บทที่ 15 ไว้วางใจอย่างไร้เงื่อนไข
จี๋ฉงเห็นพลังที่พุ่งเข้ามาก็ไม่หวั่นไหว ดึงหนานลี่มาเป็โล่กำบัง
หนานลี่ที่กลายเป็โล่กำบังอยากจะสบถด่าว่าจี๋ฉงไอ้คนเลว เอาสตรีมาเป็โล่กำบัง ขอให้เ้าไม่ตายดี!
แสงสีทองพุ่งเข้าหาหนานลี่ด้วยความเร็วสูง พร้อมกับพลังทำลายล้าง ฉากนี้ทำให้ใจเป่ยิอินเจ็บแปลบอย่างบอกไม่ถูก เขารีบยกมือยับยั้ง
เห็นได้ชัดว่า ถึงแม้เขาจะเห็นหนานลี่อยู่กับจี๋ฉง และนางอาจเป็คนของจี๋ฉง แต่หัวใจของเขากลับเต้นแรงอย่างไม่อาจควบคุม เขาไม่อยากเห็นหนานลี่ได้รับาเ็
ภาพที่หนานลี่วิ่งหนีอย่างเอาเป็เอาตายบนหิมะและภาพที่นางหมดแรงล้มลงกับพื้นพื้นผุดขึ้นมาในหัวของเขา ปีศาจน้อยตนนี้พลังบ่มเพาะยังอ่อนแอ ไม่สามารถทำร้ายเขาได้ ฉะนั้นเื่ที่เป็สายลับจึงไม่น่าเป็ไปได้
เป่ยิอินยกมือขึ้น แสงสีทองหยุดลงตรงปลายจมูกหนานลี่ แล้วก็ค่อยๆสลายไป หนานลี่ค่อยๆลืมตาขึ้น ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
"อ๊อก!" เป่ยิอินเอามือกุมหน้าอก อาเจียนเป็เื
"ศิษย์พี่!" สุ่ยเซียนใมาก นางไม่คิดว่าเป่ยิอินจะหยุดวิชากะทันหัน การหยุดวิชาเช่นนี้จะทำให้ผู้ใช้ได้รับผลกระทบ นางไม่อยากเชื่อเลยว่าเขาจะยอมทำถึงขนาดนี้เพื่อปีศาจน้อยที่รู้จักกันได้ไม่ถึงเดือน ความใจดีที่เขามีต่อหนานลี่ทำให้นางรู้สึกอิจฉา
"ข้าไม่เป็ไร!" เป่ยิอินยกมือขึ้น ปัดมือของสุ่ยเซียนออก จ้องหนานลี่ที่ถูกจี๋ฉงกอดไว้ไม่วางตา เขาดูออกว่าหนานลี่กำลังฝืน ชัดเจนว่านางกำลังถูกบังคับ
"เ้าปล่อยนางเถอะ ข้าจะสู้กับเ้าเอง" เป่ยิอินยกมือขึ้นเช็ดเืที่มุมปาก ยืดอกพูดด้วยน้ำเสียงเย็นะเื
"ฮ่าๆๆ ไม่คิดเลยว่า ... เ้าจะสนใจปีศาจบุปผาที่ยังอ่อนต่อโลกขนาดนี้ คนข้างนอกต่างก็ลือกันว่าเ้ากับศิษย์น้องหญิงคือคู่รักเซียน แต่ดูเหมือนว่าจะไม่ใช่แบบนั้น " จี๋ฉงมองหนานลี่อย่างเ้าชู้ "เป่ยิอิน เ้าสนใจนางขนาดนี้ ไม่กลัวว่าจะเป็การเปิดเผยจุดอ่อนให้ข้ารู้หรือ"
สุ่ยเซียนกำมือแน่น คำพูดของจี๋ฉงเท่ากับการตบหน้านางอย่างแรง
เป่ยิอินทำหน้าเรียบเฉย "จี๋ฉง เ้าคิดมากไปแล้ว นางเคยช่วยชีวิตข้า ข้าจะสนใจนางก็ไม่เห็นแปลก ข้าไม่เหมือนกับปีศาจบางตนไร้หัวใจ ทำทุกอย่างเพื่อให้ตัวเองแข็งแกร่ง ฆ่าแม้กระทั่งพวกเดียวกันเอง!"
