เสียงเดินหนักๆ ก้าวต่อก้าวอย่างคนที่มั่นใจในตัวเองเต็มเปี่ยม เดินเข้ามาภายในห้องรับแขก ทำให้คนที่นั่งเฝ้ารอเ้าของบ้านใจจดใจจ่ออยู่ในขณะนี้ ต้องหันไปมองยังต้นเสียง ซึ่งก็พบว่าคนที่เดินเข้ามาภายในห้อง เป็ชายหนุ่มหน้าตาออกไปโซนฝรั่งจ๋า
ณัฐวลัญช์เผลอมองชายหนุ่มผู้เข้ามาใหม่ค้าง เพราะเขามีหน้าตาหล่อคมเข้ม ถึงแม้จะมีหนวดเคราขึ้นปกคลุมใบหน้า แต่ก็ตัดเล็มให้เป็ระเบียบ ผมของเขาตัดสั้น สีผมเป็สีดำปนน้ำตาลเข้ม ดวงตาดุดัน จมูกโด่งเป็สัน ปากบางได้รูป ตัวใหญ่ล่ำสันบึกบึน ซึ่งเมื่อเทียบความสุขกันแล้ว ชายหนุ่มผู้นี้สูงกว่าณัฐวลัญช์มากมายนัก
“มองพอหรือยัง!!??”
อัศม์เดช เดฟ ราฟาส หรือเดฟ หรือที่คนในฟาร์มแห่งนี้เรียกว่า ‘นายท่าน’ ขมวดคิ้วเข้าหากันอย่างไม่ค่อยชอบใจสักเท่าไร ที่คนที่จะมาชดใช้หนี้ มองเขาค้างอยู่อย่างนั้น เขาจึงกระแทกเสียงเข้มดุใส่อารมณ์ถามออกมาเป็ภาษาไทย ที่คนฟังรับรู้ได้ด้วยน้ำเสียงว่าเขานั้นพูดภาษาไทยจัดเจนมาก ราวกับเป็คนไทยเลย แต่หน้าตาไม่ได้บ่งบอกให้รู้เลยแม้แต่น้อย ว่าเขามีเชื้อไทยอยู่ในตัวครึ่งหนึ่ง
“ขะ ขอโทษค่ะ”
ณัฐวลัญช์สะดุ้งใ สติกลับคืนมาหาตัว รีบลุกขึ้นยืนทันที ทั้งเสหลบสายตาเข้มดุ ด้วยรู้สึกประหม่าขึ้นมา และรู้สึกว่าความมั่นใจที่มีอยู่ในตัว มันได้หายไปเกินกว่าครึ่งในตอนนี้
“เธอคงเป็ณัฐวลัญช์ที่จะมาชดใช้หนี้ให้ฉันล่ะสินะ ฮึ!!"
อัศม์เดชพูดด้วยน้ำเสียงเ็า เหมือนมะนาวไม่มีน้ำ ทั้งสายตาที่จ้องมองมาก็ยังดูเ็า และทำเหมือนราวกับว่าได้โกรธเกลียด คนตัวเล็กตรงหน้าั้แ่ชาติปากก่อนยังไงยังงั้น
ณัฐวลัญช์ทำตัวไม่ถูกเลยเมื่อมาเจอกับสถานการณ์อย่างนี้ เธอเม้มปากเข้าหากันแน่น พยายามรวบรวมสติและความกล้าเข้ามาหาตัว
“ใช่ค่ะ ฉันณัฐวลัญช์ เอ่อ!! คุณคือคุณเดฟ ใช่ไหมคะ?”
ณัฐวลัญช์ทำใจดีสู้เสือ หันเหสายตามามองสบตากับคนตัวโต ก่อนจะพูดถามออกมาอย่างใคร่รู้ให้แน่ชัดมากขึ้นกว่าเดิม
“ใช่ฉันนี้แหละเดฟ แต่เธอไม่สมควรที่จะมาเรียกขานฉันอย่างนั้น เพราะฉันให้อภิสิทธิ์ในการเรียกขานชื่อนี้เฉพาะคนสนิทเท่านั้น เธอต้องเรียกฉันว่านายท่าน เหมือนกับคนงานทั่วๆ ไป จงจำเอาไว้!!”
อัศม์เดชพูดสั่งด้วยน้ำเสียงดังฟังชัดและเด็ดขาด ซึ่งทำให้ณัฐวลัญช์รู้สึกหวาดหวั่นหวาดกลัว ไปกับอากัปกิริยาท่าทางของเขามิใช่น้อย แต่จะให้เธอทำยังไงได้อีกล่ะ ในเมื่อเธอจะต้องอยู่ชดใช้หนี้ให้เขา เธอก็จะต้องรับสิ่งต่างที่จะเกิดขึ้นที่นี่ให้ได้
“...... ค่ะ!!”
ณัฐวลัญช์ก้มหน้ามองพื้นห้อง เม้มปากเข้าหากันแน่น ก่อนจะปล่อยออกเพื่อตอบรับคำพูดของคนตัวโต ไปอย่างเสียไม่ได้
“แล้วฉันจะต้องทำงานอะไรบ้างคะ? เพื่อชดใช้หนี้ให้แก่คะ.... นายท่านน่ะค่ะ” ณัฐวลัญช์เงยหน้าขึ้นมาถาม เมื่อคิดขึ้นมาได้
“เธอต้องทำตามที่ฉันสักให้ทำทุกอย่าง”
อัศม์เดชจ้องมองใบหน้าสวยซึ้ง ด้วยสายเจิดจ้าแววเยาะเย้ยสะใจนิดๆ และพูดบอกด้วยน้ำเสียงเ็า ซึ่งหากสังเกตให้ดีจะััได้ถึงความเยาะหยันที่แฝงปะปนอยู่ด้วย
“วันนี้ฉันให้เธอพักก่อน พรุ่งนี้ค่อยเริ่มงานของเธอ”
อัศม์เดชพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบและเ็า ซึ่งทำให้คนฟังรู้สึกหนาวๆ ร้อนๆ เมื่อคิดไปถึงวันพรุ่งนี้ ว่าจะต้องเจอกับอะไร
“ฮันย่าพาผู้หญิงคนนี้ไปห้องพักของเธอ” อัศม์เดชหันไปร้องสั่งแม่บ้าน ที่ยืนรอรับคำสั่งอยู่ที่ข้างนอกห้องรับแขกอย่างรู้หน้าที่
ฮันย่าเดินเข้ามาภายในห้องรับแขก
“เชิญตามมาทางนี้ค่ะ”
มองสบตากับณัฐวลัญช์นิดหนึ่ง ก่อนจะเชื้อเชิญให้ณัฐวลัญช์เดินตามตัวเองออกไป ณัฐวลัญช์ยิ้มรับบางๆ ก้มลงหยิบกระเป๋าเดินทางขึ้นมา แล้วเดินตามหลังฮันย่าออกไปทันที
อัศม์เดชจ้องมองตามแผ่นหลังบอบบาง ที่ได้เดินออกไปจากห้อง ด้วยสายตามาดร้ายราวกับมีไฟสุมอยู่ภายในดวงตา
‘ฮึ! คราวนี้ล่ะจะเป็คราวของเราบ้างแล้ว ที่จะได้แก้แค้นให้สาสมกับสิ่งที่พวกมันได้ทำไว้’ อัศม์เดชยิ้มที่มุมปากนิดๆ กล่าวพึมพำกับตัวเองอยู่ภายในใจ
๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