แรงกดดันจากเพลิงสัจธรรมและรังสีัจักรพรรดิร้อยส่วนของหลินเฟิง บีบอัดจนมลพิษทางอากาศและเศษฝุ่นผงรอบตำหนักัอุดรกลั่นตัวกลายเป็หยาดน้ำค้างสีทองร่วงหล่นลงสู่พื้นดินที่ปริแตก ผืนฟ้าเหนือนครหลวงตี้ตูยามนี้แบ่งออกเป็สองฝั่งอย่างชัดเจน ฝั่งหนึ่งคือวังวนสีดำทมิฬอันบ้าคลั่งของจักรพรรดิมู่หรงคัง และอีกฝั่งคือแสงอรุณสีทองแดงอันบริสุทธิ์เด็ดเดี่ยวของเด็กหนุ่มหน้ากากเหล็ก
จักรพรรดิมู่หรงคังเอามือซ้ายกุมหน้าอกซ้ายที่กระตุกเยือก พลังงานสะท้อนกลับจากค่ายกลเส้นด้ายโลหิตเมื่อครู่ทำให้เส้นชีพจรหลักในร่างของมันฉีกขาดไปหลายเส้น เืสีดำสนิทกลิ่นคาวคละคลุ้งไหลซึมจากมุมปาก ตอกย้ำความจริงอันน่าสยดสยองว่า ขอบเขต์ขั้นกลางที่มันภาคภูมิใจนักหนา ยามนี้กำลังถูกสั่นคลอนด้วยฝีมือของเด็กหนุ่มรุ่นหลัง
"หลินเฟิง... เ้ามันเดรัจฉานนอกคอก!" มู่หรงคังคำรามเสียงต่ำ แววตาสีดำดั่งงูพิษฉายประกายความอาฆาตลึกล้ำ มันชูกระบี่พญาัดำขึ้นฟ้า อักขระบนใบดาบเร่งแสงสีม่วงคล้ำจนเกิดเสียงหวีดหวิว "เ้าคิดว่าเ้าคุมสถานการณ์ได้ทั้งหมดงั้นรึ? เ้ายังไม่รู้จักพลังที่แท้จริงของสายแร่ปฐีแห่งราชวงศ์มู่หรง!"
หลินเฟิงลอยตัวเด่นอยู่กลางเวหาอย่างสงบนิ่ง ชายเสื้อคลุมสีดำสะบัดพลิ้วตามแรงลม แววตาสีทองภายหลังหน้ากากเหล็กจับจ้องความดิ้นรนของทรราชด้วยความสมเพช "มู่หรงคัง สายแร่ปฐีที่เ้าว่า... มันคือสิ่งที่เ้าปล้นชิงไปจากฮวงซุ้ยของบรรพชนและรากฐานของราษฎร พลังที่ได้มาจากการทำลายล้างและเบียดเบียนผู้อื่น ย่อมมีวันผุพังและทลายลงดั่งปราสาททราย"
มู่หรงคังไม่รับฟังคำเตือน มันรู้ดีว่าหากยืดเยื้อต่อไป ร่างกายที่าเ็ภายในจะยิ่งเสียเปรียบ มันตบเข้าที่จุดตันเถียนของตนเองสามครั้งรวด เสียงะเิภายในร่างกายดัง *ตับ ตับ ตับ!* เืสดพุ่งกระฉูดออกจากิัทุกตารางนิ้ว ย้อมชุดฉลองพระองค์จนกลายเป็สีแดงฉาน ทว่าเืเ่าั้ไม่ได้ไหลทิ้ง กลับถูกอักขระัดำบนิัดูดซับเข้าไปอย่างรวดเร็ว
"วิชาลับสลายิญญา: กายาอวตารัทมิฬกลืนฟ้า!"
*ครืนนนนนนนนนม!*
ผืนแผ่นดินใต้ตำหนักัอุดรทรุดลึกลงไปนับสิบวา พลังงานสีดำทมิฬจำนวนมหาศาลปะทุขึ้นมาจากใต้ดินดั่งน้ำพุปีศาจ เข้าห่อหุ้มร่างของมู่หรงคังไว้จนกลายเป็ดักแด้พลังงานขนาดั์ ก่อนที่มันจะะเิออก เผยให้เห็นร่างใหม่ของจักรพรรดิคลั่งที่เปลี่ยนไปจนหมดสิ้น ร่างกายของมันขยายใหญ่ขึ้นถึงสองวา ิักลายเป็เกล็ดัสีดำมันปลาบ มีเขาัสีม่วงงอกออกจากขมับทั้งสองข้าง แขนขวากลายเป็กรงเล็บัขนาดั์ที่ถือระฆังอัปมงคลลวดลายโบราณ
วิชานี้มีความหลากหลายและอันตรายยิ่งนัก มันคือการยอมสละความเป็มนุษย์ หลอมรวมจิติญญาเข้ากับอสูรัดินาที่ถูกฝังอยู่ใต้ดินเมืองหลวง เพื่อรับพลังโจมตีกายภาพและพลังป้องกันขั้นสูงสุดระดับ์ขั้นกลางระยะปลาย!
