจ้าจะใช้มันทำอะไร..

            แต่เจ้ามองมันตั้งหลายอึดใจ..

            ถือเสียว่าเป็นรางวัลและของขอโทษสำหรับการยอมมาเดินตลาดกับข้าก็แล้วกัน”

             

            หลินซินเงยหน้าขึ้นนิดหนึ่ง เหมือนอยากพูดบางอย่าง แต่ก็ไม่ได้พูด

            เธอเพียงยื่นมือมารับกล่องนั้นไว้ เงียบ ๆ แล้วผงกหัวเบา ๆ เหมือนเคย

            ผมยิ้มจาง ๆ อย่างน้อยรอบนี้เธอก็ไม่ได้ส่ายหัวแล้ว

            ก่อนที่ผมจะเริ่มออกตัวเดินอีกครั้ง

            เพราะอีกไม่กี่เมตรก็ถึงสถานที่..ที่เป็นเป้าหมายของเราแล้ว

            เหนือบานประตูไม้ประดับทอง สลักป้ายโลหะสีทองแดงเป็นตัวอักษรชัดเจน

            สมาคมการค้าตระกูลฮู

             

            ว่ากันว่าหากอยากซื้อของดี ไม่ว่าของกิน ของใช้ สมุนไพร หรือแม้กระทั่งอาวุธระดับสูง แค่พูดชื่อสมาคมการค้าแห่งนี้ ก็เหมือนเดินเข้าไปในโกดังสมบัติโบราณที่ยังมีคนคอยเติมของเข้าอยู่ทุกวัน

            แต่อย่างว่าแหละ..

            ของดีไม่ได้แปลว่าผมสนใจเสมอไป เหมือนปิ่นปักผมกับพู่หยกที่ปั้นเป็นรูปสุนัขหิวแฟ็บนั่นแหละ

             

            พอเดินผ่านประตูเข้าไป เราก็เข้าสู่โถงชั้นหนึ่งซึ่งเต็มไปด้วยของบริโภคแบบพรีเมียมทันที

            ข้างล่างนี่แทบจะถอดแบบมาจากฟู๊ตครอสตามห้างก็ไม่ปาน

            กลิ่นหอมฉุนจากเนื้ออสูรย่างไฟโชยออกมาจากซุ้มขนาดย่อมในโซนอาหาร

            กล่องผลึกบรรจุผลไม้พันธุ์พิเศษที่ปลูกด้วยปราณ แวววาวอยู่เต็มไปหมด

            ที่โซนด้านขวายังมีตู้กระจกโชว์เนื้อแดงลายมันเงาราวกับหยก สลักป้ายเล็ก ๆ ว่า 'เนื้อวัวฟ้าคำราม' พร้อมระบุแหล่งล่าและระดับของอสูร ซึ่งราคาแพงใช้ได้

            ทุกอย่างดูดีนะ..

            แต่ก็ไม่ต่างจากตลาดรวมร้านหรู ๆ เท่าไหร่

            ต่างกันตรงที่ของพวกนี้มันน่ากลัวเกินกว่าจะซื้อ และผมไม่ได้ตั้งใจมาซื้ออะไรอยู่แล้ว แค่อยากมาเปิดหูเปิดตาแก้เบื่อเล่นก็เท่านั้น

             

            ด้านหลินซินเองก็ไม่ได้ชะเง้อมองอะไรเป็นพิเศษ นอกจากขยับกล่องไม้ในมือให้กระชับขึ้นเล็กน้อยเหมือนกลัวจะหล่น

             

            แต่พอขึ้นมาถึงชั้นที่สอง เท่านั้นแหละ

            ผมรู้ทันทีว่าการเดินผ่านแบบที่ผมทำกับชั้นแรกจะไม่เกิดขึ้นอีก

            สายตาของหลินซินชะงักกับทุกซุ้มที่มีด้ายสีสดวางเรียงเรียบร้อยในกล่องแก้ว

            แล้วก็อย่างที่พวกนายรู้.. เธอไม่พูดหรอก ไม่เคยพูดอยู่แล้ว ไม่ได้ชี้ ไม่ได้ชวน ไม่ได้บอกว่าชอบหรืออยากได้อะไรสักอย่างแม้ว่าเธอจะสนใจ

            แต่สายตาน่ะ..

            เธอมองแบบค่อย ๆ ไล่ทีละสี คล้ายกำลังพิจารณาอย่างเงียบ ๆ บางครั้งก็เหลียวหลังกลับไปมองอีกที ก่อนจะรีบเบือนหน้าเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

             

            ก็เลยเป็นหน้าที่ผมไง..

