ตอนที่ 17 เื่แค่นี้เองหรือ ไม่เห็นจะต้องตื่นตระหนกเลยสักนิด แม้จะมิใช่ผู้มีคุณธรรม
“ท่านเ้าสำนัก เกิดเื่ใหญ่แล้วขอรับ! ห่างจากสำนักออกไปหมื่นลี้ มีกลุ่มอำนาจใหญ่หลายกลุ่มกำลังรวมตัวกัน ในนั้นยังมีสำนักศักดิ์สิทธิ์หยางซวี ราชวงศ์เทพสุริยัน ตระกูลเซียวโบราณ และกลุ่มอำนาจใหญ่อื่นๆ อีก...”
“และดูเหมือนว่าพวกเขากำลังจะยกทัพเพื่อมาเปิดศึกที่นี่ขอรับ!”
ณ เวลานั้น
ภายในมหาวิหารหลักของสำนักศักดิ์สิทธิ์ไท่เสวียน เ้าสำนักไท่เสวียนกำลังปรึกษาหารือกับเหล่าผู้าุโ
ทันใดนั้น
ศิษย์คนหนึ่งพลันวิ่งเข้ามารายงานด้วยท่าทางตื่นตระหนก
ใบหน้าซีดเผือดราวกับศพ
นี่มันเื่ใหญ่หลวงนัก!
เหล่าขุมกำลังอำนาจใหญ่หลายฝ่ายต่างรวมตัวกันอยู่ห่างจากเขตแดนหมื่นลี้ แม้จะอยู่ไกล แต่ก็ยังััได้ถึงพลังอันน่าสะพรึงกลัวที่แผ่กระจายออกมา
ดูจากสถานการณ์นี้แล้ว พวกเขาคงมุ่งหน้ามาเพื่อโจมตีสำนักศักดิ์สิทธิ์ไท่เสวียนอย่างมิต้องสงสัย
แม้ว่าสำนักศักดิ์สิทธิ์ไท่เสวียนจะอวดอ้างตนว่าเป็เ้าแห่งดินแดนตงฮวง
แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับการรุกรานจากขุมกำลังอำนาจเก่าแก่หลายฝ่าย ก็ย่อมอดที่จะหวาดหวั่นมิได้
ทว่าหลังจากที่ศิษย์ผู้นั้นรายงานจบ เขากลับต้องตกตะลึง
ไม่ว่าจะเป็เ้าสำนักหรือเหล่าผู้าุโต่างก็แสดงท่าทีสงบนิ่ง หรืออาจกล่าวได้ว่าเยือกเย็นเฉยเมย
ไม่มีแม้แต่ท่าทีตื่นตระหนกหรือประหลาดใจแม้แต่น้อย
“เื่แค่นี้เองหรือ เพียงเพื่อเื่เล็กน้อยนี้ก็ทำตัวตื่นใลนลานเสียแล้ว ช่างเสียกิริยาท่าทางนัก” ผู้าุโคนหนึ่งขมวดคิ้วเอ่ยตำหนิ ท่าทีของเขาบ่งบอกอย่างชัดเจนว่าไม่ได้ให้ความสำคัญกับการที่ขุมกำลังอำนาจใหญ่ร่วมมือกันเตรียมโจมตีแต่อย่างใด
“ท่านเ้าสำนักช่างมีวิสัยทัศน์กว้างไกลยิ่งนัก ถึงคาดการณ์ได้ว่าเื่เช่นนี้จะต้องเกิดขึ้น จึงได้เตรียมสร้างสัมพันธ์อันดีกับคุณชายกู้ไว้ก่อนล่วงหน้า”
ในขณะนั้น เหล่าผู้าุโคนอื่นๆ ต่างก็พร้อมใจกันกล่าวคำประจบสอพลอกับเ้าสำนักไท่เสวียนอย่างออกหน้า
เห็นได้ชัดว่าเ้าสำนักไท่เสวียนเองก็รู้สึกพึงพอใจกับสายตาที่แสดงถึงความเคารพนับถือและคำเยินยอเหล่านี้
แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ยังคงรักษาภาพลักษณ์ที่น่าเกรงขามเอาไว้ โบกมือเล็กน้อยและกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยว่า “หลังจากที่ท่านผู้าุโสูงสุดสิ้นชีพไป สำนักศักดิ์สิทธิ์ไท่เสวียนของเราก็ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่มั่นคงมาโดยตลอด”
“แต่ด้วยความโชคดีที่คุณชายกู้เดินทางมาฝึกตนที่นี่ จึงทำให้พวกเราได้มีโอกาสสร้างสายสัมพันธ์ในครั้งนี้”
“คำพูดเหล่านี้ พวกเ้าควรนำไปกล่าวกับคุณชายกู้เสียจะดีกว่า”
เมื่อกล่าวถึงตรงนี้ เ้าสำนักไท่เสวียนก็อดรู้สึกภาคภูมิใจอยู่ภายในใจมิได้
บุรุษหนุ่มสูงศักดิ์ผู้มาเยือนจากแดน์เบื้องบนผู้นี้ มีฐานะอันสูงส่งและมีเื้ัที่น่าเกรงขาม
เื่นี้นอกจากเหล่าผู้าุโและศิษย์ฝ่ายในที่เชื่อถือได้แล้ว ผู้อื่นก็แทบไม่ทราบเื่นี้
เขากำลังรอคอยที่จะมอบความประหลาดใจครั้งใหญ่ให้แก่ขุมกำลังอำนาจที่กำลังจะมาเยือนเ่าั้
มิอาจปฏิเสธได้เลยว่าเ้าสำนักไท่เสวียนผู้นี้เป็ผู้ที่มีเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราวนัก
ถึงกับคาดการณ์ไว้ล่วงหน้าแล้วว่าสถานการณ์เช่นนี้จะมาถึง
“ท่านเ้าสำนัก ดูเหมือนว่าใน่ไม่กี่วันนี้เทพธิดาศักดิ์สิทธิ์จะมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดสนิทสนมกับคุณชายกู้เป็อย่างมาก หากไม่มีนางแล้วเกรงว่าสำนักศักดิ์สิทธิ์ไท่เสวียนของเราคงจะต้องเผชิญกับหายนะอย่างหลีกเลี่ยงมิได้”
“จริงยิ่งนัก ต้องขอบคุณท่านเ้าสำนักที่ช่างโชคดีมีบุตรสาวที่ยอดเยี่ยมเช่นนี้!”
เหล่าผู้าุโต่างพากันกล่าวชื่นชม นั่นจึงทำให้เ้าสำนักไท่เสวียนยิ่งเผยรอยยิ้มบนใบหน้ากว้างขึ้น
ใช่แล้ว ทั้งหมดนี้ต้องยกความดีความชอบให้กับบุตรสาวของเขา
มิเช่นนั้นบุคคลที่สูงส่งเช่นคุณชายกู้ พวกเขาจะมีโอกาสใกล้ชิดได้อย่างไร
ศิษย์ที่มารายงานเมื่อได้ฟังบทสนทนาระหว่างเ้าสำนักและเหล่าผู้าุโ ก็แทบมิอยากจะเชื่อในสิ่งที่ตนได้ยิน
ท่านผู้าุโสูงสุดสิ้นชีพไปนานแล้วอย่างนั้นหรือ
นอกจากนี้บุรุษหนุ่มผู้สูงศักดิ์ลึกลับผู้นั้นก็แข็งแกร่งถึงเพียงนั้นเชียวหรือ
จนถึงขั้นทำให้เ้าสำนักและเหล่าผู้าุโทั้งหลายไม่แม้แต่จะแสดงอาการหวาดหวั่น แต่กลับสนทนากันด้วยความสำราญเช่นนี้
เขาได้แต่รู้สึกมึนงงไปหมด
“ท่านทั้งหลาย จงเปิดประตูสำนักภูผาออก แล้วตามข้าไปต้อนรับผู้มาเยือนจากบรรดาสำนักและนิกายต่างๆ ...”
