“ถึงแล้วค่ะ ปลายทางสถานีบึงกาฬ”
เสียงหวานของพนักงานต้อนรับบนรถทัวร์ปลุกเบอร์รี่ให้ตื่นจากภวังค์
หญิงสาวเ้าของเรือนผมสีชมพูสดใสราวกับขนมสายไหมค่อยๆ ลืมตาขึ้น
ดวงตากลมโตของเธอกะพริบปริบๆ เพื่อปรับสายตาให้เข้ากับแสงสว่างจ้าที่สาดส่องเข้ามาทางหน้าต่าง
เธอคว้ากระเป๋าสะพายข้างแล้วก้าวลงจากรถด้วยหัวใจที่พองโต
ความฝันที่จะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ในฐานะพยาบาลที่จังหวัดบึงกาฬกำลังจะกลายเป็จริงแล้ว!
“ฟู่ววว...อากาศดีจัง” เบอร์รี่สูดหายใจเข้าปอดลึกๆ
กลิ่นไอของดินและต้นไม้ที่นี่ช่างแตกต่างจากเมืองหลวงที่เธอจากมาอย่างสิ้นเชิง
มันคือกลิ่นของโอกาสและความหวัง
หญิงสาวหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมากดเบอร์โทรออกด้วยความรวดเร็ว รอไม่นานปลายสายก็กดรับ
“ฮัลโหลแม่! หนูถึงแล้วนะ ใช่ค่ะ ถึงอย่างปลอดภัยหายห่วง” เบอร์รี่ส่งเสียงเจื้อยแจ้วสดใส
“ที่นี่อากาศดีมากๆ เลยค่ะแม่ หอพักที่หนูจองไว้ก็อยู่ไม่ไกลจากโรงพยาบาลเลยนะ แถมร้านส้มตำเ้าเด็ดที่หนูลิสต์ไว้ก็อยู่แค่หน้าปากซอยเอง...คิคิ”
บทสนทนาของเธอกับแม่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและแผนการในอนาคตที่สดใส
เธอสาบานกับตัวเองว่าจะต้องเป็พยาบาลที่เก่งที่สุดให้แม่ภูมิใจให้ได้
แต่ระหว่างที่เธอกำลังแบ่งปันความสุขอยู่นั้น หางตาของเธอก็สังเกตเห็นความผิดปกติเล็กๆ น้อยๆ รอบตัว
บนจอทีวีเก่าๆ ในสถานีขนส่ง มีแถบข่าวด่วนวิ่งขึ้นมาว่า...
“ด่วน! เกิดเหตุจลาจลรุนแรงในโรงพยาบาลจิตเวชศรีบุรินทร์ เ้าหน้าที่กำลังเข้าควบคุมสถาน...”
แต่แล้วสัญญาณภาพก็ซ่าแล้วตัดไป
ติ๊ด-ตี่-ติ๊ด-ตี่~
เสียงไซเรนของรถพยาบาลกรีดร้องดังขึ้นจากถนนใหญ่
มันดังใกล้เข้ามา แล้วก็วิ่งผ่านหน้าสถานีขนส่งไปอย่างรวดเร็ว
เร็วจนผิดปกติ
ผู้คนบางคนที่เดินสวนไปมาก็ดูมีท่าทีร้อนรน
บางคนถึงกับวิ่งเหยาะๆ เหมือนกำลังหนีอะไรบางอย่าง
“...ค่ะแม่ ไม่ต้องห่วงนะคะ หนูดูแลตัวเองได้อยู่แล้ว แค่นี้นะคะ รักแม่ค่ะ จุ๊บๆ” เบอร์รี่กดวางสาย
เธอเลือกที่จะปัดความรู้สึกแปลกๆ นั้นทิ้งไป
บางทีมันอาจจะเป็แค่วันที่วุ่นวายธรรมดาวันหนึ่งของที่นี่ก็ได้
ใครจะรู้ล่ะ?
ความตื่นเต้นที่จะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่มันมีค่ามากกว่าความกังวลเล็กน้อยพวกนั้นอยู่แล้ว
“ไปหอพักกันดีกว่า!”