"หลินเฟิง! มาดูซิว่ากระบี่ของเ้า จะเจาะเกล็ดัปฐีของข้าเข้าหรือไม่!" มู่หรงคังในร่างอสุรกายพุ่งทะยานแหวกอากาศเข้าหาหลินเฟิงด้วยความเร็วที่เหนือกว่าเดิมหลายเท่า กรงเล็บั์ขวาตะปบลงมาหมายจะฉีกร่างของเด็กหนุ่มเป็ชิ้น ๆ
หลินเฟิงยืนนิ่งไม่ขยับขยับหลบ เนตรมรรคาไร้ลักษณ์เื้ัหน้ากากเหล็กหมุนวนจนกลายเป็วงแหวนอักขระสามชั้น ในสายตาของเขายามนี้ ร่างกายอสุรกายของมู่หรงคังไม่ได้ดูน่ากลัว ทว่ามันเต็มไปด้วยจุดอ่อนและรอยร้าวลึกของการผสานพลังงานที่ไม่สมบูรณ์
*‘เ้าหนู... มันใช้พลังงานจากจุด "เทียนทู" และ "หย่งเฉวียน" ในการสูบปราณดินขึ้นมาหล่อเลี้ยงร่างอสุรกาย’* เสียงของิญญามรรคาภพูดขึ้นในหัว *‘ใช้ศาสตร์แพทย์มรรคาโอสถที่ข้าสอน สกัดกั้นจุดชีพจรเ่าั้ พลังของมันจะย้อนกลับไปทำลายตัวมันเอง!’*
"รับทราบครับท่านผู้เฒ่า..." หลินเฟิงเอ่ยเสียงเรียบ
เขาไม่ใช้กระบี่เพลิงมรรคาปะทะตรง ๆ ทว่าสะบัดมือซ้ายเรียกเข็มเงินิญญาระดับปฐีเก้าเล่มออกมาลอยอยู่ระหว่างนิ้วมือ เข็มเงินแต่ละเล่มถูกอาบด้วยเปลวไฟสีขาวของเพลิงสัจธรรมอนัตตา
"ศาสตร์แพทย์มรรคาภพ: เก้าเข็มสยบดวงดารา!"
*ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว!*
เข็มเงินทั้งเก้าเล่มพุ่งทะยานออกจากฝ่ามือของหลินเฟิงด้วยวิถีโค้งที่แปลกประหลาด พวกมันไม่ได้พุ่งเข้าหาเกล็ดัหนาหนัก ทว่าม้วนตัวหลบหลีกกรงเล็บั์ ปักเข้าที่จุดชีพจรหลักเก้าจุดรอบตัวของมู่หรงคังอย่างแม่นยำดั่งจับวาง โดยเฉพาะจุดใต้ฝ่าเท้าและลำคอ
*อึก... ขวากกกกก!*
ร่างอสุรกายของมู่หรงคังหยุดชะงักค้างอยู่กลางอากาศทันที ดวงตาสีทองของมันเบิกกว้างด้วยความสยดสยอง พลังปราณดินสีดำมหาศาลที่กำลังพวยพุ่งขึ้นมาจากใต้ดินเพื่อหล่อเลี้ยงร่างของมัน พลันถูกเข็มเงินทั้งเก้าเล่มกักขังและสะท้อนกลับ พลังงานที่ไม่มีทิศทางไหลเวียนขยายตัวอยู่ในร่างของมันจนเกล็ดัดำเริ่มปริแตก เืสดพุ่งทะลักออกจากรูขุมขนดั่งน้ำพุ
"เกิดอะไรขึ้น?! พลังปราณดินของข้า... เหตุใดมันถึงไม่ฟังคำสั่ง?!" มู่หรงคังร้องลั่นด้วยความทรมาน พลังป้องกันขั้นสูงสุดของมันสลายหายไปในพริบตาเนื่องจากระบบชีพจรภายในถูกทำลาย
หลินเฟิงก้าวเท้าเข้าหาชายชราอสุรกายช้า ๆ ยกกระบี่เพลิงมรรคาขึ้นฟ้า ใบกระบี่แปรเปลี่ยนเป็สีทองเจิดจ้า แผ่รังสีพลังงานัจักรพรรดิอันเกรียงไกรดั่งดวงตะวันดวงใหม่จุติลงมากลางความมืด
"มู่หรงคัง... พลังที่ได้มาจากการปล้นชิงและเบียดเบียนแผ่นดิน ยามนี้ผืนดินกำลังทวงคืนจากเ้าแล้ว" หลินเฟิงเอ่ยเสียงกังวานกึกก้อง ดั่งเสียง์พิพากษา
"เพลงกระบี่มรรคาภพ ขั้นที่ห้า: บทเพลงสวดส่งิญญาปฐี!"
