EP.6/1
ยามเช้าของวันใหม่มาถึงโดยไม่มีใครรู้ตัวท้องฟ้าสีเทาหม่นเหนือขอบฟ้าถูกบดบังด้วยเงาเมฆที่หนาทึบกลิ่นฝุ่นผสมกลิ่นเน่าอ่อน ๆ ของโลกที่เคยมีชีวิตยังคงลอยอ้อยอิ่งในอากาศบรรยากาศของวันสิ้นโลกไม่ได้แตกต่างจากเมื่อวาน และอาจไม่ต่างจากพรุ่งนี้เช่นกัน
แม้แสงแดดจะเริ่มลอดผ่านก้อนเมฆลงมาแต่มันไม่สามารถทำให้โลกใบนี้รู้สึกอบอุ่นขึ้นได้เลย
รอบค่ายยังคงเงียบสงัดเสียงร้องโหยหวนของซอมบี้ที่เคยดังระงมเมื่อคืนนี้ได้หายไปแล้วทิ้งไว้เพียงร่องรอยเปื้อนเืนอกกำแพง และซากเถ้าของชีวิตที่ถูกทำลาย
ในรั้วค่ายเล็กๆ แห่งนี้ คือโลกใบใหม่ที่กำลังเริ่มต้น และแซน คือหัวใจหลักของมัน
หญิงสาวนั่งอยู่ใต้เต็นท์ผ้าใบผืนใหญ่ที่เธอสร้างขึ้นชั่วคราวใบหน้าเต็มไปด้วยความเคร่งเครียดดวงตาทั้งคู่ยังคงจดจ่ออยู่กับหน้ากระดาษหลายสิบแผ่นที่ถูกเย็บรวมกันไว้แ่า
มันคือสมุดบัญชีผู้รอดชีวิตที่อยู่ในค่ายแห่งนี้
เธอพลิกดูข้อมูลที่ทีมของพ่อรวบรวมมาให้เมื่อคืนอย่างละเอียด
ในค่ายตอนนี้มีผู้รอดชีวิตทั้งหมด128 คน แบ่งเป็ชาย 53 คน หญิง 61คน และเด็ก 14 คน
ในจำนวนนี้มีผู้สูงอายุที่ไม่สามารถทำงานหนักได้ 21 คน
คนาเ็หรือพิการบางส่วน17 คน
ผู้ที่ยังมีสภาพร่างกายสมบูรณ์รวมถึงเด็ก90 คน
ส่วนอาชีพเดิมของแต่ละคนกระจัดกระจายหลากหลายเกินคาดมีทั้งครู ช่างไฟ วิศวกร สถาปนิก เกษตรกร ทหารปลดประจำการ แม่ครัว คนขับรถพนักงานคลังสินค้า นักศึกษาวิชาชีพ แม้แต่ศิลปินและแม่บ้านที่เคยดูแลบ้านเพียงลำพัง
แซนวางสมุดลงช้าๆ สูดลมหายใจเข้าลึก แล้วเปิดระบบเกมขึ้นมาอีกครั้งตอนนี้ยอดเหรียญในระบบของเธออยู่ที่ 98,471 เหรียญถือว่ามีมากทีเดียวแต่มันยังไม่มากพอที่จะหล่อเลี้ยงคนทั้งค่ายให้มีชีวิตรอดต่อไปได้ลำพังแค่การสร้างหอพักยังดูจะห่างไกลเกินไปด้วยซ้ำสำหรับพวกเขา
มือของแซนเลื่อนผ่านหน้าจอระบบทีละฟังก์ชันดวงตาทอดมองไปยังพื้นที่ว่างเปล่าด้านหลังค่ายซึ่งมีแสงแดดจาง ๆส่องลงกระทบพื้นดินที่แตกระแหง แน่นอนว่าตอนนี้เธอคิดว่าไม่มีอะไรยั่งยืนไปกว่าการสร้างแหล่งอาหารด้วยตัวเองอีกแล้วเพราะฉะนั้นเธอต้องเริ่มจากการหาอาหารให้กับค่ายก่อนเป็อันดับแรก
“ปลูกผักน่าจะดีที่สุดแล้วผลผลิตยังสามารถขายให้ระบบแล้วแลกเหรียญกลับคืนมาได้อีกด้วย”
แซนตัดสินใจเริ่มต้นที่อาชีพเกษตรกรรมก่อนเป็อันดับแรก
[โหมดสร้าง]
[ติ๊ง!]
