มิปรารถนาเป็นเซียน ไยเป็นเซียนแล้วต้องขี้หึงทุกวันเล่า (BL) (จบ)

    เล่มที่ 2 บทที่ 51 เผ่าปีศาจในเมืองผี

            เมื่อเดินผ่านกลุ่มของเจียงเฉิงเยว่ชายหนุ่มผู้นั้นหยุดฝีเท้าชั่วคราวในทันทีและหรี่ตาจากนั้นหันศีรษะไปมองกลุ่มผู้ฝึกฝนมนุษย์อย่างพิจารณาผู้ช่วยในร้านมองตามสายตาของเขา เผยความรังเกียจอยู่หลายส่วนทว่าไม่เหมาะที่จะส่งเสียงตำหนิต่อหน้าผู้สูงศักดิ์ จึงทำได้เพียงยิ้มอย่างประจบสอพลอเล็กน้อยเอียงตัวเพื่อบังสายตาของชาวสำนักป้าเทียนอย่างต้องการที่จะดึงดูดแขกผู้มีเกียรติเข้าไปด้านใน

            เมื่อชายหนุ่มผู้นั้นกวาดสายตามาถึงใบหน้าของเจียงเฉิงเยว่ก็สบตาเขาชั่วครู่แล้วเดินจากไปอย่างไร้ร่องรอยพัดคลี่ประดูกหยกในมือ ค่อยๆหยิบเส้นผมลอนสีเขียวเข้มสองสามปอยที่กระจัดกระจายยุ่งเหยิงอยู่บนไหล่ของตนเองลงมาเส้นผมนั้นราวกับน้ำที่ลื่นไหลและตกลงบนหน้าอกของเขา

           ชายหนุ่มถอนสายตาออกเมื่อเห็นทารกโสมในกรงด้านข้างของชาวสำนักป้าเทียนนั้นพอดีจึงพูดด้วยรอยยิ้มน้อย“วันนี้นับว่าไม่ได้มาเสียเที่ยว”

           ผู้ช่วยพยักหน้าอย่างเร่งรีบ “ขอรับๆๆๆก่อนหน้านี้ให้คุณชายอวี้หลิวคอยนานแล้ว...คุณชายโปรดรีบเข้ามาด้านใน”

           ชายหนุ่มผู้นั้นเดินตามผู้ช่วยเข้าประตูไปไม่ได้มองชาวสำนักป้าเทียนที่อยู่ข้างนอกสักแวบหนึ่ง จนกระทั่งเขาจากไปนานแล้วทุกคนจึงค่อยๆ คืนสติจากอาการตะลึงมีศิษย์คนหนึ่งโน้มตัวไปพูดที่ข้างหูของศิษย์พี่จ้าว“ศิษย์พี่...เมื่อครู่นี้คนผู้นั้นคือคุณชายรองของตระกูลมังกรครามเหยียนชิว...’คุณชายอวี้หลิว’หลิ่ววั่งซูหรือ?”

           ช่างไม่เหมาะที่ทุกคนจะหยุดเดินต่อไป ขณะที่เดินจากไปจึงซุบซิบกันด้วยเสียงต่ำน้ำเสียงสะกดกลั้นความตื่นเต้นไม่ได้เล็กน้อย

           “ไม่คาดคิดว่าการเดินทางมาเมืองผีครั้งนี้กลับคุ้มค่านักถึงกับได้พบคุณชายอวี้หลิวจากตระกูลมังกรคราม หาได้ยากจริงเชียว!”

           “ตระกูลมังกรครามเหยียนชิวนับว่าเป็นตระกูลที่ใหญ่เป็นอันดับหนึ่งในโลกปีศาจตอนนี้ใช่หรือไม่?”

            สำหรับจุดนี้ศิษย์พี่จ้าวมีความคิดเห็นที่ต่างออกไป “นั่นกลับไม่เป็นเช่นนั้นแม้ว่าพลังของตระกูลมังกรครามเหยียนชิวไม่ง่ายที่จะมองข้ามแน่นอนว่าเป็นผู้ที่ร่ำรวยที่สุดในโลกปีศาจตลอดมาเหยียนชิวไม่เคยข้องเกี่ยวกับข้อพิพาทของทั้งสามโลก เพียงมุ่งเน้นไปที่การทำเงินเท่านั้น...หากกล่าวถึงพลังที่แท้จริงแล้วช่างมีความคล้ายคลึงกับตระกูลสิงโตทองหมิงสุ่ยที่กล้าหาญเชี่ยวชาญด้านการต่อสู้และมีอารมณ์รุนแรงเช่นเดียวกับเผ่าปีศาจชาวเมืองปีศาจลิ่งชิวที่แม้ว่าการบ่มเพาะจะไม่ได้สูงกลับสามารถรวบรวมเป็นพลังได้...ใช่ว่าจะจัดการได้โดยง่ายหากเผยฝีมือคงไม่ด้อยกว่าตระกูลมังกรครามเหยียนชิว”

