โหลวฉางซีกับสามีที่นั่งอยู่โต๊ะถัดไปไม่ไกลมีฉากกั้นไว้ได้ยินเสียงสนทนากันอย่างชัดเจน คนทั้งสี่ดูเหมือนคิดจะสนทนากันอีกยาวทว่ากลับมีบุรุษผู้หนึ่งวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาหา
“หัวหน้าฉางมีเื่ที่ถนนตะวันตกขอรับ!”
มือปราบฉางรีบผุดลุก“พวกเ้าเร็วเข้า!”
ชายหนุ่มอีกคนรีบยกมือตบต้นแขนสหายที่ทำหน้าเสียดายสุราแรงๆ
“เอาน่า! เดี๋ยวค่อยดื่มใหม่คราวหน้าเ้าก็รู้ว่าหอคณิกานั่นทำเงินให้หัวหน้ามากแค่ไหน?ที่เขามีเงินเลี้ยงเหล้าเราอยู่บ่อยๆ ก็เพราะเงินจากเถ้าแก่ที่นั่น”
คนทั้งสี่ผุดลุกแล้วออกไปจากเหลาสุราอย่างว่องไวไฉซีฮันยกสุราขึ้นจิบ
“ดูเหมือนมือปราบฉางผู้นี้จะรับทั้งค่าคุ้มครองหอคณิกาและรับจ้างทำเื่ชั่วช้าสารพัด”
“ข้าสงสัยจริงว่าอู๋เจี้ยนรู้เื่นี้หรือไม่?”
“เราตามไปกันเถอะข้าชักอยากจะรู้พฤติกรรมคนผู้นี้ให้ละเอียดเสียแล้ว” ไฉซีฮันยกยิ้มมุมปาก คล้ายกับเจอเื่น่าสนใจ”
“กำจัดคนชั่วในคราบมือปราบได้ผู้หนึ่งก็นับว่าได้ช่วยราษฏรให้ปลอดภัยแล้ว”
สองสามีภรรยารีบตามคนทั้งสี่ออกไปโดยมียงฟูหลิวคอยระวังด้านหลัง
มือปราบฉางพร้อมลูกน้องทั้งสามมุ่งหน้าไปยังหอคณิกาจันทร์ฉายในถนนสายรองของเมืองที่แห่งนี้มีเถ้าแก่เนี้ยแซ่ซูวัยกลางคนคอยดูแลอยู่
“หัวหน้าฉางท่านมาเสียที! ข้าประสาทจะเสียแล้วนี่! รีบเข้าไปดูข้างในเถอะ พวกเขาตีกันจนข้าวของป่นปี้ไปหมดแล้ว”เถ้าแก่เนี้ยซูโวยวายอยู่หน้าอาคารเมื่อเห็นมือปราบฉางเดินมาก็รีบเข้าไปฉุดมือแล้วดึงเข้าไปในหอ
“ท่านรีบจัดการพวกเขาให้ข้าที!”
การทะเลาะเบาะแว้งของบุรุษในหอคณิกานับเป็เื่ธรรมดาหากว่าไปเรียกมือปราบกว่าพวกเขาจะมาก็ค่อนข้างนานทว่าเถ้าแก่เนี้ยซูเลือกที่จะจ่ายเงินค่าคุ้มครองให้กับฉางจื่อเหลียงเพื่อแลกกับการดูแลที่รวดเร็วว่องไว
“พวกเ้าไปจัดการที!”มือปราบฉางหันไปสั่งลูกน้องทั้งสาม
แม้พวกเขาจะอยู่คนละหน่วยแต่ก็ถูกหัวหน้าฉางติดต่อมาทำงานให้การรับเงินค่าคุ้มครองจากหอคณิกาหลายแห่งทำให้รายได้พิเศษของพวกเขามีเท่ากับเงินเบี้ยหวัดที่ทางการมอบให้ดังนั้นฉางจื่อเหลียงจึงมีคนในมือให้เรียกใช้มากมาย
ไม่นานนักคนทั้งหมดที่ทะเลาะกันอยู่ก็ถูกมือปราบนับสิบที่ตามมาสมทบช่วยกันจับไปขังที่สำนักมือปราบ
“ท่านพี่ท่านคิดว่าค่าคุ้มครองที่เถ้าแก่เนี้ยจ่ายให้คนแซ่ซูจะเป็เพียงแค่ค่าดูแลคนทะเลาะกันหรือไม่?”
“ต้องดูก่อนว่านางจ่ายให้คนผู้นี้มากเพียงใด?”ไฉซีฮันหันมาหาภรรยา “พวกเขากลับกันก่อนเถอะข้าจะให้คนที่ดูแลในเมืองเทียนถังสืบเื่นี้”
“ข้ายังอยากรู้เื่เขาเพิ่มเติมนะเ้าคะ?”
ไฉซีฮันรีบดันภรรยาให้กลับไปยังโรงเตี๊ยม“พรุ่งนี้เราค่อยแสร้งมาเป็แขกที่นี่ก็แล้วกัน”
เช้าวันต่อมาเหยาอิงิที่อาการดีขึ้นมากก็เล่าให้โฉลวฉางซีฟังเื่ภารกิจรองหัวหน้ามือปราบหญิงถึงกับทำตาโต
“เหตุใดท่านไม่บอกข้าก่อนมาเล่า?เมื่อคืนข้าออกไปสืบเื่ของฉางจื่อเหลียงมาแล้ว”
เหยาอิงิตื่นเต้น“ตกลงว่าคนของเถ้าแก่ไฉออกไปสืบเื่นี้หรือ?”
