วันถัดมา
ผมยืนหมุนตัวอยู่ที่หน้ากระจกภายในห้องส่วนตัวของตัวเองจะว่าไปที่นี่ก็ดีอย่างหนึ่งคือการให้ความเป็ส่วนตัวของแต่ละคนไม่ใช่นอนรวมกันเหมือนนักโทษ แต่ชุดนักเรียนที่นี่ก็แปลกดีแฮะเสื้อแขนสั้นสีเทากับกางเกงขาสั้นสีดำที่ดูทะมึนไปซะทั้งหมดแล้วยังจะมีเนกไทกับหมวกเพิ่มเข้ามาให้เกะกะอีก
ก๊อก ๆ ๆ ๆๆ
เสียงเคาะประตูดังมาจากหน้าห้องผมเดินมาเปิดอย่างไว กลัวว่าจะเป็มาดามแมรี่มาแจ้งอะไรบางอย่าง แต่ไม่ใช่เลยคนที่ยืนอยู่หน้าบานประตุคือ กาย ไอ้คนตัวสูงที่ผมไม่อยากเข้าใกล้สักเท่าไหร่ มันเอามือมาดันประตูไว้ไม่ให้ผมปิดพลางจ้องมองผมด้วยสายตาแบบเดิม แบบที่.....ผมไม่ชอบใจสักเท่าไหร่
“มีอะไรรึเปล่า” ผมถาม
“ขอเข้าไปคุยในห้องไม่ได้เหรอ?” มันบอก
“เอ่อ . . . . . คือ”
“ทำไม มึงกลัวอะไร?” มันถามเมื่อเห็นว่าผมอึกอัก
“คือ.......”
“กูไม่ทำไรมึงหรอกน่า . . . . . แค่จะคุยด้วย”
“อ่า.......งั้นเข้ามา”
ผมยอมให้มันเข้ามาในที่สุดทั้งๆที่ไม่รู้เลยว่ามันไว้ใจได้มากน้อยแค่ไหนเมื่อเข้ามาด้านในกายก็ปิดประตูลงพร้อมกับล็อกกลอนสนิททำเอาผมต้องเดินถอยหลังไปจนสุดห้อง แต่มันก็ไม่ได้ทำอะไรนอกจากนั่งลงบนเตียงของผม
“มึงจะเดินหนีกูทำไมวะ ก็บอกว่าไม่ทำไรไง” มันบอกแต่ผมจะเชื่อคนอย่างมันได้ยังไง
“เปล่า คือ.....เราแค่อยากยืนตรงนี้น่ะ” ผมตอบ
“มานั่งนี่” มันบอกพร้อมกับตบฝ่ามือหนาลงบนเตียงข้างๆมัน
“เอ่อ ไม่เป็ไรๆ มีไรก็ว่ามา”
“มึงจะมาดีๆ หรือจะให้กูบังคับ”
นั่นไงมันใช้อำนาจชั่วร้ายบังคับผมอีกแล้ว และบอกตรงๆว่าผมกลัวมันมากจริงๆจึงต้องยอมเดินกลับมานั่งลงยังเตียงนุ่มข้างๆมัน
“มี....อะ.....ไร” เมื่อมานั่งอยู่ข้างๆมันผมก็ถามขึ้นตัวของผมสั่นจนเห็นได้ชัด และทันทีที่ผมพูดจบประโยค กายก็จู่โจมผมทันทีมันใช้กำลังที่มีมากกว่าบังคับร่างผมให้ล้มลงไปกับเตียงนุ่มพลางใช้ร่างกำยำของมันทาบทับผมเอาไว้
“เห้ย!! ปล่อยนะ ปล่อยๆ ๆ ๆ ” ผมโวยวาย
“กูไม่ปล่อย...”
“ปล่อย ขอร้อง อย่าทำอะไรเราเลย นะ...”