           หลังจากนั้นมีคนพูดต่อด้วยรอยยิ้มเย้ยหยันอย่างอิจฉา “ขายข้อมูลของทั้งสามโลกอาวุธวิเศษ หินวิญญาณและยาวิเศษ...ต้องการอะไรพวกเขาล้วนมีทั้งหมดทำการค้ามาไปทั่วทั้งสามโลกจะไม่ร่ำรวยได้หรือ? ข้าได้ยินพวกเขาพูดว่า...เหยียนชิว...เป็นมังกรครามที่ไหนกันต้องเป็นปี่เซียะสิถึงจะถูก! เพราะเพียงเข้าไปได้แต่ออกไม่ได้[1]”

           “ฮ่าๆๆ...พูดถึงตระกูลมังกรครามเหยียนชิวแล้ว พวกเจ้าเคยได้ยินตำนานหรือไม่?ว่ากันว่าหัวหน้าตระกูลมังกรครามเหยียนชิว ‘เสวียนหลินจวิน’ หรือหลิ่วชิงฮุยซึ่งเป็นพี่ชายของคุณชายอวี้หลิวผู้นี้ก่อนหน้านี้มีข่าวลือว่ากักตนเข้าฌานอยู่หลายปีใช่หรือไม่? ความจริงน่ะ...คือหนีออกจากบ้านต่างหาก!!!”

           ทุกคนอดไม่ได้ที่จะตกตะลึง “หัวหน้าตระกูลที่ร่ำรวยที่สุดในโลกปีศาจหนีออกจากบ้าน?!ทำไมเล่า?”

            คนผู้นั้นยักไหล่“ใครจะไปรู้ ข้าบังเอิญได้ยินข่าวลือเช่นนี้มา”

           ขณะที่ทุกคนพูดคุยกันและเดินจากไปไกลอย่างรวดเร็วเจียงเฉิงเยว่พาเสี่ยวหูจื่อเดินไปตรงกลางและหยุดทันใดนั้นราวกับนึกอะไรขึ้นมาได้จึงหยุดเดินเขาตรวจสอบกลุ่มสำนักป้าเทียนทั้งเจ็ดแปดคนอย่างละเอียดอยู่สองครั้ง

            เสี่ยวหูจื่อพูด“พี่หลิน? ท่านทำอะไรหรือ?”

           เจียงเฉิงเยว่ค้นหาไปรอบด้าน เขาถามด้วยความสงสัย “พี่อี้ของเจ้าเล่า? เมื่อครู่ยังอยู่ตรงนี้นี่นา?”

           ดูเหมือนว่าหูจื่อเพิ่งนึกอะไรขึ้นได้ “เอ้ะ? ใช่แล้ว...พริบตาเดียวก็ไม่เห็นแล้ว”

           แม้ว่าระดับการบ่มเพาะของอี้จื่ออีจะไม่ต่ำ ทว่าสุดท้ายแล้วก็เป็นผู้ฝึกฝนธรรมดาอีกทั้งตอนนี้อยู่ในเมืองผี เจียงเฉิงเยว่จึงกังวลเล็กน้อยกำลังจะรั้งเพื่อนร่วมสำนักที่อยู่ด้านหน้าซึ่งยังคงคุยกันและเดินจากไปไกลขึ้นเรื่อยๆกลับเห็นอี้จื่ออีวิ่งมาจากอีกด้านพอดี ชั่วพริบตาก็มาถึงข้างกายเจียงเฉิงเยว่อธิบายด้วยเสียงเบา “เมื่อครู่ตอนที่พวกท่านคุยกัน บังเอิญเห็นคนรู้จักสองสามคนจากสำนักจงหลีซานเดินผ่าน...นึกขึ้นได้ว่า‘พี่หลิน’ เคยบอกข้าชก่อนหน้านี้ว่าไม่สมควรเผยตำแหน่งข้าตกใจจนไปหลบซ่อนอยู่ที่หลังแผงลอยนั่น เดินอยู่เป็นเวลานานจนแทบไม่ได้กลับมา”