            ผมเลยเดินแยกออกไปอีกด้านเงียบ ๆ แล้วกลับมาพร้อมมัดด้ายไหมแปดสีที่เธอมองนานกว่าชาวบ้านเขาจากนั้นก็วนไปที่ซุ้มขายเข็มเย็บผ้าที่มีมากมายหลายขนาด กรรไกรลายเรียบ ๆ แต่มีความคมระดับตัดด้ายไม่เหลือขุย แม้แต่ตลับเก็บด้ายที่ออกแบบให้หมุนได้โดยไม่พันกัน ผมก็ซื้อให้ทั้งหมด

            ไม่มีชิ้นไหนที่เธอชี้ เอ่อ.. หมายถึงมองน่ะ

            ไม่มีชิ้นไหนที่เธอร้องขอแต่ผมรู้ว่าเธออยากได้ จากเส้นทางของสายตาที่กวาดผ่านและหยุดลงเป็นจังหวะ

            ยอมรับตามตรง.. นี่ไม่ใช่นิสัยปกติของผมหรอก

            แต่กับคนอย่างหลินซินที่ไม่เคยขออะไรใครเลยจริง ๆ แค่ต้องสังเกตให้ดีว่าเธอมองอะไร

            เพราะนั่นคือการตะโกนในแบบของเธอ

             

            เธอไม่ได้พูดอะไรแม้ตอบรับของมาแค่ก้มหน้าเงียบ ๆ แล้วอุ้มไว้แนบอกเหมือนกลัวของจะหาย

            กล่องไม้จากร้านเร่เมื่อครู่ถูกวางไว้ด้านในสุด ขณะที่พวกห่อสินค้าอย่าง เข็ม ด้าย กรรไกรค่อย ๆ ถูกซ้อนเข้าไปทีละชิ้นอย่างทะนุถนอม

            ผมไม่แน่ใจว่าเธอดีใจหรือเปล่า เพราะเธอแทบไม่แสดงสีหน้าเลยตอนผมยื่นให้เธอ

            แต่ดูจากท่าทางการเดินของเธอที่ความประหม่าค่อย ๆ คลายลงแล้ว

            ก็เหมือนเธอจะชอบมั้งนะ

             

            แล้วในตอนที่ผมกำลังจ่ายเงินค่าด้ายสีแดงที่เป็นเฉดเดียวกันกับเสื้อสำนักของผม

            สายตาของผมก็ได้กวาดมองไปที่ป้าย..ป้ายหนึ่ง ที่ทำเอาความสนใจของผมถึงกับดีดตัวขึ้นอย่างหยุดไม่อยู่

            ไม่ใช่ป้ายที่เขียนว่า 'ลดล้างสต๊อก' หรือ 'ซื้อหนึ่งแถมหนึ่ง'

            แต่เป็นป้ายที่เขียนไว้ว่า 'สินค้านำเข้าจากนอกทวีป'

             

            ผมยื่นมือจ่ายเงินให้กับพนักงานขายแล้วจึงหันไปทางหลินซิน

            “เจ้ารอเงินทอนแล้วค่อยตามข้ามา..

            ข้าขอไปดูอะไรตรงนั้นสักแป๊บ”

             

            หลินซินมองมาทางผมแล้วก็หันมองตามผมไป

            เธอแสดงสีหน้าเหมือนสงสัย แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรเพียงผงกหัว

            ส่วนผมก็ไม่ได้สนใจอะไรเธอหลังจากนั้น ได้เดินดิ่งตรงไปที่โซนขายของนอกทวีปในทันที

             

            ของที่ขายในโซนนี้นั้น จะบอกว่ายังไงดีล่ะ

            หากเป็นพวกนาย ก็คงบอกได้ว่ามาเดินห้างธรรมดาล่ะมั้ง แต่สำหรับผมนั้นมันให้ความรู้สึกที่แบบ.. เอ่อ.. เหมือนได้กลับบ้านล่ะมั้ง

             

            ของที่ขายนั้นจักเรียงเหมือนห้างในทวีปเดิมของผมเลย

            มีพวกหุ่นลองชุดแบบที่เคยเห็นทั่วไปในสมัยก่อนที่ดูธรรมดา แต่พอมาเห็นตอนนี้มันกลับทำให้ผมตื่นเต้นใช่เล่น

            ไม่ใช่แค่นั้น..