“ฮ่าๆ ๆ มึงคิดว่ากูจะทำอะไรมึง” มันพูดพลางหัวเราะเยาะคล้ายกับว่าตั้งใจจะแกล้งผม
“......” ผมเงียบไป พลางหันหน้าหนีไปทางอื่น
“ไม่ต้องกลัวหรอก กูบอกไม่ทำก็คือไม่ทำ”
“งั้นก็ปล่อยดิ”
“คุยก่อน เดี๋ยวปล่อย”
“งั้นก็รีบๆคุยมา” ผมบอก
“วันนี้อย่าลืมไปขอไอ้แสบเข้าแก๊งนะ แล้วทำตามแผนด้วยล้วงความลับของแก๊งมันมาให้ได้เยอะที่สุด เข้าใจไหม”
“อื้มๆ ถ้าเื่นี้รู้แล้ว คุยเสร็จแล้วก็ออกไปดิ” ผมตอบพร้อมกับไล่อยากให้มันถอยออกไปใจจะขาด ั้แ่เกิดมายังไม่เคยโดนผู้ชายด้วยกันจู่โจมแบบนี้มาก่อนเลยแต่นี่อะไร ผู้ชายที่นี่ดูหิวๆ เหมือนไม่เคยมีอาหารสวยๆตกถึงท้อง อ่อ… จริงสิ ลืมไปเลยว่าที่นี่ไม่มีสาวๆให้ได้แตะต้องจะมีก็แต่ผู้ชายอ่อนแอแบบผมที่ตกเป็เหยื่อ
“ฟังนะ ถ้ามึงทำสำเร็จ กูจะยกให้มึงเป็หัวหน้าแก๊งร่วมกันกับกูเลยแต่ถ้ามึงทำไม่สำเร็จ มึงตาย!!!!!” มันพูดเสียงแข็งผมพยักหน้ารับอย่างหวาดๆ ไม่มีทางเลือกอะไรให้ผมเลยในตอนนี้นอกจากยอมทำตามที่มันบอก
“เข้าใจแล้ว ปล่อยได้แล้ว”
“ปล่อยก็ได้ แต่ขออีกอย่างดิ” กายพูดขึ้นมันดูมีเล่ห์เหลี่ยมเยอะจนผมไม่อยากไว้ใจอะไรทั้งนั้น
“อะไร”
ไม่มีคำตอบใดๆจากกายมันจ้องหน้าผมอยู่สักพักก่อนจะโน้มใบหน้าคมคายของมันลงมาสูดกลิ่นหอมจากแก้มของผมฟอดใหญ่ แน่นอนว่าผมใมากพยายามดิ้นเมื่อถูกจู่โจมแบบนั้น แต่ก็ดิ้นไม่หลุดเพราะแรงผมมีน้อยกว่ามันมือหนาล็อกเข้าที่เรียวหน้าของผมอย่างแรง จับใบหน้าของผมให้บิดขึ้นไปมองมันจังๆ ไม่พูดจาอะไรแต่บดจูบลงมาที่ริมฝีปากของผมอย่างเต็มที่ รุนแรง ซาบซ่านบดขยี้จนมีเืซิบออกมาจากริมฝีปากของผมเล็กน้อยในขณะที่แขนแกร่งของมันก็ล็อกตัวผมไว้จนขยับไม่ได้ ร่างกายกำยำเริ่มไร้การควบคุมมันขยับกดลงมาเต็มแรงจนผมรู้สึกเจ็บ มัน....กำลังจะควบคุมตัวเองไม่ได้
“อื้ออ......” ผมร้องออกมา ก่อนจะพยายามดันตัวมันออกทำให้กายที่กำลังบดจูบผมอยู่ได้สติกลับคืนมาอีกครั้ง มันรีบถอยตัวออกในทันทีปล่อยผมให้เป็อิสระอีกครั้ง
“ขอโทษ มึงเจ็บมั้ย” มันถาม
ผมไม่ตอบแต่ค่อยๆลุกขึ้นนั่ง ยังคงสั่นอยู่อย่างนั้นด้วยความใเมื่อกี้ถ้ามันควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ขึ้นมา ผมจะทำยังไง ไอ้บ้าเอ้ย.....
“ไม่เป็ไร แต่......อย่าทำแบบเมื่อกี้อีกได้ไหม เรา.....กลัว” ผมตัดสินใจบอกมันไปตรงๆ
กายหันมาจ้องมองผมอีกครั้งพลางหัวเราะออกมา รอยยิ้มที่เพิ่งเคยเห็นจากมันเป็ครั้งแรกให้ความรู้สึกดีอยู่ไม่น้อย
“มึงน่ารักจังวะ” มันบอกพร้อมกับยกมือขึ้นมายีหัวผมเบาๆ ก่อนจะชักมือกลับแล้วรีบลุกขึ้น
“กูไปแล้วนะ ขืนอยู่ต่ออีกนิด กูอดใจไม่ไหวแน่” มันพูดแล้วเปิดประตูห้องเดินออกไปในทันทีทิ้งให้ผมนั่งนิ่งงันอยู่ภายในห้องนี้ด้วยความรู้สึกสุดแปลกประหลาด ทั้งกลัวทั้งงง ทั้งเสียสติ บอกตรงๆว่าตอนที่โดนมันจูบผมสติหลุดหายไปเป็ที่เรียบร้อยแล้วั้แ่เกิดมายังไม่เคยโดนใครจูบมาก่อนเลย ผมถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ก่อนจะยกมือทั้งสองข้างขึ้นมากุมขมับ บ้าที่สุด!!! นี่มันเื่อะไรกันเนี่ย!!ทำไมผมต้องมาอยู่ที่นี่ด้วย!!! ทำไมผมต้องมาเจออะไรแบบนี้ด้วย!!!