“อันดับแรกต้องซื้อพื้นที่เพาะปลูกก่อน”
เธอเลือกพื้นที่ด้านหลังของค่ายทันทีเพราะเป็พื้นที่ที่ว่างเปล่าแล้วหลังจากกลุ่มผู้นำพวกนั้นพาคนจากไป
แซนยิ้มบางๆ ขณะสร้างโรงเรือนขนาดเล็กเสร็จแล้วลากแปลนแปลงผักขนาด 4x4 ตารางเมตรเรียงเป็แถวยาวลงบนหน้าจอ
ปึงปัง
เสียงจากระบบก่อสร้างดังก้องขึ้นในสมองของเธอทันที
ไม่กี่นาทีต่อมาแปลงผักไม้ยกพื้นสีเข้มพร้อมป้ายระบุประเภทพืชผักก็ผุดขึ้นจากพื้นดินอย่างเรียบร้อยข้าง ๆ กันคือแท็งก์เก็บน้ำกลมสูงราวหัวเข่าพร้อมท่อน้ำและหัวฉีดจิ๋วที่พ่นละอองเบา ๆ
ใกล้แปลงผักอีกฝั่งหนึ่งเธอสร้างโรงเพาะกล้าหลังคาใสขนาดเล็กที่ภายในมีชั้นปลูกต้นกล้าเรียงตัวเป็ระเบียบ รวมถึงจุดเก็บปุ๋ยและเมล็ดพันธุ์
ทั้งหมดนี้กินพื้นที่เพียงเล็กน้อยแต่มีระบบจัดการครบถ้วน และสำคัญที่สุดคือ พร้อมใช้งานทันที
แซนลุกขึ้นยืนมองผลงานเบื้องหน้าด้วยดวงตาวาววับหลังสูญเสียเงินในระบบไปจำนวนหนึ่งจากนั้นเธอจึงหมุนตัวเดินไปหาชาญชัยซึ่งกำลังแจกน้ำและขนมปังแห้งให้กับผู้คนที่อยู่ใกล้ๆแนวรั้ว
“พ่อคะแซนอยากให้พ่อเรียกเกษตรกรทั้งหมดมาพบหนูที่พื้นที่ด้านหลังค่ายด้วยค่ะ”
“เกษตรกร?”
ชาญชัยเลิกคิ้วก่อนพยักหน้า
“ได้เลยเดี๋ยวพ่อให้คนไปตามให้”
ไม่นานนักชายหญิงราว 6 คนก็ทยอยมารวมตัวใต้ร่มเงาไม้แห้งๆ บริเวณฟาร์มจำลอง พวกเขาทั้งหมดเคยมีอาชีพเกี่ยวข้องกับการเกษตรมาก่อนบางคนเคยปลูกข้าวโพด บางคนเคยทำสวนผัก บางคนเคยจัดการระบบน้ำหยดในฟาร์มขนาดใหญ่
แต่สิ่งที่เหมือนกันคือดวงตาของพวกเขากำลังจ้องมองแปลงผักตรงหน้าด้วยความไม่อยากเชื่อ
“พวกคุณช่วยหนูได้ไหมคะ?”