           เจียงเฉิงเยว่ตอบรับ “โอ้”

            อี้จื่ออีพูดต่อ“ยังดีที่พวกเขาไม่ได้ไปที่โซ่วหลิง แน่นอนว่าไม่รู้จัก ‘พี่หลิน’ นี่เป็นเรื่องด่วน...จึงไม่มีเวลาบอกท่านคิดว่าจะต้องแยกกันเดินกับพวกท่านเสียแล้ว โชคดีที่พี่หลินยังรอข้าอยู่”

           เจียงเฉิงเยว่ยิ้ม ทั้งสามคนไล่ตามคนกลุ่มใหญ่ไป

           มีคนไม่กี่คนเดินผ่านถนนที่พลุกพล่าน มาถึงถนนในตรอกที่เชี่ยวชาญการสร้างอาวุธประตูร้านส่งเสียง ‘ติงๆ ตังๆ ‘ จากการเคาะโลหะก่อนที่เจ้าของร้านซึ่งเป็นชายร่างกำยำและเสียงใหญ่จะออกมา

           ศิษย์สำนักป้าเทียนเหล่านั้นที่มาเมืองผีในครั้งนี้ไม่ใช่เพียงเพื่อเดินเตร็ดเตร่เท่านั้นพวกเขายังนำรายการจัดซื้อมาด้วย ถือโอกาสที่ศิษย์พี่จ้าวและคนอื่นๆกำลังเลือกกันอยู่ เจียงเฉิงเยว่อี้จื่ออีและเสี่ยวหูจื่อยืนอยู่เฉยๆ ไม่ทำอะไรเพียงอยู่ที่ข้างถนน เหม่อมองเจ้าของร้านกับลูกค้าต่อรองราคากันเท่านั้น

           พวกเขากำลังเหม่อมองกันอยู่ ทันใดนั้นกลับมีเสียงดังจากร้านหรูหราที่ด้านข้างพร้อมกับเสียงโหยหวนดังลั่น มีร่างหนึ่งลอยออกมาจากร้าน ตามด้วยเสียง ‘พิงๆ พังๆ ‘สิ่งของในร้านถูกทุบจนเกลี้ยง ทั้งโต๊ะเก้าอี้ และป้ายร้านลมระเนระนาดชิ้นส่วนภาชนะไม้ปลิวว่อนออกมาเป็นระยะ

           เสียงดังสนั่นชั่วขณะนี้ดึงดูดคนสัญจรข้างถนนจากนั้นมีคนไม่น้อยมารวมกันที่หน้าร้านอย่างรวดเร็ว เก็บมือไว้ในแขนเสื้อ[2] เฝ้ามองความครึกครื้นด้านใน

           ผู้ช่วยร้านที่ถูกโยนออกมาบนถนนยังคงร้องครวญครางอยู่บนพื้นไม่นานผู้ร้ายที่โหดเหี้ยมซึ่งอยู่ด้านในผู้ยังไม่หายแค้นตามออกมาเพื่อดึงปกเสื้อของผู้ช่วยพลางยกมือขึ้นทุบตี

            “โอ้ย โอ้ย...”

            เจียงเฉิงเยว่กับอี้จื่ออีพาเสี่ยวหูจื่อมาอยู่ท่ามกลางฝูงชนมองเห็นว่าผู้ตีเป็นเผ่าปีศาจร่างสูงใหญ่กำยำ มีใบหน้าสี่เหลี่ยม ปากกว้างคิ้วหนาและตาโต ดวงตาสีแก้วใสจางๆ คู่หนึ่งเวลานี้เบิกกว้างราวกับระฆังทองแดงหน้าผากมีเส้นเลือดปูด ใบหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ ขณะที่ทุบตีผู้ช่วยร้านด้วยกำปั้นเหล็กก็ตำหนิด้วยความโกรธ“เจ้าคนหลอกลวง! พวกเจ้ากล้าที่จะหลอกลวงหรือ!!!”

