ตอนที่ 1 การเริ่มต้นของชีวิตใหม่ (1)
ปลายฤดูใบไม้ผลิ วันที่ 15 เดือน 3 ปี 4719 ศักราชอาร์เคเดรีย
“ฮืออ…พี่นีร่า พี่นีร่าเป็อะไรไปครับ ฮือออ”
เสียงของเด็กชายตัวน้อยวัยเก้าปีดังสะอื้นอยู่ข้างเตียง เขานั่งร้องไห้ปานจะขาดใจอยู่ข้างร่างเล็กของเด็กสาวผู้หนึ่งที่นอนแน่นิ่งอยู่บนเตียงในห้องนอนของตนเอง
ไม่นานนัก เสียงฝีเท้าหนัก ๆ ก็ดังใกล้เข้ามาอย่างเร่งร้อน
“เนล นีร่าเป็อะไร” เด็กหนุ่มที่โตกว่าถามด้วยน้ำเสียงร้อนใจทันทีที่มาถึง
“พี่นีร่านิ่งไปแล้วครับ พี่โนเอล ฮือออ” เด็กชายตอบออกไปพร้อมกับเสียงสะอื้น
“เกิดอะไรขึ้น” เด็กหนุ่มผู้มาใหม่นามว่าโนเอลถามออกมาด้วยความร้อนรน
“พี่นีร่าใช้หินปลุกพลังครับ แล้วจู่ ๆ พี่นีร่าก็กรีดร้องออกมาก่อนจะสลบไป”
โนเอลรีบก้าวเข้าไปข้างเตียง ก่อนจะจับไปที่ข้อมือของนีร่าเพื่อตรวจชีพจร ชีพจรของเธอยังคงเต้นเป็ปกติดี แต่ทว่าถึงจะเป็เช่นนั้น สีหน้าของโนเอลก็ไม่ได้ผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย
“หืม…”
ดวงตาของเด็กหนุ่มยังคงจับจ้องไปที่ใบหน้าของน้องสาวอย่างไม่วางตา
“พี่โนเอล พี่นีร่าจะไม่เป็อะไรไปใช่ไหมครับ” เนลถามเสียงสั่น มือเล็กยังคงกำชายเสื้อของพี่สาวเอาไว้แน่น ราวกับกลัวว่าเธอจะหายไป
โนเอลเม้มริมฝีปาก ก่อนจะยกมือขึ้นลูบศีรษะของน้องชายเบา ๆ
“ไม่เป็ไร ชีพจรของนีร่าปกติดี บางทีเธออาจจะแค่อ่อนเพลียจากการปลุกพลัง การใช้หินปลุกพลังอาจทำให้ร่างกายรับภาระหนักเกินไปได้”
ตอนที่โนเอลใช้หินปลุกพลังเป็ครั้งแรก เขามีอายุเพียงแค่สิบปีเท่านั้น ตอนนั้นเขายังอ่อนประสบการณ์ ร่างกายและจิตใจยังไม่แข็งแกร่งพอ เมื่อพลังของหินหลั่งไหลเข้าสู่ร่าง เขาจึงรู้สึกเวียนหัว ตาลาย ราวกับโลกทั้งใบหมุนคว้าง เืในกายปั่นป่วนจนแทบจะยืนไม่อยู่
แต่ถึงอย่างนั้น พลังภายในกายกลับไม่ตอบสนองเลยแม้แต่น้อย การปลุกพลังครั้งแรกจึงจบลงด้วยความล้มเหลว เหลือไว้เพียงความผิดหวังที่ฝังลึกอยู่ในใจ
หลังจากวันนั้น เขาก็ไม่ได้ยอมปล่อยให้ความพ่ายแพ้กลืนกินตัวเอง เขาเลือกกัดฟันลุกขึ้นมาเริ่มต้นใหม่ ฝึกฝนร่างกายอย่างหนักทุกวัน เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับโอกาสครั้งต่อไป
เมื่ออายุครบสิบสองปี ความแข็งแกร่งของร่างกายและจิตใจเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิม เขาจึงรวบรวมความกล้าทดลองปลุกพลังเป็ครั้งที่สอง ทว่าผลลัพธ์กลับยังไม่เป็ดังหวัง พลังยังคงไม่ตื่นขึ้น แม้ครั้งนี้ร่างกายจะรับแรงกระแทกได้ดีกว่าครั้งแรก แต่ก็ยังไม่เพียงพอ
แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ยังไม่สิ้นหวัง เพราะยังเหลือโอกาสสุดท้ายให้ไขว่คว้า
