“ไม่ต้องแต่งกับเขาหรอก ลูกคนเดียว ข้าเลี้ยงได้”
มาบอกตอนที่นางสวมชุดแดงแล้วเนี่ยนะ
“ข้าตัดสินใจแล้ว” เหอซือซือเป็ดรุณีวัยแรกแย้ม แต่บุคลิกกลับโตกว่าวัยนัก ยามที่ศักดิ์ศรีถูกเหยียบย่ำเช่นตอนนี้ นางก็ยังรักษาใบหน้าเยือกเย็นเอาไว้ได้ “ท่านพ่อ ถ้าเกิดว่าข้า...”
“ลำบากใจก็ไม่ต้องเล่า” คนตรงหน้ากลับโบกมือไปมา
เหอซือซือใจชื้น
“ท่านพ่อ ท่านคงพอเดาได้ว่า ข้ามีเื่บางอย่าง วันนี้ข้าไม่สามารถบอกเล่าให้ท่านฟังได้ทั้งหมด ตอนนี้ข้าบอกได้เพียงว่าข้ากลัวโลกภายนอก กลัวสิ่งที่อยู่หลังกำแพงนั่น” นางชี้ไปยังด้านนอกที่มีคนพลุกพล่าน “ข้าไม่รู้ว่าตอนนี้ยังถูกไล่ล่าหรือไม่ ตลอดมาข้าซ่อนเร้นอยู่ในสถานที่สุขสงบ เมื่อต้องออกจากที่นั่น ข้าหวาดกลัวมากจริง ๆ ไม่ใช่ดูิ่ว่าท่านคุ้มครองข้าไม่ได้ แต่ท่านพ่อ...ข้าเห็นถึงความร้ายกาจของพวกเขากับตาตนเองแล้ว ข้าไม่อยากให้ท่านต้องเดือดร้อนไปด้วยจริง ๆ”
เหอซือซือหลับตาลง ภาพเปลวเพลิงโหมไหม้และกลิ่นคาวเืยังคงแจ่มชัดในความทรงจำ
ตอนนั้นนางทำได้แค่หนี นางไม่แข็งแกร่งพอจะปกป้องผู้ใด
...นางไม่อยากให้เหตุการณ์นั้นมันเกิดขึ้นอีก
“เสี่ยวซือ...” ชายชราเห็นถึงความเ็ป หญิงสาวที่มักแสดงท่าทีเฉยเมย ดูอ่อนแรงกะทันหัน
เหอซือซือลืมตามองบิดาบุญธรรมผ่านเงาสะท้อนบนคันฉ่อง “ข้าชื่นชอบท่านแม่ทัพอยู่ไม่น้อย จวนกั๋วกงและจวนแม่ทัพแข็งแกร่งพอจะคุ้มภัยให้ข้าได้ ขอข้าหลบอยู่ที่นี่สักระยะเถิด ไว้เมื่อใดข้าไม่อยากอยู่แล้ว ท่านจะมารับข้า ใช่หรือไม่”
“แน่นอน” ชายชราตอบกลับทันที “เฮ้อ ข้าคงตายเร็ว ๆ นี้ไม่ได้สินะ”
“ท่านกล้าทิ้งบุตรสาวไว้เพียงลำพังหรือ ช่างเป็บิดาที่ใจร้ายเสียจริง” หญิงสาวเย้า
หลิวซงอ่อนอกอ่อนใจเมื่อเห็นนางยิ้มกว้าง
ยามนี้เขาทำหน้าที่แทนมารดาด้วยการหยิบปิ่นทองปักลงบนมวยผมที่จัดแต่งอย่างประณีต พร้อมทั้งอวยพรขณะใช้ผ้าแดงผืนงามคลุมใบหน้าเ้าสาว
“ขอให้มีความสุข แต่ถ้าไม่มีความสุขก็อย่าได้ทน”
จวนแม่ทัพตระกูลซ่งแต่งอนุลำดับที่สี่ ทว่างานแต่งนี้ไม่ธรรมดา
ดูไม่คล้ายแต่งอนุเลยสักนิด
ปกติใช้เกี้ยวหลังเล็กรับเ้าสาวไปยังบ้านเ้าบ่าวไร้ขบวนแห่ใด ๆ เมื่อถึงประตูจวนก็ยังไม่สามารถนั่งเกี้ยวเข้าไปได้ ต้องลงเดินไปเข้าทางประตูเล็กที่อยู่ด้านข้าง งานฉลองใดย่อมไม่มี ชุดเ้าสาวก็ไม่สามารถใช้สีแดงได้
แต่การแต่งอนุของจวนแม่ทัพเหนือครานี้ยิ่งใหญ่ราวกับแต่งฮูหยินเลยทีเดียว
