ตอนที่ 11 เมด และการกำเนิดของาาหนอนแมลง ‘เกรทเทอร์คิลเลอร์’
รอยยิ้มของหญิงสาวที่แสนอ่อนโยน ไม่มีวันไหนเลยที่อยู่ด้วยกันแล้วจะไม่มีความสุข
ได้กินข้าวด้วยกัน ได้นอนหลับด้วยกัน ได้ทำอะไรหลายๆอย่างด้วยกัน
เราสัญญาว่าจะแต่งงาน และมีลูกด้วยกัน
่เวลาที่ได้ยิ้ม และหัวเราะไปด้วยกันมันชั่งมีความสุขเหลือเกิน...ฉันคิดถึงมันเหลือเกิน
---คิวตกอยู่ในพวังแห่งอดีตของเขาและฟาน
หลังจากที่พีสาวของเขาถูกไฟคลอกตายในวันนั้นด้วยน้ำมือของเกรทเทอร์...ชีวิตเขาเริ่มดีขึ้นเมื่อได้พบฟานเขาไม่อาจยอมรับความจริงตรงหน้านี้ได้
ทุกอย่างที่มันเริ่มดีขึ้นแล้ว แต่มันได้พังทลายไปอีกครั้งครั้งแล้วครั้งเล่าด้วยน้ำมือของพวกเกรทเทอร์
...รอยยิ้มของหญิงสาวผู้เป็ที่รักอันแสนอ่อนโยน...บัดนี้ เขาไม่อาจได้เห็นมันอีกตลอดกาล
...
..
.
“ไอพวกหนอนแมลงมาที่นี่ได้ยังไง”
เกรทเทอร์คนหนึ่งพูดขึ้นด้วยอารมณ์ที่ไม่ยินดีกับแขกที่ไม่ได้รับเชิญทั้งสี่
“คงจะมาช่วยใยนั่นสินะฮ่ะฮะๆ...เสียใจด้วยนะมันตายไปแล้วละ”
“ก็มันดันบังอาจขัดคำสั่งเกรทเทอร์อย่างพวกเราไงเป็เพียงแค่มนุษย์ธรรมดาชั้นต่ำแท้ๆ”
“หากไม่ขัดขืนคงไม่ถึงตายหลอกมั้งว่ะฮ่าฮาๆ”
เหล่าเกรทเทอร์เริ่มพูดคุยและหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน...
“ไม่รู้หรอกนะ ว่าพวกแกเข้ามาที่นี่ได้ยังไงแต่เมื่อเห็นทุกอย่างแล้ว ก็คงปล่อยให้กลับไปไม่ได้”
เมื่อพูดจบ เกรทเทอร์ชายคนหนึ่งก็เอียงคอไปมาพร้อมนวดหมัดจนเกิดเสียงกระดูกลั่นดัง
มันเดินตรงมาที่คุณหนิง...
“ผู้หญิงคนนี้ว่าจะเก็บไว้เล่นทีหลังสักหน่อย...แต่พอมองไกล้ๆแล้วแมร่งหน้าตาโคตรปลวกเลยวะ”
เกรทเทอร์ชายคนนั้นพูดพร้อมเปล่งมานาสีเหลืองออกมาบริเวณฝ่ามือแล้วเปลี่ยนมันเป็กำปั้นหิน...
“เอาเลย! ฆ่าเลย!”
“ฆ่ามันเลย ฆ่ามัน”
เหล่าเกรทเทอร์โดยรอบต่างส่งเสียงเชียร์เพื่อนของมัน
คุณหนิงตอนนี้ อยู่ในอาการสั่นกลัวแบบสุดขีด...
กำปั้นหินถูกง้างขึ้นเล็งไปที่บริเวณใบหน้าของคุณหนิง
...เป็จังหวะเดียวกับซีโร่ที่ล่องหนไป
“ปั๊ค!!!!~~~”
“ตู๊ม!!!!!!!!!!!”
