ท่ามกลางคืนอันหนาวเหน็บและเงียบสงัดห้องใต้ดินของอาคารแห่งหนึ่งที่ไม่มีใครสนใจนี้เป็เพียงพื้นที่โล่งที่ชายหนุ่มคนหนึ่งเข้ามาพักพิงอาคารนี้ยังอยู่ในระหว่างการก่อสร้าง หากไม่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นเสียก่อน อาคารนี้จะเป็อาคารที่สวยงามและทันสมัยที่สุดในเมือง
จิ่งอวิ๋นนั่งอยู่ที่มุมห้องด้านในที่ห่างไกลจากช่องลมมากที่สุดเขาควานหาอะไรบางอย่างจากกระเป๋าเป้สะพายหลังที่ติดตัวตลอดมาถุงซิปเก็บคุกกี้เนยสดสองชิ้นสุดท้ายไว้อย่างทะนุถนอม น้ำเปล่าครึ่งขวดสุดท้าย และเทียนหอมกลิ่นสดชื่นของธรรมชาติที่บังเอิญเก็บมาได้ ทั้งหมดถูกนำออกมาวางไว้เบื้องหน้าชายหนุ่ม
วันนี้เป็วันเกิดปีที่ยี่สิบห้าของจิ่งอวิ๋นหลังจากเผชิญกับวิกฤตการณ์ที่เรียกกันว่าวันสิ้นโลก มนุษย์ที่ติดเชื้อมรณะถ้าโชคดีหน่อยก็จะตายไปเลยเงียบ ๆ แต่หากโชคร้ายก็จะกลายเป็สัตว์ประหลาดไล่กัดคนที่สุขภาพดีคนอื่นๆ หากโดนกัด มีาแและได้รับน้ำลายหรือเืหรือโดนข่วนเชื้อโรคก็จะย้ายเข้าสู่ร่างคนนั้น ๆ และกลายเป็สัตว์ประหลาดเช่นเดียวกันมันเป็วิธีการเพิ่มจำนวนของสัตว์ประหลาดพวกนี้ คนส่วนมากเรียกมันว่า ซอมบี้ตามลักษณะที่คล้ายกับซอมบี้ที่ปรากฏในภาพยนตร์และวรรณกรรมต่าง ๆ
นับั้แ่วันที่วันสิ้นโลกเริ่มขึ้นก็ผ่านมาเกือบหนึ่งปีแล้วตอนนั้นจิ่งอวิ๋นในวัยยี่สิบสี่หมาด ๆ ยังไม่มีความกังวลใดยังคงเป็ชายหนุ่มผู้สดใสและออกไปเที่ยวกับกลุ่มเพื่อนเป็ประจำแต่เวลานี้จิ่งอวิ๋นผ่านประสบการณ์เฉียดตายมาหลายครั้งหลายคราเผชิญหน้ากับสัตว์ประหลาดที่สูญเสียความเป็มนุษย์ได้รู้จักกับความตายอย่างใกล้ชิด และมองคนคนหนึ่งเสียชีวิตเพราะช่วยตนไว้จิ่งอวิ๋นมองเค้กวันเกิดตรงหน้า แววตาสะท้อนวูบวาบ ความรู้สึกหวาดกลัว เสียใจทำอะไรไม่ได้ สิ้นหวัง ได้กลายเป็ยอมรับ ปล่อยวาง ปลงตก
เนื่องจากวันนี้เป็วันเกิดจิ่งอวิ๋นจึงอยากจะให้ตัวเองได้กินอย่างอิ่มหนำสักหน่อยแต่ก่อนจะกินก็ต้องทำสิ่งที่ขาดไปไม่ได้ในวันเกิดเสียก่อน เขาจุดเทียนหอมไม่นานนักกลิ่นหอมสดชื่นของป่าไม้ก็ขจรขจาย กลบกลิ่นเหม็นไม่น่าอภิรมย์ไปจนหมดมือที่อดีตเคยเรียบเนียนหยิบคุกกี้ทั้งสองขึ้นมาไว้ในอุ้งมือคุกกี้พวกนี้เขาเจอในห้องครัวของบ้านหลังหนึ่งเมื่อครึ่งเดือนก่อนตอนแรกยังมีมากกว่ายี่สิบชิ้น เขากินทีละนิดจนเหลือเท่านี้
ชายหนุ่มหลับตาลงดื่มด่ำกับ่เวลาแห่งความสุขเล็ก ๆ ที่หาได้ยากนี้ขอพรวันเกิดครั้งแรกในชีวิตและอาจจะเป็ครั้งสุดท้าย
“ขอให้นายมีความสุขและมีโอกาสใช้ชีวิตที่ดีกว่านี้... อาข่าย ขอบคุณนะ” เขาอธิษฐานในใจ
อันที่จริงจะเรียกว่าอธิษฐานก็ไม่ค่อยถูกนักน่าจะเป็ระลึกถึงมากกว่า หรืออาจจะคิดถึง?
จิ่งอวิ๋นละเลียดกินคุกกี้ที่ทั้งสองชิ้นปล่อยให้ลิ้นซึมซับรสชาติของเนยในวันวาน พลางดื่มน้ำเปล่าไล่ความแห้งในลำคอในหัวปรากฏภาพในวันวานอย่างไม่ขาดสาย ราวกับโคมม้าวิ่ง
่เวลากว่าหนึ่งปีที่ผ่านมาเขาต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอดอยู่ตลอดไม่มีวันไหนที่สามารถปล่อยตัวปล่อยใจได้จึงไม่ได้รับรู้ถึงการมีอยู่ของความรู้สึกที่แท้จริงของตัวเองความรู้สึกผิด เสียดาย และปรารถนาอยากจะให้คนผู้นั้นยังมีชีวิตอยู่ทะลักทลาย
ไม่นานเขาก็หลุดจากภวังค์และพบว่าคุกกี้และน้ำหมดเกลี้ยงแล้วสายตาเขามองสะเปะสะปะแต่ก็ไม่เลื่อนลอยเหมือนเมื่อครู่ทว่าเขากลับรู้สึกเปียกชื้นที่แก้ม เมื่อยกมือขึ้นไปััจึงรู้ว่าที่แท้เขาก็ร้องไห้
ปกติจิ่งอวิ๋นจะไม่ร้องไห้ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากแสดงอารมณ์ เพียงแต่ร้องออกมาไม่ได้ หรืออีกนัยหนึ่งเขาไม่สามารถทำให้น้ำตาไหลออกมาได้
แต่วันสิ้นโลกวันนี้ทำได้แล้ว
จิ่งอวิ๋นหยิบผ้าห่มเก็บความอุ่นผืนบางออกมาแล้วล้มตัวลงนอนแม้จะขดอยู่ที่มุมห้องก็ยังหนาวเหน็บ เขาทำได้เพียงโอบกอดตัวเองโอบกอดความรู้สึกสิ้นหวังเต็มอกเข้าสู่นิทรา
พร้อมกับความหวังอันน้อยนิดที่เขาพร่ำภาวนาในใจทุกคืนขอให้พรุ่งนี้ตื่นมา แล้วเื่ทั้งหมดนี้เป็เพียงแค่ฝัน