            “ท่านลูกค้า!ท่านลูกค้า...มีอะไรค่อยพูดค่อยจากัน! ค่อยพูดค่อยจาเถิด!!!”เจ้าของร้านไล่ตามออกมา ทว่าถูกพรรคพวกสองสามคนของผู้ร้ายคนนั้นขวางเอาไว้ไม่สามารถไปข้างหน้าได้ เขาตบต้นขาอย่างร้อนใจ

           เจียงเฉิงเยว่ขมวดคิ้วท่ามกลางกลุ่มคนที่เฝ้าดูความครึกครื้นมีเผ่าผีที่ไม่พอใจกับเหตุการณ์นี้พูดด้วยความโกรธ “ปีศาจตัวนี้มาจากไหน? กล้าดีอย่างไรมาเหิมเกริมเช่นนี้ในเมืองปี่อั้น?ไม่เช่นนั้นรีบให้คนไปเรียกผู้คุมวิญญาณมาหากจัดการไม่ได้ก็ให้เจ้าเมืองผดุงความยุติธรรมเถอะ...”

           เจ้าของร้านผู้นั้นกล่าวขอร้อง“ท่านลูกค้า...หากไม่ได้ข้าจะคืนผลึกเทียนเสวียนหนึ่งพันก้อนทั้งหมดให้ท่าน!ขอร้องท่านยกมือที่สูงส่ง[3]...”

            “โอ้!”กลุ่มผู้ชมที่ล้อมรอบต่างสูดลมหายใจเย็น ส่งเสียงอุทานออกมา

           อี้จื่ออีโน้มตัวที่ข้างหูของเจียงเฉิงเยว่แล้วพูดด้วยรอยยิ้ม“ที่แท้ถูกหลอกด้วยผลึกเทียนเสวียนหนึ่งพันก้อน!ไม่แปลกใจเลยที่โกรธจนถึงขั้นทุบร้านแต่ข้าไม่รู้ว่าคุณชายผู้นี้เป็นปีศาจจากเผ่าไหนถึงสร้างผลงานเช่นนี้ได้อย่างคาดไม่ถึง”

           เจียงเฉิงเยว่ยกมุมปาก

           เมื่อคุณชายผู้นั้นได้ยินเช่นนี้จึงหยุดมืออย่างที่คาดไว้ไม่สร้างความลำบากให้ผู้ช่วยที่ถูกเขาทุบตีหลายครั้งจนนอนหอบหายใจอยู่บนพื้นจากนั้นหันไปคว้าปกเสื้อเจ้าของร้านแล้วเอ่ยด้วยความโกรธเคือง “ติดค้างปู่เจ้า[4] เพียงผลึกเทียนเสวียนหนึ่งพันก้อนหรือ? พวกเจ้ากล้าปลอมแปลงต้นฉบับของปรมาจารย์อี้ซีแล้วยังหลอกลวงปู่เจ้าจนถึงเพียงนี้? วันนี้ไม่เพียงทุบตีเจ้าพวกสวะเหล่านี้จนต้องควานหาฟันบนพื้นยังต้องให้อ่านชื่อของปู่เจ้าแบบกลับหัว!!!”

           เจ้าของร้านมีใบหน้าโศกเศร้าพลางผายมือออกทั้งสองข้างกล่าวอย่างไม่ได้รับความเป็นธรรม “ฟ้าเป็นพยาน! พูดตามสัตย์จริง!สิ่งที่พวกเราขายคือต้นฉบับที่แท้จริงจากปรมาจารย์อี้ซี...”

           คุณชายผู้นั้นโกรธยิ่งขึ้น “เหลวไหล! เจ้าเห็นปู่ของเจ้าเป็นคนโง่ใช่หรือไม่?คนใต้หล้าล้วนรู้ชัดว่าต้นฉบับของปรมาจารย์อี้ซีเล่มที่หกและเจ็ดขาดหายไปเพราะปรมาจารย์ปิดผนึกไว้ในเตาเผาเมื่อหลายสิบปีก่อนจนหาทั่วทั้งภูเขาแล้วไม่พบเดิมทีมุ่งมาที่เมืองผี ณ เมืองปี่อั้นแห่งปรโลกเพราะคิดว่าจะมีอีกหนทางที่จะได้รับมันจริง...ผลลัพธ์คือลายมือและเนื้อหาไม่สอดคล้องกับเล่มหน้าและเล่มหลัง!ถ้าเช่นนี้...เจ้ายังกล้าตะโกนเรียกหามโนธรรมจากฟ้ากับข้าอีกอย่างนั้นหรือ?!”