‘กำปั้น’ ถูกปล่อยบดขยี้ร่างเนื้อและอวัยวะภายในจนบิดเบี้ยว
ร่างของเป้าหมายที่ถูกกำปั้นกระแทกลอยกระเด็นออกไปทะลุผนังเต็นท์ลอยทะลุจนไปกระแทกกับโขดหิดด้านหลังอีกที...
เหล่าเกรทเทอร์ที่หัวเราะชอบใจกันอย่างสนุกสนานต่างก็เงียบเสียงลงทันที...เมื่อเห็นเพื่อนของเขาถูกสาวในชุดเมดล่องหนมาโผล่ตรงหน้าและต่อยเพียงแค่หมัดเดียวเท่านั้น
เกรทเทอร์ที่ถูกต่อยจนกระเด็นพยายยามฝืนลุกขึ้นยืน
“แก!!! นังสารเลว...อย่าอยู่เลย!!!”
แม้เืจะกรอกปากเกรกเทอร์คนนั้นก็ฝืนทนเปลี่ยนแขนสองข้างของตัวเองเป็หอกหิน วิ่งพุ่งตรงมาเสียบซีโร่...
“ซีโร่! จัดการพวกมันเลย”
กอนออกคำสั่งแบบนิ่งๆใบหน้าของเขาในตอนนี้นั้น ไร้ซึ่งรอยยิ้ม และความสุขใดๆ
“รับทราบคะ”
เมดสาวตอบรับคำพูดของผู้เป็นาย...
หอกหินพุ่งตรงเสียบร่างของเมดสาวเข้าอย่างจัง
----เ้าของหอกเผลอดีใจขึ้นมา
แต่ก็ได้เพียงแค่แวบเดียวก่อนที่จะพบว่า...ร่างของเมดสาวหายไปแล้วั้แ่เมื่อไหร่ก็มิทราบ
...
..
.
“หายหัวไปไหน โผล่ออกมาเด-~~~”
ทันทีที่เขาะโเรียกหาเมดสาวเขาก็พบความผิดปกติบางอย่าง…
ของเหลวสีแดงพุ่งฉีดไหลออกมาจากบริเวณคอของเขา
สายตาของเขาหันไปมองโดยรอบเห็นเหล่าเพื่อนๆเกรทเทอร์ตกอยู่ในความตะลึงงัน
เขาเปลี่ยนหอกหินกลับมาเป็มือแล้วพยายามอุดาแบริเวณคอของตัวเอง ‘ั้แ่เมื่อไหร่กัน’
ั้แ่เมื่อไหร่...ที่เมดสาวโผล่มาด้านหลังพร้อมกับใช้มีดปาดไปที่บริเวณคอหอยเส้นเืใหญ่ และหลอดลมของเขาขาดสบั้น จนหัวแทบจะหลุดออกจากตัว
ร่างของเขาล้มลงแนบชิดกับพื้นความกลัวก็แล่นเข้ามาในหัว... ‘ชั้นยังไม่อยากตายช่วยชั้นด้วย ชั้นยังไม่อยากตาย!!!’ ขาพยายามร้องขอความช่วยเหลือจากเพื่อนๆโดยการยื่นมือไปยังทิศทางของเกรทเทอร์
----แต่ไม่มีใครสนใจเขาเลย
และเวลาเพียงไม่นานเขาก็นอนตายคากองเื ในสภาพที่ตาเหลือก
“ม~ไม่จริงน่าตายไปแล้วเหรอ”
บัดดนี้เหล่าเกรทเทอร์ที่สนุกสนานได้เงียบกลิบโดยสมบูรณ์
“ไอหมอนั่นก็ไม่ได้กระจอกขนาดนั้นนะ...แต่ดันไปแพ้ไอเมดนั่นอย่างง่ายดาย”
เกรทเทอร์คนหนึ่งพูดขึ้นด้วยสีหน้าที่เคร่งเคียด...
.
.
