น้องมายด์ 3 สองต่อสอง
"ฝากด้วยนะมายด์ ซักผ้าและอบผ้าในตะกร้าให้พี่ทีนะจ๊ะ พอดีแก๊งเพื่อนสาวนัดปาร์ตี้น้ำชาที่โรงแรมกะทันหันน่ะ"
เสียงหวานใสของ 'เมย์' พี่สาวแท้ๆ สายแฟชั่นของมายด์ดังขึ้น ขณะที่เจ้าตัวกำลังก้มลงสวมรองเท้าส้นสูงแบรนด์เนมคู่โปรดประดับคริสตัลระยิบระยับบริเวณโถงทางเดินหน้าประตูไม้บานใหญ่ของห้องชุดเพนต์เฮาส์สุดหรูใจกลางมหานครกรุงเทพฯ
"ได้ค่ะพี่เมย์ ไม่ต้องห่วงนะคะ เที่ยวให้สนุก เดินทางปลอดภัยนะคะ" มายด์ตอบรับด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา พยายามฝืนยิ้มให้เป็นธรรมชาติที่สุด ทั้งที่ในใจกำลังเต้นระทึกด้วยความประหม่าที่ไม่อาจควบคุมได้
"อ้อ เบสคะ... ฝากดูแลน้องด้วยนะ วันนี้เมย์น่าจะกลับเย็นๆ หรืออาจจะค่ำเลยนะที่รัก ฝากมื้อเที่ยงด้วยนะคะ" เมย์หันไปขยิบตาและส่งจูบผ่านอากาศให้กับชายหนุ่มรูปร่างสูงสง่าที่กำลังนั่งไขว่ห้าง จิบกาแฟดำอเมริกาโน่ร้อนๆ อยู่บนโซฟาหนังแท้นำเข้าจากอิตาลีตัวใหญ่กลางห้องนั่งเล่นสไตล์โมเดิร์นลักชัวรี
"ครับผม เที่ยวให้สนุกนะเมย์ ซื้อของมาเผื่อด้วยล่ะ" ชายหนุ่มตอบรับด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและรอยยิ้มอบอุ่นละมุนละไมตามแบบฉบับของเขา
เมื่อบานประตูไม้เนื้อแข็งสลักลายหรูหราปิดลงจนสนิท เสียงระบบล็อกดิจิทัลทำงาน 'ติ๊ด' คล้ายกับเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงการเริ่มต้นของอาณาเขตส่วนตัวที่ถูกตัดขาดจากโลกภายนอก ความเงียบงันก็โรยตัวลงมาปกคลุมเพนต์เฮาส์ชั้น 12 ทันที เป็นความเงียบที่ทำให้อากาศรอบตัวคล้ายจะหนักอึ้งและบีบรัดขึ้นมาอย่างประหลาด
มายด์ยืนเกร็งอยู่กลางห้องโถงกว้างขวาง ปลายเท้าจิกเกร็งลงบนพื้นไม้ปาร์เกต์ขัดเงาวับ เธอสวมเพียงเสื้อยืดสีขาวเนื้อบางโอเวอร์ไซส์ที่คอเสื้อกว้างจนเห็นสายเดี่ยวสีอ่อนด้านใน คู่กับกางเกงขาสั้นกุดทรงสปอร์ตที่เผยให้เห็นเรียวขาขาวเนียนละเอียดละออ เธอไม่ได้เตรียมใจมาก่อนเลยว่าจะต้องอยู่ตามลำพังสองต่อสองกับ 'พี่เบส' พี่เขยหนุ่มหล่อโปรไฟล์ดีที่เธอแอบมีใจและซ่อนความรู้สึกเสน่หามาตั้งแต่วัยเยาว์
บรรยากาศภายในห้องนั่งเล่นกว้างใหญ่ดูอึดอัดขึ้นมาถนัดตา เครื่องปรับอากาศที่ซ่อนอยู่ในฝ้าเพดานส่งเสียงครางหึ่งๆ แผ่ความเย็นฉ่ำไปทั่วห้อง ทว่ามายด์กลับรู้สึกร้อนผ่าวไปทั้งใบหน้าและลำคอ ทุกครั้งที่สายตาของเธอเผลอตวัดไปมองเสี้ยวหน้าคมคายของชายหนุ่มที่นั่งอยู่บนโซฟา หัวใจของเธอก็จะกระตุกเต้นผิดจังหวะ
เบสในชุดวันหยุดสบายๆ อย่างเสื้อเชิ้ตผ้าลินินสีฟ้าอ่อนที่ปลดกระดุมบนออกสองเม็ด เผยให้เห็นแผงอกแกร่งรำไร และกางเกงสแล็กสีเข้มช่างดูมีเสน่ห์ดึงดูดใจอย่างเหลือร้าย เขาเพียงแค่นั่งจิบกาแฟและทอดสายตามองออกไปนอกหน้าต่างกระจกใสบานใหญ่ที่เผยให้เห็นวิวตึกระฟ้าของกรุงเทพมหานคร ทว่ารังสีความกดดันและแรงดึงดูดทางเพศที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวเขากลับทำให้มายด์แทบจะหายใจไม่ออก
