หลายวันต่อมา
หลังจากที่รู้ว่าตัวเองท้องเธอก็มีวินัยในการดูแลตัวเองมากขึ้น แม้ว่าจะท้องอ่อนอยู่แต่ก็ได้รับการกำชับจากคนรอบข้างมาอย่างดีว่าให้ระมัดระวัง นับั้แ่วันที่เขาโทรมาตอนอยู่โรงพยาบาลเขาก็ไม่โทรหาเธออีกเลย ป่านนี้คงคิดว่าเธอหนีหาย ไม่ก็คิดว่าเธอโกงเขาแล้วจริงๆ หากแต่ตอนนี้เธอไม่พร้อมเจอหน้าใครทั้งนั้น ยังทำใจไม่ได้กับสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน พ่อของเธอเพิ่งเสียไปได้ยังไม่ถึงเดือน เธอก็รู้ว่าตัวเองท้อง ราวกับเสียใครสักคนในครอบครัวแล้วมีสิ่งมาแทนที่ทันที
ในระหว่างที่หญิงสาวนั่งพ่นลมหายใจหนักครั้งแล้วครั้งเล่าอยู่คนเดียว ไม่นานผู้เป็แม่ก็เดินเข้ามาพร้อมกับจานผลไม้ที่เพิ่งปลอกเสร็จ
“แม่เครียดลูกก็เครียดไปด้วย แม่ได้กินอะไรลูกก็ได้กินด้วย ทุกสิ่งทุกอย่างส่งผลต่อเ้าตัวน้อยทั้งหมดแม่ไม่อยากเห็นแกนั่งหน้าเครียดแบบนี้เลย แทนที่จะนั่งกุมขมับอยู่คนเดียวแบบนี้ สู้แกไปบอกคุณศรัณย์ดีกว่ามั้ยว่าแกกำลังท้อง” เธอส่ายหน้าให้ผู้เป็แม่ทันที
“ไม่ค่ะ พิ้งค์ไม่บอกต่อให้บอกก็ไม่มีอะไรดีขึ้น คำถามแรกที่เขาจะถามพิ้งค์ก็คง...ท้องกับใคร หรือไม่ก็ ทำไมไม่กินยาคุม หึ เห็นมั้ยล่ะคะว่าพูดไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมาจริงๆ”
“แต่แกจะปล่อยให้ลูกไม่มีพ่อหรือไง”
“ใช่ พิ้งค์จะเลี้ยงลูกด้วยมือของพิ้งค์เอง เขาไม่จำเป็ต้องมีพ่อก็ได้” เธอพูดพร้อมกับลูบท้องตัวเองไปด้วย
“เฮ้อ...เขาทำไว้เยอะละสิถึงได้โกรธแค้นกันขนาดนั้น”
“พิ้งค์รู้นะคะว่าพิ้งค์แต่งงานกับเขาเพราะเหตุผลอะไร เราเป็หนี้เขาก็จริงแต่เขาทำกับพิ้งค์เหมือนไม่ใช่คน แม่รู้มั้ยคะว่าพิ้งค์ต้องทนกับอารมณ์ขึ้นลงของเขา คิดอยากจะแกล้งตอนไหนก็แกล้ง หรือแม้กระทั่งใช้พิ้งค์ทำงานบ้านยิ่งกว่าแม่บ้านที่เขาจ้างซะอีก แล้วพิ้งค์จะยอมรับเขาได้ยังไง”
“เป็ความผิดของแม่เองที่ทำให้ลูกต้องตกอยู่ในสถานการณ์แบบนั้น”
“พิ้งค์ยอมให้ลูกไม่มีพ่อดีกว่าต้องทนอยู่กับคนแบบเขาไปตลอดชีวิตค่ะ วันนี้พิ้งค์จะเอาเงินไปคืนเขาทั้งหมดแล้วก็จะหย่ากับเขาให้จบๆ ไปเลย”
“ถ้าลูกคิดดีแล้วแม่ก็เคารพในการตัดสินใจของลูก ถือว่าเงินก้อนนี้แม่จะไม่ยุ่งกับแกสักบาทให้แกได้มีชีวิตที่แกเลือกเองสักที ส่วนแม่ก็จะคอยเป็กำลังใจให้แกอยู่ตรงนี้ หลานน้อยของแม่ต้องเติบโตมาด้วยความรักที่อบอุ่นจากแม่แท้ๆ และยายของเขาเอง”
“ขอบคุณนะคะที่แม่เข้าใจพิ้งค์ แต่พิ้งค์จำเป็ต้องทำแบบนี้จริงๆ ค่ะ พิ้งค์ไม่ได้รักเขาพิ้งค์ไม่สามารถอยู่กับเขาได้จริงๆ ค่ะ”
“ถ้าตัดสินใจแล้วก็อย่าลังเลอีกเลยลูก” หญิงสาวพยักหน้าทั้งน้ำตาก่อนจะโน้มตัวเข้าไปกอดผู้เป็แม่แน่น
“ขอบคุณนะคะ”
12.00 น.