*****************************************
ผมเดินลงมาจากตึกนอนพร้อมกับมุ่งหน้าไปหาไอ้แสบ หัวหน้าแก๊งสิงห์ดำ แน่นอนว่าผมไม่มั่นใจเลยสักนิดกลัวว่ามันจะทำร้ายผมแบบเมื่อวานนี้อีก แต่ทำยังไงได้ ผมไม่มีทางเลือกนี่นา...
ไม่นานผมก็มาถึงที่นี่เป็คล้ายๆ แหล่งกบดานของพวกสิงห์ดำ ห่างไกลจากตึกเรียนอยู่มากพอสมควรมองไปก็คล้ายๆกับพวกอาคารเรียนร้างๆอะไรทำนองนั้นดูเหมือนเป็ตึกเก่าที่ไม่มีการใช้งานแล้วพวกไอ้แสบจึงใช้ที่นี่เพื่อเป็แหล่งซ่องสุม ฝึกฝนการต่อสู้ต่างๆอยู่ในนี้ถามว่าผมรู้ได้ไง ก็ไอ้กายบอกอีกนั่นแหละผมมองไปยังบานประตูของห้องต่างๆที่เรียงรายกันไปเรื่อยๆมีประตูบานหนึ่งถูกเขียนไว้ด้วยสเปรย์สีแดงว่า “พี่แสบ” ผมจึงเดาเอาเองว่าห้องนั้นต้องเป็ห้องส่วนตัวของไอ้แสบแน่ๆ ไม่รอช้าผมรีบเดินเข้าไปในทันที
เมื่อมาถึงผมก็เปิดประตูเข้ามาอย่างถือวิสาสะ ไม่พบใครอยู่ภายในห้อง ที่นี่เป็ห้องมืดๆ ทึบๆแปลกมากที่สถานที่แห่งนี้มักจะสร้างอาคารต่างๆด้วยอิฐและทำให้ดูทึบไปซะทั้งหมดโต๊ะตัวใหญ่ตั้งอยู่เบื้องหน้า ด้านซ้ายมือของผมมีเก้าอี้วางเรียงรายอยู่จำนวนหนึ่งไม่ค่อยเป็ระเบียบนักกระดานดำด้านหน้าที่มีข้อความเขียนเอาไว้ด้วยช็อกสีขาวว่า สิงห์ดำ
ผมเดินมายังโต๊ะตัวใหญ่ที่ตั้งอยู่ด้านหน้าของห้องบนโต๊ะมีกล่องไม้กล่องหนึ่งวางอยู่ ด้วยความอยากรู้จึงตั้งใจว่าจะเปิดดูแต่ยังไม่ทันได้ทำอะไรผมก็ถูกรวบตัวไว้ทันที วงแขนแข็งแรงรวบรัดผมไว้แน่นจนแทบจะกระดุกกระดิกไม่ได้
“เห้ย!! ปล่อยนะ ปล่อยยย”
“มึง!! มึงเข้ามาทำอะไรในนี้”
“ใครวะ ปล่อยดิ ปล่อยยยย” ผมโวยวาย
“กูถามว่ามึงเข้ามาทำอะไรในนี้ อยากตายรึไง”
พรึก!! ไม่พูดเปล่าไอ้คนที่ล็อกตัวผมไว้เหวี่ยงผมเต็มแรง ร่างบางๆ ของผมเซไปตามแรงเหวี่ยงจนกระแทกเข้ากับผนังห้องอย่างแรงอึก!! ผมทรุดตัวลงกับพื้นทันทีด้วยความเจ็บจุก อีกแล้ว....มันรุนแรงอีกแล้ว ที่นี่มีแต่พวกหัวรุนแรงหรือไงกัน?