ความเงียบที่โรยตัวลงมานั้นไม่ใช่ความเงียบสงบ แต่เป็นความเงียบที่อื้ออึงไปด้วยเสียงหัวใจสองดวงที่เต้นไม่เป็นจังหวะ มายด์สามารถได้ยินเสียงเข็มนาฬิกาเรือนหรูบนผนังดังติ๊ก... ติ๊ก... อย่างชัดเจน ทุกวินาทีที่ผ่านไปเชื่องช้าทรมานราวกับเข็มนาฬิกานั้นกรีดลึกลงไปในความรู้สึกของเธอ
"เอ่อ... มายด์... มายด์ไปซักผ้าก่อนนะคะพี่เบส" หญิงสาวรวบรวมความกล้า เอ่ยทำลายความเงียบด้วยน้ำเสียงสั่นพร่าเล็กน้อย
ชายหนุ่มละสายตาจากวิวเมืองหลวง หันมามองร่างบอบบางที่ยืนเกร็งอยู่ไม่ไกล นัยน์ตาคมกริบสีเข้มของเขากวาดมองเธอตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าอย่างเชื่องช้า คล้ายกับกำลังพิจารณางานศิลปะชิ้นเอก มุมปากของเขายกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบาที่อ่านไม่ออก
"ครับ ตามสบายเลยมายด์ ถ้ามีอะไรให้พี่ช่วยก็บอกได้เลยนะ ไม่ต้องเกรงใจ" น้ำเสียงทุ้มพร่าของเขาดังก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของหญิงสาว ราวกับมีกระแสไฟฟ้าสถิตแล่นปราดไปทั่วสรรพางค์กาย
มายด์พยักหน้ารับรัวๆ ก่อนจะรีบหมุนตัวเดินหนีเข้าไปในโซนซักล้างอย่างรวดเร็ว หัวใจดวงน้อยเต้นกระหน่ำรุนแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ความปรารถนาเร้นลับที่ถูกกดทับไว้ลึกสุดใจกำลังเริ่มก่อตัวขึ้นอย่างเงียบๆ ท่ามกลางความเงียบงันที่แสนจะอันตรายนี้
เมื่อเข้ามาถึงโซนซักล้างที่เชื่อมต่อกับระเบียงกว้างขวาง มายด์ก็ถอนหายใจยาวเหยียด พยายามสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อสงบสติอารมณ์และสลัดความคิดฟุ้งซ่านที่กำลังตีรวนอยู่ในหัว เธอรวบรวมเสื้อผ้าและผ้าห่มผืนหนาลงในตะกร้าผ้าสไตล์โมเดิร์นสีขาวมินิมอล หอบมันเดินออกไปยังริมระเบียงของคอนโดหรูชั้น 12
ทันทีที่เลื่อนเปิดประตูกระจกบานเลื่อนบานใหญ่ ลมแรงจากความสูงของตึกระฟ้าก็พัดกรรโชกเข้ามาปะทะร่างบอบบางอย่างจัง ลมบนตึกสูงนี้หอบเอาความเย็นเยือกจากความชื้นในอากาศมาด้วย ท้องฟ้าของกรุงเทพมหานครในวันหยุดสุดสัปดาห์นี้ดูขมุกขมัวผิดปกติ คล้ายกับมีเมฆฝนสีเทาเข้มกำลังก่อตัวและรวมกลุ่มกันอยู่ไกลๆ บริเวณเส้นขอบฟ้าที่เต็มไปด้วยหมู่ตึกสูงตระหง่านและแนวรางรถไฟฟ้าที่ทอดยาวเป็นเส้นสายคดเคี้ยวไปตามผังเมือง
แรงลมที่พัดกระหน่ำทำให้เสื้อยืดสีขาวตัวบางของมายด์แนบลู่ไปกับทรวดทรงองค์เอวอย่างแนบชิด เผยให้เห็นส่วนเว้าส่วนโค้งของเอวคอดกิ่ว และหน้าอกหน้าใจที่อวบอิ่มชูชันเกินวัยอย่างชัดเจนจนแทบจะปิดบังความงดงามแห่งวัยสาวไว้ไม่มิด ปลายยอดปทุมถันสีหวานดันเนื้อผ้าขึ้นมาเป็นรอยนูนเด่นชัดเมื่อต้องกับความเย็นของลมกรุง มายด์สะดุ้งเล็กน้อย รีบยกแขนเรียวขึ้นกอดอกไขว่คว้าไว้ด้วยความเขินอายปนหวิวหวาม แม้จะรู้ดีว่าบนระเบียงชั้น 12 แห่งนี้ไม่มีใครอื่นสามารถมองเห็นเธอได้ก็ตาม