เธอขับรถมายังบริษัทเขาซึ่งเลือกเวลาใน่เที่ยงเพราะเขาน่าจะว่างในเวลานี้ แต่การที่มาเธอไม่ได้แจ้งเขาล่วงหน้าเพราะเกรงว่าจะโดนแกล้งอีก เมื่อมาถึงเธอก็รีบขึ้นไปหาเขายังห้องทำงานทันที
“สวัสดีค่ะ ฉันมาพบคุณศรัณย์ค่ะ” เธอเอ่ยถามเลขาที่อยู่หน้าห้องทำงาน
“ไม่ทราบว่าคุณชื่ออะไรคะ”
“พิ้งค์ค่ะ”
“รอสักครู่นะคะ” เลขาสาวเดินเข้าไปยังห้องทำงาน ไม่นานก็เดินออกมาพร้อมกับเอ่ยด้วยวาจาสุภาพ
“เชิญค่ะ” เลขาเปิดประตูให้พร้อมกับผายมือ เธอยิ้มก่อนจะเดินเข้าไปในห้องทำงานของเขาทันที
“ไง” หลังจากที่ประตูถูกปิด เขาก็ทักทายเธอด้วยคำสั้นๆ
“พิ้งค์พร้อมแล้วค่ะ”
“อ๋อ ที่หายไปหลายวันนี่...เงินกู้เพิ่งอนุมัติเหรอ” เขาพูดพร้อมกับหัวเราะดูถูกเธอไปด้วย เหมือนที่เขาเคยทำมาตลอด
“จะเงินอะไรก็ตามแต่ ไม่จำเป็หรอกค่ะว่าพิ้งค์หาเงินมาด้วยวิธีไหน แต่วันนี้พิ้งค์พร้อมจ่ายหนี้คุณทุกบาททุกสตางค์ค่ะ”
“งั้นเหรอ” เขามองเธอราวกับไม่เชื่อ
“คุณว่างมั้ยคะ ไปธนาคารกันตอนนี้เลย จ่ายเสร็จก็ไปหย่าต่อได้เลย”
“ตอนบ่ายฉันมีประชุม เธอไปเขียนเช็คมาเลยดีกว่าจะได้ไม่ยุ่งยาก”
“ได้ค่ะ ถ้าคุณ้าแบบเช็กพิ้งค์ก็จะเขียนให้จะได้จบๆ จะเอาตอนนี้เลยใช่มั้ยคะ” เธอหยิบใบกระดาษเล็กๆ ขึ้นมาพร้อมกับปากกา หากแต่แววตาของเขากลับเปลี่ยนไปจากเดิม เพราะไม่คิดว่าเธอจะทำได้ตามที่พูดเอาไว้ หญิงสาวไม่รอช้ารีบก้มเขียนเช็กให้เรียบร้อยจากนั้นก็เดินเข้าไปวางไว้บนโต๊ะตรงหน้าเขา
“เรียบร้อยค่ะ 30 ล้านบาท ต่อจากนี้ถือว่าเราไม่มีอะไรต้องติดค้างกันแล้วนะคะ แล้วเื่หย่าล่ะคะ?”