นอกจากงานเลี้ยงใหญ่โตที่ประดับด้วยผ้าแดงมงคลแล้วเกี้ยวหามก็ยังเป็เกี้ยวแบบแต่งฮูหยินเอก นั่นคือเกี้ยวแปดคนหาม เคลื่อนขบวนออกจากจวนกั๋วกงไปยังจวนแม่ทัพที่อยู่ข้างกัน ระยะทางใกล้กันมาก แต่ขบวนเ้าสาวเคลื่อนตัวอ้อมไปรอบ ๆ ก่อนจะวกมาจวนแม่ทัพ
เกี้ยวหามหลังงามเคลื่อนมาหยุดอยู่ประตูหน้า เ้าสาวในชุดแดงงดงามตระการตาก้าวลงจากเกี้ยวผ่านเข้าไปตรงประตูใหญ่ หีบสินเดิมต่อแถวตามหลังไปยาวเหยียด ใช้เวลาพักใหญ่จึงหมด
“โอ้โห! สินเดิมเ้าสาวมากมายขนาดนี้ใช่แต่งอนุแน่รึ” ชาวบ้านที่เห็นต่างตกตะลึงกับขบวนแห่
“นั่นสิ เ้าสาวสวมชุดแดงและผ้าคลุมหน้าด้วยนะ นี่มันพิธีการแต่งฮูหยินแล้ว”
“แต่ไม่เห็นท่านแม่ทัพนำขบวนเ้าสาว คงไม่ใช่แต่งฮูหยินหรอก คู่หมั้นคือคุณหนูรองสกุลไป๋ไม่ใช่รึ ท่านแม่ทัพซ่งรักมั่นในคุณหนูไป๋ กว่าจะได้หมั้นหมายกันต้องผิดใจกับท่านกั๋วกงอยู่เป็นาน แล้วก็ไม่ได้ยินข่าวว่าถอนหมั้นด้วย”
“หา?” ยิ่งฟังยิ่งงุนงง
“เช่นนั้นเ้าสาวฐานะสูงส่งมากรึ นี่ถ้ามีพิธีการกราบไหว้ฟ้าดินด้วยก็ครบกระบวนเลยนะ”
“ชู่...” ชายผู้หนึ่งแต่งกายสะอาดเรียบร้อยท่าทางคล้ายบัณฑิตกล่าวเสียงเบา “เป็บุตรีบุญธรรมอดีตหัวหน้าแพทย์หลวง ท่านหมอหลิวกับท่านซ่งกั๋วกงนับถือกันดั่งพี่น้องร่วมสายเื ดังนั้นฐานะของนางก็คือหลานสาวท่านกั๋วกง เดิมทีด้วยฐานะเช่นนี้นางไม่มีทางแต่งเป็อนุได้ แต่จะทำเช่นไรได้ ลมวสันต์พัดบุปผาให้เอนไหว แม่นางเหอตกหลุมรักท่านแม่ทัพจนถอนตัวไม่ขึ้น จึงจะยกให้เป็ภรรยารอง ที่ไหนได้ท่านแม่ทัพรักมั่น ยื่นคำขาดว่าถ้าจะแต่งเข้าจวนแม่ทัพต้องแต่งเข้ามาในฐานะอนุเท่านั้น”
“แล้วก็ยอมรึ?”
ชายผู้นั้นยังคงกล่าวต่อ “พอเป็เช่นนั้นท่านกั๋วกงก็ไม่กล้าหักหน้าท่านหมอหลิว ทั้งยังไม่อาจบังคับบุตรชายได้จึงจัดงานแต่งเช่นนี้ขึ้น เห็นสินเดิมเ่าั้หรือไม่ เกินครึ่งเป็จวนกั๋วกงเติมให้ทั้งนั้น”
พวกเขาต่างถอนหายใจ น่าเสียดาย ลดคุณค่าตนเองเช่นนี้
ช่างน่าเสียดายจริง ๆ
แม้งานครั้งนี้จะใหญ่โต แต่ไร้พิธีการใด ๆ แขกที่มาเพียงมาร่วมยินดีตามคำเชิญของจวนซ่งกั๋วกงเท่านั้น ดีหน่อยก็มอบของขวัญแก่บ่าวสาว
ดังเช่นองค์ฮ่องเต้ที่พระราชทานเครื่องประดับทองให้หนึ่งชุด เหอซือซือคุกเข่ารับทั้งที่ยังมีผ้าคลุมหน้า
จากนั้นก็เป็ผู้สูงศักดิ์อีกจำนวนหนึ่ง
“ยินดีกับอนุสี่ด้วย” องค์ชายรองเหลียนเฟยหลงยิ้มละไมกล่าวยินดี ใบหน้าอบอุ่นดูไร้เจตนาร้าย สวนทางกับวาจาเหลือเกิน
การกล่าวย้ำสถานะเ้าสาวในยามนี้ไม่ต่างจากตบหน้านางฉาดใหญ่
คนด้านหลังก้าวออกมาพร้อมถาดในมือ “ของขวัญเล็กน้อยจากวังองค์ชายรอง”
ในถาดเป็กำไลเงินวงหนึ่ง ไม่สูงค่าไม่ต่ำต้อย เหมาะสมต่อฐานะอนุของจวนแม่ทัพ...