สีหน้าของจี๋ฉงมืดครึ้มลงทันที เพื่อที่จะเพิ่มพลังให้ตัวเอง เขาฆ่าปีศาจที่มีพลังบ่มเพาะสูงไปมากมาย แล้วแย่งชิงแก่นปีศาจของพวกมันมา
ในยุคที่ผู้แข็งแกร่งเท่านั้นถึงจะอยู่รอด เขาไม่คิดว่าการทำแบบนี้มีอะไรผิด อย่าบอกนะว่าในสำนักเซียนน่ะไม่มีการฆ่าแกงกันเอง? ฮ่าๆๆข้าไม่เชื่อหรอก!
"เ้าอย่ามายั่วโมโหข้า หากข้าอารมณ์เสียขึ้นมา ข้าจะฆ่านังปีศาจบุปผาตนนี้ทิ้งเสีย... จุ๊ จุ๊ ..." จี๋ฉงจงใจใช้ปลายนิ้วลูบไล้ไปตามลำคอของหนานลี่
แววตาของเป่ยิอินมืดครึ้มลงทันใด พูดด้วยน้ำเสียงเ็าว่า "จี๋ฉง ... เ้าอยากตายหรือ" เขาเกลียดที่สุดคือการที่ถูกคนอื่นเอ่ยวาจาข่มขู่!
จี๋ฉงมองเป่ยิอินด้วยสีหน้าที่สื่อว่า "แล้วเ้าจะทำอะไรข้าได้?" แต่แล้วเขาพลันปวดแปล๊บที่ข้างหลัง แล้วจู่ๆวิสัยทัศน์ก็เคว้งคว้าง ร่างกายลอยละลิ่วไปในอากาศ สตรีในอ้อมกอดเขาหายไป เมื่อเหลียวมองไปข้างหลัง ก็เห็นเป่ยิอินกำลังโอบกอดหนานลี่ มองส่งเขาที่ค่อยๆปลิวไปไกลด้วยสายตาเ็า
อีกฝ่ายโผล่มาข้างหลังั้แ่เมื่อไหร่ เหตุใดข้าไม่ทันสังเกตเห็นเลย?
บัดซบ! เป่ยิอินไอ้คนไร้ยางอาย! เ้ากล้าใช้ภาพลวงตากับข้ารึ?
"อีกเจ็ดวัน ให้มาเจอกันที่เดิม ข้าจะสู้กับเ้าให้รู้แพ้รู้ชนะ" เป่ยิอินพูดจบก็หายตัวไป ประตูวิหารเซียนที่ดูทรุดโทรมก็กลับมาส่องประกายสีรุ้งของค่ายกลอีกครั้ง
"ศิษย์พี่!" สุ่ยเซียนถูกทิ้งไว้ตามลำพัง มองประตูวิหารอย่างเหม่อลอย
ส่วนจี๋ฉงที่ถูกตบกระเด็นก็เอามือกุมหน้าอก เขาขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน ลอยละลิ่วอยู่กลางอากาศนานกว่าหนึ่งเค่อถึงสามารถหยุดตัวเองได้ เขาหันหลังบินกลับมายืนด่าอยู่หน้าประตูวิหาร ขณะเดียวกันมองสุ่ยเซียนด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสงสาร
"จุ๊ จุ๊ ข้าดูไม่ออกเลยนะเนี่ยว่าภายใต้รูปลักษณ์เฉกเช่นเทพเซียนของเ้าจะมีไอมารอยู่เต็มไปหมด นี่เ้าเข้าสู่ด้านมืดแล้วหรือ เช่นนั้นไปโลกปีศาจกับข้าหรือไม่ ถึงแม้ว่าเ้าจะเคยเป็คนของเป่ยิอิน แต่เห็นแก่ที่เ้าเป็ปีศาจหญิงงาม ข้าก็ยินดีอ้าแขนรับเ้าโดยไม่คำนึงถึงความแค้นแต่เก่าก่อน"
"เฮ้อ ข้าอยากรู้จริงๆว่าเ้ากลายเป็ปีศาจได้อย่างไร ข้าได้ยินมาว่าเ้าเข้าไปในป่าปีศาจเพื่อหาสมุนไพรให้ศิษย์พี่ของเ้า หรือว่าเ้าถูกไอมารในป่าปีศาจกัดกินพลังเซียนในร่างกาย? "
