ท่ามกลางป่าสนขนาดใหญ่เฟทและเซเรน่าเดินมุ่งตรงกลับเมืองโดยที่ไม่มีใครพูดอะไรกัน บรรยากาศเงียบไร้ซึ่งเสียงการพูดคุย
ได้ยินเพียงเสียงการเดินและหิมะที่ตกหนักขึ้นเรื่อยๆ เริ่มที่จะบดบังวิสัยทัศน์มากขึ้น
“เราควรจะเร่งกันแล้ว เธอไหวไหม” เฟทหันกลับไปถามเพราะเขาไม่แน่ใจว่าร่างกายของเธอยังอ่อนเพลียอยู่รึเปล่า
“ไหว! ไหวสิ! งั้นเร่งเครื่องกันหน่อยดีกว่า” เซเรน่าตอบกลับทันที
“อืม...” เฟทมองเธอขึ้นลง สภาพของเธอมีเหงื่อออกชัดเจนแต่ก็ไม่ได้พูดอะไร
ก่อนที่เขาจะเริ่มออกวิ่งเซเรน่าเองก็วิ่งตามมาติดๆ แต่เพราะสภาพอากาศที่ไม่ค่อยเป็นใจเท่าไหร่พวกเขาจึงเดินทางได้ล่าช้ามาก แถมการวิ่งในสภาพที่ชั้นหิมะหนาแบบนี้ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
ทั้งสองออกวิ่งมาราวหนึ่งชั่วโมงได้แล้วแต่เดินทางมาได้แค่ 4 กิโลเมตรเท่านั้น ซึ่งยังห่างจากเมืองอีกราวเกือบ 8 กิโลเมตรได้
พระอาทิตย์ก็เริ่มจะตก เฟทคาดว่าตอนนี้คงจะราว 3-4 โมงเย็นได้แล้ว ในพื้นที่หนาวเย็นแบบนี้พระอาทิตย์จะตกเร็วกว่าปกติ
แค่ 5 โมงเย็นพระอาทิตย์ก็ลับขอบฟ้าไปแล้ว เพราะอย่างนั้นเฟทจึงต้องรีบกลับ
ยังไงการพักอยู่กลางป่าในตอนกลางคืนก็ถือว่าอันตรายพอสมควร แม้เขาจะมั่นใจว่าจะจัดการมอนสเตอร์ที่เข้ามารบกวนได้ แต่ไม่เสี่ยงจะดีกว่า
เพราะมอนสเตอร์แถวนี้ระดับมากสุดก็คง 20 แถมใช่ว่าจะเจอกันง่ายๆ ยิ่งใกล้เมืองเท่าไหร่ก็สเตอร์จะมีระดับน้อยลงเรื่อยๆ แต่เขาก็ต้องตื่นตัวอยู่ตลอดถ้าเขาจะพักอยู่กลางป่า
“แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก” เสียงหอบหายใจดังออกมา
เฟทหันไปมองด้านหลังเขาเห็นเซเรน่า หอบหายใจสีหน้าของเธอซีดเล็กน้อยและมีเหงื่อออกทั่วหน้า
เห็นอย่างนั้นเฟทก็ค่อยๆ หยุดฝีเท้าพลางหันกลับไปพูดกับเธอ
“เธอไม่ไหวแล้ว ควรพักจะดีกว่า”
“แฮ่ก แฮ่ก ฉะ...ฉันยังไหว” ถึงปากเธอจะพูดแบบนั้นแต่ร่างกายของเธอนั้นไม่ตามใจ
เธอทรุดตัวลงนั่งในทันที
เฟทเห็นอย่างนั้นก็ถอนหายใจ การที่เธอฝืนใช้มานาจนหมดสองรอบติดแบบนี้มันส่งผลร้ายแรงมาก
เพราะมันอาจต้องพักฟื้นเป็นอาทิตย์กว่าจะอยู่ในสภาพสมบูรณ์ ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของคนคนนั้น จริงอยู่ที่มันไม่อันตรายถึงขั้นใช้พลังเวทย์ไม่ได้อีกต่อไปหรือขั้นตาย
แต่การที่ต้องนอนอยู่บนเตียงทั้งอาทิตย์ก็ไม่ใช่เรื่อง เพราะการสูญเสียเวลาเปล่าไปสักอาทิตย์ ก็อาจถูกคนอื่นแซงหน้าไปได้
ฉะนั้นคนอื่นๆ จึงเลี่ยงการใช้พลังเวทย์จนหมดเพราะจะตามคนอื่นไม่ทัน แถมยังอยู่ในช่วงตั้งตัวแบบนี้ด้วยไม่มีใครอยากตามหลังคนอื่นหรอก
“เธอไม่ไหวแล้ว เพราะงั้นอย่าฝืนเลยจะดีกว่า” เฟทพูดพลางก้มลงนั่งและหันหลังให้
“นายจะทำอะไร” เซเรน่าถาม
“ขึ้นหลังมาเดี๋ยวฉันแบกไปเอง”
“แต่ว่า...”