“หะ!!!มันหายไปไหนอีกแล้ว”
“บ้าเอ้ยชั้นตรวจจับมันไม่ได้เลย”
เกรทเทอร์อีกคนพูดขึ้นเมื่อเมดสาวล่องหนไปอีกแล้ว...ไม่มีเกรทเทอร์คนใดใช้จิตััตรวจจับได้เลย
“พวกเราระวังตัวไว้...ไอเมดนั่นมันมีสกิลแปลกๆ ไม่ใช่แค่ล่องหนธรรมดา”
“เราใช้จิตััตรวจจับอะไรนังเมดนั่นไม่ได้เลยสักอย่าง”
…
เกรทเทอร์ต่างเตรียมตัวพร้อมรบคนที่มีมานาสีน้ำเงินก็ตั้งท่าเตรียมปล่อยสกิลสายสเปลได้ทุกเมื่อคนที่มีมาสีแดงก็เรียกอาวุธออกมาพร้อม คนที่มีมานาสีเหลืองได้เปลี่ยนร่างกายเป็สิ่งที่ตัวเองถนัดส่วนมานาสีเขียว ก็ซัมม่อน มินเนี่ยนของตัวเองออกมา...
แม้พวกเขาจะเป็เกรทเทอร์ระดับล่างแต่พวกเขาก็ผ่านประสบการ์ณในดันเจี้ยนมาแล้วหลายครั้ง แถมพวกเขามีกันนับสิบคน...ส่วนอีกฝ่ายมีเพียงแค่คนเดียวเท่านั้นที่ต้องระวังคนที่เหลือไม่ต่างจากหนอนแมลงที่พบเห็นได้ทั่วไป
“บอกมา! ใครเป็คนทำคุณฟาน”
เสียงของเด็กหนุ่มที่ดูมีอายุน้อยที่สุดในกลุ่มของพวกหนอนแมลงดังขึ้น
แต่สำหรับเกรทเทอร์แล้ว...มองการกระทำดังกล่าวเป็เพียงแค่ความอวดดีของมนุษย์ธรรมดา...
“เป็แค่หนอนแมลงอย่าอวดดีให้มันมากนักนะแก!!!”
“ขยะอย่างแกจะรู้ไปทำไมเดี่ยวพวกแกทั้งหมดก็ต้องตายตามนังผู้หญิงนั่นไปอยู่ดี”
“นังนั่นมันขัดคำสั่งไม่ทำตามที่พวกเราบอก...น่ารำคาญนัก เลยฆ่าทิ้งแมร่ง”
เหล่าเกรทเทอร์พูดด้วยท่าทางที่ปกติแสนจะเป็เื่ธรรมดากับสิ่งที่พวกมันได้ทำลงไป
สำหรับกอนนั้นเขาแค่ถามไปงั้นๆเผื่อในพวกมันจะมีคนที่ไม่เกี่ยวข้องด้วย...
แต่ดูเหมือน พวกมันทั้งหมดจะร่วมมือกันและเห็นด้วยกันทั้งนั้น
กอนจ้องไปที่พวกเกรทเทอร์ด้วยสายตาที่อาฆาต
.
.
“คราวนี้ก็ถึงคราวที่พวกแกตามมันไปบ้าง”
ไม่นาน เกรทเทอร์สายมานาแดงคนหนึ่งควงขวานขนาดใหญ่วิ่งเข้าหากอนเป็ขวานที่คมกลิบ และมีน้ำหนักที่มากยิ่งกว่าน้ำหนักตัวของกอน
...อีกทั้งมันยังแผ่รังสีสีดำออกมา
หากกอนโดนขวานนั่นสับเข้าไปแค่เฉี่ยวๆก็เตรียมลาโลกได้เลย
ชายควงขวานที่วิ่งด้วยความเร็วหมายที่จะผ่าร่างของกอนแบบเต็มที่
---เมดสาวโผล่ด้านหลังชายควงขวานพร้อมมีดเล็งจุดตาย
“เคร็ง!!!”
มีดของเมดสาวกระทบเข้ากับบาเรียสีฟ้าใส...