"ข้าได้ยินมาว่าเป่ยิอินใช้วิธีมากมายเพื่อขจัดไอมารในร่างกายของเ้า หากมีเขาอยู่ด้วยั้แ่ตอนเข้าสู่ป่าปีศาจ เ้าคงไม่กลายเป็ปีศาจหรอก"
จี๋ฉงลูบคางตัวเอง เดินวนรอบสุ่ยเซียน ในฐานะปีศาจด้วยกัน ต่อให้สุ่ยเซียนจะปลอมตัวเก่งแค่ไหน เขาก็ดูออกว่านางกลายเป็ปีศาจแล้ว
ดวงตาของสุ่ยเซียนเป็สีแดงก่ำ ได้ยินดังนั้นก็ยกมือขึ้นรวบรวมไอมารสีดำพุ่งเข้าใส่หน้าของจี๋ฉง
จี๋ฉงเป็ปีศาจอยู่แล้วจึงไม่กลัวไอมาร ทั้งสองคนเริ่มต่อสู้กัน ร่างสีแดงและสีดำกลายเป็หมอกสีดำสองก้อน พัวพันกันและหายไปในชั่วพริบตา
หนานลี่กับเป่ยิอินที่อยู่ในวิหารไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นข้างนอก หนานลี่นั่งอยู่บนเก้าอี้ ข้อมือถูกเป่ยิอินจับไว้ พลังวิเศษของเขาไหลสู่ร่างกายของนาง เข้าชำระล้างแขน ขา กระดูก และอวัยวะภายในของนางอย่างหมดจด
เมื่อเป่ยิอินปล่อยมือ หนานลี่ถึงค่อยรู้สึกตัว แม้ว่านางจะมีพลังพิเศษ แต่ในโลกนี้นางก็ยังอ่อนแออยู่ดี ทำให้นางรู้สึกเสียใจไม่น้อย
"ขอบพระคุณเ้าค่ะ" หนานลี่พูดจบก็ก้มหน้าลง เหมือนกับเด็กที่ทำผิด
เป่ยิอินมองผมเพ้ายุ่งเหยิงของหนานลี่ก็ถอนหายใจเบาๆ น้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความจนใจ "ว่ามาเถอะ"
หนานลี่สารภาพทันที "ข้าไม่รู้จักจอมมาร ถ้าข้าบอกว่าข้าเพิ่งลงจากเขาแล้วก็ถูกเขาจับตัวมาเจอท่าน ท่านจะเชื่อหรือไม่เ้าคะ"
"ตราบใดที่เ้าพูด ข้าก็เชื่อ!"
หนานลี่ได้ยินแบบนั้นก็เงยหน้าขึ้น มองสบตากับเป่ยิอิน ดวงตาสีดำล้ำลึกของเขาเหมือนมหาสมุทรที่กว้างใหญ่ มีดวงดาวมากมายซ่อนอยู่ภายใน ช่างแสนสวยงาม
หนานลี่นึกถึงเนื้อเพลงท่อนหนึ่ง ใจความว่า : แม้เคยเห็นดวงดาว เคยเห็นพระอาทิตย์ตกดินทุกวัน แต่พวกมันก็ยังไม่เปล่งประกายเท่ายามที่ข้ามองตาเ้า หากสามารถใช้ทุกลมหายใจเพื่ออยู่เคียงข้างกันได้ก็คงดี"
หนานลี่รู้สึกตัวจึงรีบไล่ความคิดออกจากหัว พูดต่อด้วยความจริงใจว่า "ม่านค่ายกลที่วิหารเป็ข้าที่ทำลาย ... ท่านไม่โกรธข้าหรือเ้าคะ"
เป่ยิอินลุกขึ้นยืน มองหนานลี่อย่างทะนุถนอม "ในเมื่อเ้ารู้ว่าข้าโกรธ เช่นนั้นก็ไปทำความสะอาดสวนเสีย"
หนานลี่คิดในใจ : แต่น้ำเสียงท่าน ... คล้ายไม่โกรธเลย ทำไมกันนะ?