เ้าสาวใต้ผ้าคลุมเอื้อมมือไปรับ ผิวขาวผ่องปรากฏต่อสายตาแล้วตามด้วยเสียงใสราบเรียบ “ขอบพระทัยองค์ชายรองเพคะ”
“จุ๊จุ๊ เ้ารอง กำไลเงินนั่นจะคู่ควรกับข้อมืองามของนางได้อย่างไร ใส่ทองก็ยังหม่น ถ้าจะให้เหมาะ ต้องเป็หยกสิ” ผู้ที่กล้าเอ่ยหักหน้าองค์ชายรองได้เห็นจะมีเพียงองค์ชายใหญ่
องค์ชายใหญ่รูปร่างผอมบาง เมื่อยืนข้างองค์ชายรองที่สูงสง่าแล้วตัวเล็กกว่ามาก แต่รูปโฉมต่างมีเอกลักษณ์คนละแบบ องค์ชายใหญ่แต่งตัวมีสีสัน เหมาะสมกับงานรื่นเริง ยื่นกำไลหยกเขียวเนื้อดีวงใหญ่ด้วยมือตนเอง
“หากจะใส่ก็ควรใส่หยก เ้าเหมาะสมกับมันมากกว่า”
จวนกั๋วกงเป็กลางทางการเมือง การที่ฮ่องเต้ยินดีที่จวนแม่ทัพซ่งแต่งบุตรีอดีตหัวหน้าแพทย์หลวงเป็ที่เข้าใจได้ ไม่ว่าอย่างไรก็ดีแต่งไป๋เยว่ซื่อจากจวนเสนาบดีมาแล้ว ทำให้อำนาจเสียสมดุล มีเหอซือซือเข้ามาอีกคน จวนกั๋วกงต้องไม่ปล่อยให้สะใภ้ในอนาคตแสดงอำนาจได้
ด้วยความเป็กลางนี้ องค์ชายผู้มีสิทธิ์ในบัลลังก์จึงได้พากันมาดูท่าทีเ้าสาว
เ้าสาวที่กำลังถูกแเื่พิจารณาไม่มีความตื่นตระหนกให้เห็น นางเลิกผ้าคลุมขึ้นเล็กน้อยพอให้เห็นมือที่ยื่นมา เหอซือซือรับมาด้วยท่าทีนุ่มนวลและสวมมันเข้ากับข้อมือตนทันที จากนั้นย่อกายทำความเคารพตามแบบธรรมเนียมของแคว้นได้อย่างงดงามหลังจากถูกอบรมอย่างเข้มงวด
“ขอบพระทัยองค์ชายใหญ่เพคะ”
ซ่งเหว่ยหนานเข้ามาทักทายองค์ชายทั้งสอง “เสี่ยวซือต้องเข้าเรือนหอแล้ว เชิญทั้งสองพระองค์มาสังสรรค์ด้านนี้เถอะ”
องค์ชายใหญ่หัวเราะ เดินตามไปอย่างสนิทสนม ขณะที่เหลียนเฟยหลงมองเ้าสาวที่ยังยืนนิ่งแวบนึง
เหอซือซือได้ยินเสียง ‘หึ’ แว่วมา
เรือนหอก็คือเรือนเหม่ยเจียงที่เหอซือซือพักอยู่ เรือนแห่งนี้เป็เรือนของสะใภ้ใหญ่แต่ท่านกั๋วกงยืนกรานให้นางใช้เรือนแห่งนี้ต่อไป
กล่าวว่าอยู่ใกล้ หลิวซงจะได้ไปเยือนบุตรสาวได้ตลอด
เหอซือซือนั่งอยู่บนเตียงนานแล้ว กระทั่งเสียงเปิดประตูดังขึ้น ผู้ที่เข้ามาไม่ใช่เ้าบ่าวแต่เป็สาวใช้นางหนึ่ง
“อะ อี๋เหนียงเ้าคะ ทะ ท่านแม่ทัพคงจะไม่ได้มาแล้ว คือว่า...”
“พูดมาเถอะ”
“เ้าค่ะ” ไม่มีเสียงด่าทอด้วยความโมโห สาวใช้ยิ่งสงสารเ้าสาวจับใจ “คุณหนูไป๋ไม่สบายหนัก ท่านแม่ทัพไปเยี่ยมั้แ่เช้าเห็นว่าจะอยู่เฝ้าไข้คืนนี้เ้าค่ะ”
“...”
ดีจริง เป็งานแต่งที่ั้แ่ต้นจนจบไร้วี่แววเ้าบ่าวโดยแท้
“อืม ข้าเข้าใจแล้ว ขอบใจเ้ามาก”
เมื่ออยู่ลำพัง เหอซือซือรู้สึกเสียใจและเสียหน้าอยู่เหมือนกัน
ใครใช้ให้นางเป็คนที่เขาต้องรับผิดชอบอย่างช่วยไม่ได้ เขาจะเป็ห่วงเป็ใยคนรักของเขามากกว่าก็ไม่เห็นแปลก
ผ้าคลุมมงคลถูกปลดด้วยตัวเ้าสาวเอง
อาหารบนโต๊ะก็เป็เ้าสาวที่กินเองผู้เดียว
กินอิ่มแล้วก็ล้มตัวนอนบนเตียงลำพัง