ตอนที่สิบสี่ Sun Burst
Liturgy ธรรมเนียมสังคม
คือทักษะที่ผมเลือกมาไว้ตอนที่ต้องเจอกับพวกขุนนางบ่อยเหลือเกิน
เวลาคนเราโดนไม้ตีหัวบ่อยๆครั้งเข้ามันก็ต้องเกิดอาการจำขึ้นได้กันบ้างและพยายามหาทางแก้ไข
ว่าเราที่มีสถานะเดินดินกินข้าวแกงไม่มียศศักดิ์จะโดน สถานะทางสังคม social standing
ทำให้ติดลบโบนัสในการเจรจาเวลาคุยกับคนสถานะทางสังคมเหนือกว่า
ซ้ำร้ายพวกขุนนางยังได้บัฟค่า cha มากกว่าชาวบ้านทั่วไปและมี
ทักษะการพูด speech
การทูต diplomacy
การโต้แย้งเหตุผลrhetoric
เหนือกว่าชาวบ้านธรรมดา
ทำให้หากเรา้าเจรจาให้ขุนนางยืมม้ากับชุดเกราะและหอกให้เรามาจัดการก็อบลินและจะนำมาคืนด้วยความรวดเร็ว
เราจะโดนข่มขู่ด้วยสถานะทางสังคมการให้เหตุผลต่างๆว่าจำเป็ต้องใช้งานข้าวของต่างๆในปราสาทไม่สามารถส่งกองทหารพลหอกสักสิบคนไปช่วยหมู่บ้านที่กำลังโดนก็อบลินโจมตีได้ด้วยเหตุผลและความจำเป็บางประการฯลฯ
ใช่แล้วครับ
หากการหาข้าวของอุปกรณ์และขอความช่วยเหลือในโลกนี้มันไม่ยากขนาดนี้ผมคงไม่เลือกไปเป็โจรในบางครั้งเพื่อทำภารกิจให้สำเร็จ
แน่นอน DM ก็บอกว่า
“เพราะพวกคุณคือฮีโร่ของโลกนี้นะหากขุนนางแก้ปัญหาให้ พวกคุณจะแสดงความเป็ฮีโร่ได้อย่างไรกัน?”
ครับ
มีความคาดหวังให้พวกเราเป็ฮีโร่โดยการให้จัดการสัตว์ประหลาดแบบแทบจะมาตัวเปล่า
ดังนั้นนำมาสู่สกิล Liturgy ธรรมเนียมสังคม
ที่เราบายพาสค่า cha ของชนชั้นสูงไปโจมตีสถานะทางสังคมและหน้าที่ของพวกเขา
Invoke โต้แย้ง นำ Noble Oblige หน้าที่ของขุนนาง
ให้พวกเขาทำหน้าที่ของตนเองที่ควรจะทำ
แบบเดียวกับคารินแม่ของหลุยส์แห่งหลุยส์ศูนย์สนิทที่อ้างว่าเคารพธรรมเนียมขุนนางมาก
แต่จะแสดงให้เราเห็นในเื่ว่าจะก่อเื่อ้างธรรมเนียมขุนนางในเื่ที่ทำความลำบากให้กับเราเท่านั้น โดยไม่เคยคิดจะใช้กฎเหล็กธรรมเนียมขุนนางนั้นเพื่อผลประโยชน์ของเราหรือแก้ไขปัญหาในเื่แต่ประการใด
ใช้สกิล Liturgy ธรรมเนียมสังคม นี้เสีย
เราก็จะบีบบังคับด้วยธรรมเนียมสังคมให้ขุนนางหรือชนชั้นสูงทำตามที่เรา้าหรือคาดหวังได้
เราใช้ระบบแรงกดดันของสังคมนั่นเอง
แน่นอนเราไม่สามารถใช้ทักษะนี้ได้กับคนที่ไม่ค่อยมี
สำนึกศักดิ์ศรีของขุนนางAristocrat’s pride
หน้าที่ขุนนาง Noble Oblige
แต่ก็เพราะอย่างนี้ล่ะ
ผมถึงได้เลือกทักษะนี้