            มันยังมีพวกโซนขายบอร์ดเกม อุปกรณ์กีฬา ของเล่นต่าง ๆ

            และแน่นอน สิ่งที่ทำให้ผมตื่นเต้นที่สุดก็คือพวกอุปกรณ์กีฬา

             

            ผมเดินดิ่งเข้าไปในโซนขายอุปกรณ์กีฬาราวกับต้องมนตร์

            ข้างในโซนนี้เรียกว่าแทบจะมีอุปกรณ์กีฬาทุกกีฬาที่ผมนึกออก

            ไล่ตั้งแต่ ไม้แบด โต๊ะปิงปอง ลูกบาส ลามไปจนถึงลูกฟุตบอล

            พอเห็นลูกฟุตบอล..

            อยู่ ๆ ใจของผมก็เกิดคาดหวังขึ้นมา..

            แล้วด้วยความคาดหวัง ผมจึงได้เดินดิ่งตรงเข้าไปข้างในลึกยิ่งขึ้น พลางชะโงกหน้าหาสิ่งที่ผมหวังว่าจะมี

             

            แล้วก็เจอ!! เป็นของที่เล่นเอาผมตาค้าง

            เป็นสิ่งที่ทำให้หัวใจของผมเต้นโครม ๆ

            เสื้อบอล AC Milan ฤดูกาลใหม่ป้ายแดง!

            เป็นเสื้อบอลที่มีทุกอย่างครบ ทั้งป้ายทีม โลโก้สปอนเซอร์ เบอร์เสื้อแบบถูกลิขสิทธิ์ซะด้วย!

            แต่สิ่งที่ทำให้ผมแทบเดินกลับออกไปไม่ได้เลยก็คือ!

            เบอร์ 9 ชื่อ 'Gonzalo Higuaín' ปักไว้อย่างสง่าผ่าเผย

            ใช่.. ฮิกัวอิน! ผมจำได้ว่าเคยเห็นชื่อนี้ในทีมอื่น แต่ก็มั่นใจระดับหนึ่งว่า เขาไม่เคยรู้มาก่อนว่าเขาจะย้ายมามิลาน

             

            เอาน่า.. ผมรู้ ๆ ตอนนั้นอย่าลืมว่าผมยังอยู่ที่ยุทธทวีป ไม่ได้มีช่องฟุตบอลถ่ายทอดสด ไม่ได้มีผลฟุตบอลให้ดูตามเน็ต

            แต่พอมารู้ทีหลัง..

            ผมก็อยากเอาความตื่นเต้นของผมในตอนนั้นกลับมาเหมือนกันนั่นแหละ

            เชื่อผมเถอะ..

             

            แต่ตัวผมในตอนนั้นที่ไม่รู้เรื่องอะไรน่ะเหรอ

            ก็แบบ..

            ชี้นิ้วไปที่เสื้อตัวนั้นพร้อมพูดด้วยท่าทางตื่นเต้น

            “เอาเสื้อตัวนี้! ข้าจะเอาเสื้อนี้ไปนอนกอด!”

            ผมหยิบเสื้อขึ้นมาแบบแทบไม่ดูราคา ก่อนจะเดินไปจ่ายเงินเหมือนโดนสะกดจิต

            ไม่รู้หรอกว่าคนขายโก่งราคาหรือเปล่า ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเสื้อเบอร์คนนั้นจะทำร้ายแฟนมิลานขนาดไหน

            แต่ตอนนั้นผมรู้แค่ว่า.. ถ้าผมปล่อยให้มันอยู่บนแผงต่อไป ผมอาจจะนอนไม่หลับทั้งคืน

            ช่าย.. ช่าย..

            น่าอายชะมัด

    คล้ายกับเรื่องร่างสถิตราชันมังกร : God Spirit ที่คุณอ่าน

    ระบบเจ้าสำนัก **จบแล้ว**

    ระบบเจ้าสำนัก **จบแล้ว**

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    873K 2049
    จุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】

    จุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    3.06M 3586
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    THe Superman

    THe Superman

    นิยาย แฟนตาซี
    333K 566
    Legend of God Soul ตำนานจิตวิญญาณเทพเจ้า

    Legend of God Soul ตำนานจิตวิญญาณเทพเจ้า

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    173K 135
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    บันทึกสงครามวอร์เทนเนีย (Wortenia Senki)

    บันทึกสงครามวอร์เทนเนีย (Wortenia Senki)

    นิยาย แฟนตาซี
    64K 246
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    คัมภีร์ลับแห่งฉางอัน [แปลจบแล้ว]

    คัมภีร์ลับแห่งฉางอัน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    388K 744
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271