*ฉัวะ!*
หลินเฟิงฟาดกระบี่เพลิงออกไปเป็แนวตั้ง คลื่นพลังงานกระบี่สีทองคำบริสุทธิ์ขนาดั์ร้อยวาพุ่งตัดผ่านร่างอสุรกายของมู่หรงคังอย่างรุนแรง มันไม่ใช่การโจมตีทางกายภาพธรรมดา ทว่ามันคือกฎแห่งการชำระล้าง สลายพลังงานด้านลบและคำสาปทั้งมวลให้กลับคืนสู่ความว่างเปล่า
"อ๊ากกกกกกกกกก!"
เสียงกรีดร้องโหยหวนของจักรพรรดิมู่หรงคังดังก้องไปทั่วนครหลวงตี้ตู ร่างอสุรกากรเกล็ดัดำของมันค่อย ๆ แตกสลายกลายเป็ละอองแสงสีดำร่วงหล่นลงสู่รอยแยกของผืนดิน ดั่งการส่งดวงิญญาอสูรกลับคืนสู่ใต้พิภพ พลังงานระดับ์ขั้นกลางที่เคยยิ่งใหญ่เกรียงไกร บัดนี้มลายหายไปสิ้นซาก เหลือเพียงร่างของชายชราในชุดฉลองพระองค์ที่ขาดรุ่งริ่ง นอนจมกองเือยู่บนพื้นศิลาขาว ไร้ซึ่งพลังยุทธ์และบารมีใด ๆ อีกต่อไป
จักรพรรดิมู่หรงคัง... ผู้ปกครองอาณาจักรต้าเซี่ย ตบะแตกสลายกลายเป็คนธรรมดาภายในกระบวนท่าเดียว!
หลินเฟิงร่อนลงมายืนอยู่เบื้องหน้าร่างของมู่หรงคังที่กำลังหายใจรวยริน กระบี่เพลิงมรรคาถูกเก็บเข้าฝักอย่างสงบนิ่ง แววตาสีทองมองลงมาด้วยความเฉยชาอันน่าสะพรึงกลัว หลินเทียนห่าวเดินก้าวเข้ามาสมทบ แววตาของอดีตแม่ทัพใหญ่เต็มไปด้วยความสะใจและโล่งอกที่ได้เห็นจุดจบของศัตรูคู่แค้น
"มู่หรงคัง... สิบหกปีก่อน เ้าทำลายตระกูลหลิน ยามนี้บัลลังก์ของเ้าและตระกูลมู่หรงสายหลัก... ดับสูญสิ้นซากแล้ว" หลินเทียนห่าวเอ่ยเสียงต่ำ
"ฮ่า ๆ... อึก... ฮ่า ๆ..." มู่หรงคังพ่นเืสดคำโต ทว่ามุมปากของมันกลับยกยิ้มอย่างบ้าคลั่ง แววตาที่กำลังมืดดับจับจ้องไปที่หลินเฟิง "หลินเฟิง... เ้าคิดว่าเ้าชนะแล้วงั้นรึ? เ้าฆ่าพวกข้าจนหมดสิ้น... ทว่าเ้าไม่มีวันรู้หรอกว่า ศิลาสามภพชิ้นสุดท้าย... อยู่ในมือของ 'นิกายมาร์ล่องหน' แดนเหนือ... พวกมันกำลังจะมา... อาณาจักรต้าเซี่ยแห่งนี้... ก็ต้องล่มสลายอยู่ดี... ฮ่า ๆ ๆ!"
*เฮือก!*
สิ้นคำโกงลั่นอันบ้าคลั่ง จักรพรรดิมู่หรงคังกระตุกเฮือกหนึ่ง ก่อนที่ดวงตาทั้งสองข้างจะเบลอและไร้ซึ่งแสงสว่าง สิ้นใจตายคาที่แทบเท้าของสองพ่อลูกตระกูลหลิน ทิ้งไว้เพียงซากปรักหักพังของพระราชวังหลวงและประวัติศาสตร์หน้าใหม่ที่กำลังจะถูกจารึก
หลินเฟิงขมวดคิ้วเล็กน้อยภายใต้หน้ากากเหล็ก คำพูดสุดท้ายของมู่หรงคังเกี่ยวกับนิกายมาร์ล่องหน แฝงไปด้วยร่องรอยของวิกฤตครั้งใหม่ที่ใหญ่หลวงกว่าเดิม ทว่าแววตาสีทองของเด็กหนุ่มยังคงเด็ดเดี่ยวไม่มีความกลัว
"นิกายมาร์ล่องหนงั้นรึ? ต่อให้เป็เทวมารจากชั้นฟ้า... หากกล้าขวางทางทวงแค้นและกอบกู้ตระกูลหลินของข้า ข้าก็จะสับพวกมันให้ราบคาบเช่นกัน"
ค่ำคืนอันยาวนานและนรกนครหลวงตี้ตูได้ปิดฉากลงแล้ว หนี้เืสิบหกปีได้รับการชำระด้วยโลหิตของราชวงศ์ทรยศ ทว่าเส้นทางผู้พลิกสามภพของหลินเฟิง... เพิ่งจะเ
ริ่มต้นขึ้นอย่างแท้จริง!