และผู้ร่ายคือเกรทเทอร์เทอร์ฟันทูนสวมผ้าคลุมฮู้ดยาวกำลังยืนร่ายอยู่ในกลุ่มท่ามกลางกลุ่มของพวกเกรทเทอร์...พร้อมกับหัวเราะสียงดังออกมา
“ฮิฮิฮิ…ชั้นรู้วิธีของเธอหมดแล้วนังเมดหน้าโง่...แม้จะมองไม่เห็นตัวเธอแต่เธอชอบโผล่มาด้านหลังพร้อมโจมตีทีเผลอที่นี้แค่ป้องกันด้านหลังซึ่งกันและกันและกันไว้ เธอก็ทำอะไรไม่ได้แล้ว วิฮิฮิฮิ”
“เออ!ดีมากเลยไอฟันทูน”
เหล่าเกรทเทอร์ต่างส่งเสียงชื่นชมชายฟันทูน
“ชิ!!!”
เมดสาวไม่พอใจ ก่อนที่จะหายตัวไปอีกครั้ง
“ว่ะฮะๆๆดีมากเลยไอฟันทูน งั้นชั้นจะไม่สนใจยัยเมดนั้นฝากปกป้องหลังชั้นด้วย...ชั้นจะตรงไปฆ่าไอหนอนแมลงอวดดีนั่นก่อน”
“ได้เลยพวก”
ว่าแล้วก็ควงขวานต่อพร้อมวิ่งตรงไปที่กอนด้วยรังศีที่มุ่งฆ่าแบบเต็มเปลี่ยม พุ่งตรงไปอย่างรวดเร็ว
---เมดสาวโผล่มาอีกครั้ง
ชายฟันทูนกางบาเรียปกป้องหลังของชายควงขวานทันที
...แต่เมดสาวไม่ได้โจมตีไปที่หลังของชายควงขวานเธอโผล่มาแล้วใช้เท้าเข้าไปขัดขาของชายควงขวานที่กำลังวิ่งด้วยความเร็ว
“ตุ๊บ!!!”
ชายควงขวานล้มหน้าคว่ำใบหน้ากระแทกพื้นเข้าอย่างจัง
“โอ้ยยย!ไอฟันทูน ไหนมึงบอกว่าจะป้องกันหลังให้กูไงวะ”
ชายควงขวานเงยหน้าพูดด้วยน้ำเสียงที่เดือดดาล
“ก็นังเมดนั้นมันไม่ได้โจมที่ด้านหลังมึงนิไอบ้าเอ้ย!!”
และเมดสาวก็ได้ล่องหนไปอีกครั้ง
ในขณะที่ชายควงขวานกำลังด่าชายฟันทูนอยู่------
“อ๊ากกกก!!!!!”
เสียงร้องโหยหวนของเกรทเทอร์อีกคนที่นอนจมกองเืพยายามใช้มืออุดาแ
าแจากคมมีดของเมดสาว
“บัดซบ!!!ไอเมดสารเลวนั่นเล่นทีเผลออีกแล้ว”
“ทุกคนอย่ามัวด่ากันเองตั้งสติไว้ ระวังตัวให้ดี...มันมีแค่คนเดียว”
เหล่าเกรทเทอร์ต่างอยู่ในความตื่นกล้วอย่างแท้จริงบางคนถึงขั้นเหงื่อไหลด้วยความตึงเคียด ไม่รู้ด้วยซ้ำว่านังเมดสารเลวนั่นจะโผล่มาอีกเมื่อไหร่ที่ไหน และด้านหลังของไคร
---เมดสาวมักเล็งเหยื่อที่ไม่ทำให้ตัวเธอเองต้องลำบาก
เมื่อเธอโผลออกมาต้องสามารถสร้างาแ หรือสังหารศัตรูให้ได้สักหนึ่งคนแล้วรีบกลับเข้าสู่สถานะไร้ตัวตนในทันที โดยที่ไม่ให้ใครจับตัวเธอ หรือโจมตีเธอได้ขณะที่ออกจากสถานะไร้ตัวตน
...แต่ตอนนี้ค่อนข้างเป็เื่ที่ยากเพราะพวกเกรทเทอร์มันระวังตัวกันมากขึ้นหลายเท่า หากเธอโผล่ออกไปอาจโดนโจมตีสวนมาก็ได้
.
