ตอนที่ 11 รักร้าย ยัยรุ่นน้อง
เช้าวันจันทร์เริ่มต้นขึ้น ร่างเล็กเล็กที่ยังนอนงัวเงียภายใต้ผ้าห่มบางๆ ลายเสืออย่างคนขี้เซา เพราะเมื่อคืนฉันดันอ่านนิยายจนดึกเพลินลืมดูเวลา รู้ตัวอีกทีก็ตื่นมาสะแล้วไม่รู้ว่าเผลอหลับไปตอนไหน ถ้าได้คลั่งไคล้เข้าแล้วอ่านไม่จบมันนอนไม่ได้จริงๆ นะ มันค้างๆ อ่า
“มิกกี้ มิกกี้ มิกกี้ ตื่นได้แล้วลูก ”
น้ำเสียงของแม่ดังกระหึ่มท่วมห้องพร้อมกับเสียงเคาะประตูหน้าห้องเสียงดัง
ปัง ปัง ปัง
“ค่ะ ค่ะ รู้แล้วคะแม่ ตื่นแล้ว ตื่นแล้วค่ะ ”
ฉันตอบะโผ่านแผ่นไม้อัดออกไป แน่นอนแม่ได้ยินเสียงของฉัน
เสียงดังปั๊บ ฉันรีบเอามือทั้งสองปิดหูไว้เพราะไม่อยากได้ยินเสียงนี้มันชั่ง ชั่ง…..
กวนใจเหลือเกิน
ถ้าคุณโดนใครปลุกจากฝันดีคุณจะรู้
ฉันตอบแม่ไปทั้งที่จริงผ้าห่มยังคลุมอยู่บนตัว และทำไงได้ล่ะ การเป็นักเรียนนี้มันอึดอัดเสียจริง ฉันอยากจะเรียนจบเร็วเร็วแล้วขึ้นมหาลัยเลยได้ไหม จะได้ย้ายไปพักอยู่คอนโดไกลๆ
และไม่ต้องมาทนฟังเสียงแหลมของแม่แบบนี้
เฮ้ย ……………
เด็กแสบบ่นพรึมพรำในใจ
มิกกี้รีบดีดตัวออกจากฟูกนอน ก่อนที่มันจะดึงดูดร่างน้อยๆ ให้กลับไปนอนเป็คนขี้เซาต่อ
มิกกี้ใช้เวลาไม่นานกับการจัดการตัวเองให้เรียบร้อยทุกอย่าง แล้วก็รีบเดินลงมาข้างล่างพร้อมเครื่องแบบในชุดนักเรียนชั้นมอปลาย กับกระเป๋าเป๋ทรงสี่เหลี่ยมสะพายหลังข้างในกระเป๋าค่อนข้างจะรกรุงรังเต็มไปด้วยหนังสือและสมุดปาก ดินสอ อุปกรณ์เครื่องเขียนที่ถูกซื้อจัดเตรียมไว้ให้อย่างเพียบพร้อม แต่ตอนนี้ของทุกอย่างมันได้กระจัดกระจายไร้ทิศทางการวางที่เป็ระเบียบเรียบ
“ขึ้นรถเลยเ้าหนู สายแล้ว ไม่ทันแล้ว ขึ้นรถเลย ”
น้ำเสียงดุดัน ที่รู้สึกหงุดหงิดจนรับรู้ได้ของพี่เมย์นี่ ที่เธอต้องคอยทำหน้าที่มารับมาส่งน้องสาวที่ซนแสนแสบแบบฉัน ก็ชื่อนี้พี่เมย์เธอเคยเป็คนพูดมันออกมาแบบนั้นจริงๆ นี่น่าแล้วก็มีหลายเสียงที่ยืนยันว่าฉันเป็แบบที่เขาพูด
แต่ฉันว่าฉันก็เหมือนเด็กปกติทั่วๆ ไปนะ มันก็ต้องมีกันบ้าง แค่นี้ฉันก็จะบ้าตายอยู่แล้ว กฎระเบียบอะไรเยอะแยะมากมายที่ฉันต้องทำ เกิดเป็ลูกคนรวยที่มีชื่อเสียง มันไม่ได้ดีเหมือนที่ทุกคนคิดหรอกนะ ฉันจะบอกให้ ใช่มันอาจจะดูเท่ มีอำนาจ แต่มันก็ต้องแลกอะไรบางอย่างในชีวิตไปด้วยเหมือนกัน ความคิดแว็ปหนึ่งมันก็แล่นผ่านเข้ามาสมอง
รถสปอต์คันหรูสีขาวที่ถูกเคลือบแก้วจนจับเงา ขาวเนี้ยมอย่างไร้ที่ติ ขับเฉี่ยวฉ่ายบนถนนใหญ่ด้วยความเร็วของฝ่าเท้าที่เหยียบมิดสุดเข็มไมค์ของพี่เมย์