เ้าสำนักไท่เสวียนสั่งการด้วยน้ำเสียงทรงพลัง แววตาเปล่งแสงทองเป็ประกาย เปี่ยมไปด้วยพลังอำนาจอันยิ่งใหญ่
…
“เื่ที่คุณชายกู้เล่านั้นช่างน่าสนใจนัก แดน์เบื้องบนกว้างใหญ่ถึงเพียงนั้นเชียวหรือ”
ในขณะเดียวกัน ณ ศาลาพักผ่อนแห่งหนึ่ง ซูชิงเกอแย้มยิ้มบาง
จากนั้นก็ยกแขนเสื้อขึ้นเล็กน้อย
เผยให้เห็นข้อมือขาวผ่องดุจหยกเนียนละเอียดไร้ที่ติ
ก่อนจะรินสุราเติมลงในจอกที่ว่างเปล่าตรงหน้ากู้ฉางเกออย่างแ่เบา
พร้อมกับฟังเื่ราวที่น่าสนใจจากแดน์ที่อีกฝ่ายเล่าให้ฟังด้วยความหลงใหล
หลังจากที่ละทิ้งอคติในใจลงแล้ว การได้ใกล้ชิดกับกู้ฉางเกอกลับให้ความรู้สึกที่แตกต่างจากก่อนหน้านี้อย่างสิ้นเชิง
แม้ว่าเขาจะเป็ผู้ที่มีจิตใจลึกล้ำและยากที่จะคาดเดาได้
แต่ก็มิอาจปฏิเสธได้เลยว่าเขามีเสน่ห์ดึงดูดใจสตรีเพศเป็อย่างมาก
ในฐานะเทพธิดาศักดิ์สิทธิ์แห่งสำนักไท่เสวียนผู้มีหนึ่งร่างสองดวงจิต อีกทั้งเป็ผู้ที่มีความฉลาดเฉลียวมาั้แ่เล็กนั้น ทำให้นางได้พบเจอกับบุรุษหนุ่มผู้มีพร์มากมาย
แต่ก็มิมีผู้ใดเลยที่สามารถเทียบเคียงกับกู้ฉางเกอได้
หรือจะพูดให้ถูกก็คือ การนำบุรุษอื่นมาเปรียบเทียบกับเขานั้นถือเป็การดูิ่กู้ฉางเกออย่างร้ายแรง
เพราะเพียงแค่รูปลักษณ์อันสง่างามไร้ที่ติของเขาก็หาบุรุษใดมาเทียบเคียงได้ยากอยู่แล้ว
ดังนั้นยิ่งมิต้องพูดถึงความรู้ ความเฉลียวฉลาด อากัปกิริยา ตลอดจนพลังฝีมือในการต่อสู้และภูมิหลังที่ยิ่งใหญ่
บิดาของนางเองก็ยังเคยกล่าวว่า แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังมิอาจเทียบเคียงกับคุณชายกู้ได้
แม้คุณชายกู้จะมิใช่ผู้มีคุณธรรมสูงส่งอันใด แต่เขากลับเป็ที่ใฝ่ฝันของหญิงสาวมากมาย
ซึ่งนางเองก็เป็อย่างนั้นเช่นกัน
เมื่อได้ยินคำถามนี้ กู้ฉางเกอก็เผยยิ้มบางที่มุมปาก
“แดน์เบื้องบนนั้นกว้างใหญ่เพียงไร มิสู้เ้าขึ้นไปพิสูจน์ด้วยตาตัวเองหรือ”
หลังจากที่ได้ใช้เวลาอยู่ร่วมกันมา่ระยะหนึ่ง
ซูชิงเกอก็เริ่มเปิดใจให้เขามากขึ้น
เพียงแต่สิ่งที่ทำให้กู้ฉางเกอรู้สึกฉงนใจก็คือ เหตุใดแต้มชะตา์ของตนจึงมิได้เพิ่มขึ้นอีกเลยนับั้แ่ครั้งก่อน