“ไม่ต้องมาทำเป็นเข้มแข็งตอนนี้จะดีกว่า” เฟทพูดตอบก่อนที่เธอจะทันพูดจบ
“ขะ...เข้าใจแล้ว” เซเรน่าทำตัวไม่ถูกเล็กน้อย จริงอยู่ที่เธอไม่อยากเป็นภาระเฟททำให้เธอไม่ต้องการความช่วยเหลือจากเขาทุกครั้งไป
สุดท้ายเซเรน่าก็ขึ้นไปบนหลังเฟทอย่างเชื่อฟัง ทันทีที่เธอขึ้นไปบนหลังเฟทเธอก็รู้สึกเขินเล็กน้อย เพราะหน้าอกของเธอมันทับหลังของเฟทอยู่ แต่เห็นว่าเฟทไม่มีปฏิกิริยาอะไรเธอก็ถอนหายใจ
เมื่อเซเรน่าขึ้นมาแล้วเฟทก็เริ่มออกวิ่งสุดแรงทันที ก่อนหน้านี้เขาไม่ได้วิ่งจริงจัง เพราะเซเรน่าที่อ่อนแรงทำให้เธอวิ่งได้ช้าเขาจึงรักษาระดับการวิ่งให้เท่าๆ กับเธอ
แต่ตอนนี้เขาไม่ต้องออมแรงอีกต่อไปแล้ว
ฟุบ ฟุบ ฟุบ
เฟทวิ่งไปตามพื้นหิมะ แต่เพราะความเร็วของเขาในการก้าวแต่ก้าวนั้นเร็วมากทำให้หิมะยุบไปไม่มาก แถมยังช่วยให้เขาวิ่งไม่ติดขัดอะไรมากด้วย
“เร็วจัง” เซเรน่าอุทานออกมา เพราะความเร็วที่เฟทวิ่งนั้นเร็วกว่าเธอมาก
ไม่แปลกที่เฟทจะวิ่งเร็วกว่าเพราะเขาทั้งมีสายเลือดมังกรที่แท้จริงกับการเสริมทั้งพลังเวทย์และปราณมังกรไปที่ขาทำให้เขาวิ่งเร็วมาก แม้แต่ร่างกายเหนือมนุษย์ของเซเรน่าอาจไม่เท่าเขาตอนใช้กำลังทั้งหมด
ถึงแม้จะแบกเซเรน่าไปด้วยแต่เฟทก็ไม่ลำบากเลยสักนิด เฟทคาดว่าเขาคงวิ่งได้ราวๆ 120 กิโลเมตร/ชม. เห็นจะได้แต่ก็ต้องแลกมากับการใช้พลังเวทย์ไปจำนวนมาก
แต่เขาก็ไม่สนมากนักเพราะยังไงเขาก็มีพลังเวทย์มากอยู่แล้ว แถมเขาจะถือว่าเป็นการฝึกทักษะไปในตัวไปด้วย
...............