           เจ้าของร้านโต้แย้ง“อาศัยเพียงลายมือกับเนื้อหาที่อยู่ในมือท่านลูกค้าไม่ตรงกันมายืนยันว่าสิ่งที่ข้าขายเป็นของปลอมไม่ยุติธรรมเกินไปหน่อยหรือ?”

           คุณชายผู้นั้นยิ้มอย่างโกรธจัด “หากพูดเช่นนี้เจ้ากำลังสงสัยว่าต้นฉบับอีกหกเล่มที่เหลือในมือข้าซึ่งปรมาจารย์เขียนด้วยตนเองจนต้องจ่ายในราคาสูงเสียดฟ้าจึงจะได้มาครอบครองในช่วงสองสามทศวรรษนี้เป็นของปลอมทั้งหมดหรือ?”

           หลังได้ยินเขาพูดจบทุกคนต่างเดาะลิ้น อี้จื่ออีก็ตกใจพูดที่ข้างหูของเจียงเฉิงเยว่ “ดูเหมือนว่าคุณชายผู้นี้จะมีภูมิหลังไม่ธรรมดา!!!ต้นฉบับของปรมาจารย์อี้ซีที่หมุนเวียนในตลาดตอนนี้ล้วนแต่เป็นฉบับคัดลอกที่ได้ยินจากคุณชายผู้นี้ว่าเขาได้รวบรวมทั้งหกเล่มอยู่ในมือและทั้งหมดยังเป็นของแท้?! ต้องร่ำรวยระดับใดกัน?”

           เจียงเฉิงเยว่ขมวดคิ้ว อันที่จริงแล้วเขาละทางโลกบ่มเพาะมาร้อยปีกว่าปีรวมกับถูกตี้จวินผนึกมาหลายสิบปี หากคิดดูแล้วก็ไม่ได้มาเมืองผีเกือบสองร้อยปีแต่ไหนแต่ไรก็ไม่รู้ว่า ‘ปรมาจารย์อี้ซี’ คือผู้ใด?

           เมื่ออี้จื่ออีเห็นว่าเขางุนงงจึงอธิบายให้ฟัง “พี่หลินคงไม่รู้จัก ‘ปรมาจารย์อี้ซี’ ใช่หรือไม่? เขาเป็นปรมาจารย์ด้านการหลอมโลหะที่มีชื่อเสียงขึ้นมาในเมืองผีแห่งปรโลกเกือบร้อยปีมานี้อาวุธวิเศษที่หลอมทั้งหมดเป็นที่ยอมรับโดยทั่วกันทั้งสามโลกตั้งแต่คุณสมบัติพลังไปจนถึงฝีมือการหลอมล้วนเป็นสินค้าที่ดีเยี่ยมประณีตอย่างยิ่ง ดังนั้นจึงมีผู้สนับสนุนในสามโลกอยู่ไม่น้อยยังมีคนจำนวนมากที่ไม่ได้ใช้สิ่งของจากเขาแต่ซื้อมาในราคาที่สูงเสียดฟ้าเพื่อเก็บสะสมหลังจากที่เขาปิดผนึกเตาหลอมและเก็บไว้ในภูเขาเมื่อหลายสิบปีก่อนเขากลับหายไปอย่างไร้ร่องรอยราคาของอาวุธวิเศษที่เคยหลอมทั้งหมดจึงสูงขึ้นอีกเรื่อยๆ ข้าได้ยินมาว่าไม่เพียงแต่เผ่าผีและเผ่าปีศาจเท่านั้นในบรรดานักพรตบนโลกมนุษย์ไม่น้อยที่ขายต่อหรือถึงกับปลอมแปลงผลงานของเขา

           เขาค่อนข้างลึกลับ ไม่มีใครเคยเห็นรูปลักษณ์ที่แท้จริงและไม่มีใครทราบว่าเขาเป็นเผ่าใดในสามโลกหกเหล่า...เมื่อเขาพบผู้คนมักจะสวมหมวกซาเม่า[5] เอาไว้แต่ก็เคยมีคนบังเอิญเหลือบไปเห็นใบหน้าภายใต้หมวกซาเม่า...ว่ากันว่ามีอะไรบางอย่างทำให้ใบหน้าเสียโฉมเต็มไปด้วยรอยไหม้...”