“มึงเข้ามาทำอะไรในห้องของกู”
ไอ้แสบชายหนุ่มร่างสูงที่ยืนจดจ้องผมอยู่ถามขึ้น ดวงตาแดงก่ำที่ดูโกรธจัดของมันจ้องผมไม่กะพริบและผมยังไม่ทันจะได้ตอบอะไร มันก็ปรี่เข้ามาหาผมอีกครั้ง
“อย่าๆ .......อย่านะ” ผมพูดขึ้นพร้อมกับยกมือขึ้นป้องตัวไว้มันชะงักไปตามคำของผม แต่ยังคงจ้องผมอยู่
“กูถามว่ามึงเข้ามาทำอะไร”
“คือ.....เรามาขออยู่แก๊งนายด้วย...........ได้ไหม....”
“หึ!! อย่างมึงเนี่ยนะจะมาอยู่แก๊งกู มีอะไรดีทำอะไรได้มั่ง อ่อนแอ ง๊องแง๊ง ซื่อบื้อ กูไม่รับ!!!” มันบอกให้ตายสิ แบบนี้แผนของผมก็จะไม่สำเร็จ กลับไปต้องโดนไอ้กายเล่นงานแน่แต่...คนฉลาดอย่างผมไม่ยอมแพ้หรอก
“เราได้เกรดเฉลี่ย 4.00 ทุกเทอม วิทย์ 95 คณิต 100 เต็ม ฟิสิกส์กับเคมีได้ 90” ผมตอบ
“แล้วยังไง แก๊งกูไม่้าคนเรียนเก่ง”
“แต่เราช่วยให้นายได้เกรดดีๆ แล้วถ้านายได้เกรดดีๆนายก็จะพ้นจากสภาพการเป็นักเรียนของที่นี่”
ไอ้แสบชะงักไปตามคำพูดของผมมันมองผมพลางคิดอะไรอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าตอบตกลง
“ก็ได้ กูให้มึงเข้าแก๊ง” มันพูดแล้วยื่นมือมาตรงหน้าผม ผมเอื้อมมือไปหาก่อนที่ฝ่ามือหนาสากนั้นจะกระชากให้ผมลุกขึ้นและด้วยแรงที่มีมากของมันทำให้ผมเซถลาเข้าไปหามันอย่างไม่ตั้งใจ
เหวอ......อึก!!! ร่างบางของผมกระแทกเข้ากับอกแกร่งร่างสูงใหญ่โอบรัดร่างของผมเอาไว้เหมือนกลัวว่าผมจะล้มผมจึงตกอยู่ภายใต้อาณัติของมันอย่างไม่ได้ตั้งใจบอกตรงๆว่าร่างกายของมันแข็งกระด้างราวกับก้อนหินมันไม่จรรโลงใจบางๆของผมเลยแม้แต่น้อยออกแนวหงุดหงิดด้วยซ้ำที่ต้องมาซบมันอยู่แบบนี้
“อ่ะ ออกไปได้แล้วมั๊ง” ไอ้แสบพูดขึ้น ทำให้ผมได้สติ
ผมรีบผละตัวออกจากอ้อมอกแกร่งนั้นทันทีก่อนจะกลับมายืนนิ่งเป็สิ่งมีชีวิตที่โดนแช่แข็งด้วยก้อนน้ำแข็งก้อนใหญ่จนทำให้อีกฝ่ายหัวเราะร่าออกมา
“ฮ่าๆ ๆ มึงนี่ตลกดีนะ ทึ่มๆ โง่ๆ ดูไม่ค่อยทันคนเท่าไหร่เลย นี่ถ้าไม่บอกว่าได้เกรด4 ก็คงไม่รู้ว่าฉลาด” มันพูดถึงผมจะไม่ค่อยพอใจกับประโยคนั้นของมันสักเท่าไหร่แต่ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากยืนนิ่งอยู่เช่นเดิม
“หยุดหัวเราะได้แล้วหน่า.......”