ไม่นานท้องฟ้าก็เริ่มมืดลงแสดงให้เห็นว่าพระอาทิตย์เริ่มจะลับขอบฟ้าไปแล้ว ตอนนี้เฟทวิ่งอยู่บนเส้นทางถนนแล้วเขาวิ่งผ่านคนมาหลายคนเช่นกัน
“ใกล้ถึงแล้ว” ไกลออกไปเขาเห็นกำแพงเมืองแล้ว
เห็นอย่างนั้นเฟทก็เลิกเสริมพลังและกลับไปใช้การวิ่งเหมือนเดิม ทำให้ความเร็วลงราว 40% ได้ แต่เขาก็ไม่ซีเรียสเพราะแถวนี้เขาเริ่มเห็นทหารและคนที่ฆ่ามอนสเตอร์เพิ่มมากขึ้น และมีบางคนรีบกลับเหมือนเขาก็มีให้เห็น
ดังนั้นแถวนี้จึงถือว่าค่อนข้างปลอดภัยแล้ว
เฟทรู้สึกเหนื่อยเล็กน้อยแต่ก็ไม่มากถึงขั้นไม่ไหวเลย
“เอ่อเฟทฉันมีเรื่องที่ยังไม่ได้บอกนาย” เซเรน่าพูดขึ้นมาจากด้านหลังเมื่อเห็นว่าเข้าใกล้เมืองแล้ว
“อะไร?” เฟทถามทันที
เซเรน่าได้ยินเธอก็ลังเลเล็กน้อยแต่สุดท้ายก็เล่าเรื่องทั้งหมดก่อนหน้านี้ออกไป เฟทได้ยินเรื่องที่เธอเล่าก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย
“เธอบอกว่าเธอแค่จับแขนและรับหมัดของเขา แต่จู่ๆ เขาระเบิดกลายเป็นกองเลือดต่อหน้าเธอ?” เฟทพูดย้ำสิ่งที่เธอเล่า
“ใช่แล้ว ฉันไม่ได้โกหกนะ แถมฉันจะทำอะไรแบบนั้นได้ที่ไหนกัน? แถมระดับของทหารก็มากกว่าฉันอีก” เซเรน่าพูดขึ้นทันที เมื่อเห็นว่าเฟทอาจไม่เชื่อที่เธอพูด
“ฉันไม่ได้บอกว่าเธอโกหก แค่มันแปลก....”
“ใช่ ฉันก็คิดว่ามันแปลกจู่ๆ ทหารคนนั้นก็ระเบิดไปต่อหน้าต่อตาแบบนั้น” เซเรน่าพยักหน้าเห็นด้วย
เฟทใช้ความคิดที่เขาว่าแปลกนั้นไม่ใช่แค่ทหารคนนั้นตายไปแบบนั้น ‘แต่ที่แปลกคือทั้งหมดเลยต่างหาก’
‘มันแปลกมาตั้งแต่ที่เมืองเปิดให้บุคคลไม่รู้ที่ไปที่มาเข้าเมืองแล้ว พวกเขาไม่สงสัยกันบ้างรึไงว่าคนเหล่านี้มาจากที่ไหน?’
‘ถึงแม้จะมีการตรวจที่เข้มงวดแต่มันก็ไม่ได้ปลอดภัยเสมอไป พวกเขาไม่คิดว่าคนเหล่านั้นจะมาแอบวางแผนร้ายต่อเมืองบ้างรึไง?’
เฟทใช้ความคิดเท่าที่จะทำได้และเขาก็ได้ข้อสรุปมาแบบคร่าวๆ คือ
‘1. ดูเหมือนว่าพวกเขาจะรู้อยู่แต่แรกแล้วว่าพวกเขาจะมา เหมือนคนในโลกนี้เองก็ควรได้ยินเสียงปริศนานั้นเหมือนกัน’
‘2. ไม่ใช่ว่าพวกเขาจะอยากให้คนอื่นเข้าเมืองมาง่ายๆ แต่พวกเขาไม่สามารถปฏิเสธไม่ให้คนเหล่านั้นเข้ามาได้?’
‘3. สุดท้ายพวกเขาจะมีกฎบางอย่าง เช่นว่าการห้ามทำร้ายคนที่มาเหล่านั้นถ้าไม่ผิดกฎอะไรสักอย่าง...’
เท่านี้ก็พอจะตอบความไม่สมเหตุผลและเรื่องแปลกๆ ทั้งหมดได้แต่นี่มันก็แค่ข้อสันนิษฐานของเขา ดังนั้นเขาก็ต้องยืนยันเรื่องนี้ก่อน
‘ดูเหมือนจะต้องสืบเรื่องราว เพิ่มสักหน่อยหลังจากจัดการเรื่องต่างๆ เสร็จ’ เฟทตั้งเป้าหมายในใจ
“ไม่เป็นไรเดี๋ยวฉันลองหาวิธีดู” เฟทตอบกลับ
ปัญหาของเซเรน่าตอนนี้คือเธอไม่อาจเผยใบหน้าต่อคนอื่นได้ง่ายๆ แต่นี้ก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่เขาสามารถติดสินบนทหารตรวจการได้
“ฉะนั้นขอแค่เธอไม่เปิดหน้าต่อสาธารณะก็พอ เข้าใจมั้ย?” เฟทบอกธออย่างจริงจัง
“เข้าใจแล้ว” เซเรน่าได้แต่ตอบตกลง ถึงเธอจะไม่ชอบแค่ไหนแต่เพื่อไม่เป็นการก่อกวนเฟทเธอสามารถทำได้แน่นอน
เมื่อตกลงได้เฟทก็วิ่งต่อไป จนกระทั่งเขามาถึงหน้าเมืองในที่สุด
“ยังคงวุ่นวายเหมือนเดิม” เฟทมองบรรยากาศตรงหน้าพลางส่ายหัว ก่อนจะวางเซเรน่าลง
“เธอเดินไหวนะ?”