เบอร์รี่ลากกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ของเธอออกมาจากสถานีขนส่ง
ก่อนจะโบกมือเรียกรถสกายแล็บคันหนึ่งที่จอดรออยู่
“ไปหอพักพยาบาล ตรงข้ามโรงพยาบาลบึงกาฬค่ะ” เธอบอกจุดหมายด้วยรอยยิ้ม
คนขับรถสกายแล็บเป็ชายวัยกลางคนท่าทางเงียบขรึม
เขาพยักหน้ารับแล้วออกรถไปอย่างเงียบๆ
บรรยากาศบนรถค่อนข้างเงียบผิดกับที่เบอร์รี่คิดไว้
เธอพยายามจะชวนคุยอย่างเป็มิตร “หนูเพิ่งย้ายมาที่นี่ครั้งแรกเลยค่ะพี่ ที่นี่มีที่เที่ยวที่ไหนแนะนำบ้างไหมคะ?”
คนขับเหลือบมองเธอผ่านกระจกหลังแวบหนึ่ง ก่อนจะตอบเสียงเรียบ
“่นี้อย่าเพิ่งไปไหนเลยหนู อยู่แต่ในที่พักน่ะดีที่สุดแล้ว”
“เอ๊ะ? ทำไมล่ะคะ?” เบอร์รี่ถามด้วยความสงสัย
คนขับไม่ตอบ
เขาเอาแต่ชำเลืองมองกระจกหลังสลับกับมองไปข้างหน้าด้วยท่าทีหวาดระแวง
เหงื่อเม็ดเล็กๆ เริ่มผุดขึ้นตามขมับของเขา
ทันใดนั้นเอง
เบอร์รี่ก็เห็นชายคนหนึ่งวิ่งสวนทางมาด้วยความเร็วเต็มฝีเท้า
ใบหน้าของเขาตื่นตระหนกสุดขีด เหมือนกำลังหนีตายจากอะไรบางอย่าง
“ลุงคะ เขามีงานวิ่งมาราธอนกันเหรอคะ? ทำไมหนูไม่เห็นมีในปฏิทินท่องเที่ยวเลย” เธอยังคงพยายามมองโลกในแง่ดี
คนขับเหยียบเบรกกะทันหันจนรถสั่น
เสียงของเขาสั่นเครือ “หนู...นั่นเขาไม่ได้วิ่งเพื่อสุขภาพหรอก”
รถเริ่มติดขัดอย่างหนักข้างหน้า มีรถยนต์สองสามคันจอดทิ้งไว้กลางถนน
ประตูเปิดอ้าเหมือนเ้าของรีบร้อนหนีลงไป
เบอร์รี่เริ่มรู้สึกถึงบรรยากาศมาคุที่แผ่ซ่านไปทั่ว
ความรู้สึกไม่ปลอดภัยเริ่มเกาะกินหัวใจของเธออย่างช้าๆ
“คุณลุงจอดตรงนี้ก็ได้ค่ะ เดี๋ยวหนูเดินเข้าไปเอง” เบอร์รี่บอกเมื่อเห็นว่ารถคงขยับไปไหนไม่ได้อีกแล้ว
คนขับพยักหน้ารัวๆ “เออๆ ดีแล้วหนู รีบไปเถอะ!”
เขารีบรับเงินค่าโดยสารแล้วขับรถเบี่ยงออกไปอีกทางอย่างรวดเร็ว
ทิ้งให้เบอร์รี่ยืนอยู่หน้าหอพักด้วยความงุนงง
“อะไรกันเนี่ย...”
เบอร์รี่ถอนหายใจก่อนจะลากกระเป๋าเดินทางเดินเข้าไปใน
สำนักงานของหอพักที่ดูเงียบเชียบผิดปกติ
“ขอโทษนะคะ มีใครอยู่ไหมคะ? หนูมารายงานตัวเข้าหอพักค่ะ” เธอะโเรียก
เงียบกริบ
เบอร์รี่ตัดสินใจเดินเข้าไปลึกขึ้นอีกนิด แล้วเธอก็ได้พบกับผู้ดูแลหอพัก
เขานั่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน หันหลังให้เธอ ร่างของเขาสั่นกระตุกเบาๆ
“เอ่อ...คุณลุงคะ?”
ผู้ดูแลค่อยๆ หันกลับมาช้าๆ
วินาทีนั้นเบอร์รี่รู้สึกเหมือนเืในกายเย็นเฉียบ
ดวงตาของเขาแดงก่ำราวกับเส้นเืฝอยแตกทั้งหมด
น้ำลายฟูมปากไหลย้อยลงมาเป็ทางยาว
เขาส่งเสียงครางในลำคอที่ฟังไม่เป็ภาษา มันไม่ใช่เสียงของความเ็ป
หากแต่เป็เสียงของความปรารถนาที่บิดเบี้ยวและน่ารังเกียจ
“อ...อึก...สวย...สวยจัง...”