มนุษย์ทุกคนสามารถปลุกพลังได้เพียงสามครั้งเท่านั้น และต้องอยู่ใน่อายุไม่เกินสิบแปดปี หากพลาดทั้งสามครั้งไป ชีวิตนี้ก็คงเป็ได้แค่เพียงคนธรรมดา
และในที่สุด เมื่อเขาอายุครบสิบสี่ปี วันที่รอคอยก็มาถึง
การปลุกพลังครั้งที่สาม ซึ่งเป็ครั้งสุดท้ายในชีวิตของเขา
ทันทีที่พลังจากหินไหลบ่าเข้าสู่ร่าง พลังภายในที่หลับใหลอยู่ในกายก็พลันตอบสนอง เสมือนประตูที่ปิดตายถูกเปิดออก พลังของเขาถูกปลุกขึ้นสำเร็จในที่สุด
สายตาของโนเอลเลื่อนไปยังก้อนหินสีหม่นที่ตกอยู่ข้างเตียง ก่อนที่คิ้วของเขาจะขมวดเข้าหากันแน่น
นี่เป็การปลุกพลังครั้งแรกของนีร่า
หินปลุกพลังที่เคยเรืองแสง ตอนนี้กลับหม่นแสงลงจนกลายเป็หินธรรมดาไปเสียแล้ว นั่นแปลว่านีร่าสามารถปลุกพลังขึ้นมาได้สำเร็จั้แ่ครั้งแรก ซึ่งต่างจากเขาที่ต้องใช้โอกาสถึงสามครั้งด้วยกัน
หรือเป็เพราะเขาปลุกพลังในตอนที่อายุน้อยเกินไปกันแน่
และในตอนนั้นเองที่ปลายนิ้วของนีร่าก็ขยับเล็กน้อย
“…!”
แม้การเปลี่ยนแปลงนั้นจะเล็กน้อยจนแทบสังเกตไม่เห็น แต่สำหรับคนที่กำลังจับชีพจรอยู่ มันกลับชัดเจนยิ่ง
“นีร่า!”
เปลือกตาของเด็กสาวสั่นไหวเล็กน้อย ก่อนจะค่อย ๆ เปิดขึ้นอย่างเชื่องช้า แสงสลัวภายในห้องทำให้สายตาพร่าเลือนอยู่ครู่หนึ่ง ภาพตรงหน้าค่อย ๆ ปรับชัดขึ้นทีละนิด
เพดานไม้ ผนังบ้านเก่า และใบหน้าของเด็กชายสองคนที่กำลังมองเธอด้วยสายตาเต็มไปด้วยความกังวล
นี่มัน…
ที่ไหนกัน…?
ศีรษะของนีร่าหนักอึ้ง ความคิดสับสนปะปนกันไปหมด
ภาพสุดท้ายที่จำได้คือห้องครัว ขวดน้ำมัน พื้นกระเบื้องที่ลื่นวาว แล้วก็ความมืด
“พี่นีร่า!” เนลร้องเรียกด้วยความดีใจ น้ำตายังคงคลออยู่เต็มดวงตา “พี่นีร่าฟื้นแล้ว…ฟื้นแล้วจริง ๆ”
เกิดอะไรขึ้น
ที่นี่คือที่ไหน
แล้วเธอเป็ใครกันแน่?
ลมหายใจของนีร่าติดขัดเล็กน้อย ดวงตาที่เพิ่งเปิดออกยังคงสั่นไหว ราวกับกำลังพยายามไขว่คว้าหาความจริงบางอย่างจากความทรงจำที่แตกกระจาย
“พี่นีร่า…ได้ยินข้าไหม” เนลขยับเข้าใกล้อีกเล็กน้อย น้ำเสียงยังคงสั่นเครือ
นีร่าหันไปมองเด็กชายตัวน้อย ใบหน้าของเขาเปรอะเปื้อนไปด้วยหยาดน้ำตา ในแววตาเต็มไปด้วยความเป็ห่วงจนทำให้ความรู้สึกบางอย่างแล่นวาบขึ้นมาในอก
อบอุ่น คุ้นเคย แต่ในขณะเดียวกันก็แปลกประหลาดอย่างบอกไม่ถูก
“ฉัน…”
เสียงที่หลุดออกมาทั้งแ่เบาและแหบแห้ง
นีร่าชะงักไปทันที
นี่ไม่ใช่เสียงของเธอ
หัวใจของเธอเต้นแรงขึ้น มือเล็ก ๆ ของตนถูกยกขึ้นมามองอย่างไม่รู้ตัว นิ้วเรียวเล็กตรงหน้าดูคล้ายมือของเด็กสาวมากกว่าหญิงวัยยี่สิบเจ็ดปีที่เธอคุ้นเคย
เกิดอะไรขึ้นกันแน่
นี่ไม่ใช่มือของมาริสา!