           ทางนี้กำลังอธิบายอยู่ ทว่าทางด้านนั้นเริ่มโต้เถียงกันอีกครั้ง เสียงนั้นแหลมสูงปกคลุมอี้จื่ออีที่ตั้งใจลดเสียงเบา คุณชายผู้นั้นกล่าว “เจ้าไม่ยอมแพ้หรือ?พวกเราไปหาใครมาประเมินสิ ต้องทำให้เจ้าเชื่ออย่างแน่นอน!หากประเมินออกมาได้ว่าของสะสมในมือข้าเป็นของจริงและสิ่งที่เจ้าขายเป็นของปลอม...ข้าก็ไม่ต้องการอะไรจากเจ้าอีกเพียงต้องการแยกวิญญาณของเจ้า เจ้ากลัวหรือไม่?!”

           ใบหน้าของเจ้าของร้านขาวซีดในชั่วพริบตา ผู้ชมรอบข้างอดตกใจไม่ได้มีคนพูดเกลี้ยกล่อมเขา“เหตุใดจึงต้องทำเช่นนี้...เขายินยอมจะคืนผลึกเทียนเสวียนหนึ่งพันก้อนให้ท่านแล้วถึงแม้เขาจะขายของปลอมจริง โทษคงไม่ถึงขั้นนี้หรอกกระมัง?”

           คุณชายผู้นั้นจ้องมองคนที่พูดอย่างโกรธเคืองท่าทางราวกับต้องการจะกลืนกินผู้คนทั้งเป็น“ข้าไม่ต้องการให้เขาคืนผลึกเทียนเสวียนหนึ่งพันก้อน!ปลอมแปลงต้นฉบับของปรมาจารย์อี้ซียังกล้าเอาออกมาเพื่อหลอกลวงและทำลายชื่อเสียงของปรมาจารย์ ต้องโทษประหาร!!!”ขณะที่พูด เขาหิ้วเจ้าของร้านที่โซซัดโซเซอยู่ในมือ ต้องการหาใครสักคนเพื่อประเมิน“ไป!”

            “ไม่ ไม่ ไม่...”ภายใต้แรงกดดันทางจิตใจ เพียงครู่หนึ่งเจ้าของร้านจึงเปิดเผยความลับร้องขอการอภัยอย่างต่อเนื่อง “คุณชาย คุณชาย...ท่านปู่ ท่านปู่!ข้าจะคืนผลึกเทียนเสวียนหนึ่งพันก้อนให้ท่านแล้วมอบอาวุธวิเศษของข้าให้ท่านได้หรือไม่? อาวุธวิเศษนี้หลอมจากวิญญาณของสัตว์ปีศาจราชาแมลงพิษที่เพิ่งหลอมออกมาเมื่อหลายวันก่อนจากสนามประลองเทียนเต้าเหอในปรโลก...มีมูลค่ามหาศาลพบเจอได้แต่เรียกร้องไม่ได้! ท่านปู่ละเว้นข้าในครั้งนี้เถิด...”

           อี้จื่ออีกล่าวอย่างทอดถอนใจที่ข้างหูของเจียงเฉิงเยว่“ร้านนี้ไม่มีความจริงออกจากปากแม้แต่คำเดียว...เฮ้อ”

           เจียงเฉิงเยว่เริ่มสนใจ เขาเลิกคิ้วถามด้วยเสียงต่ำ “มีเรื่องอะไรอีกหรือ?”

           อี้จื่ออีกล่าวด้วยรอยยิ้ม“วิญญาณของสัตว์ปีศาจราชาแมลงพิษที่ผลิตในสนามประลองเทียนเต้าเหอเป็นวัสดุที่มีคุณสมบัติระดับสูงสุดในการหลอมอาวุธวิเศษในสามโลกมีราคาสูงแต่ไม่มีในตลาด...โดยปกติหากยังไม่ได้ผลิตจะถูกลิ่งชิว ซึ่งเป็น‘ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ในการหลอมอาวุธวิเศษแห่งสามโลก’ สั่งจองไว้แทบจะไม่เผยสู่ภายนอก...นี่ไม่ใช่การหลอกลวงถึงแปดสิบส่วนอีกหรืออย่างไร?”