สิ้นเสียงนั้น ร่างของผู้ดูแลก็พุ่งเข้าใส่เบอร์รี่ทันที!
ไม่ใช่การพุ่งเข้ามากัดหรือทำร้าย...มันคือการพุ่งเข้ามาเพื่อที่จะกอดและจูบ O[]O!
สัญชาตญาณการเอาตัวรอดของเบอร์รี่ทำงานด้วยความเร็วแสง
ผลัวะ!
เธอใช้กระเป๋าเดินทางใบใหญ่ที่หนักอึ้งฟาดเข้าไปที่สีข้างของผู้ดูแลอย่างเต็มแรง
จนเขาร้องออกมาด้วยความเ็ป แต่แรงปรารถนาในแววตาของเขายังไม่ลดลงแม้แต่น้อย
เบอร์รี่ใช้จังหวะที่เขาชะงัก
ถีบเข้าไปที่ข้อพับเข่าอย่างแม่นยำตามความรู้กายวิภาคที่เธอเรียนมา
ร่างของผู้ดูแลเสียหลักล้มลงไปกองกับพื้น
หญิงสาวไม่รอช้า
รีบหันหลังวิ่งหนีออกมาจากสำนักงานนั้นทันทีโดยไม่คิดชีวิต!
เมื่อวิ่งหนีออกมาจนถึงถนนใหญ่
ภาพที่เธอเห็นก็ทำให้โลกทั้งใบของเธอพังทลายลง
นรกบนดินได้มาเยือนจังหวัดบึงกาฬแห่งนี้แล้ว
ผู้คนกำลังวิ่งหนีตายกันอย่างโกลาหล
เสียงกรีดร้องดังระงมไปทั่วทุกสารทิศ
คล้ายผู้ติดเชื้อ?
มีอาการเหมือนผู้ดูแลหอพักกำลังไล่กอดรัดฟัดเหวี่ยงผู้คนอย่างบ้าคลั่ง
พวกเขาไม่ได้้าจะฆ่า
เพียงแต่้าจะแพร่พันธุ์ความรักในรูปแบบที่น่าสยดสยองที่สุด!
รถยนต์หลายคันชนกันระเนระนาด ควันไฟลอยคละคลุ้งไปทั่ว
ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วเกินไปจนสมองของเบอร์รี่แทบจะประมวลผลไม่ทัน
“ไม่...ไม่จริง...โลกกำลังถูกซอมบี้ยึดครองแล้ว!”
ในขณะที่เธอยืนตัวแข็งทื่อด้วยความใ
ผู้ติดเชื้อสองสามคนก็หันมาเห็นเธอ
ดวงตาแดงก่ำของพวกมันจับจ้องมาที่ร่างของเธอราวกับเจอของหวานอันโอชะ
“สวย...มานี่มะ...”
เบอร์รี่กรีดร้องและเริ่มออกวิ่งอีกครั้ง
เธอวิ่งอย่างไร้ทิศทางโดยมีกลุ่มผู้ติดเชื้อไล่ตามมาติดๆ
จนกระทั่งเธอวิ่งมาจนมุมที่ทางสามแพร่งแห่งหนึ่ง
ข้างหน้าคือทางตัน
“ไม่นะ! ฉันไม่มีสกิลหมาจนตรอกหรอกนะ”
กลุ่มผู้ติดเชื้อค่อยๆ คืบคลานเข้ามาล้อมเธอไว้จากทุกทิศทาง
รอยยิ้มที่บิดเบี้ยวปรากฏบนใบหน้าของพวกมัน
เบอร์รี่หลับตาแน่น เตรียมใจรับชะตากรรมที่เลวร้ายที่สุด...
วรื้นนนนนนนน!
ทันใดนั้นเอง เสียงเครื่องยนต์ของรถกระบะคันหนึ่งก็ดังกระหึ่มขึ้นจากซอยทางด้านขวา
ไฟหน้ารถสาดวาบเข้าใส่กลุ่มผู้ติดเชื้อจนพวกมันต้องหันไปมองและชะงักงันด้วยความแสบตา
รถกระบะคันนั้นจอดนิ่งอยู่ตรงนั้น ประตูฝั่งคนขับเปิดค้างไว้อยู่
เื้ัพวงมาลัย มีเพียงเงาตะคุ่มของใครบางคนนั่งอยู่อย่างเงียบงัน
รอคอย...