.
“พอแค่นั้นแหละความสนุกของพวกแกมันจบลงแล้ว ไอพวกหนอนแมลงชั้นต่ำ”
เสียงของชายคนหนึ่งดังขึ้น
----เมดสาวถึงกลับต้องตกตะลึงพลันคิดในใจ‘ั้แ่เมื่อไหร่กัน’
ชายคนดังกล่าวสวมชุดสูทสีขาว หมวกทรงสูงสีขาว มีผมสีขาว หนวดแพะสีขาว มีตาสีขาวและผิวสีขาว เรียกได้ว่าขาวไปทั้งตัว
ชายสีขาวคนนั้นกำลังยืนถือไม้เท้าสีขาวที่ซ้อนดาบไว้ภายในจ่อคอของกอนอยู่
“คิดว่าแกล่องหนเป็อยู่คนเดียวหรือไงโผล่หัวออกมา ไม่งั้นไอเด็กนี่ตาย!!!”
สิ้นคำพูดของชายสีขาว...
ไม่นานเมดสาวโผล่ตัวออกมาทันทีพร้อมจ้องไปทางชายสีขาวด้วยออร่าที่อาฆาต
“โอ้ว!!!ในที่สุดหัวหน้าไวท์ก็มาก”
“อนาคตของพวกแกจบลงแล้วไอพวกหนอนแมลง”
“หัวหน้าไวท์เก่งที่สุดเท่ที่สุดเลย!!!”
เหล่าเกรทเทอร์ต่างรู้สึกยินดีและชื่นชมชายที่ชื่อไวท์
---แต่ทางชายที่ชื่อไวท์กลับมีสีหน้าไม่พอใจ
“หุบปาก!แค่หนอนแมลงเพียงไม่กี่ตัวพวกแกยังทำอะไรมันไม่ได้สมแล้วจริงๆที่เป็ได้แค่พวกชั้นชีพ”
ชายที่ชื่อไวท์พูดด้วยน้ำเสียงที่เกลี้ยวกราด
[ เกรทเทอร์โดยหลักแล้วจะแบ่งเป็สองกลุ่มใหญ่ๆ ได้แก่
ชั้นชีพ - เป็เกรทเทอร์โดยทั่วไปไม่ได้มีความสามารถโดดเด่นอะไร ไม่มีสิทธิ์ในการเข้าออกดันเจี้ยนอย่างอิสระ...ต้องมีหัวหน้าทีมนั้นก็คือเกรทเทอร์ ชั้นซีน
ชั้นซีน –เป็เกรทเทอร์ที่ผ่านการศึกษาจากสถาบันเกรทเทอร์โดยเฉพาะ สามารถเข้าออกดันเจี้ยนได้อย่างอิสระจะไปคนเดียว หรือพาทีมไปด้วยก็ได้ ]
...
“ปล่อยมือสกปรกของแกจากนายท่านเดี่ยวนี้”
เมดสาวพูดขึ้นขณะที่ตัวของเธอโผล่ออกมาจากสถานะไร้ตัวตนน้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความโกรธ...
“เป็พวกเดียวกับหนอนแมลงพวกนี้...แต่ดันมาออกคำสังกับชั้นคนนี้เนี่ยนะ!”