“ถ้าไม่ค่อยทันคน ก็อย่าไปอยู่ใกล้คนอื่นในแก๊ง ไอ้พวกนั้นน่ะมันพร้อมจะเขมือบมึงได้ตลอดเวลา”
“ห๊ะ!!! หมายความว่าไง”
“หึ!! ก็ตัวเล็กๆ ขาวๆ หน้าตาแบบเนี่ย” แสบไม่พูดเปล่า แต่ยกมือหนาของมันขึ้นมาลูบใบหน้าของผมอย่างหยอกเย้ายกยิ้มมุมปากเล็กน้อยเวลาพูด ทำเอาผมหนาวสะท้านไปทั้งร่างเลยล่ะ
“พวกมันพร้อมที่จะจับมึงแก้ผ้าแล้วกระหน่ำมึงได้ตลอดเวลา เข้าใจที่พูดมั้ย???”มันบอก และยิ่งทำให้ผมรู้สึกหนาวสะท้านกว่าเดิมเมื่อได้ยินแบบนั้น
“เข้าใจแล้วๆ แล้ว....เอ่อ.....เราจะอยู่ใกล้ใครได้บ้าง...” ผมถาม เพราะคิดว่าภายในแก๊งสิงห์ดำบ้าๆนี่คงจะมีคนดีๆอยู่สักคน
“ไม่ได้ซักคน ทางที่ดี อยู่ใกล้กูไว้”
“ห๊ะ!!” ผมไปต่อไม่ถูกจริงๆ เมื่อไอ้แสบมันบอกว่าให้อยู่ใกล้มันไว้ก็มันนี่แหละที่น่ากลัวที่สุด
“ทำไม? อยู่ใกล้กูแล้วมึงจะปลอดภัยที่สุด เชื่อกูสิ!!!”มันพูด
“เอ่อ........ก็ได้ๆ” ผมตอบ
“งั้นไปกับกู”
“ไปไหน?”
“ก็จะพาไปทำความรู้จักกับคนอื่นๆในแก๊งไง มึงต้องจำหน้าให้ได้ทุกคนเพราะเวลามีเื่กับพวกไอ้กาย จะได้ขอความช่วยเหลือได้”
“อ่อ เข้าใจแล้ว....” ผมตอบพร้อมกับเดินตามมันออกมาจากห้อง
ไม่นานนักผมก็มาถึงสถานที่หนึ่งเป็ห้องโถงกว้างๆ ดูจากสภาพแวดล้อมแล้วน่าจะเคยเป็ห้องประชุมหรือไม่ก็สนามกีฬาเล็กๆอะไรทำนองนั้น ด้านหน้าของผมมีเด็กผู้ชายรุ่นราวคราวเดียวกับผมอยู่ประมาณสิบกว่าคนดูพวกมันไม่ค่อยเป็มิตรกับผม ไม่สิ! ดูไม่ค่อยเป็มิตรกับใครทั้งนั้นเป็ได้อย่างเดียว...มิจฉาชีพ!!!
“เห้ยย!!!” ไอ้แสบ ที่เดินอยู่หน้าผมะโขึ้นชายหนุ่มประมาณสิบกว่าคนที่นั่งอยู่บริเวณนั้นหันมามองผมเป็ตาเดียว
“นั่นใครอ่ะลูกพี่” ใครคนหนึ่งถามขึ้น
“ไอ้นี่ ชื่อ......”
“เกมครับ” ผมตอบ
“มันจะมาอยู่แก๊งเรา ฝากพวกมึงช่วยดูมันด้วย” แสบบอกกล่าวก่อนจะดึงให้ผมไปนั่งลงยังโต๊ะที่มีลูกน้องของมันนั่งอยู่
“ได้เลยลูกพี่ เดี๋ยวผมจะดูแลให้อย่างดีเลย” ใครคนหนึ่งตอบพร้อมกับเดินเข้ามาประชิดตัวผมแต่เพียงแค่เสี้ยววินาทีก็ถูกลูกพี่ของมันผลักออก จนต้องถอยไปอยู่ไกลๆ
“อย่ายุ่งกับมัน นอกจากดูแลเฉยๆ เข้าใจไหม...” แสบพูดกับไอ้นั่นคล้ายออกคำสั่ง แน่นอนว่าอีกฝ่ายพยักหน้ารับหงอยๆแล้วนั่งลงยังโต๊ะอีกตัว
ผมได้แต่นั่งนิ่งๆไม่กล้าพูดคุยอะไร เพราะเื่ส่วนใหญ่ที่พวกมันคุยกัน ก็มีแค่จะวางแผนยังไงถึงจะล้มแก๊งัขาวของไอ้กายได้จะต้องฝึกพละกำลังขนาดไหนถึงจะไม่แพ้อีกฝ่าย มีแต่เื่พวกนี้ทั้งนั้นนี่วันๆพวกมันไม่คิดจะเรียนหรือทำอย่างอื่นกันมั่งเหรอคำว่าสามัคคีนี่ไม่มีเลยหรือไง ไม่คิดจะเดินเล่นไปตามสวนดอกไม้หน้าโรงเรียนฟังเพลงจากเสียงตามสายที่ทางโรงเรียนเปิดไว้หรือนั่งกินข้าวพบปะสังสรรค์กันระหว่างแก๊งบ้างเลยเหรอ? ไอ้พวกนี้มันเติบโตมายังไง?ทำไมถึงมีแต่ความคิดที่จะสู้รบ ผมได้แต่คิดอยู่ในใจคนเดียวเงียบๆพลางนั่งนิ่งอยู่ท่ามกลางแก๊งสิงห์ดำนี้ต่อไป
“นี่ ไม่ไปเรียนกันเหรอ?” ผมเอ่ยถามเมื่อเห็นว่าเป็เวลา11 โมงแล้ว แต่พวกมันก็ยังเอ้อระเหยราวกับว่าไม่มีวิชาเรียน
“ไปดิ เรียนเผื่อด้วยนะ” ไอ้แสบที่นั่งอยู่ข้างๆผมตอบ
“เรียนเผื่อกันได้ที่ไหน ไปเถอะ” ผมลุกพร้อมกับดึงมือมันขึ้นแต่แล้วมันก็ชักมือกลับ
“ไม่ไป มึงไปเหอะ!!!”