หญิงสาวพยายามรวบรวมสมาธิ จัดการยัดเสื้อผ้าแฟชั่นของพี่สาวและผ้าห่มผืนหนาลงในถังของเครื่องซักผ้าและเครื่องอบผ้าฝาหน้าสีเทาเมทัลลิกดีไซน์สุดล้ำที่ตั้งตระหง่านอยู่มุมระเบียง เธอกดเทน้ำยาซักผ้าและน้ำยาปรับผ้านุ่มกลิ่นดอกไม้ฝรั่งเศสลงไปในช่อง ก่อนจะกดปุ่มสั่งงานระบบสัมผัส หน้าจอดิจิทัลสว่างวาบขึ้นพร้อมกับเสียงครางกระหึ่มเบาๆ ของเครื่องจักรที่เริ่มทำงาน
ระหว่างที่รอเครื่องซักและอบผ้าทำงาน มายด์ยืนทอดสายตาเหม่อมองออกไปนอกระเบียงกระจกใส ปล่อยให้ลมเย็นๆ พัดไล้เส้นผมสีน้ำตาลอ่อนให้พลิ้วไหวไปตามแรงลม บรรยากาศของเมืองหลวงที่วุ่นวายเบื้องล่างดูขมุกขมัวและทอดยาวภายใต้ท้องฟ้าอึมครึมก่อนพายุเข้า ลมระเบียงที่พัดแรงพัดผ่านร่างของเธอ ปลุกเร้าให้ความรู้สึกเหงาและโดดเดี่ยวบนระเบียงลอยฟ้าแห่งนี้ยิ่งแจ่มชัดขึ้น ในหัวของเธอยังคงวนเวียนคิดถึงแต่ใบหน้าหล่อเหลาและสายตาคมกริบของพี่เขยหนุ่มที่เพิ่งสบตากกันเมื่อครู่
เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าใดไม่รู้ จนกระทั่งเสียงเตือนปิ๊บๆ จากเครื่องอบผ้าดังขึ้น เป็นสัญญาณบ่งบอกว่ากระบวนการอบแห้งเสร็จสิ้นสมบูรณ์ มายด์หลุดจากภวังค์ความคิด เธอหมุนตัวกลับไปที่เครื่องอบผ้า เอื้อมมือไปจับที่จับประตูฝาหน้าเพื่อจะเปิดเอาผ้าออก ทว่ายังไม่ทันที่ปลายนิ้วของเธอจะสัมผัสกับบานประตู...
"ให้พี่ช่วยนะมายด์ ผ้ามันเยอะและหนัก เดี๋ยวจะยกไม่ไหวเอา"
เสียงทุ้มต่ำและนุ่มลึกดังขึ้นที่ข้างใบหู พร้อมกับร่างสูงใหญ่กำยำของเบสที่เดินเข้ามาซ้อนทับอยู่ด้านหลังตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่อาจทราบได้ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายแบรนด์หรูแนวสปอร์ตสไปซี่ผสมผสานกับกลิ่นกาแฟคั่วบดจางๆ ลอยมากระทบจมูกของหญิงสาวอย่างจัง
มายด์สะดุ้งสุดตัว หัวใจกระตุกวาบหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม "พะ...พี่เบส มาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ ตกใจหมดเลย"
"เพิ่งเดินออกมาเมื่อกี้นี้เองครับ เห็นมายด์กำลังจะเปิดเครื่องพอดี พี่กลัวเราจะโดนไอร้อนลวกเอา" เบสระบายยิ้มบางๆ ที่มุมปาก นัยน์ตาพราวระยับทอดมองดวงหน้าหวานที่บัดนี้แดงระเรื่อด้วยความตกใจและขัดเขิน
ชายหนุ่มสอดแขนแกร่งข้ามไหล่บอบบางของหญิงสาวไปจับที่ด้ามจับของประตูเครื่องอบผ้า ร่างกายของเขาทาบทับลงมาจนแผ่นอกกว้างที่อุดมไปด้วยมัดกล้ามเนื้อเบียดชิดกับแผ่นหลังบอบบางของมายด์ ไอความร้อนจากร่างกายของชายหนุ่มแผ่ซ่านทะลุเนื้อผ้าเข้ามาจนมายด์รู้สึกขนลุกซู่ไปทั้งตัว