ไวท์พูดด้วยสีหน้าที่นิ่งเรียบ...แน่นอนเขาไม่มีทางปล่อยและไม่มีทางกลัวเช่นกัน เขาจะฆ่าเด็กคนนี้ให้ดูแต่ก่อนอื่นต้องหาวิธีฆ่าเมดสาวหน้ากากขาวให้ได้เสียก่อน โดยการใช้เด็กคนนี้เป็เหยื่อล่อ
---กอนไม่รอเป็เหยื่ออยู่ฝ่ายเดียว
เขาใช้ประโยชน์จากร่างกายที่เล็กและคล่องแคล่วพลิ้วไหว มุดช่องระหว่างแขนของชายที่ชื่อไวท์จนหลุดออกมานั่งยองๆอยู่ที่พื้น
ไวท์เมื่อเห็นเด็กที่เขาจับตัวอยู่หลุดออกไปก็กะจะใช้ไม้เท้าซ้อนดาบของเขาแทงไปที่ร่างของเด็กหนุ่มที่ดิ้นหลุดออกไปนั่งยองๆอยู่ที่พื้นฆ่ามันทิ้งให้ตายในทันที...
ทันใดนั้น มีดบินก็พุ่งตรงมาที่เขาแทบจะไม่ทันได้ตั้งตัว...
ไวท์ะโตีลังกากลับหลังหลบไปด้านข้าง
---มีดพุ่งมาด้วยความเร็วและความแรงที่น่าเหลือเชื่อพุ่งผ่านเฉี่ยวตัวของเขาไป...
“นังบ้านี่!!!”
ไวท์สบถำด่าก่อนที่เขาจะล่องหนหายตัวไปบ้างด้วยสกิล ‘เชนจ์คัลเลอร์’
[ สกิล เชนจ์คัลเลอร์เป็สกิลชนิดพิเศษประเภทอินเฮอริท สายมานาสีเหลือง
สามารถ‘เปลี่ยนสี’ ของร่างกายและของสวมใส่ ‘ได้ทุกสีตามที่้า’ และ ‘จินตนาการ’ ]
และด้วยความสามารถด้านกามายในการปกปิดตัวตนทำให้ผู้ที่มีความสามารถด้านกามายจิตััตรวจจับขั้นต่ำ ไม่อาจััถึงตัวตนของเขาได้
...เรียกได้ว่าไวท์เป็หนึ่งในผู้มีความสามารถล่องหนอย่างแท้จริง ไม่ใช่สกิลประเภทไปแอบอยู่ในอีกมิติหรือ สกิลไร้ตัวตนแบบของซีโร่...ที่เป็แค่ล่องหนปลอมๆ
.
.
ทั้งไวท์และซีโร่นั้นล่องหนหายไป ไม่มีใครมองเห็นตัวพวกเขา
ทั้งสองฝ่ายต่างตึงเครียด...ไม่อาจมองเห็นซึ่งกันและกันได้
พวกเขานึกไม่ออกเลยว่าจะเกิดสถานการณ์อะไรขึ้นบ้าง...
และดูเหมือนทางไวท์นั้นจะได้เปรียบกว่าตรงที่เขาสามารถโจมตีขณะที่ล่องหนอยู่ได้...
แตกต่างจากทางเมดสาวที่ต้องออกจากสถาณะไร้ตัวตนเสียก่อน
‘ชั้นไม่ใช่พวกชีพโง่ๆ...นังเมดนั่นค่อยจัดการทีหลังก่อนอื่นเลยฆ่าหนอนแมลงพวกนี้ให้หมดเสียก่อน’ ...ไม่รอช้าไวท์ที่ล่องหนอยู่ก็ง้างดาบไม้เท้าของเขา พุ่งแทงไปที่หลังคอของคุณหนิงด้วยจิตสังหารที่รุนแรง...
“ปั๊ค!!!”
เมดสาวโผล่ร่างออกมาในเสี้ยววินาทีแห่งความตายของคุณหนิงและมืออีกข้างกำแน่นต่อยไปที่ร่างของไวท์เข้าอย่างจัง...
ภาพที่เกิดขึ้นหากมองจากภายนอกดูเหมือนว่า เมดสาวกำลังต่อสู้อยู่กับอากาศ กำลังต่อยอากาศแต่ไม่ใช่เลย..สิ่งที่เมดสาวต่อยไป คือร่างกายของไวท์อย่างแน่นอน
ร่างของไวท์ลอยกระเด็นไปไกลในใจพลางคิดสงสัย ‘นังนี่มันมองเห็นชั้นได้ยังไง...แถมหมัดหนักเป็บ้า’
ทุกคนมองเห็นคาบเืลอยอยู่กลางอากาศมันคือเืสีแดงของไวท์ที่ออกมาจากปากของเขา...