ผมไม่สนใจมันอีกจึงหันหลังให้แล้วเดินออกมา แต่ยังไม่ทันจะพ้นก็มีใครคนหนึ่งพูดขึ้น
“จะไปเรียนคนเดียว ระวังพวกนั้นแกล้งเอานะ”
ผมหยุดชะงักก่อนจะหันกลับไปหาพวกมันอีกครั้ง แบบนี้เองเหรอที่ทำให้พวกมันไม่อยากไปเรียนคือไม่อยากไปเจอหน้าอีกฝ่ายงั้นเหรอ ไร้สาระที่สุด!!!
“งั้น.......จะมีใครไปกับเราไหม...” ผมถามขึ้นอันที่จริงต่อให้ผมไปเรียนคนเดียวก็ไม่มีใครทำอะไรหรอก เพราะมีไอ้กายอยู่อย่างน้อยมันต้องบอกลูกน้องมันไว้แล้วว่าผมเป็สายลับให้พวกมัน
“งั้นกูไป” ไอ้แสบพูด ก่อนจะลุกขึ้นแล้วเดินมาหาผมผมแทบไม่อยากจะเชื่อสายตา ไอ้แสบเนี่ยนะจะไปเรียนเพราะเป็ห่วงผมกลัวว่าผมจะโดนแกล้ง
“เห้ย พวกมึงจะไปหรือไม่ไปก็ได้นะ ตามใจ” แสบหันไปพูดกับลูกน้องของมันก่อนจะหันกลับมาเดินนำผมไปยังห้องเรียน
ผมได้แต่เดินตามมันไปเงียบๆเหลือบมองแผ่นหลังกำยำนั้นเป็ระยะๆ จริงๆ มันก็ดูอบอุ่นอยู่เหมือนกันนะ ในบางมุม(ย้ำว่าแค่บางมุม) ชายหนุ่มใบหน้าคมเข้มรูปร่างสูงใหญ่แบบมันที่ดูแข็งกระด้างกลับมีมุมอ่อนโยน เช่น ตอนที่มันผลักไอ้นั่นออกไปจากผมแล้วสั่งไม่ให้ยุ่งกับผมตอนที่เดินมากับผมเพราะผม้าไปเรียน ดูอบอุ่นชะมัดหรือผมจะย้ายมาอยู่แก๊งมันแบบจริงๆ จังๆดีนะ แต่ไม่ได้สิ!! ตึกนอนผมอยู่โซนเดียวกับไอ้กายขืนเป็แบบนั้นไอ้กายเอาผมตายแน่
“ว่าแต่.....เรียนอะไรวะ” ไอ้แสบถามผมขึ้นขณะที่เดินอยู่
“เอ้า นี่เดินนำอยู่ไม่รู้เหรอว่าเรียนอะไร”
“ไม่อ่ะ ไม่ค่อยได้สนใจ”
“เรียนคณิตอ่ะ 2 ชั่วโมง แล้วต่อด้วยยยย…..”
“พอก่อน แค่คณิตพอ” ไอ้แสบพูดแทรกขึ้นแล้วเลี้ยวไปทางตึกเรียน ผมเดินตามไปติดๆ