ความสับสนถาโถมเข้ามาไม่หยุด ภาพในหัวปั่นป่วน เธอเห็นตัวเองยืนอยู่ในห้องครัว มือเผลอปัดโดนขวดน้ำมันจนตกแตก น้ำมันไหลนองพื้นจนลื่น และเมื่อเธอก้าวพลาดเหยียบลงไป ทุกสิ่งก็ดับวูบ
ท่ามกลางความมืดนั้น จู่ ๆ เศษภาพอีกชุดหนึ่งก็เริ่มแทรกเข้ามา เด็กหญิงคนหนึ่งถือหินเรืองแสงเอาไว้ในมือ จากนั้นก็พยายามกระตุ้นพลังเวทในกาย แสงจากหินพุ่งเข้าสู่ร่างอย่างรุนแรง ความเ็ปแล่นผ่านทั่วทั้งตัว แล้วทุกอย่างก็ดับวูบไปเช่นเดียวกัน
“อึก!”
นีร่ายกมือขึ้นกุมศีรษะทันที ความเ็ปรวดร้าวแล่นแปลบขึ้นมาในหัว
เศษภาพของนีร่าและอดีตของมาริสากำลังหลอมรวมกันอย่างช้า ๆ
“นีร่า!” โนเอลรีบเข้ามาประคองน้องสาวด้วยสีหน้าตึงเครียด มือใหญ่ค่อย ๆ แตะลงบนไหล่ของเธออย่างอ่อนโยน แต่แววตากลับเต็มไปด้วยความกังวล
“พี่…พี่นีร่าเป็อะไรครับ!” เนลใจนแทบจะร้องไห้อีกครั้ง
เสียงของสองพี่น้องยังคงดังอยู่ใกล้ ๆ แต่สำหรับนีร่า เสียงเ่าั้กลับคล้ายอยู่ไกลออกไปเรื่อย ๆ
ในห้วงสติที่พร่าเลือน ภาพมากมายไหลบ่าเข้ามา
ภาพวัยเด็กของนีร่า ภาพครอบครัว ความเป็อยู่ หมู่บ้านเล็ก ๆ บ้านท้ายหมู่บ้าน ท่านแม่ที่ล้มป่วย พี่ชายที่คอยแบกรับทุกอย่าง และโลกใบนี้ที่แตกต่างจากโลกเดิมของมาริสาโดยสิ้นเชิง
ความทรงจำของสองชีวิตกำลังหลั่งไหลเข้าหากัน ก่อนจะค่อย ๆ หลอมรวมเป็หนึ่งเดียว ราวกับสายน้ำสองสายที่ไหลมากัน หลังจากนั้น เธอก็หมดสติไปอีกครั้ง
...
เวลาผ่านไปนานนับชั่วโมง
เมื่อเธอลืมตาขึ้นอีกครั้ง ดวงตาที่เคยสับสนก็ค่อย ๆ นิ่งลง คราวนี้หลายสิ่งหลายอย่างชัดเจนกว่าเดิม เธอมองไปยังเด็กชายทั้งสองที่เฝ้าอยู่ข้างเตียง พวกเขาไม่ใช่คนแปลกหน้าสำหรับเธออีกต่อไป
และในขณะเดียวกัน เธอก็ยังจำได้ว่าตนเองเคยเป็ใคร
“นีร่าฟื้นแล้ว” โนเอลกล่าวเสียงเบา คล้ายเพิ่งยกหินหนักก้อนหนึ่งลงจากอก
“พี่โนเอล…เนล…”
คนหนึ่งคือพี่ชาย อีกคนคือน้องชายของเธอ
เด็กชายตัวเล็กเบิกตากว้าง ก่อนจะโผเข้ามากอดนีร่าทันที
“พี่นีร่า!”
นีร่ายกมือขึ้นลูบศีรษะของเนลที่กอดเธอไว้แน่นอย่างอ่อนโยน เพื่อปลอบประโลมให้เ้าตัวสงบลง จากนั้นสายตาของเธอก็เลื่อนไปมองโนเอล เขายืนอยู่ไม่ไกลนัก ไม่มีถ้อยคำใดหลุดออกมา แต่แววตาที่มองกลับมานั้นเต็มไปด้วยความห่วงใยและความโล่งใจอย่างเห็นได้ชัด
“ข้าไม่เป็อะไรแล้วล่ะ”
++++++++++++++++++++++++++++++++