แต่เพียงไม่นานไวท์ก็ใช้สกิลของเขา เปลี่ยนสีของเืที่ออกมาให้พลางตัวล่องหนไปด้วยเช่นกัน
----แน่นอนว่าเมดสาวไม่อาจมองเห็นร่างของไวท์ได้
แต่เธอใช้จิตััตรวจจับเจอจิตสังหารที่รุนแรงเพียงแวบเดียวเธอเลยโจมตีไปทางทิศทางนั้น...และแจ็คพอต เธอโจมตีโดนไวท์เข้าอย่างจัง
...
ไวท์ที่รู้สึกจุกท้องด้วยความแค้นก็เพ่งเล็งหาเหยื่อใหม่ในทันทีการฆ่านังเมดนั่นเป็เื่ยากกว่าที่คิด...
และในที่สุดไวท์ก็มองเห็นเหยื่อลายต่อไปของเขา...ไวท์มองเห็นหนอนแมลงชายคนหนึ่งที่ยังคงยืนเศร้าเสียใจเหมือนไม่มีิญญาอยู่ในร่าง เป็เพียงเศษขยะอย่างแท้จริง
---ไวท์ที่ล่องหนอยู่เตรียมตัวฆ่าชายคนนั้นเพื่อระบายความแค้นในทันที
กอนที่เคยบอกว่าตัวเองไม่ใช่เกรทเทอร์ในตอนนี้หัวใจของเขาเต้นแรง...เขาััได้ถึงจิตสังหารที่รุนแรงกำลังพุ่งตรงไปที่คิว
“คิว!!! ระวัง!!!!!!”
กอนะโดังลั่นก่อนที่จะพุ่งตรงเข้าหาคิวที่ยังคงยืนไร้สติ...
“ฉึก!!!”
เืสีแดงสดสาดกระเซ็นไปทั่ว...ไวท์ยิ้มอย่างพอใจพร้อมกับเลียลิมฝีปาก
“ใครบอกว่าชั้นมีสกิลเดียวกันละ…ว่าแต่แกเนี่ยรักเพื่อนดีจังนะ”
ไวท์ใช้ความสามารถที่เขาซ่อนไว้ความสามารถพุ่งแทงด้วยความเร็วที่ขนาดเมดสาวก็ยากที่จะตามทัน
…ความจริงแล้วไวท์นั้นมีมานาสีแดงด้วยเช่นกัน...มานาสีแดงใช้เรียกไม้เท้าซ่อนดาบและมันมีความสามารถในการพุ่งแทงด้วยความเร็วสูงอย่างทะลุทะลวง
ไม้เท้าซ่อนดาบแทงทะลุร่างของกอนเข้าอย่างจัง...กอนที่เข้ามาผลักร่างของคิวลอยออกไปและช่วยคิวไว้ได้ทัน แต่ทว่า...ร่างของกลับโดนเสียบจนทะลุแทน
เมดสาวยังคงยืนอึ่งเธอไม่อาจช่วยนายท่านของเธอได้ทัน
ไวท์ชักดาบไม้เท้าของตัวเองออกจากร่างของกอนจากนั้นเขาก็เช็ดมันอย่างชิลๆ
เืของกอนจำนวนมากพุ่งออกมาจากลอยาแ และกระเด็นอาบหน้าของคิวที่อยู่ข้างๆ
ก่อนที่ร่างของกอนจะล้มลงนาบไปกับพื้น
“ก~กอน ไม่นะ! กอน~ .............ฟาน~ไม่นะ!...ชั้นไม่เหลือไครแล้ว!!!”