เมื่อเบสเปิดประตูเครื่องอบผ้าออก ไอความร้อนอุ่นๆ และกลิ่นหอมฟุ้งของน้ำยาปรับผ้านุ่มกลิ่นดอกไม้ฝรั่งเศสแสนหวานลอยพวยพุ่งออกมากระจายไปทั่วระเบียง ผสมผสานกับกลิ่นไอฝนที่ลอยมาตามลม สร้างบรรยากาศที่ทั้งอบอุ่นและชวนฝันอย่างประหลาด
เบสเอื้อมมือไปดึงตะกร้าผ้าสีขาวใบใหญ่มาวางขนาบข้าง เขาจัดการดึงผ้าห่มผืนหนาที่กำลังอุ่นจัดออกจากเครื่องอบผ้า มายด์ที่เพิ่งเรียกสติกลับมาได้รีบยื่นมือเข้าไปช่วยประคองผ้าห่มอีกฝั่งเพื่อแบ่งเบาน้ำหนัก
ในจังหวะที่มือของทั้งสองยื่นเข้าไปในตะกร้าผ้าพร้อมกันนั้นเอง ฝ่ามือหนาสากระคายของชายหนุ่มก็ทาบทับลงบนหลังมือเรียวนุ่มของหญิงสาวอย่างเหมาะเจาะ... หรืออาจจะเรียกได้ว่าจงใจสัมผัสประกบลงไปอย่างช้าๆ
มายด์สะดุ้งเบาๆ นัยน์ตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ความอบอุ่นจากผิวเนื้อของเขาบวกกับความร้อนของผ้าห่มที่เพิ่งอบเสร็จใหม่ๆ ส่งผ่านทะลุไปถึงขั้วหัวใจของเธอ เลือดในกายสูบฉีดพล่านจนใบหน้าร้อนฉ่า มายด์พยายามจะชักมือกลับด้วยความตื่นตระหนก แต่เบสกลับไม่ยอมปล่อย เขาพลิกฝ่ามือขึ้นมากอบกุมมือนุ่มของเธอไว้หลวมๆ ขยับปลายนิ้วหัวแม่มือเกลี่ยไล้ไปตามหลังมือและข้อนิ้วเรียวของเธออย่างแผ่วเบาและอ้อยอิ่ง
"ผ้าอุ่นดีนะมายด์... แถมยังหอมมากๆ ด้วย" เขากระซิบเสียงพร่า นัยน์ตาคมกริบทอดมองลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ สื่อความหมายบางอย่างที่ลึกซึ้งเกินกว่าคำพูดเรื่องซักผ้า
"คะ... ค่ะพี่เบส อุ่นดีค่ะ... หอมด้วย" มายด์ตอบตะกุกตะกัก ก้มหน้างุดหลบสายตาที่ร้อนแรงราวกับเปลวไฟของเขา พยายามดึงมือออกอีกครั้ง แต่เขาก็ยังคงกุมไว้ไม่ยอมปล่อย
ทั้งคู่ช่วยกันยกตะกร้าผ้าที่เต็มไปด้วยเสื้อผ้าและผ้าห่มอบร้อนไปวางลงบนเคาน์เตอร์หินอ่อนสีดำขลับสำหรับพับผ้าที่ตั้งอยู่ชิดริมผนังระเบียง เบสหยิบผ้าห่มผืนหนาขึ้นมาสะบัดเบาๆ ก่อนจะเริ่มพับมุมเข้าหากัน มายด์รีบเข้าไปช่วยจับอีกฝั่งด้วยมือที่ยังคงสั่นระริก
ท่ามกลางกลิ่นหอมหวานของน้ำยาปรับผ้านุ่มและเสียงลมเมืองหลวงที่พัดอื้ออึง เบสก็เอ่ยทำลายความเงียบขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลและอ่อนโยน "บรรยากาศอึมครึมแบบนี้... ลมพัดเย็นๆ แบบนี้... ทำให้นึกถึงสมัยก่อนเลยเนอะมายด์"
มายด์ชะงักมือที่กำลังพับผ้า เงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยความแปลกใจ "สมัยก่อน? สมัยไหนเหรอคะพี่เบส"
"ก็สมัยที่เรายังเรียนอยู่ไง... สมัยที่มายด์ยังอยู่ ม.ต้น ส่วนพี่อยู่ ม.ปลาย" เบสยิ้มละมุน นัยน์ตาของเขาเปล่งประกายแห่งความทรงจำเมื่อครั้งวันวาน "จำได้ไหมตอนนั้น... ที่หน้าโรงเรียนกวดวิชาแถวพญาไท มายด์ไปยืนรอรถเมล์แล้วเจอสุนัขจรจัดตัวใหญ่เห่าใส่จนกลัวและเกือบจะร้องไห้งอแง..."