แซนพูดเสียงนุ่มแต่หนักแน่น
“ตอนนี้หนูมีแปลงปลูกผักและจัดการน้ำบางส่วนแล้วแต่้าคนคอยดูแลแปลง คัดแยกพันธุ์ และเก็บเกี่ยวตามรอบ”
เธอเว้นจังหวะก่อนพูดต่อ
“ทุกคนที่ยอมช่วยหนูจะให้ข้าวและน้ำวันละสองมื้อ และถ้าได้ผลผลิตรอบแรกหนูจะแบ่งผักสดให้ครอบครัวของพวกคุณก่อนใครนอกจากนั้นแล้วพวกคุณจะได้ที่พักคนละหนึ่งห้องใกล้ๆโรงเรือนเพื่อสะดวกในการทำงานด้วยค่ะ”
หญิงวัยกลางคนที่ดูเหมือนหัวหน้ากลุ่มยิ้มบางๆ น้ำตาคลอหน่วย
“แค่นี้ก็เกินพอแล้วค่ะเราอยากทำงาน อยากช่วย ที่ผ่านมาเราไม่มีอะไรให้ทำเลยเรารู้สึกแย่มากที่มีมือมีแรงแต่ช่วยใครไม่ได้ แม้แต่ตัวเอง”
“ใช่แล้วครับพวกเราจะพยายามกันอย่างเต็มที่พวกเรารู้ว่าสิ่งของพวกนี้มีค่ามากในวันสิ้นโลกแบบนี้”
“คุณแซนวางใจได้ผมกับภรรยาจะไม่ทำให้เมล็ดผักพวกนี้ต้องสูญเปล่าแน่นอน”
แซนกวาดมองชายหญิงทั้ง6 คนเงียบๆ ก่อนจะพยักหน้า
คนทั้ง6 นี้ มีสามีภรรยา 1 คู่ทำให้เธอลดภาระการสร้างห้องลงมาหนึ่งห้องด้วยเช่นกัน
“ถ้าอย่างนั้นก็ฝากด้วยนะคะ”
แซนเลื่อนนิ้วเปิดเมนูระบบเกมขึ้นมาด้วยความตั้งใจก่อนจะไล่สายตาไปเรื่อยๆ
[มอบหมายอาชีพ]
เธอแตะลงไปบนฟังก์ชันนี้โดยไม่ลังเลและเลือกอาชีพเกษตรกรให้กับคนทั้งหกที่ยืนรอคำสั่งอย่างเงียบๆ อยู่ข้างเธอ
ติ๊ง!
เสียงแจ้งเตือนของระบบดังขึ้นอย่างชัดเจนทันทีที่แซนยืนยันการมอบหมาย หน้าต่างข้อความก็ผุดขึ้นมาในอากาศเบื้องหน้า
“อาชีพเกษตรกรได้รับการมอบหมายแล้วค่าทักษะและประสบการณ์จะถูกแปลงเป็เหรียญเข้าสู่ระบบโดยอัตโนมัติเมื่อเริ่มงาน”
ดวงตาของแซนเบิกกว้างด้วยความใ
“แปลงเป็เหรียญได้ด้วยเหรอ?”
เธอพึมพำกับตัวเองเบาๆ
แซนไม่เคยนึกมาก่อนว่าค่าทักษะและประสบการณ์จากการทำงานของผู้คนในค่ายจะสามารถเปลี่ยนเป็เหรียญในระบบได้โดยตรง
นี่ไม่ใช่แค่การสร้างอาชีพให้พวกเขาเท่านั้นแต่มันคือช่องทางรายได้ถาวรที่จะหลั่งไหลเข้ามาในระบบของเธอเลยนะ!
ไม่ใช่ว่ายิ่งพวกเขาทำงานมากเท่าไรเหรียญในมือของเธอก็จะยิ่งมากขึ้นตามไปด้วยเหรอ?
ในตอนที่แซนกำลังตกตะลึงเกษตรกรทั้งหกคนก็เริ่มขยับร่างกายไปยังแปลงเพาะปลูกใหม่ เสียงพลั่วตักดินเสียงวางเมล็ดพันธุ์ และเสียงหัวเราะเบา ๆ จากบางคนเริ่มดังขึ้นเป็ระยะ
กลิ่นของดินสดๆ และน้ำสะอาดลอยผ่านในอากาศอย่างจาง ๆแซนยืนมองภาพตรงหน้าพร้อมกับสายตาที่จับจ้องเหรียญในระบบด้วยความตกตะลึง
[+1 เหรียญ]
[+2 เหรียญ]
[+1 เหรียญ]
แม้มันจะเป็เพียงเหรียญเล็กน้อยแต่วันหนึ่งมีกี่ชั่วโมงกี่นาที และคนในค่ายมีอีกเป็ร้อยคนอย่างน้อยวันหนึ่งเธอก็จะได้เหรียญ 100 เหรียญเข้ามาในระบบแน่ๆ