ณ โรงเรียนบิ้วตี้เฟอเฟค
“เอาล่ะมิกกี้ ถึงแล้ว อย่าก่อเื่ให้พี่ต้องปวดหัวนะ เข้าใจไหมเด็กน้อย เลิกเรียนแล้วพี่จะมารับ ”
หญิงสาวในสุดเดรชสีขาวที่โชว์ร่องอกอึ๋มที่อวบอิ่ม เธอชี้นิ้วสังการเป็การกำชับอีกครั้งถึงความสำคัญ
“โด่ว...... พี่เมย์อ่า รู้แล้วน่ะ มิกกี้โตแล้วนะ ไม่มีอะไรให้ปวดหัวแน่นอน ไม่ก่อเื่ ไม่ ไม่ ไม่ ”
“แบร่ แบร่ แบร่ ไปล่ะดีกว่า ”
ฉันแล่บลิ้นหยักใช่พี่สาวแล้วรีบปิดประตูรถส่งเธอพร้อมส่งจูบโบกไม้โบกมือ ให้พี่เมย์อีกครั้ง พร้อมหน้าตาระรื่นที่ได้มาถึงโรงเรียน เพราะอยู่บ้านโคตรอึดอัดชะมัด ยังดีที่ชีวิตฉันยังมีนิยายที่เป็เพื่อนตายให้ฉันหายเหงาคลายเศร้าได้
“มิกกี้ ขาเป็ยังไงบ้าง ยังเจ็บอยู่ไหม ”
เสียงนี้คุ้นๆ แฮะ
ฉันชะเง้อเหลี่ยวมองไปตามต้นเสียงที่เอ่ยเรียกชื่อ
“ อ้าว พี่แอม……ว่าอยู่เสียงใครคุ้นๆ ขานะหรอ ก็ยังเจ็บอยู่นิดหน่อย แต่ไม่เจ็บเท่าไหร่แล้ว เดี๋ยวก็หาย ”
“ ก็เถอะนะ พี่ก็ยังรู้สึกผิดอยู่ดีที่เป็ต้นเหตุ ”
“ จุ จุ จุ จุ ไม่เอา ไม่เอา เราจะไม่คุยถึงสาเหตุนี้อีก เพราะมิกกี้เองก็โกหกที่บ้านไปเหมือนกันไม่อยากทำให้มันวุ่นวาย ”
มิกกี้ทำท่าทีจุปาก มันเป็สัญลักษณ์ที่บ่งว่าอย่าพูด อย่าพูด พร้อมส่งสายตากำชับอีกครั้ง
“โอเคร 5555 ”
ทั้งคู่หันมามองหน้ากัน พรางก็หัวเราะออกมาอย่างขำขันอามรณ์ดี
“เอาล่ะ หยุดเลย ทั้งสองคน พวกเธอมาสาย ไปเข้าแถวตรงนั้นลงชื่อกับคุณครูฝ่ายปกครองทางนู้น ”
เสียงของคุณครูคนหนึ่งเธอชี้มาที่เราสองคนที่มาสาย สายตาน่ากลัว บุคลิกน่าเกรงขาม บนใบหน้าที่สะอาดสะอ้านของคุณครูฝ่ายปกครอง
“ค่ะครู รู้แล้วค่ะ ”
ฉันตอบกลับครู ด้วยน้ำเสียงเรียบๆ แบบเด็กดี แต่แท้จริงแอบเก็บซ่อนความหงุดหงิดกับอาการเซ็งๆ อย่างไม่สบอารมณ์เอาไว้
ทันทีที่ครูฝ่ายปกครองหันหลังให้พวกเราปุ๊บ ฉันก็รีบคว้าแขนของพี่แอมมาจับไว้แน่น แล้วพาเธอวิ่งหนีออกไปทางหลังโรงเรียน
“ โดดแถว นี่มิกกี้เธอพาพี่ทำอะไรของเธอนี่ มันไม่ตลกนะ ”
“ 5555 เอาน่ะพี่ ครั้งหนึ่ง ขอเถอะ ”
ฉันพาพี่แอมมี่วิ่งหนีอย่างสุดตีน แบบหนีตายจากการโดดครูฝ่ายปกครองตามจับไปลงโทษการมาโรงเรียนสายและตอนนี้กำลังเพิ่มอีกหนึ่งข้อหาคือ โดดแถว เป็ยังไงล่ะ
…………………………………………….
เราจะอยู่ด้วยกันทุกวันในโลกจินตการและสุดท้ายนี้
รู้สึกยังไง
ได้โปรด……………..บอกไรท์ที