หรือว่าชะตาของซูชิงเกอนั้นมิได้มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับเย่เฉินมากนัก
หรือตัวนางเองก็เป็ผู้ที่มีโชคชะตาอันยิ่งใหญ่เช่นกัน
ด้วยเพราะมารดาของนางเป็สตรีสูงศักดิ์จากแดน์เบื้องบน จึงทำให้นางมีชาติกำเนิดที่ไม่ธรรมดางั้นหรือ
หรือแท้จริงนางเป็ผู้ทรงอำนาจในอดีตที่กลับชาติมาเกิด
เื่นี้แม้แต่ระบบก็ยังมิอาจให้คำอธิบายได้
‘ดูท่าว่าในโลกนี้ยังมีผู้ที่โชคชะตาอันยิ่งใหญ่ และมิได้มีเพียงผู้ครองชะตาฟ้าลิขิตอย่างเย่เฉินเพียงผู้เดียว’
กู้ฉางเกอครุ่นคิด
อย่างไรก็ตาม เย่เฉินคงยังไม่เลิกล้มความหวังในตัวซูชิงเกอ เขาจึงยังมีโอกาสหาประโยชน์จากสถานการณ์นี้ได้อีก
“หากยังมิบรรลุถึงขั้นเทวะมายา ก็ย่อมมิอาจทำลายม่านเขตแดนข้ามภพได้ สำหรับผู้บำเพ็ญเพียรที่เกิดในโลกเบื้องล่างเช่นพวกเรา การจะขึ้นไปยังแดน์นั้นย่อมมิใช่เื่ง่ายดาย”
ซูชิงเกอกล่าวด้วยน้ำเสียงที่แฝงความเสียดาย
เนื่องจากว่าผู้บำเพ็ญเพียรที่บรรลุถึงขั้นเทวะมายานั้น ย่อมเป็ยอดคนที่อยู่เหนือทุกผู้ในภพนี้
ยิ่งมิต้องกล่าวถึงในดินแดนตงฮวง[1] แม้แต่ในดินแดนจงโจว[2] ดินแดนหนานหลิ่ง[3] ดินแดนเป่ยโม่[4] และดินแดนซีฮวง[5] ก็แทบมิอาจพบเห็นผู้ทรงพลังเช่นนี้ได้
ปฐมาจารย์ผู้สถาปนาสำนักศักดิ์สิทธิ์ไท่เสวียนในอดีต ก็ยังบรรลุได้เพียงแค่ครึ่งก้าวสู่ขั้นเทวะมายาเท่านั้น
จวบจนปัจจุบัน ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดแห่งบรรดาสำนักศักดิ์สิทธิ์ในดินแดนตงฮวงต่างๆ ก็เพียงแค่บรรลุครึ่งก้าวสู่ขั้นเ้าครองแคว้นเท่านั้น
ดังนั้นการที่จะบรรลุถึงขั้นทำลายม่านเขตแดนข้ามภพเพื่อขึ้นไปยังแดน์เบื้องบนนั้น ก็ไม่รู้ว่าจะยากเย็นแสนเข็ญเพียงใด
------------------------
[1] ดินแดนตงฮวง หมายถึง ดินแดนตะวันออก
[2] ดินแดนจงโจว หมายถึง ดินแดนภาคกลาง
[3] ดินแดนหนานหลิ่ง หมายถึง ดินแดนทางใต้
[4] ดินแดนเป่ยโม่ หมายถึง ดินแดนทางเหนือ
[5] ดินแดนซีฮวง หมายถึง ดินแดนตะวันตก