“หัวหน้าเหยา ท่านจะเสียงดังทำไม?”โหลวฉางซียกนิ้วชี้ขึ้นปิดปากตนเอง “ชู่วววว....! ท่านก็รู้ที่นี่ไม่ใช่ถิ่นของเราการเคลื่อนไหวของเราอาจจะเอิกเกริกเกินไป สามีของข้าวางกำลังคนอยู่ที่นี่พอสมควรหากให้เขาช่วยสืบน่าจะง่ายขึ้น”
“เราคงต้องทำให้ฉางจื่อเหลียงยอมสารภาพว่าเขาติดต่อกับหัวหน้าสาขาของพรรคเทียมฟ้าในเมืองเชียนเยาไม่เช่นนั้นการจับกุมเขาย่อมไม่เป็ประโยชน์" เหยาอิงิขมวดคิ้วเข้าหากัน
“เราคงต้องหาวิธีให้มือปราบฉางติดต่อกับหัวหน้าสาขาพรรคเทียมฟ้าอีกครั้งเพื่อให้เขาไม่อาจจะปฏิเสธได้”
“มือปราบโหลวแผนของเ้าเข้าท่าแต่ว่าวิธีการเล่า?”
“ขอข้าคิดดูก่อนก็แล้วกันเราอาจจะต้องหาแนวร่วมเพิ่ม”
“เ้าคิดจะให้ผู้ใดช่วย?”
“เราต้องใช้มือปราบของเมืองเทียนถังน่ะสิ!”
“สถานการณ์ตอนนี้ยากจะไว้วางใจผู้ใด?”
โหลวฉางซีอมยิ้มนางนึกถึงภาพที่เห็นในห้องของไป๋สือจิ่น
“ข้ารู้!ข้ามีคนที่พร้อมจะช่วยเหลือเราแล้วหนึ่งคน”
มือปราบหญิงเมืองเชียนเยาออกไปตามหาขบวนท่านผู้ตรวจการที่ออกไปชมรอบๆเมืองเทียนถัง
“หลิงจวิ้นเื่ที่ข้าให้สืบเป็อย่างไร?”
“คนผู้นั้นทั้งรับเงินใต้โต๊ะดูแลหอคณิกาและบ่อนการพนันหลายแห่งที่ไม่ใหญ่นัก แต่ข้าสงสัยเขายังเกี่ยวข้องกับการลอบค้าหญิงด้วยขอรับ!”
“เื่นั้นล่ะ?”
“เป็เขากับคนสนิทอีกสามคนทำจริงๆพวกเขาอยู่คนละหน่วยแต่พัวพันผลประโยชน์ใต้ดินร่วมกันคดีป้ายเหวยเจียนหลงที่อยู่ในศพนั่นก็คาดว่าเป็ฝีมือของพวกเขา”
เว่ยหลีเหว่ยนิ่วหน้า“หากจับไม่ได้คาหนังคาเขา โอกาสที่เขาจะรอดตัวก็มีสูง เ้าจะทำสิ่งใดก็ระวังให้มากจับตาดูพวกเขาต่อไป”
“ขอรับ!”
ไฉซีฮันได้รับสาส์นลับจากหลวนฮองเฮาให้นำผลการสืบแอบส่งไปให้ เว่ยหลีเหว่ยเขาจึงต้องทำตามเพราะฐานะของเขาไม่อาจจะทำทุกอย่างโดยเปิดเผย ท่านผู้ตรวจการรูปงามที่กำลังเดินเที่ยวตลาดเมืองเทียนถังจู่ๆ ก็ถูกบุรุษผู้หนึ่งวิ่งมาชนจนล้มแล้วยัดเอาจดหมายใส่ในสาบเสื้อ
“โอ๊ย!เ้านี่มันเดินไม่ดูตาม้าตาเรือเลยนะ”เขาร้องโวยวายออกมาเมื่อคนที่ไม่รู้จักวิ่งมาชน
ชายหนุ่มใช้มือปัดตามไปเนื้อตามตัวไป๋สือจิ่นที่ถูกใช้ในเขาไปรอรับ ใบชาชั้นดีในร้านใกล้ๆได้ยินเสียงเอะอะโวยวายก็รีบวิ่งออกมาดูมือปราบหลิงกำลังประคองชายหนุ่มให้ลุกขึ้นยืนขณะที่เขาตบไปตามอกเสื้อพลันพบสิ่งผิดปกติ
“ข้าขึ้นรถม้าก่อนก็แล้วกัน”เขาหันมาสั่งหลิงจวิ้นและมองไปยังไป๋สือจิ่นที่ถือห่อชายืนอยู่ข้างหน้า
เมื่อเขาเข้าไปในรถม้าก็ล้วงเอาจดหมายฉบับนั้นออกมาอ่าน เว่ยหลีเหว่ยถึงกับขมวดคิ้ว
‘นี่กระมัง?สายสืบที่หลวนฮองเฮาตรัสว่าจะติดต่อมาเองเมื่อมีเบาะแสสำคัญ’
เขาหยิบพู่ไฟอันเล็กๆพร้อมด้วยอ่างทองเหลืองใต้ที่นั่งออกมา เผาจดหมายฉบับนั้นเรียบร้อยแล้วใช้ไม้อันเล็กขยี้ให้กระจายในอ่าง
*******************