มันแปลว่าขุนนางหรือคนมีอำนาจที่ไม่ทำตามทักษะนี้ของผมคือคนที่ไม่เคารพกฎของตนเอง ผมจะได้ใช้ดาบฟันหัวได้อย่างไม่เกรงใจ
เรียกว่าคือการกระทำที่เรียกว่า meta gaming อย่างหนึ่ง
ที่เป็การเล่นงาน DM ที่วางแผนให้เราลำบากใจมากกว่าว่าขุนนางที่ทำให้เราลำบากนั้นคือคนที่มีคุณธรรมแค่มีความจำเป็ถึงไม่ช่วยพวกเรา
สกิล Liturgy ของผมก็แค่บังคับให้แต่ละคนทำตามที่สัญญากันไว้เพราทางเทคนิคผมก็ต้องทำอย่างนั้นเหมือนกัน
Barbarian’s honour เกียรติยศของคนเถื่อน
หากสัญญาหรือสาบานอะไรไว้ก็ต้องทำตามนั้น
คำกล่าวสัจจะของคนเถื่อนเหมือนกับเหล็กที่แข็งแกร่งของไคมีเรี่ยน
แข็งแกร่งทนทานแม้อยู่ต่อหน้าเทพเ้าก็ตาม
มีทางเลือกแค่ว่า
คนต้องตายก่อนเหล็กดาบในมือหักก่อนคำสัญญาจะแตกหัก
อันที่จริง ผมเองก็เสี่ยงพอสมควรที่เลือกทักษะที่ไม่ค่อยจะเกี่ยวการต่อสู้โดยตรงและใช้ในสถานการณ์เฉพาะเจาจงได้เท่านั้น
เพราะใช้ได้ผลมากแต่เฉพาะสังคมชั้นสูงและต้องเป็สังคมชั้นสูงที่เคารพกฎระเบียบ
แต่เวลามาใช้กับเกมส์ในระดับเลเวลสูงๆแล้วถือว่ามีประโยชน์มาก
อย่างน้อยก็สามารถบังคับผู้ถูกเลือกของเทพเ้าสายนักสู้ให้มาประลองกันได้ตัวต่อตัวหากจำเป็
หรือสร้างพันธมิตรได้หากผู้นำของแต่ละขุมกำลังมาตกลงทำสัญญาพันธมิตรกัน
เรียกว่านี่คือสกิลโกงที่ทำลายเนื้อเื่ได้ก็ว่าได้Break Narrative
ข้อดีของการที่คุยกับเทพเ้าแห่งดวงอาทิตย์คือทางเทคนิคแม้แต่ละเทพเ้าจะมีข้อปฏิบัติต่างกันพอสมควร
แต่ทางเทคนิค แวมไพร์หรือพวกอันเดทซอมบี้ ิญญาต่างๆนั้นตามโครงสร้างจักรวาล ถูกสาปโดยแสงอาทิตย์
เมื่อเ้านายใหญ่ของคุณไม่ชอบซอมบี้หรือแวมไพร์จนสาปพวกนั้นแล้วล่ะก็
คุณมีเหตุผลอะไรที่จะไม่ปราบแวมไพร์?
แน่นอน มันมีข้อยกเว้นอย่าง
“เทพเ้าอนุญาตให้ทำได้”
อย่างกรณีมัลติเวิร์สกำลังจะถูกทำลายแบบจักรวาลมาร์เวลหรือดีซีที่ทุกคนต้องร่วมมือกัน
คุณเวเนียร์ที่เคยหัวเราะอย่างอารมร์ดีกลับกลายเป็หยิบไปป์อีกครั้งและสูบไปป์ลึกๆอย่างเคร่งเครียด
คนที่เคยยิ่งใหญ่อย่างเขาถึงกลับกล่าวไม่ออก
พระเอกอิเซไคย่อมไม่ชอบการที่คนรอบช้างมาบีบบังคับกดดันให้ตนเองต้องทำหรือมทำอะไรเป็ธรรมดา
“เ้า้าอะไรฟู่”
คุณเวเนียร์ถอนหายใจออกมาหลังจากสูบไปป์เข้าไปลึกๆอีกครั้ง
“ท่านพอมี อาวุธหรือม้วนคาถา sun burst หรือไม่?”