ระบบ "เป็เพราะพระเอกชอบท่านหรือไม่?"
หนานลี่คิดดในใจ : หุบปากไปเลย!
หนานลี่พยักหน้าอย่างแรง "เ้าค่ะ ข้าจะไปทำความสะอาดเดี๋ยวนี้เลยเ้าค่ะ"
หนานลี่สำนึกผิดอย่างจริงใจ ท่านเซียนแข็งแกร่งกว่าจอมมาร หากไม่อยากถูกเขาตบจนแหลกคามือ ก็ต้องประพฤติตนให้ดี
...
วันเวลาผ่านไป
เฉกเช่นเดิม หนานลี่ทำความสะอาดวิหารทุกวัน เป่ยิอินก็ชงชา อ่านตำรา บางครั้งก็ย่างเนื้อสัตว์ให้หนานลี่กิน
ที่วิหารไม่มีวี่แววของสุ่ยเซียนอีกต่อไป เป็ไปตามที่เป่ยิอินบอกว่าจะให้นางออกไปจากวิหาร
หนานลี่นับวัน เหลืออีกวันเดียวก็จะถึงวันที่ท่านเซียนนัดสู้กับจอมมารแล้ว
หนานลี่ถือไม้กวาดยืนอยู่ที่ศาลาริมน้ำ มองเป่ยิอินที่กำลังอ่านตำรา อาจเพราะสายตาของหนานลี่ร้อนแรงเกินไป เป่ยิอินจึงวางตำราลงมองนางแล้วถามว่า "มีอะไรจะพูดหรือไม่"
หนานลี่พยักหน้า "พรุ่งนี้เป็วันที่ท่านนัดสู้กับจอมมาร ท่านจะชนะใช่หรือไม่เ้าคะ"
เป่ยิอินครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดว่า "แล้ว...เ้าอยากให้ข้าชนะไหม"
หนานลี่ "..."
คำถามนี้แฝงอะไรลึกซึ้งหรือไม่? เหตุใดข้าถึงรู้สึกแปลกๆ
ระบบ "ข้าบอกแล้วไงว่าพระเอกชอบเ้า เ้ายังไม่เชื่ออีก"
หนานลี่คิดในใจ : ข้าเกือบจะทำลายวิหารของเขาแล้วนะ เขายังชอบข้าอีกหรือ สายตาเขามองคนไม่เป็หรือไง
ระบบ "ก็เ้าทำลายไม่สำเร็จ และสุดท้ายเ้าก็ทำให้มันกลับมาเป็เหมือนเดิมด้วยมือตัวเอง"
หนานลี่คิดในใจ : หุบปากไปเลย อย่ามาซ้ำเติมข้า
เป่ยิอินกล่าวว่า "พรุ่งนี้ข้าต้องไปสู้แล้ว เ้ามีอะไรจะบอกข้าหรือไม่"
หนานลี่พยายามคิดแล้วก็พูดว่า "ท่านเซียน ขอให้ท่านเอาชนะจอมมารจี๋ฉงให้ได้ เหยียบมันให้จมดินไปเลย สู้ๆเ้าค่ะ!"
เป่ยิอินคิดในใจ : วิธีให้กำลังใจของนางช่างแปลกใหม่ ไม่เหมือนผู้ใดจริงๆ!