ภาพความทรงจำในอดีตไหลย้อนกลับเข้ามาในหัวของหญิงสาว เธอจำได้ดี วันนั้นเธอตกใจกลัวมากจนก้าวขาไม่ออก แต่แล้วก็มีรุ่นพี่ ม.ปลาย รูปหล่อคนหนึ่งวิ่งเข้ามาช่วยไล่สุนัขตัวนั้นไป และยังใจดีเดินไปส่งเธอที่สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสอีกด้วย รุ่นพี่คนนั้นก็คือพี่เบส แฟนหนุ่มของพี่สาวเธอในตอนนั้น และกลายมาเป็นพี่เขยของเธอในตอนนี้
มายด์หน้าแดงก่ำเมื่อถูกล้อเลียนเรื่องในอดีต "โธ่ พี่เบสคะ... ตอนนั้นมายด์ยังเด็กนี่นา สุนัขตัวนั้นมันหน้าตาน่ากลัวจริงๆ นะคะ แยกเขี้ยวใส่มายด์ด้วย... แต่ว่า... ตอนนั้นพี่เบสเท่มากๆ เลยนะคะ มายด์ยังจำได้เลยว่าพี่เบสวิ่งเข้ามาช่วยมายด์ไม่ให้โดนกัด"
เบสขยับตัวเข้ามาใกล้เคาน์เตอร์พับผ้ามากขึ้น วางผ้าห่มที่พับเสร็จแล้วลงบนตะกร้า เขาเท้าแขนทั้งสองข้างลงบนเคาน์เตอร์ โน้มใบหน้าหล่อเหลาเข้ามาใกล้หญิงสาวจนระยะห่างลดลงเหลือเพียงไม่กี่คืบ "แล้วนอกจากจำได้ว่าพี่เท่แล้ว... จำได้ไหมว่าหลังจากวันนั้น มายด์ก็ชอบแอบมาด้อมๆ มองๆ พี่ที่สนามบาสโรงเรียนบ่อยๆ"
ดวงตาของมายด์เบิกกว้างขึ้นอีกครั้ง ความลับในวัยเยาว์ที่เธอคิดว่าซ่อนเร้นไว้เป็นอย่างดีกลับถูกเปิดโปงออกมาอย่างง่ายดาย "พะ... พี่เบสรู้เหรอคะ"
"พี่ไม่ได้ตาบอดนะมายด์... เด็กผู้หญิงถักเปียสองข้าง หน้าตาน่ารักๆ มายืนเกาะรั้วสนามบาสแอบมองพี่ทุกเย็น ทำไมพี่จะไม่เห็นล่ะ" เบสหัวเราะในลำคอเบาๆ แววตาของเขาเต็มไปด้วยความเอ็นดูผสมกับความปรารถนาที่ปิดไม่มิด "พี่ก็แค่อยากรู้ว่า... ที่แอบมองน่ะ เพราะชอบพี่ใช่ไหม"
คำถามตรงไปตรงมาของเขาทำให้มายด์แทบจะแทรกแผ่นดินหนี เธอเม้มริมฝีปากแน่น ก้มหน้างุดมองปลายนิ้วเท้าตัวเอง หัวใจเต้นโครมครามราวกับจังหวะกลองรบ เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะตัดสินใจตอบความจริงออกไปด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบของสายลม
"มายด์... ยอมรับก็ได้ค่ะว่าตอนนั้น... มายด์แอบชื่นชมและ... แอบชอบพี่เบสมาตลอด... พี่เบสเป็นฮีโร่ของมายด์นี่คะ..." เธอพูดอ้อมแอ้ม ไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นสบตาเขาสักนิดเดียว
คำสารภาพอันแสนบริสุทธิ์และน่ารักของหญิงสาวตรงหน้าเปรียบเสมือนน้ำมันที่ราดรดลงบนกองไฟแห่งความปรารถนาที่เบสพยายามสะกดกลั้นไว้มาเนิ่นนาน ชายหนุ่มไม่อาจทนรักษาระยะห่างได้อีกต่อไป เขาขยับกายแกร่งกำยำเข้ามาประชิดร่างบอบบางที่ยืนพิงเคาน์เตอร์พับผ้าอยู่จนแทบจะไม่มีช่องว่างให้อากาศลอดผ่าน
แผ่นอกกว้างที่อุดมไปด้วยมัดกล้ามเนื้อภายใต้เสื้อเชิ้ตผ้าลินินเนื้อบางเฉียดกรายเข้าสัมผัสกับเนินอกอิ่มฟูของหญิงสาวที่ซ่อนตัวอยู่ใต้เสื้อยืดตัวโคร่ง เบสยกแขนแกร่งทั้งสองข้างขึ้นเท้ากับขอบเคาน์เตอร์หินอ่อน กักขังร่างบอบบางของน้องเมียสาวไว้ในวงแขนอันทรงพลังของเขาอย่างสมบูรณ์แบบ ปิดกั้นทางหนีทีไล่ทุกทิศทาง