           เจียงเฉิงเยว่ยังไม่ทันได้แสดงความคิดเห็นใดเขาเห็นเผ่าปีศาจผู้หนึ่งที่แต่งตัวเหมือนกับลูกน้องที่คุณชายผู้นั้นพามารีบวิ่งมาจากที่ไกลแล้วเผยความกระวนกระวายจากนั้นรีบวิ่งไปกระซิบที่ข้างหูของคุณชายผู้นั้นสองสามประโยค

            ขณะนี้คุณชายผู้นั้นหยุดการเคลื่อนไหวในมือเช่นกันจากนั้นเงียบไปครู่หนึ่งจึงพูดตอบคนผู้นั้นอย่างไม่เชื่อถือ “เจ้าแน่ใจหรือ?เป็นเจ้าเด็กหน้าขาวแซ่หลิ่ว ‘ตัว’ นั้น เขามาทำอะไรที่นี่?”

            ลูกน้องรีบบอก“คุณชาย สิ่งสำคัญในตอนนี้ไม่ใช่คนแซ่หลิ่วมาทำอะไรในเมืองผี แต่อยู่ที่...หากถูกเขาหรือลูกน้องของเขาจำท่านได้แล้วเรื่องไปถึงหูนายท่านละก็...”

           คุณชายผู้นั้นเปลี่ยนสีหน้าในทันทีจากนั้นโยนเจ้าของร้านในมือที่น้ำหูน้ำตาไหลอย่างโกรธเคืองและจนปัญญา“นับว่าเจ้าโชคดี!” พูดจบก็วิ่งหนีไปพร้อมกับลูกน้องด้วยความตื่นตระหนกท่าทางนั้นราวกับว่าจะถูกจับในข้อหาก่ออาชญากรรมแตกต่างจากใบหน้าเย่อหยิ่งที่ข่มเหงก่อนหน้านี้กับความไม่เป็นธรรมและไร้ซึ่งความกลัวต่อฟ้าดิน

           เจียงเฉิงเยว่มองแผ่นหลังของคนผู้นั้นอย่างครุ่นคิด เจ้าของร้านได้ชีวิตกลับคืนมาอีกฝ่ายร้องไห้พลางประคองผู้ช่วยขึ้นมาก่อนเริ่มเก็บกวาดความวุ่นวายพลางยอมรับว่าโชคไม่ดีกับตนเองเมื่อคนสัญจรเห็นว่าไม่มีความครึกครื้นให้ดูแล้วต่างก็แยกย้ายกันไป

           ผู้ช่วยคนนั้นหยิบป้ายร้านขึ้นมา พูดพร้อมถอนหายใจอย่างกลัดกลุ้ม ยังคงร้องไห้“น่าสงสารที่ไม่มีใครดูแลพวกเราในแดนเหนือของปรโลกได้ในปีนั้นเจ้าเมืองอี้หลียังอยู่ เมืองปี่อั้นอยู่ใกล้กับเมืองอี้หลีเช่นนี้จึงไม่มีใครกล้ากำเริบเสิบสานในเมืองผีของเมืองปี่อั้นเฉกเช่นวันนี้!”

           เจ้าของร้านพูดต่อ “ฉิงชางจวินช่างน่าผิดหวังทำเรื่องไม่ดีจนฝ่าฝืนกฎของสวรรค์...จะทำอย่างไรได้เล่า?”

            เจียงเฉิงเยว่กับอี้จื่ออีที่อยู่ข้างๆต่างกลืนไม่เข้าคลายไม่ออก

           ------------------------

            [1]เข้าไปได้แต่ออกไม่ได้ เป็นการอุปมา หมายถึงกอบโกยทรัพย์จากทั่วทิศทางโดยที่ไม่รั่วไหลออก

            [2]เก็บมือไว้ในแขนเสื้อ เป็นการอุปมา หมายถึงรับชมอยู่ด้านข้างโดยไม่มีความเกี่ยวข้อง

            [3]ยกมือที่สูงส่ง เป็นสำนวน หมายถึง ขอร้องให้อภัย

            [4] ปู่เจ้าหมายถึง สรรพนามเรียกตัวเองในเชิงยกตน เหยียดหยามอีกฝ่าย

            [5] หมวกซาเม่าหมายถึง หมวกขุนนาง

    คล้ายกับเรื่องมิปรารถนาเป็นเซียน ไยเป็นเซียนแล้วต้องขี้หึงทุกวันเล่า (BL) (จบ) ที่คุณอ่าน

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.36M 891