คิวเริ่มกลับมามีสติและพูดด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ
“ไม่ต้องเศร้าไปหรอกนะเดี่ยวแกก็ตามพวกมันไปอยู่ดี... อื่ม!ผู้หญิงที่ตายคนนั้นเป็คนรักของแกอย่างงั้นเหรอ ชั้นเป็คนสั่งให้ฆ่าเองแหละนะพอดีว่านังนั่นมันบังอาจมาปฏิเสธเกรทเทอร์อย่างพวกเราไง ทั้งที่เป็เพียงแค่หนอนแมลงแท้ๆ...ช่วยเข้าใจพวกเราด้วยเถอะนะ”
ไวท์พูดพลางหยิบยกไม้เท้าซ่อนดาบที่อาบเืของกอนไปเมื่อกี้ออกมาชื่นชม
ซีโร่ที่เห็นสถานการณ์ไม่ดีแล้วเลยเตรียมตัวที่จะหนีในทันทีเธอโผล่ออกมาััร่างของคุณหนิงเพื่อพาเข้าสู่สถานะไร้ตัวตน
จากนั้นก็โผล่มาััร่างของกอนที่นอนจมกองเืแล้วพาเข้าสู่สถานะไร้ตัวตนไปด้วยเช่นกัน
...
และคนสุดท้ายคนที่เธอจะพาเข้าสู่สถานะไร้ตัวตนก็คือคิวนั่นเอง
---ซีโร่ที่โผล่ออกมาจากสถานะไร้ตัวตนด้านหลังของคิวและกำลังจะััร่างของคิว
“วี๊ง!!!”
ร่างกายของเธอก็กระเด็นลอยออกไปด้วยออร่ามานาสีเหลืองที่รุนแรงแผ่ออกมาจากตัวของคิว...
เธอไม่อาจเข้าไปััร่างกายของเขาได้เลย
.
.
“หรือบางทีแล้วพูดไปหนอนแมลงแบบแก ก็คงไม่มีวันเข้าใจหัวอกของเกรทเทอร์ชั้นสูงแบบชั้นคนนี้หรอก”
ไวท์พูดด้วยท่าทางที่เย้ยหยันจ้องมองไปที่คิว...
“แกนี่มัน! พูดมากจริงๆ...แต่แกพูดถูกอย่างหนึ่งนะ ชั้นนี่แหละคือหนอนแมลงหนอนแมลงที่จะคอยตามฆ่าพวกแกเกรทเทอร์ทุกตัว”
คำพูดที่เต็มไปด้วยความเคียดแค้นของคิวก่อนที่ร่างกายของเขาจะแผ่ออร่ามานาสีเหลืองอันมหาศาลออกมา
คิวอ้าปากกว้างเหล่าแมลงเผือกจำนวนมากภายในดันเจี้ยนแห่งนี้บินเข้ามาภายในปากของคิว...ก่อนที่คิวจะบดเคี้ยวและกลืนกินพวกมันอย่างเอร็ดอร่อย…หลังจากนั้น
----ร่างกายของคิวก็ปลดปล่อยพลังอันมหาศาลออกมา
…
..
.
“เห่ย!เห่ย!..เอาจริงดิ นี่แกกลายพันธุ์เหรอ ตอนนี้เนี่ยนะ...”
ไวท์และเหล่าเกรทเทอร์ต่างตกตะลึงกับภาพตรงหน้า
ส่วนเมดสาวนั้นทำได้เพียงแค่เฝ้ามองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น...
คิวนั้นได้กลายเป็สี่งที่เขา‘รังเกียจมากที่สุด’แล้ว
.
.
.
่พูดคุยกับนักเขียน
คิวกลายเป็เกรทเทอร์แล้ว...ตอนหน้าบวกกันมันแน่นอนครับรอติดตามได้เลย
ติชมผลงานวิจารณ์ได้ตามสะดวกเลยครับ ผมจะปรับปรุงตัวและเเก้ไขทันที ผมอ่านทุกคอมเม้นแน่นอน
ฝากติดตามผลงานเฟสบุ๊คเพจ : https://bit.ly/3aJY2ic