มายด์สะดุ้งเฮือกเมื่อสัมผัสได้ถึงไอความร้อนจากร่างกายของชายหนุ่มที่แผ่ซ่านเข้ามาประชิดตัว กลิ่นน้ำหอมผู้ชายแนวสปอร์ตผสมผสานกับกลิ่นฟีโรโมนดิบเถื่อนเฉพาะตัวของเขา ลอยเข้ามาปะทะโสตประสาทการรับกลิ่นจนเธอรู้สึกมึนเมาและรัญจวนใจ ขาเรียวขาวเนียนสั่นสะท้านแทบจะทรุดลงไปกองกับพื้นระเบียง หากไม่ได้เคาน์เตอร์หินอ่อนด้านหลังช่วยพยุงไว้
เบสจ้องมองตามแผ่นหลังบอบบางของมายด์ที่ยืนชิดเคาน์เตอร์ ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีตีรวนอยู่ในอก เขาแต่งงานกับเมย์แล้วก็จริง แต่ความรู้สึกที่เขามีต่อมายด์ เด็กสาวที่เขาเฝ้ามองการเติบโตมาตั้งแต่เธอยังเป็นเด็กหญิงถักเปียสองข้าง ไม่เคยจางหายไปไหน มันถูกซุกซ่อนไว้ใต้พรมแห่งความถูกต้องมาตลอดเวลาหลายปี ทุกครั้งที่เห็นรอยยิ้มสดใส ได้ยินเสียงหัวเราะกังวาน หรือแม้แต่ได้กลิ่นหอมอ่อนๆ ประจำตัวของมายด์ หัวใจของเบสก็มักจะแกว่งไกวและสั่นคลอนเสมอ เขาพยายามบอกตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าเธอคือน้องสาวของภรรยา เป็นบุคคลต้องห้ามที่เขาไม่ควรแตะต้อง
แต่ในวินาทีนี้... การได้อยู่กับเธอเพียงลำพังในระเบียงกว้างใหญ่นี้ กำแพงแห่งศีลธรรมที่เขาสร้างไว้ก็ดูเหมือนจะเริ่มปริร้าวและพร้อมจะพังทลายลงมาได้ทุกเมื่อ ความเย้ายวนของหญิงสาววัยสะพรั่งที่เปล่งประกายความงามอย่างเป็นธรรมชาติ โดยปราศจากการปรุงแต่งใดๆ มันช่างดึงดูดใจชายหนุ่มที่เต็มไปด้วยเลือดเนื้อและสัญชาตญาณดิบเถื่อนอย่างเขาเหลือเกิน เขาอยากจะเดินเข้าไปสวมกอดร่างบางนั้นจากด้านหลัง ฝังจมูกลงบนซอกคอขาวผ่อง และสูดดมกลิ่นกายหอมละมุนของเธอให้ชื่นใจ อยากจะสัมผัสริมฝีปากอวบอิ่มสีพีชระเรื่อที่มักจะแย้มยิ้มให้เขาเสมอ อยากจะครอบครองทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นเธอ แต่เขาก็รู้ดีว่านั่นคือการจุดไฟเผาตัวเองและทุกคนที่เกี่ยวข้อง ทว่า... ในพายุแห่งอารมณ์ปรารถนาที่กำลังก่อตัวขึ้นนี้ สติสัมปชัญญะของเขาจะต้านทานแรงดึงดูดอันมหาศาลนี้ไปได้อีกนานแค่ไหนกัน
เบสเอื้อมมือหนาข้างหนึ่งไปปัดปอยผมสีน้ำตาลอ่อนที่ปลิวมาปรกแก้มเนียนใสของหญิงสาวออกอย่างแผ่วเบาและทะนุถนอม ปลายนิ้วสากของเขาเกลี่ยไล้ลงมาตามกรอบหน้าเรียวสวย สัมผัสความอ่อนนุ่มของผิวแก้ม ก่อนจะแตะเบาๆ ที่ปลายคางมน บังคับให้เธอต้องเชิดหน้าขึ้นมาสบตากับเขาในระยะประชิด
"มายด์รู้ไหม... ว่าพี่เองก็... แอบมองมายด์มาตลอดเหมือนกัน..." เบสเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่าและทุ้มต่ำ นัยน์ตาคมปลาบสีเข้มของเขากวาดมองสำรวจความงดงามบนใบหน้าหวานอย่างหลงใหล ไล่ตั้งแต่ดวงตากลมโตที่กำลังสั่นระริก ริมฝีปากอวบอิ่มสีพีชระเรื่อที่เผยอเปิดน้อยๆ ราวกับเชิญชวน เลื่อนต่ำลงมาจนถึงลำคอระหง และหยุดสายตาลงที่ร่องอกขาวผ่องที่โผล่พ้นคอเสื้อยืดตัวกว้างออกมาทักทายสายตาเขาอย่างเย้ายวน