“ฉันไม่สามารถออกจากบริษัทได้ตอนนี้ อย่างที่บอกไปว่า่บ่ายฉันมีประชุม”
“งั้นพิ้งค์รอคุณเองค่ะ ยังไงวันนี้พิ้งค์ก็จะหย่าให้ได้” เธอพูดพร้อมกับเดินไปหย่อนตัวนั่งลงบนโซฟา
“แต่ฉันทำงานเธอจะมานั่งอยู่ตรงนี้ได้ยังไง”
“ทำไมจะไม่ได้คะ ก็พิ้งค์จะรอให้คุณว่างเราจะได้ไปหย่ากันสักทีไง คุณประชุมไม่เกิน 3 ชั่วโมง พิ้งค์รอได้ค่ะ”
“แต่ฉันยังไม่เอาเช็กไปที่ธนาคารเลยจะยอมเซ็นหย่าง่ายๆ ให้เธอได้ไง เผื่อเธอทำเช็กปลอมมาฉันก็ซวยนะสิ”
“เื่อะไรพิ้งค์ต้องโกงคุณคะ พิ้งค์อยากจบเื่บ้าๆ นี้จะตายอยู่แล้วคุณเองก็เหมือนกัน อ๋อ แล้วจะบอกให้นะคะว่าเงินที่คุณได้คืนคือเงินของพ่อพิ้งค์หนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์ ไม่ได้ไปกู้ยืมใครมาทั้งนั้น”
“เงินพ่อเธอ งั้นเหรอ?”
“ใช่ เงินที่พ่อพิ้งค์ตาย พอใจคุณรึยัง” คราวนี้ศรัณย์เงียบไป เมื่อรู้ว่าเงินที่เธอนำมาคืนเขาคือเงินประกันชีวิตของพ่อเธอ
“เงินประกันอย่างงั้นเหรอ”
“ใช่ค่ะ คุณเองก็อยากได้เงินแบบนี้อยู่แล้วไม่ใช่เหรอคะ เงินจากความตายของพ่อพิ้งค์ นี่ไงคะ และในเมื่อคุณได้คืนในสิ่งที่้าแล้ว รบกวนทำตามที่เราตกลงกันเอาไว้ด้วยว่าถ้าพิ้งค์คืนเงินคุณเมื่อไหร่ คุณจะปล่อยให้พิ้งค์เป็อิสระ”
“ได้ ฉันหย่าให้เธอแน่”
“ค่ะ พิ้งค์จะรอ รอทั้งวันพิ้งค์ก็จะรอ”
“งั้นก็เชิญรอจนกว่าฉันจะว่างแล้วกัน” เขาพูดจบก็ลุกขึ้นเต็มความสูง จากนั้นก็เดินออกจากห้องไป ส่วนเธอที่ยืนยันว่าจะรอก็ยังคงนั่งนิ่งอยู่ที่เดิมไม่ขยับไปไหน
เวลาล่วงเลยผ่านไปเกือบชั่วโมงเขาก็ยังไม่กลับมา ผู้ที่นั่งรอก็เริ่มง่วงอีกทั้ง่นี้นอกจากจะแพ้ท้องหนักแล้ว เธอยังรู้สึกนอนเท่าไหร่ก็ไม่เต็มอิ่ม หญิงสาวเผลอหลับไปได้ไม่นานประตูห้องก็ถูกเปิดเข้ามา ศรัณย์หันมามองเธอที่นั่งสัปหงกอยู่ก่อนจะกระตุกยิ้มมุมปาก
“หึ อยากรอดีนัก”
เขาพึมพำก่อนจะเดินเข้าไปในห้อง แต่จังหวะที่เขากำลังจะเดินผ่านเธอกลับเหลือบไปเห็นหน้าจอโทรศัพท์ที่มีข้อความแจ้งเตือนขึ้นมาพอดี เขาหยุดชะงักก่อนจะพยายามมองว่าข้อความนั้นเป็ของใคร เขาใช้สายตาจ้องมองอยู่สักพักก่อนจะรู้ว่าเป็หมอภาคินทร์ ความอยากรู้อยากเห็นทำให้เขาตัดสินใจหยิบโทรศัพท์ที่วางไว้ข้างกายเธอขึ้นมาดู
ภาคินทร์: วันนี้อาการเป็ไงบ้าง ยังหน้ามืดอยู่รึเปล่า
เมื่อเห็นข้อความเขาก็ชายตาไปมองเธอที่นั่งหลับอยู่ทันที
“ยัยนี่ไม่สบายอยู่งั้นเหรอ?” เขาบ่นพึมพำอยู่คนเดียว ก่อนจะไล่สายตามองเธอั้แ่หัวจรดเท้า ขณะเดียวกันนั้นข้อความจากหมอภาคินทร์ก็แจ้งเตือนขึ้นอีกครั้ง เขารีบก้มลงไปมองโทรศัพท์ที่อยู่ในมือ
ภาคินทร์: อย่าลืมกินยาตรงตามเวลาด้วยนะ เ้าตัวน้อยจะได้แข็งแรง
“หมายความว่ายังไง?!”