“ฉันเดินไหว!” เซเรน่าตอบกลับเธอพักบนหลังเฟทมาหลายชั่วโมงแล้ว และแรงเธอก็กลับมาบ้างแล้ว
เมื่อเห็นว่าเธอไม่เป็นอะไรแล้วเฟทก็ไปเดินต่อแถวกับคนอื่นๆ ใช้เวลาต่อไม่นานนักก็ถึงคิวพวกเขา
เขาเดินไปตามทหาร ก่อนหน้านี้เขาจ่ายตั้งแต่หน้าด้านจึงยังไม่เคยผ่านการตรวจเลยสักครั้งแต่ครั้งนี้เขาต้องไปยังพื้นที่ตรวจ
มันเป็นเหมือนช่องเคาน์เตอร์ สำหรับการตรวจ ถึงจะบอกว่าตรวจแต่ความจริงพวกเขาก็ตรวจแค่ใบหน้ากับใช้เครื่องมือเวทย์แปลกๆ ที่เขาไม่รู้จักในการตรวจเท่านั้น
ซึ่งเฟทคอยสังเกตมาตลอดดูเหมือนเครื่องตรวจนั้นจะใช้ตรวจว่าบุคคลนั้นมีหมายจับหรือไม่เท่านั้น
ทั้งเฟทและเซเรน่าสวมผ้าคลุม ของเฟทนั้นเป็นผ้าคลุมพรางตัวสีขาว ส่วนของเซเรน่านั้นเป็นผ้าคลุมธรรมดาสีเทา
“ถอดผ้าคลุมออก” ทหารคนนั้นสั่งเสียงราบเรียบ เขาทำแบบนี้มาทั้งวันแล้วเขาจึงเบื่อหน่ายมาก
เฟทไม่พูดอะไรมาก เขาหยิบแก่นเวทมนตร์ของมอนสเตอร์ระดับ 15 ออกมาและวางที่เคาน์เตอร์แทน เพราะทหารที่ตรวจเขาในตอนนี้มีระดับ 15 พอดีแก่นเวทมนตร์นี้มีค่าในสายตาเขาแน่นอน
เฟทเลือกที่จะใช้มันแทนเหรียญทองที่เขามีเพราะเหรียญทองมันมีค่ากว่ามาก ที่เขาใช้ไปในตอนแรกสุดเพราะเขาไม่อยากมีปัญหาและในตอนนั้นเขามีเหรียญทองนั้นมีค่ามากที่สุด
แต่ตอนนี้เขามีหลายอย่างแล้วดังนั้นเขาจึงเลือกให้อย่างอื่นแทนจะให้เหรียญทอง
เมื่อทหารคนนั้นเห็นแก่นเวทมนตร์สายตาของเขาก็เป็นประกาย ก่อนจะกระแอมเล็กน้อยและยื่นมือไปเอามาทันที
“เข้าไปได้” เมื่อตรวจว่ามันเป็นแก่นเวทมนตร์ระดับ 15 จริงๆ เขาก็พูดขึ้นมาอีกครั้ง
เฟทเดินเข้าไปในเมืองพร้อมกับเซเรน่าทันทีเมื่อเห็นว่าไม่มีปัญหาอะไร
____________________
ชื่อ : เฟท (Fate)
เผ่าพันธุ์ : มนุษย์
สายเลือด : สายเลือดมังกรที่แท้จริง
ฉายา : ผู้ทำลายหมู่บ้านด้วยตัวคนเดียว
ระดับขั้นพลัง : ขั้นต่ำ
ระดับ : 13
ความต้องการมานาบริสุทธิ์ในการเลื่อนขั้นต่อไป : [841K/10M]
มานาคงเหลือ : 5.M/5.M
พรสวรรค์ : ความเข้าใจสูงสุด
ร่างกาย : กายาหลอมจักรวาล, กายาเยือกแข็ง, กลิ่นอายของมังกร
ความเข้ากันได้ : เคออส
เทคนิค : ควบแน่นแก่นแท้ดวงดารา
ทักษะ : ควบคุมมานา, วิชาดาบอิไอ, ปราณมังกร
สกิล : หอกน้ำแข็ง, รับรู้อันตราย, กระสุนน้ำแข็ง
เงินคงเหลือ : 2 เหรียญทอง 126 เหรียญเงิน