ลมหายใจร้อนผ่าวของชายหนุ่มรินรดอยู่ที่ปลายจมูกรั้นของหญิงสาว สัมผัสได้ถึงจังหวะการหายใจที่เริ่มหอบถี่ขึ้นของกันและกัน มายด์หัวใจเต้นกระหน่ำรุนแรงจนปวดหนึบไปทั้งทรวงอก ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีตีรวนอยู่ในหัว แต่ทว่าความปรารถนาอันลึกล้ำที่ถูกซุกซ่อนไว้ก้นบึ้งของหัวใจกลับมีอำนาจเหนือกว่า ร่างกายของเธอตอบสนองต่อการใกล้ชิดของเขาด้วยการสั่นสะท้านไปทั้งตัว ปลายปทุมถันสีสวยหดรัดตัวชูชันดุนดันเนื้อผ้าขึ้นมาสัมผัสกับแผ่นอกกว้างของเขาอย่างไม่ได้ตั้งใจ
หัวใจของเธอยังคงเต้นกระหน่ำรุนแรงอยู่ในอก ขณะที่มือเรียวสั่นระริก ภาพใบหน้าหล่อเหลาและสายตาคมกริบของพี่เบสที่จ้องมองมายังคงติดตา ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปกี่ปี ความรู้สึกที่เธอมีต่อผู้ชายคนนี้ก็ไม่เคยเปลี่ยนแปลง เขาเป็นทั้งรักแรก เป็นฮีโร่ในวัยเด็ก และเป็นผู้ชายเพียงคนเดียวที่อยู่ในหัวใจของเธอมาตลอด แม้ว่าเขาจะกลายมาเป็นสามีของพี่สาวแท้ๆ ของเธอก็ตาม มายด์พยายามกดทับความรู้สึกนี้ไว้ ล็อกกุญแจขังมันไว้ในส่วนลึกที่สุดของหัวใจ พยายามแสดงออกว่าเป็นเพียงน้องสะใภ้ที่น่ารักและเคารพพี่เขย แต่ทุกครั้งที่ได้อยู่ใกล้ชิด ได้สัมผัสความอบอุ่น ได้ยินเสียงทุ้มต่ำของเขา กำแพงที่เธอสร้างไว้ก็มักจะสั่นคลอนเสมอ
ยิ่งในวันนี้ วันที่พี่เมย์ไม่อยู่ วันที่บรรยากาศทุกอย่างเป็นใจ ความปรารถนาเร้นลับที่ถูกเก็บกดไว้ก็เหมือนจะพยายามทะลักทลายออกมา เธอแอบหวังลึกๆ อยู่ในใจ หวังให้เขามองเห็นเธอในฐานะผู้หญิงคนหนึ่ง ไม่ใช่น้องสาวของภรรยา หวังให้เขาสัมผัสเธอด้วยความรักและความปรารถนา อย่างที่ผู้ชายคนหนึ่งพึงมีต่อผู้หญิงที่เขารัก แต่ในขณะเดียวกัน เธอก็หวาดกลัว หวาดกลัวต่อบาปกรรม หวาดกลัวที่จะต้องทำร้ายพี่สาวที่เธอรักและเคารพที่สุด ความรู้สึกที่ขัดแย้งกันสองขั้วนี้กำลังฉีกทึ้งหัวใจของเธอจนแหลกสลายเป็นชิ้นๆ การกระทำของเขาในวันนี้... สายตาที่เขามองมา... สัมผัสที่เขามอบให้... มันหมายความว่าอย่างไรกันแน่? เขาเพียงแค่เอ็นดูเธอเหมือนน้องสาว หรือว่า... เขาก็มีความรู้สึกแบบเดียวกันกับเธอซ่อนอยู่ลึกๆ ในใจเหมือนกัน? คำถามเหล่านี้วนเวียนอยู่ในหัวของมายด์ซ้ำไปซ้ำมา ราวกับเขาวงกตที่หาทางออกไม่เจอ ยิ่งคิดก็ยิ่งถลำลึก ยิ่งพยายามหนีก็ยิ่งถูกดึงดูดเข้าไปใกล้มากขึ้นเรื่อยๆ ราวกับแมลงเม่าที่หลงใหลในแสงไฟและพร้อมจะบินโผเข้ากองไฟเพื่อแลกกับความอบอุ่นเพียงชั่วคราว แม้จะต้องแลกด้วยชีวิตก็ตามที
"พี่เบส... เรา... เราไม่ควร..." มายด์พยายามเค้นเสียงห้ามปรามอันแผ่วเบาเลื่อนลอยออกมาจากลำคอ แต่กลับฟังดูเหมือนเสียงครางออดอ้อนเสียมากกว่า
"ไม่ควรทำไมครับ... ในเมื่อเราสองคนต่างก็รู้ใจตัวเองมาตั้งนานแล้ว..." เบสกระซิบตอบชิดริมฝีปากอิ่มของเธอ ระยะห่างระหว่างริมฝีปากของทั้งสองลดลงเหลือเพียงเสี้ยวมิลลิเมตร สัมผัสได้ถึงความนุ่มนวลและไอร้อนที่ส่งผ่านถึงกัน เปลวไฟแห่งความสิเน่หาที่กระชั้นชิดนี้กำลังจะหลอมละลายสติสัมปชัญญะของคนทั้งคู่ให้มอดไหม้ไปกับสายลม
ครืนนนนน! เปรี้ยง!
เสียงฟ้าร้องคำรามกึกก้องดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วผืนฟ้ามหานคร ตามมาด้วยเสียงฟ้าผ่าเปรี้ยงใหญ่ที่ทำเอาตึกสูงสั่นสะเทือน ลมพายุพัดกรรโชกแรงอย่างบ้าคลั่งพัดวูบใหญ่เข้ามากระแทกกระถางต้นไม้ประดับริมระเบียงจนโอนเอนสั่นไหวอย่างรุนแรง
ท้องฟ้าของกรุงเทพฯ ที่เคยขมุกขมัวแปรเปลี่ยนเป็นสีดำทะมึนมืดมิดราวกับเวลากลางคืน เมฆฝนก้อนมหึมาเคลื่อนตัวเข้าปกคลุมน่านฟ้าอย่างรวดเร็ว บดบังแสงอาทิตย์ยามบ่ายจนหมดสิ้น ละอองฝนเม็ดใหญ่เย็นเฉียบเริ่มสาดกระเซ็นเข้ามาตามแรงลม ปะทะเข้ากับใบหน้าและร่างกายของสองหนุ่มสาวที่กำลังยืนอิงแอบกันอยู่ริมระเบียง
สัมผัสเย็นเฉียบของสายฝนช่วยดึงสติของเบสและมายด์ให้กลับคืนมาสู่โลกแห่งความเป็นจริงชั่วขณะ ชายหนุ่มผละริมฝีปากออกห่างจากใบหน้าหวานอย่างแสนเสียดาย เขาละความสนใจจากดวงตากลมโตและริมฝีปากอวบอิ่มที่แสนเย้ายวน หันไปมองพายุฝนที่เริ่มโหมกระหน่ำลงมาอย่างหนักหน่วง
"ฝนตกหนักแล้วมายด์! พายุเข้าแน่ๆ รีบเก็บผ้าเข้าห้องเร็วเข้า เดี๋ยวจะเปียกหมด!" เบสร้องบอกเสียงดังแข่งกับเสียงพายุ เขารีบผละออกจากเคาน์เตอร์ เอื้อมมือไปคว้าตะกร้าผ้าใบใหญ่ที่เต็มไปด้วยเสื้อผ้าอุ่นๆ ขึ้นมาถือไว้ด้วยมือเดียวอย่างง่ายดายด้วยพละกำลังของชายชาตรี
มายด์สะดุ้งตื่นจากภวังค์อันแสนหวานและวาบหวาม เธอรีบพยักหน้ารับคำอย่างลนลาน หอบเอาเสื้อผ้าบางส่วนที่พับเสร็จแล้วมากอดไว้แนบอก วิ่งตามแผ่นหลังกว้างของชายหนุ่มเข้าไปในห้องนั่งเล่นอย่างรวดเร็ว โดยมีละอองฝนสาดกระเซ็นตามหลังมาจนแผ่นหลังและไหล่บางเปียกชุ่มไปหมด เสื้อยืดสีขาวที่เปียกน้ำบางส่วนแนบลู่ไปกับผิวกาย ยิ่งเน้นย้ำให้เห็นสัดส่วนความเป็นหญิงที่ซ่อนอยู่ภายในชัดเจนยิ่งขึ้น
เมื่อร่างของทั้งสองเข้ามาอยู่ในความปลอดภัยของห้องชุดสุดหรู เบสก็รีบวางตะกร้าผ้าลงบนพื้น หันกลับไปเลื่อนปิดประตูกระจกบานเลื่อนบานใหญ่และกดล็อกกลอนนิรภัยอย่างแน่นหนา ตัดขาดเสียงลมพายุที่หวีดหวิวและเสียงสายฝนที่กระหน่ำฟาดฟันกระจกหน้าต่างอย่างบ้าคลั่งอยู่ภายนอก
แสงสว่างจากภายนอกที่เคยลอดผ่านกระจกเข้ามาถูกบดบังด้วยพายุฝนจนหมดสิ้น ภายในห้องชุดเพนต์เฮาส์กว้างใหญ่จึงดูมืดสลัวและอึมครึมลงถนัดตา ราวกับถูกตัดขาดจากโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิง
พรึ่บ!
และแล้ว ท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องที่ถูกแทนที่ด้วยเสียงฝนตกกระทบกระจกดังเปาะแปะ สิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดก็เกิดขึ้น... หลอดไฟคริสตัลแชนเดอเลียร์ดวงใหญ่กลางห้องนั่งเล่น และไฟดาวน์ไลท์ทุกดวงในคอนโดหรูดับวูบลงพร้อมกันในพริบตาเดียว!
เสียงฮึ่มๆ ของเครื่องปรับอากาศที่เคยทำงานอยู่ตลอดเวลาหยุดชะงักลงเหลือเพียงความเงียบสงัด ความมืดมิดโรยตัวเข้าปกคลุมทุกตารางนิ้วของห้องชุด มีเพียงแสงสลัวรางๆ จากสายฟ้าแลบที่สาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างกระจกเป็นระยะๆ เท่านั้น
"ว้าย! ไฟดับ..." มายด์อุทานออกมาด้วยความตกใจกลัว เธอถอยหลังกรูดไปตามสัญชาตญาณเพื่อหาที่พึ่งพิง
ปึก!
แผ่นหลังบอบบางของหญิงสาวถอยไปชนเข้ากับแผงอกกว้างกำยำของเบสที่ยืนซ้อนอยู่ด้านหลังในความมืดมิดอย่างจัง ท่อนแขนแข็งแรงของชายหนุ่มตวัดรัดรอบเอวคอดกิ่วของเธอไว้แน่นตามสัญชาตญาณการปกป้อง... หรืออาจจะด้วยความจงใจที่แอบแฝงอยู่ลึกๆ ดึงรั้งร่างนุ่มนิ่มของน้องเมียสาวให้เข้ามาแนบชิดกับเรือนกายแกร่งของเขาจนแทบจะหลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกัน
ท่ามกลางความมืดมิดและพายุฝนที่โหมกระหน่ำอย่างบ้าคลั่งอยู่ภายนอก อุณหภูมิภายในห้องที่ควรจะเย็นเฉียบ กลับเริ่มร้อนระอุและคุกรุ่นขึ้นจากไฟปรารถนาอันแสนอันตรายที่กำลังจะปะทุขึ้นในไม่ช้า... ค่ำคืนแห่งพายุฝนและเครื่องซักผ้าสื่อรักนี้ เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น!